ชม วงจรขยะพลาสติก ผ่านอนิเมชั่น - National Geographic Thailand

ชมวงจรขยะพลาสติกผ่านอนิเมชั่น

ชม วงจรขยะพลาสติก ผ่านอนิเมชั่น

เมื่อต้นเดือนเมษายน 2018 ผลการผ่าพิสูจน์ซากของวาฬสเปิร์มที่ขึ้นมาเกยหาดเผยให้เห็นว่าในท้องของมันเต็มไปด้วยขยะพลาสติกถึง 29 กิโลกรัม และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่บรรดาสัตว์ต้องมารับกรรมที่ไม่ได้ก่อ เมื่อท้องทะเลทุกวันนี้กำลังเต็มไปด้วยขยะพลาสติกจากน้ำมือมนุษย์

อนิเมชั่นเรื่องนี้จะพาคุณผู้อ่านไปชมวงจรของขยะพลาสติกที่สุดท้ายแล้วสิ่งที่มนุษย์กำลังก่อไว้กำลังวนกลับมายังบนจานอาหารของเราเอง นักวิทยาศาสตร์ประมาณขยะพลาสติกที่ล่องลอยอยู่ในมหาสมุทรทุกวันนี้ว่าเมื่อรวมกันแล้วจะมีขนาดใหญ่เทียบเท่ากับทวีปยุโรป ดูเหมือนที่เคยคาดการณ์กันว่าในปี 2050 นี้ มหาสมุทรจะมีขยะพลาสติกมากกว่าจำนวนปลา จะไม่ใช่เรื่องเกินจริงแต่อย่างใด

 

อ่านเพิ่มเติม

แพขยะพลาสติกแห่งแปซิฟิกไม่ใช่ในแบบที่คุณคิด

เรื่องแนะนำ

Explorer Awards 2018: รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์

รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ นักวิทยาศาสตร์หญิงไทยคนแรกที่ได้ไปสำรวจและดำน้ำในแอนตาร์กติกา และล่าสุดยังเป็นหนึ่งในทีมนักวิทยาศาสตร์ไทยที่เดินทางสู่มหาสมุทรอาร์กติก เพื่อสำรวจผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม

ภารกิจพิทักษ์ ปากแม่น้ำโอกาวางโก

เรื่อง เดวิด ควาเมน ภาพถ่าย คอรี ริชาร์ดส์  เมื่อมองจากอวกาศ ดินดอนสามเหลี่ยมโอกาวางโกแผ่กว้างอยู่บนภูมิประเทศทางเหนือของบอตสวานา นี่คือพื้นที่ชุ่มน้ำอันยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งบนพื้นพิภพ กอปรด้วยทางน้ำและลากูนหลายหลากที่หล่อเลี้ยงสรรพชีวิต อีกทั้งหนองบึงที่เกิดตามฤดูกาลในภูมิภาคที่มีความแห้งแล้งรุนแรงของแอฟริกา ดินดอนสามเหลี่ยมแห่งนี้ไม่ได้ไหลออกสู่ทะเล หากอยู่เฉพาะในแอ่งคาลาฮารีเท่านั้น โดยสิ้นสุดลงตามแนวตะเข็บด้านตะวันออกเฉียงใต้แล้วกลืนหายไปใต้ผืนทรายของทะเลทรายคาลาฮารี  ที่นี่อาจถือเป็นโอเอซิสขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เป็นที่พักพิงอันชุ่มเย็นของช้าง ฮิปโป จระเข้ และหมาในแอฟริกา  เรื่อยไปจนถึงแอนทิโลปเขตชุ่มน้ำ หมูป่า ควายป่า สิงโต ม้าลาย และนกที่มีอยู่อย่างหลากหลายน่าอัศจรรย์  ไม่ต้องพูดถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมูลค่าหลายร้อยล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี น้ำเกือบทั้งหมดมาจากแองโกลา เพื่อนบ้านของบอตสวานาซึ่งอยู่ห่างออกไปสองประเทศ  ต้นน้ำมาจากเขตที่สูงชุ่มชื้นซึ่งมีฝนตกชุกบริเวณตอนกลางของแองโกลาไหลไปทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ โดยไหลเชี่ยวในแม่น้ำสายหลักอย่างคูบังโก และไหลช้ากว่าในแม่น้ำคูอิโต ก่อนจะมารวมกันเป็นทะเลสาบต้นน้ำ และไหลซึมช้าๆ ผ่านที่ราบน้ำท่วมถึงที่เป็นทุ่งหญ้า ชั้นดินที่มีพีตทับถม และชั้นทรายเบื้องล่าง ลงสู่ลำน้ำสาขาต่างๆ แม่น้ำคูอิโตและคูบังโกบรรจบกันเป็นแม่น้ำสายใหญ่ขึ้นที่ชายแดนทางใต้ของแองโกลา นี่คือแม่น้ำโอกาวางโกซึ่งไหลผ่านฉนวนคาพริวี (ผืนดินแคบๆ ในนามีเบีย) เข้าสู่บอตสวานา โดยเฉลี่ยในแต่ละปีจะมีมวลน้ำไหลเข้ามา 9.4 ล้านล้านลิตรต่อปี หากปราศจากน้ำที่แองโกลามอบเป็นของขวัญให้บอตสวานานี้ ดินดอนสามเหลี่ยมโอกาวางโกจะสิ้นสูญ การเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นหรือในอนาคตอันใกล้ในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของแองโกลา ทั้งการใช้ที่ดิน การผันน้ำ ความหนาแน่นของประชากร และการค้าขาย ทำให้การคาดการณ์อันมืดมนนี้มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นจริง นั่นคือสาเหตุที่ทำให้คนบางกลุ่มให้ความสนใจแม่น้ำคูอิโตและคูบังโกอยู่เงียบๆ […]

คุยกับ ซิลเวีย เอิร์ล “เจ้าหญิงแห่งห้วงลึก”

นักสมุทรศาสตร์ ซิลเวีย เอิร์ล ได้สมญาว่า “เจ้าหญิงแห่งห้วงลึก” หรือ “Her Deepness” จากการอุทิศตนเพื่อการสำรวจและการอนุรักษ์มหาสมุทรของเธอ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก มีโอกาสได้พูดคุยกับเธอ แบบสบายๆ (และไม่ต้องเปียกน้ำ) เมื่อไม่นานมานี้ NG: ซิลเวีย เราได้ยินข่าวลือว่าจริงๆ แล้วคุณเกิดใต้นํ้า และคุณยังมีเหงือกเหมือนปลา ที่ผ่านมาคุณเสแสร้งมาตลอดว่าเป็นมนุษย์ ที่เห็นเดินดินอยู่นี่เป็นภาพลวงตาใช่ไหม ซิลเวีย: เป็นอย่างนั้นได้ก็ดีสิ!   NG: เกิดอะไรขึ้นกับคุณตอนเป็นเด็ก ทำไมจู่ๆ การใช้ชีวิตอยู่บนบกถึงกลายเป็นเรื่องที่มีความสำคัญรองลงไปสำหรับคุณ ซิลเวีย: สมัยเด็กๆ ที่ชายฝั่งนิวเจอร์ซีย์ มีอยู่ครั้งหนึ่งฉันถูกคลื่นซัดจมนํ้า ฉันหายใจ ไม่ออก จนกระทั่งนิ้วเท้าสัมผัสพื้น ถึงทะลึ่งพรวดขึ้นมาได้ ตอนนั้นเองที่ฉันรู้สึกว่า มันทั้งสนุกและเจ๋งสุดๆ หลังจากนั้น พอครอบครัวย้ายไปอยู่ฟลอริดาตอนฉันอายุ 12 หลังบ้าน เราคืออ่าวเม็กซิโก คุณก็รู้นี่นาว่า เด็กๆ คือ นักสำรวจโดยธรรมชาติ พวกเขาเป็นนัก วิทยาศาสตร์มาตั้งแต่ต้น ชอบถามคำถามไม่หยุดหย่อน ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเรื่องใหม่และน่าทึ่งไปเสียหมด   NG: ถ้าเป็นเด็กๆ […]

เคปทาวน์เผชิญวิกฤติขาดแคลนน้ำครั้งใหญ่

เคปทาวน์เผชิญวิกฤติขาดแคลนน้ำครั้งใหญ่ “คนเราอยู่ไม่ได้ถ้าขาดน้ำ” คุณจะตระหนักถึงความจริงข้อนี้อย่างลึกซึ้งเมื่อไม่มีน้ำใช้ และนี่คือสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับพลเมืองในเคปทาวน์ ของแอฟริกาใต้ เมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา ผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำส่งผลทั่วถึงไม่ว่าคุณจะรวยหรือจน แม้แต่นักท่องเที่ยวเองก็เช่นกัน แท้จริงแล้ววิกฤติทำนองนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่ดำเนินต่อเนื่องมาแล้วนานกว่าสามปี โดยเชื่อกันว่ามีสาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกที่ส่งผลให้น้ำจืดในเขื่อนแห้งเหือด รวมไปถึงระบบชลประทานที่ออกแบบให้ผู้คนในเมืองนี้ต้องพึ่งพาน้ำจากฝนและเขื่อนมากเกินไป ในสารคดีสั้นที่จัดทำโดย Tadzio Müller จาก Rosa-Luxemburg-Stiftung จะพาคุณผู้อ่านไปสำรวจว่าชาวเมืองเคปทาวน์ใช้ชีวิตกันอย่างไร เมื่อรัฐบาลออกมาตราการควบคุมน้ำอย่างเข้มงวด ให้เหลือใช้เพียงแค่คนละไม่เกิน 50 ลิตร ต่อวันเท่านั้น (คิดเป็น 13.2 แกลอน) ไปจนถึงแนวทางในอนาคตที่จะป้องกันไม่ให้วิกฤติขาดแคลนน้ำแบบนี้เกิดขึ้นอีก   อ่านเพิ่มเติม สำรวจโลก : เพราะน้ำคือชีวิต

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.