ล่องเรือไปรู้จัก ‘รันตี’ ให้มากกว่าแม่น้ำที่ตัดผ่าทางผ่านไปสังขละบุรี - NGThai

ล่อง ‘แม่น้ำรันตี’ ครึ่งวันเช้า ไปพักกาย พักใจ ชมสายหมอกบอกลาสารพัดเรื่องหนักหัว เพราะบรรยากาศของแม่น้ำสายนี้ บอกได้เลยว่าสุดชิล

ถ้าใครมีโอกาสเดินทางไปสังขละบุรี แล้วอยากลองหา สถานที่เที่ยวใหม่ ๆ แนวธรรมชาติ ก็ให้ลองเช่าเรือนำเที่ยวสักลำ แล้วออกเดินทางแบบเช้าตรู่ไปพร้อมกับแสงแรกของวัน บอกคนขับเรือให้มุ่งหน้าไปที่แม่น้ำรันตี ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสะพานมอญมากนัก

รับรองว่าภาพของสายหมอกที่ลอยอยู่บนภูเขาตรงหน้า กับบรรยากาศสุดธรรมชาติของแม่น้ำที่โล่งกว้าง เงียบสงบ จะทำให้คุณรู้สึกสบายและผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก หัวใจจะถูกเยียวยาจนลืมไปเลยว่าเคยเครียดเรื่องอะไรมา แนะนำว่าสายชิลไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
.
นอกจากแม่น้ำซองกาเลีย และบีคลี่ ‘รันตี’ คืออีกหนึ่งแม่น้ำสายสำคัญของสังขละบุรี ซึ่งอยู่ในการดูแลของอุทยานแห่งชาติเขาแหลม แม่น้ำสายนี้มีต้นกำเนิดมาจากลำห้วยน้อยใหญ่ไหลมารวมตัวกันจากทางตอนใต้ของทุ่งใหญ่นเรศวร แล้วไหลมาบรรจบกันกับแม่น้ำอีกสองสายที่อำเภอสังขละบุรี ที่เรารู้จักกันในชื่อ “สามสบ” หรือ “สามประสบ”

ถ้าเราเดินทางมาสังขละบุรี หากใครไม่หลับไปซะก่อนก็จะเห็นว่า ระหว่างทางเราจะผ่านสะพานที่ข้ามแม่น้ำนี้ก่อนใครเพื่อนนักท่องเที่ยวหลายคนอาจอดใจไม่ไหวต้องขอลงไปถ่ายรูปเก็บบรรยากาศกันกลางสะพาน แต่ใครจะไปคิดว่าแม่น้ำที่เหมือนจะเป็นเพียงแค่ทางผ่านนั้นมันมีดีซ่อนอยู่ ครั้งนี้พวกเราชาว ‘บ้านและสวน Explorers Club’ ไปลองล่องเรือสำรวจมาให้แล้วและพบว่ามันน่าพักกายพักใจไปกับแม่น้ำสายนี้มาก
.
#แวะก่อน
.
เราออกเดินทางกันตั้งแต่ไก่โห่แบกเรือคายัคสองลำขึ้นเรือรับจ้างนำเที่ยว จะพูดให้ดูขำ ๆ ว่า “แบกเรือขึ้นเรือเพื่อไปพายเรือ” แบบนั้นก็พอจะได้สักหนึ่งฮาฝืด ๆ ก่อนออกเรือ ก่อนจะถึงทางปากทางเข้าแม่น้ำรันตี เราก็แวะเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวโบราณสถานที่น่าสนใจกันก่อน

ที่แรกเราลงเรือกันตรงตลิ่งบริเวณวัดสมเด็จ(เก่า) ซึ่งเป็นวัดร้างเก่าแก่ของที่นี้ วอร์มกำลังขากันสักหน่อยด้วยการเดินขึ้นบันไดไปชมความสวยงามของโบสถ์ที่ถูกปกคลุมไปด้วยต้นโพธิ์ต้นใหญ่ บรรยากาศดูเข้มขลังไม่เบา ชวนนึกถึงหนังฝรั่งแนวพจญภัยในอารยธรรมโบราณยังไงยังงั้น

หลังจากนั้นพวกเราขอโชว์ความฟิต ออกกำลังแขนกันสักนิดด้วยการจ้ำเรือคายัคที่อุตส่าแบกลงเรือมาด้วยให้คุ้มค่าเหนื่อยเสียหน่อย ด้วยการพายข้ามลำน้ำไปอีกฟากเพื่อไปชมวัดวังก์วิเวการาม(เก่า) หรือ “วัดหลวงพ่ออุตตมะ” เดิม บอกได้เลยว่า……..เหนื่อย!!! แต่ได้ฟีลสุด ๆ การที่ค่อย ๆ พายเรือวนรอบโบสถ์แบบนี้จะมีสักกี่ที่ในโลกที่ทำได้แบบนี้ล่ะคุณ!!!
.
#รันตี_การันตีความชิล

แล้วก็มาถึงไฮไลต์ของทริปนี้เริ่มต้นความ ‘ชิล’ กันตรงใต้สะพานข้ามแม่น้ำรันตีกันก่อนที่จะล่องเรือไปด้านใน วิวตรงบริเวณนี้ก็ได้ใจพวกเราไปเต็มร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเดินเล่นบนสะพาน ชมสายหมอกที่ปกคลุมทิวเขาเบื้องหน้า แดดอ่อน ๆ

ตอนเช้ายังไม่ร้อนมากนัก เราเลยขอเอาเรือคายัคลงพายเล่นวนไปวนมาบริเวณนี้สักพัก รับรองว่าคุณจะได้รูปสวย ๆ เก๋ ๆ ส่งไปให้เพื่อนหมั่นไส้เล่น ๆได้หลายใบเลย หากคุณแรงยังเหลือ ก็แนะนำว่าให้พายกันเข้าไปข้างในเลยจะสวยมาก บรรยากาศที่ดูโล่งกว้างสบายตา มันทำให้อารมณ์ดีขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

คุณสามารถสูดลมหายใจลึก ๆ เข้าได้เต็มปอดแบบไม่ต้องกังวลเรื่องมลพิษใด ๆ พี่คนขับเรือบอกว่าข้างหน้าเราตรงนู้นก็เป็นทุ่งใหญ่นเรศวรแล้ว พวกเราก็มองไปตามนิ้วที่แกชี้ไปนั่นแหละ แต่ก็ไม่แน่ใจหรอกนะว่าตรงไหน แต่เอาเป็นว่าด้านหน้า มองไปสุดลูกหูลูกตาคือป่า และทิวเขาที่ถูกหมอกปกคลุมดูสวยงามทีเดียว

ลำน้ำโค้งคดเคี้ยวเป็นระยะบางจุดน้ำนิ่ง บางจุดน้ำแรง สำหรับพวกเราแม่น้ำรันตี เหมาะสำหรับการเที่ยวแบบผ่อนคลาย สายชิล ไม่ต้องกังวลว่าเจ้านายจะไลน์มาตามงาน เพราะสัญญาณโทรศัพท์ไม่มี คุณสามารถทิ้งตัวอยู่บนเรือเงียบ ๆ อยู่กับตัวเอง ฟังเสียงน้ำที่กำลังไหล ฟังเสียงใบไม้กระทบกันจากลมที่พัดผ่าน ซึบซับกับบรรยากาศธรรมชาติรอบตัว 360 องศา จมดิ่งไปกับอารมณ์ผ่อนคลายได้อย่างเต็มที่ ยิ่งถ้าคุณนำอาหารเช้ามากินบนเรือ หรือเอากาแฟร้อนพกใส่แก้วเก็บอุณหภูมิมาด้วย ก็จะเป็นอะไรที่เยี่ยมยอดจนอยากจะส่งรูปไปให้เพื่อนมันหมั่นไส้คุณอีกสักครั้ง

และถ้าคุณเป็นพรานเบ็ด ที่แม่น้ำนี้อนุญาตให้ตกปลาได้ด้วย บรรยากาศที่นี่บอกตรง ๆ ว่ามันทำให้พวกเราหายเหนื่อยคลายกังวลกับเรื่องบางเรื่องไปได้อย่างดีเลยทีเดียว จะเรียกว่าเป็นการชาร์จแบต หรือจะรีเฟรชให้ตัวเองก็ไม่ผิด……. สายน้ำแห่งนี้มันเยียวยาหัวใจได้จริง ๆ
.
#มาไงไปไง
.
แนะนำกันสักนิดว่าถ้าต้องการมาเที่ยวชมความงามของแม่น้ำรันตีให้มาช่วงฤดูฝน ประมาณกันยายน เรื่อยไปก่อนจะถึงฤดูแล้งก็ดี เพราะระดับน้ำจะเยอะหน่อย บรรยากาศก็ดูชุ่มชื้นเป็นพิเศษ ครึ่งวันเช้าน่าจะเหมาะ อากาศไม่ค่อยร้อนมากนัก แต่ถ้าอยากอยู่เต็มวันก็ไม่ผิดอะไร เพราะยังไงบรรยากาศของ
แม่น้ำแห่งนี้ก็ดูน่าพักผ่อนสุด ๆ อยู่ดี

ระหว่างทางจากสามประสบไปแม่น้ำรันตี ช่วงฤดูฝนที่น้ำขึ้นสูง

สำหรับเรือใหญ่จะแล่นเข้าไปได้ลึกประมาณหนึ่งเพราะบางจุด แม่น้ำจะตื้นมากแบบคนลงไปยืนได้ครึ่งตัวได้เลย ถ้าเรือลำเล็กก็จะยังพอไปได้อยู่ บางจุดน้ำจะเชี่ยว เหมาะกับการพายคายัคสนุก ๆ ได้ และถ้าคุณต้องการพายเรือคายัค ถ้ามีเป็นของตัวเองอยู่แล้วแบกไปเองได้ก็ดี แต่ถ้าไม่มีก่อนจะไปลองสอบถามที่พัก หรือเรือที่นำเที่ยวก็ได้ว่าตรงไหนมีให้เช่าได้บ้าง

ส่วน SUP หามาเองจะดีมาก เพราะแถวนั้นหายังไม่เห็นว่ามีให้เช่าสักเท่าไร ส่วนจะเอาเรือลงพายตรงจุดไหน ก็หาตลิ่งเหมาะ ๆ เอาเรือลงตามสะดวก จะยกขึ้นยกลงกี่จุดก็เลือกเอา แล้วแต่ความชอบเลย หรือ ไม่ต้องเอาอะไรมาเลย
.
เอาจริง ๆ แค่นั่งเรือเที่ยว ก็สุดฟินแล้ว และก่อนที่จะมาเที่ยวชมความงามของแม่น้ำแห่งนี้ เพื่อความปลอดภัย ควรบอกกับสถานที่ที่คุณพักไว้สักหน่อยว่าจะมาที่นี่ และจะกลับช่วงประมาณกี่โมง เพราะเข้าไปลึก ๆ สัญญาณโทรศัพท์จะไม่มี และหากจะพายเรือ ล่องแก่ง พกหมวกกันน็อคมาด้วยจะดี เพราะบางจุดน้ำตื้น เกิดเรือคว่ำตกน้ำตกท่า หัวจะได้ไม่ไปฟาดกับหิน เดี๋ยวจะหมดสนุกกันซะก่อน
.
สรุปจบทั้งหมดทั้งมวลที่เล่ามานี้ พวกเราชาว บ้านและสวน Explorers Club ขอ ”การันตี” ให้ ”รันตี” เป็นอีกหนึ่งในแม่น้ำที่สุดชิลอย่าบอกใคร ถ้าแวะเวียนมาสังขละบุรีกันเมื่อไหร่ ก็อย่าได้พลาด…
.
การออกสำรวจแม่น้ำรันตีเป็นส่วนหนึ่งในโปรเจ็กต์พิเศษที่บ้านและสวน Explorers Club ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ชักชวน 10 บล็อกเกอร์สายท่องเที่ยว ออกไปประสบ ‘กาญจน์’ ใหม่ กับ 12 หมุดหมายสำคัญด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อสัมผัสประสบการณ์หาจุดกางเต็นท์ ปีนเขา วิ่งเทรล ปั่นจักรยาน พายเรือคายัค และอีกหลากหลายกิจกรรมใน 5 อุทยานแห่งชาติ 2 เขื่อน 5 แม่น้ำ ที่จะทำให้การออกจากบ้านเที่ยวนี้ได้อะไรกลับมา มากกว่าที่คิด ติดตามอ่านเรื่องราวทั้งหมดได้ทุกวันอังคารและศุกร์ ต่อเนื่องไปทุกสัปดาห์ ตลอดเดือนกันยายน ตุลาคม และพฤศจิกายนนี้
.
#ขอขอบคุณ
.
Thailandoutdoor Shop พันธมิตรที่ดีกับสุดยอดน้ำใจที่เอื้อเฟื้อเรือคายัค รวมถึงอุปกรณ์แคมปิ้งครบครันสารพัดให้พวกเราได้หยิบยืมกันตลอดทริปนี้ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 09-0927-7897 หรือที่เว็บไซต์ www.thailandoutdoorshop.com
.
บ้านแม่น้ำ สำหรับที่พักสบาย ๆ บรรยากาศดี เงียบสงบและเป็นส่วนตัว ถ้าไปสังขละบุรี ที่นี่นับว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 087-5199150 หรือที่ Facebook : BanMaeNamSangklaburi
.
EXPLORERS: บาส, เฟี้ยต, ต้น, ปิง, นัท, หมวย

เรื่องแนะนำ

ถอดบทเรียนสู้วิกฤตโลกร้อนจากเวที GCNT Forum 2021

ได้ยินกันมานานเรื่องภาวะโลกร้อน ก๊าซเรือนกระจก หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ทั่วโลกกำลังเผชิญและรอไม่ได้อีกต่อไป เพราะไม่ได้ส่งผลแค่กับใครคนใดคนหนึ่ง แต่เกิดผลกระทบวงกว้างต่อทุกคน คำถามสำคัญคือ เราจะป้องกันและแก้ไขปัญหาจากสภาวะเหล่านี้อย่างไร แล้วประเทศไทยในภาคส่วนต่างๆ สามารถทำอะไรได้บ้าง สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (GCNT : Global Compact Network Thailand) และสหประชาชาติ จึงร่วมกันจัดงานประชุมสุดยอดผู้นำของไทยเป็นครั้งแรกในงาน ‘GCNT Forum 2021: Thailand’s Climate Leadership Summit 2021’ เมื่อวันเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เป็นความเคลื่อนไหวก่อนการประชุม COP26 หรือการประชุมสุดยอดผู้นำโลกในเรื่องนี้ ที่แสดงถึงความกระตือรือร้นของภาคเอกชนไทย ซึ่งเป็นสมาชิกของเครือข่ายความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยกว่า 80 องค์กร ครบครันทุกกลุ่มธุรกิจทุกขนาด ด้วยเป้าหมายเดียวกัน คือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายใน ค.ศ. 2050 หรืออย่างช้าที่สุดไม่เกิน ค.ศ. 2070 ในงานนี้ มีการเสวนาใน 5 หัวข้อ โดยตัวแทนจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประสังคม สหประชาชาติ และสมาชิก […]

อาบป่า ดูผึ้งกล่อง ล่องแม่น้ำแควใหญ่ วันเดย์ทริป

วันเดย์ทริป เที่ยวช่องสะเดา ดูผึ้งกล่อง เดินศึกษาธรรมชาติ สนุกสนานกับแพเปียก ปิดท้ายวันกับกิจกรรมเล่น SUP Board กับบรรยากาศสุดเจ๋ง วิวสองข้างทางริม #แม่น้ำแควใหญ่ จังหวัดกาญจนบุรี แค่ได้ยินชื่อภาพในหัวก็ลอยมาเลย น้ำตก ภูเขา ธรรมชาติสีเขียวๆ และสะพานข้ามแม่น้ำแคว คงเป็นภาพจำของใครหลาย ๆ คน เพราะจังหวัดนี้เป็นแหล่งรวบรวมที่เที่ยวดัง ๆ ไว้มากมาย และที่สำคัญใกล้กรุงเทพฯมาก ๆ เดินทางสะดวก วันหยุดสั้น ๆ เสาร์-อาทิตย์ ก็มาท่องเที่ยวได้อย่างชิล ๆ . การเดินทางในครั้งนี้เราเริ่มต้นจากกรุงเทพฯ ปลายทางคือ ตำบลช่องสะเดา ใช้เวลาเดินทางราวๆ สามชั่วโมงก็ถึงที่หมาย เช้าวันนั้นเราได้นัดกับคุณวสันต์ สุนจิรัตน์ หรือกำนันตึ๋ง เอาไว้ ลุงกำนัน (ขออนุญาตเรียกง่าย ๆ แบบนี้ละกัน ฮ่าๆ) จะเป็นคนอาสาพาเราเที่ยวชุมชนที่ช่องสะเดากัน . #แกะกล่องส่องผึ้ง ที่แรกที่ไปก็ไฮไลต์กันเลย ก็คือการไปดู ‘ผึ้งกล่อง’ หลายคนคงงงว่า เอ๊ะ! ผึ้งกล่องน่าสนใจอย่างไร […]

อุทยานแห่งอนาคต

เรื่อง มิเชลล์ ไนฮัส ภาพถ่าย คีท แลดซินสกี บนผืนดินแคบๆยาว 60 กิโลเมตรนอกชายฝั่งรัฐแมริแลนด์และเวอร์จิเนีย อุทยานชายฝั่งแห่งชาติเกาะแอสซาทีก (Assateague Island National Seashore) ค่อยๆเคลื่อนไปทางตะวันตกทีละน้อย ตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา เฮอร์ริเคนและพายุน้อยใหญ่พัดพาทรายจากชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ข้ามเกาะไปถมหนองน้ำที่อยู่ริมชายฝั่งอีกด้านหนึ่ง ส่งผลให้เกาะขยับเข้าใกล้ฝั่งมากขึ้นเรื่อยๆ “เจ๋งใช่ไหมล่ะครับ” อิชเมล เอนนิส พูดขึ้น “วิวัฒนาการไงครับ!” เขายิ้มให้ชายหาดเบื้องหน้าที่มีตอไม้ กิ่งก้านหงิกงอ และเศษพีตกระจายอยู่ทั่วไป ทั้งหมดนี้คือร่องรอยของหนองน้ำซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของชายฝั่งด้านตะวันตกของเกาะ ก่อนพายุจะพัดทรายมาทับถม บัดนี้หนองน้ำปรากฏให้เห็นอีกครั้งทางตะวันออกเมื่อเกาะเคลื่อนขยับไปเรื่อยๆ เอนนิสผู้เพิ่งเกษียณจากการเป็นหัวหน้าฝ่ายซ่อมบำรุงประจำอุทยาน เผชิญพายุที่นี่มานักต่อนัก จะว่าไปแล้ว อุทยานชายฝั่งแห่งนี้ก่อตัวขึ้นจากพายุน้อยใหญ่ที่พัดในแนวตะวันออกเฉียงเหนือ ย้อนหลังไปเมื่อเดือนมีนาคม ปี 1962 พายุใหญ่พัดถล่มแอสซาทีกพร้อมกับลบชื่อของโอเชียนบีช รีสอร์ตตากอากาศใหม่เอี่ยม โดยทำลายถนนและอาคาร 30 หลังแรก รวมทั้งความฝันของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เจ้าของโครงการให้พังภินท์ นักอนุรักษ์อาศัยโอกาสนี้เสนอให้รัฐสภาออกกฎหมายปกป้องพื้นที่ส่วนใหญ่บนเกาะในฐานะส่วนหนึ่งของระบบอุทยานแห่งชาติเมื่อปี 1965 ทุกวันนี้ แอสซาทีกคือเกาะสันดอนปลอดโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ยาวที่สุดริมชายฝั่งของรัฐแถบแอตแลนติกตอนกลาง โด่งดังเรื่องม้าแคระป่าแหล่งดูดาวโล่งไร้สิ่งกีดขวาง และทัศนียภาพเงียบสงบของมหาสมุทร นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีแนวโน้มจะทำให้พายุรุนแรงขึ้น ระดับทะเลสูงขึ้น และการเคลื่อนสู่ตะวันตกอย่างเนิบช้าของเกาะแอสซาทีกอาจเร็วขึ้น เอนนิสรู้จักเกาะนี้ดีพอที่จะเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นเริ่มขึ้นแล้ว ที่ปลายเกาะด้านใต้ […]