ความรู้ประจำวัน : กรุงไคโร เมืองแห่งขยะ - National Geographic Thailand

ความรู้ประจำวัน : กรุงไคโร เมืองแห่งขยะ

คำว่า “Zabbaleen” ในภาษาอียิปต์มีความหมายว่ามนุษย์ขยะ คำนี้ใช้เรียกขานผู้คนที่อาศัยอยู่ในเขตสลัมของกรุงไคโร ในอียิปต์ เพราะพวกเขามีอาชีพเก็บขยะขาย

ผู้คนเหล่านี้ย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองหลังไม่สามารถทำการเกษตรในพื้นที่ทำกินเดิมได้ ในแต่ละวันขยะปริมาณ 9,000 ตันจะผ่านมือพวกเขา (น้ำหนักมากขนาดนี้เทียบเท่ากับน้ำหนักของหอไอเฟล) หากคุณผู้อ่านมีโอกาสได้ไปท่องเที่ยวที่อียิปต์ ลองหาโอกาสแวะเวียนไปยังชุมชนนอกกรุงไคโร คุณจะเห็นภาพของผู้หญิงและเด็กมากมายกำลังแยกขยะ เศษอาหารจะถูกนำไปรวมกันเพื่อเลี้ยงสัตว์ พลาสติกถูกแยกออกมาเพื่อนำไปขายต่อ รู้หรือไม่ว่าขยะจำนวน 85% ในเมืองถูกรีไซเคิลก็เพราะคนกลุ่มนี้ หากปราศจากชาวเมืองเหล่านี้ กรุงไคโรคงท่วมไปด้วยขยะมากมาย

 

อ่านเพิ่มเติม : ช้อนกินได้ ทางเลือกใหม่ลดขยะพลาสติกมหาสมุทรกำลังเต็มไปด้วยขยะพลาสติกขนาดเล็ก

เรื่องแนะนำ

บรรดาสัตว์นับล้านสายพันธุ์กำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เนื่องจากมนุษย์

การประเมินและรวบรวมข้อมูลในระดับโลกบ่งชี้ว่า โอกาสในการปกป้องความหลากหลายทางระบบนิเวศ สัตว์สูญพันธุ์ และโลกที่อุดมสมบูรณ์นั้นเริ่มหมดลง แต่ยังพอมีทางแก้ปัญหาอยู่บ้าง องค์การสหประชาชาติออกโรงเตือนว่า บรรดามนุษย์เป็นเหตุให้สายพันธุ์สัตว์นับล้านชนิดต้องกลายเป็น สัตว์สูญพันธุ์ ไปในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวจะส่งผลร้ายทั้งเผ่าพันธุ์มนุษย์และทุกชีวิตที่เหลืออยู่บนโลก รายงานที่ชื่อว่า รายงานการประเมินความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศระดับโลก ได้รวบรวมแหล่งข้อมูลจากรัฐบาลและวิทยาศาสตร์กว่า 1500 แหล่งข้อมูล โดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 145 คน จาก 50 ประเทศทั่วโลก รายงานฉบับนี้มองถึงสภาวะของความหลากหลายทางชีวภาพบนโลกในอีก 15 ปีข้างหน้า บรรดาผู้เขียนรายงานนี้พบว่า สาเหตุของการเสื่อมถอยของธรรมชาติบนโลกเกิดจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ เช่น การเปลี่ยนสภาพที่ดิน การตัดไม้ทำลายป่า การทำประมงเกินขนาด การล่าสัตว์ รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาวะภูมิอากาศ มลภาวะ และการรุกรานของสัตว์ต่างถิ่น นอกจากนี้ บรรดาสัตว์ราว 8.7 ล้านสายพันธุ์ (หรือาจมากกว่านี้) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “สายใยสนับสนุนความปลอดภัยของชีวิต” (Life supporting Safety Net) ซึ่งมีทั้งแหล่งอาหาร น้ำสะอาด อากาศ พลังงาน และอื่นๆ กำลังหร่อยหรอลงไป โลกแห่ง […]

Prato เมืองเล็กในอิตาลี ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยั่งยืนด้วยการรีไซเคิลเสื้อผ้าจากทั่วโลก

Prato เมืองเล็ก ๆ ทางตอนเหนือของอิตาลี ถูกขนานนามว่าเมืองหลวงแห่งการรีไซเคิลเสื้อผ้าจากแฟชั่นเหลือใช้ ด้วยธุรกิจสิ่งทอรีไซเคิลกว่า 3,500 แห่ง สร้างเม็ดเงินกว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตั้งแต่ ค.ศ. 2000 ถึง ค.ศ. 2015 ในขณะที่ประชากรโลกเพิ่มขึ้นหนึ่งในห้า การผลิตเสื้อผ้าก็เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตามรายงานของมูลนิธิ Ellen MacArthur โดยเป็นผลจากการเกิดขึ้นของ ‘Fast Fashion’ หรือรูปแบบการผลิตเสื้อผ้าที่เน้นความรวดเร็ว ในราคาต่ำที่สุด เพื่อให้ผู้ซื้อไม่รู้สึกเสียดายเงินที่จะใส่แค่ไม่กี่ครั้ง แล้วทิ้งไปซื้อตัวใหม่ต่อไป ในแต่ละปีมีเสื้อผ้าถูกผลิตขึ้นบนโลกมากกว่า 150,000 ล้านชิ้น กระบวนการผลิตปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงประมาณ 1.2 พันล้านตันในทุก ๆ ปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากกว่า Carbon Footprint ของเที่ยวบินระหว่างประเทศและขนส่งทางทะเลรวมกัน นอกจากนี้อุตสาหกรรมสิ่งทอยังเป็นตัวการสร้างน้ำเสียถึง 20 เปอร์เซ็นต์จากอุตสาหกรรมทั้งหมดในโลก ไม่ใช่แค่การผลิตเท่านั้นที่ทำให้เกิดความเสียหาย การทิ้งเสื้อผ้าสิ่งทอก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมมากยิ่งกว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมสิ่งทอถูกจัดให้เป็นอุตสาหกรรมที่ก่อมลพิษมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลก (รองจากอุตสาหกรรมน้ำมัน) ด้วย ‘วัฒนธรรมใส่แล้วทิ้ง’ ของเราที่เพิ่มมากขึ้น แต่ละปีจึงมีเสื้อผ้าสภาพดีจำนวนมหาศาลถูกทิ้งขว้าง ทั้งที่เพิ่งถูกสอยลงจากราวแขวนในห้างสรรพสินค้าได้ไม่นาน ผลพวงจากกระบวนการทิ้งเสื้อผ้ามหาศาลนี้ ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 3.3 […]

ชมคลิปวิดีโอที่ช่วยไขปริศนาว่า นาร์วาฬใช้งาของมันทำอะไร

เรื่อง    ซาราห์ กิบเบนส์ ในคลิปวิดีโอที่ถ่ายจากโดรนเหนือน่านน้ำนอกชายฝั่งดินแดนนูนาวุตของแคนาดา นาร์วาฬตัวหนึ่งใช้งาของมันฟาดปลาค้อดอาร์กติกก่อนจับกินเป็นอาหาร แรงกระแทกอาจทำให้ปลามึนงงและกลายเป็นเหยื่อที่จับได้ง่ายของนาร์วาฬ แท้จริงแล้ว งาของนาร์วาฬคือฟันที่บิดเกลียวยื่นออกมาจากส่วนหัว และสามารถยาวได้เกือบถึงสามเมตร นอกจากนั้นงาของนาร์วาฬยังปกคลุมไปด้วยปลายประสาทนับพันๆ ที่ช่วยให้พวกมันรับรู้เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมรอบตัว นาร์วาฬอาศัยอยู่ในน่านน้ำห่างไกล และเรายังรู้จักพฤติกรรมของพวกมันน้อยมาก ที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ได้แต่คาดเดาว่า นาร์วาฬใช้งาของมันทำอะไร  พฤติกรรมที่ได้รับการบันทึกไว้เป็นครั้งแรกนี้จึงช่วยไขปริศนาที่มีมาช้านานได้ แบรนดอน ลาฟอเรสต์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านชนิดพันธุ์และระบบนิเวศแถบอาร์กติกจากกองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) ประจำแคนาดา อธิบายว่า เพราะเหตุใดนาร์วาฬจึงเป็นชนิดพันธุ์ที่เรารู้จักน้อยมาก “พวกมันไม่กระโดดทิ้งตัวเหมือนวาฬชนิดอื่นๆ และค่อนข้างขี้อายครับ คลิปวิดีโอนี้จึงให้ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับการใช้งาของมัน” ลาฟอเรสต์บอก ที่ผ่านมา ลาฟอเรสต์ซึ่งทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลแคนาดา ใช้เวลาศึกษานาร์วาฬในถิ่นอาศัยฤดูหนาวของพวกมัน แต่ความที่ถิ่นอาศัยของพวกมันอยู่ห่างไกล การสังเกตพฤติกรรมด้วยสายตาจึงทำได้ค่อนข้างยาก มารีอาน มาร์กู นักวิจัยจากกรมประมงและมหาสมุทรของแคนาดา บอกว่า การใช้โดรนเป็นวิธีใหม่ที่ช่วยให้เราศึกษาสัตว์ผู้ลึกลับเหล่านี้ได้ เธอบอกว่า “โดรนเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมาก เราสามารถเห็นอะไรที่ไม่เคยเห็นมาก่อน” ที่ผ่านมา การใช้เครื่องบินเล็กให้ภาพได้ไม่ชัดเจน และบ่อยครั้งทำให้สัตว์ที่เป็นเป้าหมายตื่นตกใจ ขณะที่คลิปวิดีโอนี้ช่วยยืนยันทฤษฎีหนึ่งเกี่ยวกับการใช้งาของนาร์วาฬ  พวกมันยังอาจใช้งาเพื่อการอื่นด้วย เช่น เจาะน้ำแข็ง ใช้เป็นอาวุธต่อสู่กัน ช่วยเรื่องการคัดเลือกทางเพศ (sexual selection) หรือเป็นเครื่องมือเกี่ยวข้องกับการใช้เสียงสะท้อน เพื่อนำทางหรือระบุตำแหน่ง (echolocation) คล้ายโซนาร์  […]

ศึกชิงนางอันดุเดือดของหมึกกระดอง

ศึกชิงนางอันดุเดือดของหมึกกระดอง พวกมันอาจดูปวกเปียกนุ่มนิ่ม แต่คลิปวิดีโอใหม่เผยให้เห็นว่า หมึกกระดองเป็นนักสู้ผู้ดุร้าย นักวิทยาศาสตร์ถ่ายคลิปวิดีโอการต่อสู้อันดุเดือดเพื่อแย่งชิงคู่ผสมพันธุ์ของหมึกกระดองได้ในทะเลอีเจียน นอกชายฝั่งประเทศตุรกี หมึกกระดองซึ่งเป็นญาติของหมึกสายและหมึกกล้วย เป็นที่รู้จักจากการเปลี่ยนสีผิวได้อย่างรวดเร็ว อันเป็นกลยุทธ์ที่มันใช้ทั้งในการพรางตัวและการสื่อสาร หมึกกระดองเพศผู้ทำให้หมึกเพศเมียพิศวงงงงวยด้วยสีสันต่างๆซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ในเวลาเพียงครึ่งวินาที นักวิทยาศาสตร์เฝ้าสังเกตสัตว์ชนิดนี้จับคู่ผสมพันธุ์กันในห้องปฏิบัติการ แต่ไม่เคยเห็นในธรรมชาติมาก่อน เมื่อปี 2011 จัสทีน แอลเลน จากมหาวิทยาลัยบราวน์ และเพื่อนร่วมงาน กำลังถ่ายภาพยนตร์หมึกกระดองเพศเมียตัวเดียวอยู่ตอนที่หมึกเพศผู้ตัวหนึ่งโผล่ออกมาจากไหนก็ไม่รู้ หลังจากพวกมันผสมพันธุ์กัน หมึกเพศผู้คอยอยู่ใกล้ๆ หมึกเพศเมียเพื่อปกป้อง เมื่อหมึกเพศผู้ที่คล้ายคลึงกันอีกตัวหนึ่งเข้ามาใกล้ หมึกเพศผู้ทั้งสองก็แสดงความก้าวร้าวเข้าใส่กันเป็นชุด พวกมันโบกหนวดไปมาและเปล่งแสงวาบเหมือนแถบม้าลายบนลำตัว จากนั้นมันก็เริ่มลงไม้ลงมือ ด้วยการปลุกปล้ำกัน กัดกัน และหมุนอีกฝ่ายเป็นเกลียวท่ามกลางน้ำหมึกที่ปล่อยออกมา ในที่สุดหมึกเพศผู้ตัวแรกก็ขับไล่ผู้รุกรานไปได้ “เรารู้ทันทีว่านี่หาดูได้ยาก และเราโชคดีค่ะ” แอลเลนบอก เรื่อง แมรี เบตส์   อ่านเพิ่มเติม โลมาปากขวดดับอนาถ หมึกติดคอ