ไอซ์แลนด์ปลูกป่าครั้งแรกในรอบพันปี - National Geographic Thailand

ไอซ์แลนด์ปลูกป่าครั้งแรกในรอบพันปี

ไอซ์แลนด์ปลูกป่าครั้งแรกในรอบพันปี

ตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา ต้นไม้ในไอซ์แลนด์ถูกโค่นเพื่อไปทำเฟอร์นิเจอร์หรือการเกษตร สิ่งที่เกิดขึ้นส่งผลให้หน้าดินของเกาะแห่งนี้กำลังพังทลาย ทั้งยังสูญเสียความชุ่มชื้นภายในดินและเสี่ยงที่ผืนดินทั้งหมดจะแห้งแล้งกลายเป็นทะเลทรายได้

ณ ตอนนี้กรมป่าไม้ในไอซ์แลนด์มีนโยบายใหญ่คืนผืนป่ากลับสู่ประเทศของพวกเขา ด้วยความช่วยเหลือขององค์กรป่าไม้อื่นๆ และเกษตรกรท้องถิ่น ต้นไม้ในไอซ์แลนด์ค่อยๆ ฟื้นคืนกลับมาอย่างช้าๆ ชมภาพยนตร์สั้นที่ถ่ายทอดให้เห็นวิสัยทัศน์ของพวกเขา ว่าพวกเขาทำงานกันอย่างไร และการมีพื้นที่สีเขียวนั้นส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างไรบ้าง?

 

อ่านเพิ่มเติม : ร่วมทะยานไปกับฝูงนกอพยพ, วัตถุดิบน่าเกลียดเหล่านี้เป็นอาหารของคน 5,000 คน

เรื่องแนะนำ

แยกขยะพลาสติก 7 ประเภท วิธีช่วยโลกแบบง่ายๆ ที่ทำได้ทุกวัน

แยกขยะพลาสติก 7 ประเภท วิธีช่วยโลกแบบง่ายๆ ที่ทำได้ทุกวัน แต่ละวัน เราใช้พลาสติกเยอะไหม? หลอดพลาสติก แก้วพลาสติก ถุงพลาสติก ขวดน้ำพลาสติก ช้อนพลาสติก หลายคนพยายามปฏิเสธการเพิ่มขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว แต่ในยุคนี้ มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้หลายคนหันมาใช้บริการรับส่งอาหาร หรือ food delivery และสิ่งที่ตามมาก็คือ “ขยะพลาสติก” ที่เพิ่มขึ้นจนน่าตกใจ โควิด-19 กับขยะพลาสติกวันละ 6,300 ตัน สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ประเมินว่า โควิด-19 จะทำให้ขยะพลาสติกเพิ่มขึ้น 15 % จากเฉลี่ยวันละ 5,500 ตัน กลายเป็นวันละ 6,300 ตัน ขณะที่สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนา ประเทศไทย หรือ TDRI เผยว่า 1 ยอดการการสั่งซื้ออาหาร มีขยะพลาสติกเฉลี่ย 7 ชิ้น เช่น กล่องอาหาร ถุงใส่นํ้าจิ้ม ช้อนพลาสติก ส้อมพลาสติก ถุงใส่ช้อนส้อม ถุงนํ้าซุป […]

ความสมดุลของระบบนิเวศทางทะเลกำลังเปลี่ยนไป จากการบุกรุกแหล่งกำเนิดสัตว์ทะเล

เพราะเหตุใดเราจึงต้องตระหนักและให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลมากขึ้น มากยิ่งขึ้นไปอีก ข้อมูลอ้างอิงจากกลุ่มสถิติการประมง กองนโยบายและแผนพัฒนาการประมง ณ วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2564 ระบุว่า ในปี พ.ศ. 2563 ค่าประมาณการการทำประมงทะเลฝั่งอันดามัน ทั้งการทำการประมงพาณิชย์ และการประมงพื้นบ้าน ได้ผลผลิตกว่า 524,498 ตัน และสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยได้กว่า 19,092 ล้านบาท ทว่าภัยเงียบที่น่ากังวลสวนทางกับรายได้มหาศาลจากท้องทะเลในแต่ละปีคือ ปัญหาทรัพยากรสัตว์น้ำที่กำลังถูกคุกคามโดยมนุษย์อย่างไม่มีขอบเขต ทั้งการจับปลาเกินจำนวน หรือ Overfishing การรุกล้ำพื้นที่หวงห้าม การจับสัตว์น้ำในฤดูวางไข่ เรื่อยไปจนการใช้เครื่องมือทำลายล้าง ปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อความสมดุลของระบบนิเวศอย่างไร รายงานผลกระทบด้านจำนวนสัตว์น้ำ อ้างอิงสถิติจาก World Development Indicators (WDI) ระบุว่า นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 เป็นต้นมา ผลผลิตสัตว์น้ำจากการเพาะเลี้ยงมีปริมาณสูงกว่าการจับสัตว์น้ำจากธรรมชาติ โดยเฉพาะในเอเชียแปซิฟิก 60% คือสัดส่วนของการจับสัตว์น้ำจากธรรมชาติ และ 94% คือสัดส่วนการจับสัตว์น้ำจากการเพาะเลี้ยง หรือคิดเป็น 78% ของปริมาณผลผลิตสัตว์น้ำทั่วโลก โดยที่ประเทศไทยคือผู้ส่งออกอาหารทะเลแปรรูปรายใหญ่เป็นอันดับ 5 […]

ทะเลซาร์กัสโซ : สาหร่ายผู้หล่อเลี้ยงแอตแลนติกเหนือ

“ไม่มีมหาสมุทรไหนเหมือนที่นี่อีกแล้วครับ” นักชีววิทยาทางทะเล ไบรอัน ลาพอยต์ บอก “ไม่มีที่อื่นใดบนดาวเคราะห์สีน้ำเงินของเราที่โอบอุ้มความหลากหลายของชีวิตกลางห้วงสมุทรได้อย่างนี้ ทั้งหมดล้วนมาจากสาหร่ายพวกนี้ครับ” ลาพอยต์กำลังพูดถึงสาหร่ายทะเลสีน้ำตาลลอยน้ำได้ชื่อสาหร่ายทุ่นหรือสาหร่ายซาร์กัสซัมในมหาสมุทรแอตแลนติก  ตรงบริเวณที่เรียกว่า ทะเลซาร์กัสโซ (Sargasso Sea)

บรรดาสัตว์น้ำในท้องทะเลกำลังสูญพันธุ์เร็วกว่าที่คิด

ดูเหมือนว่า บรรดาสัตว์เลือดเย็นใต้ทะเลสามารถรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างขมขื่น   เพราะอุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้นเรื่อยๆ บรรดา สัตว์น้ำ จึงอยู่ในสภาวะที่เสี่ยงต่อกว่าสูญพันธุ์ยิ่งกว่าสัตว์ที่อยู่บนพื้นดิน นี่คือข้อสรุปจากการศึกษาสายพันธุ์สัตว์น้ำเลือดเย็นกว่า 400 ชนิด เนื่องจากบรรดา สัตว์น้ำ แทบไม่มีทางเลือกที่จะหลบหนีไปจากอุณหภูมิของน้ำที่กำลังสูงขึ้นมากนัก พวกมันจึงมีความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์มากเป็นสองเท่า เมื่อเทียบกับสัตว์ที่อาศัยอยู่บนพื้นดิน คือข้อสรุปจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Nature เมื่อวันพุธที่ 24 เมษายน ที่ผ่านมา การศึกษาครั้งนี้นำโดยเหล่านักวิจัยจากมหาวิทยาลัย New Jersey’s Rutgers ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกที่มีการเปรียบเทียบผลกระทบของอุณหภูมิของมหาสมุทรและพื้นดินที่สูงขึ้นกับบรรดาสัตว์เลือดอุ่นและสัตว์เลือดเย็น ตั้งแต่ปลา มอสลัสก์ (mollusks – สัตว์จำพวกไม่มีกระดูกสันหลัง มีลำตัวนิ่ม เช่น หอย ปลาหมึก) ไปจนถึงสัตว์เลื้อยคลานและแมลงปอ งานวิจัยก่อนหน้ากล่าวว่า สัตว์เลือดอุ่นนั้นสามารถปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากกว่าสัตว์เลือดเย็น แต่การศึกษานี้กลับเน้นไปที่ความเสี่ยงของบรรดาสัตว์ทะเล เนื่องจากมหาสมุทรนั้นดูดซึมความร้อนจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ เป็นเหตุให้น้ำอยู่ในจุดที่อุ่นที่สุดในรอบทศวรรษ “ตามประวัติศาสตร์ บรรดาสัตว์น้ำอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิมากขนาดนี้ ตอนนี้เหมือนกับสัตว์น้ำกำลังเดินผ่านตรงช่องแคบของภูเขาแล้วเจอกับอุณหภูมิหน้าผาที่พาให้มันร่วงหล่นไปยังอีกด้าน” มาลิน พินสกี นักนิเวศวิทยาและนักพัฒนาการชีวภาพ ซึ่งเป็นผู้นำการวิจัยนี้ กล่าว ช่วงของอุณหภูมิที่ปลอดภัย (Thermal safety margins) นักวิทยาศาสตร์ได้คำนวณ ช่วงของอุณหภูมิที่ปลอดภัย […]