โรงแรม “บ้านต้นไม้” สุดฮิปจากทั่วโลก - National Geographic Thailand

โรงแรม “บ้านต้นไม้” สุดฮิปจากทั่วโลก

โรงแรม “บ้านต้นไม้” สุดฮิปจากทั่วโลก

ใครที่เคยคิดว่า บ้านต้นไม้ (tree house) เป็นเรื่องสนุกของเด็กๆ ในสวนหลังบ้าน ถึงเวลาต้องคิดใหม่ เพราะโรงแรม “บ้านต้นไม้” กำลังเป็นเทรนด์ที่เติบโตเร็วทั่วโลก สอดคล้องกับกระแส Rewilding หรือ Call of the Wild “หวนคืนสู่ธรรมชาติ – ธรรมชาติเรียกหา” โรงแรมบ้านต้นไม้ไม่เพียงเปิดโอกาสให้เราสัมผัสกับประสบการณ์ความใกล้ชิดราวกับเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ แต่ยังเป็นที่พูดถึงในแง่ของดีไซน์อันแปลกใหม่ และมีส่วนช่วยเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติ เพราะการสร้างไม่จำเป็นต้องตัดโค่นต้นไม้ อีกทั้งผู้มาเยือนและเจ้าของโรงแรมจะเป็นส่วนหนึ่งในความรับผิดชอบต่อสุขภาวะของต้นไม้ที่รองรับบ้านพักและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ถ้าอยากสัมผัสประสบการณ์แบบนี้สักครั้ง เราขอแนะนำโรงแรมบ้านต้นไม้สุดฮิป 9 แห่งจากทั่วโลกสำหรับวันหยุดของคุณ

บ้านต้นไม้

Treehotel, เมือง Harads ประเทศ Sweden (ภาพถ่ายเอื้อเฟื้อโดย Treehotel)

ที่นี่อยู่ห่างจากเส้นอาร์กติกเซอร์เคิลไม่ถึง 50 กิโลเมตร มีทั้งหมด 7 ห้อง แต่ละห้องออกแบบ ในธีมแตกต่างกันไปโดยสถาปนิกชาวสวีเดน ห้องที่ได้รับความนิยมมากที่สุดห้องหนึ่งแต่งด้วยธีม UFO

บ้านต้นไม้

Gibbon Experience Project, ห้วยทราย, สปป. ลาว (ภาพถ่ายเอื้อเฟื้อโดย The Giboon Experience Project)

บ้านต้นไม้ที่นี่อาจได้ชื่อว่าสูงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1996 โครงการนี้มีพันธกิจมุ่งปกป้องป่าฝนโดยรอบจากภัยคุกคาม อาทิ การลักลอบล่าสัตว์ การทำไร่เลื่อนลอย และการตัดไม้ทำลายป่า

บ้านต้นไม้

Hapuku Lodge and Tree Houses, เมือง Kaikoura ประเทศนิวซีแลนด์ (ภาพถ่ายเอื้อเฟื้อโดย Hapuku Lodge)

รีสอร์ตในเกาะใต้ของนิวซีแลนด์แห่งนี้บริหารโดยธุรกิจครอบครัวที่มีกิจการฟาร์มเพาะเลี้ยงกวาง ให้บริการบ้านต้นไม้ห้าหลังในผืนป่า Kanouka ที่นี่คุณสามารถสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวได้ทั้งผืนป่าธรรมชาติและกิจกรรมทางทะเล

บ้านต้นไม้

AIRBNB’s Secluded Intown Tree House, รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา (ภาพถ่ายเอื้อเฟื้อโดย AIRBNB)

โรงแรมบ้านต้นไม้แห่งนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากย่านใจกลางเมืองอันวุ่นวาย และได้รับการโหวตว่าเป็น ที่ยอดยอดนิยมอันดับหนึ่งของเครือข่ายที่พัก AIRBNB ทั่วโลก

บ้านต้นไม้

Finca Bellavista, Zona Sur ประเทศคอสตาริกา (ภาพถ่ายเอื้อเฟื้อโดย Finca Bellavista Treehouse Community)

สองสามีภรรยากอบกู้พื้นที่แห่งนี้จากการเป็นแปลงตัดไม้เพื่อการค้าเมื่อกว่าสิบปีก่อน และเนรมิตให้กลายเป็นรีสอร์ตอย่างที่เห็น ที่นี่ใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ 100 เปอร์เซ็นต์ มีพื้นที่รวมกว่า 1,200 ไร่ แวดล้อมไปด้วยป่าฝน แม่น้ำสองสาย และแปลงเกษตรอินทรีย์

บ้านต้นไม้

Papaya Playa Project เมือง Tulum ประเทศเม็กซิโก (ภาพถ่ายเอื้อเฟื้อโดย Papaya Playa Project)

พักจากเสียงเพลงและความวุ่นวายในนครหลวงแห่งปาร์ตี้อย่างแคนคูน มาสู่รีสอร์ตในอ้อมกอดธรรมชาติกลางป่าร่มครึ้มแห่งนี้ บ้านต้นไม้ของที่นี่สร้างโดยอาศัยเทคนิคโบราณจากยุคมายา ใช้ไม้ที่หาได้ในท้องถิ่น ส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ การนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ และสร้างงานให้คนในท้องถิ่น

บ้านต้นไม้

Lion Sands Game Reserve อุทยานแห่งชาติครูเกอร์ ประเทศแอฟริกาใต้ (ภาพถ่ายเอื้อเฟื้อโดย Lion Sands Game Reserve)

สัมผัสประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตด้วย “ห้องนอนกลางป่า” หลังรับประทานอาหารค่ำแบบปิกนิกใช้เวลาชมฟ้าราตรีพร่างดาว และฟังเสียงส่ำสัตว์ที่คุณอาจมีนัดหมายได้พบในวันรุ่งขึ้น ทั้งฮิปโป สิงโต เสือาว ไฮยีนา อิมพาลา และอื่นๆ อีกมากมายในกิจกรรมท่องซาฟารี หรือนั่งเฮลิคอปเตอร์ชม Blyde River Canyon อันงดงาม

 

อ่านเพิ่มเติม

โรงแรมแห่งนี้รักษาผืนป่าไว้

เรื่องแนะนำ

อุทยานแห่งอนาคต

เรื่อง มิเชลล์ ไนฮัส ภาพถ่าย คีท แลดซินสกี บนผืนดินแคบๆยาว 60 กิโลเมตรนอกชายฝั่งรัฐแมริแลนด์และเวอร์จิเนีย อุทยานชายฝั่งแห่งชาติเกาะแอสซาทีก (Assateague Island National Seashore) ค่อยๆเคลื่อนไปทางตะวันตกทีละน้อย ตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา เฮอร์ริเคนและพายุน้อยใหญ่พัดพาทรายจากชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ข้ามเกาะไปถมหนองน้ำที่อยู่ริมชายฝั่งอีกด้านหนึ่ง ส่งผลให้เกาะขยับเข้าใกล้ฝั่งมากขึ้นเรื่อยๆ “เจ๋งใช่ไหมล่ะครับ” อิชเมล เอนนิส พูดขึ้น “วิวัฒนาการไงครับ!” เขายิ้มให้ชายหาดเบื้องหน้าที่มีตอไม้ กิ่งก้านหงิกงอ และเศษพีตกระจายอยู่ทั่วไป ทั้งหมดนี้คือร่องรอยของหนองน้ำซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของชายฝั่งด้านตะวันตกของเกาะ ก่อนพายุจะพัดทรายมาทับถม บัดนี้หนองน้ำปรากฏให้เห็นอีกครั้งทางตะวันออกเมื่อเกาะเคลื่อนขยับไปเรื่อยๆ เอนนิสผู้เพิ่งเกษียณจากการเป็นหัวหน้าฝ่ายซ่อมบำรุงประจำอุทยาน เผชิญพายุที่นี่มานักต่อนัก จะว่าไปแล้ว อุทยานชายฝั่งแห่งนี้ก่อตัวขึ้นจากพายุน้อยใหญ่ที่พัดในแนวตะวันออกเฉียงเหนือ ย้อนหลังไปเมื่อเดือนมีนาคม ปี 1962 พายุใหญ่พัดถล่มแอสซาทีกพร้อมกับลบชื่อของโอเชียนบีช รีสอร์ตตากอากาศใหม่เอี่ยม โดยทำลายถนนและอาคาร 30 หลังแรก รวมทั้งความฝันของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เจ้าของโครงการให้พังภินท์ นักอนุรักษ์อาศัยโอกาสนี้เสนอให้รัฐสภาออกกฎหมายปกป้องพื้นที่ส่วนใหญ่บนเกาะในฐานะส่วนหนึ่งของระบบอุทยานแห่งชาติเมื่อปี 1965 ทุกวันนี้ แอสซาทีกคือเกาะสันดอนปลอดโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ยาวที่สุดริมชายฝั่งของรัฐแถบแอตแลนติกตอนกลาง โด่งดังเรื่องม้าแคระป่าแหล่งดูดาวโล่งไร้สิ่งกีดขวาง และทัศนียภาพเงียบสงบของมหาสมุทร นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีแนวโน้มจะทำให้พายุรุนแรงขึ้น ระดับทะเลสูงขึ้น และการเคลื่อนสู่ตะวันตกอย่างเนิบช้าของเกาะแอสซาทีกอาจเร็วขึ้น เอนนิสรู้จักเกาะนี้ดีพอที่จะเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นเริ่มขึ้นแล้ว ที่ปลายเกาะด้านใต้ […]