ลอยคอลอดถ้ำเสาหิน แล้วมุดไปดูหินย้อยเป็นเอเลี่ยนที่ถ้ำนกนางแอ่น - NGThai

ลอยคอลอดถ้ำเสาหิน แล้วมุดไปดูหินย้อยเป็นเอเลี่ยนที่ถ้ำนกนางแอ่น

ลอยคอลอดถ้ำเสาหิน ที่หนึ่งปีจะเปิดให้เที่ยวเพียงสองเดือน แล้วมุดไปดูหินย้อยเป็นเอเลี่ยน ที่ถ้ำนกนางแอ่น อุทยานแห่งชาติลำคลองงู


.
แม้เราเองจะยังไม่รู้แน่ชัดว่าใครกันที่เป็นคนให้คำนิยามว่า “7 ภูกระดึงยังไม่ได้เท่า 1 ลำคลองงู” เป็นคนแรก แต่คำล่ำลือนี้เองกลับกระตุ้นให้ใครหลายคนอยากไปพิสูจน์ความจริงดังกล่าว ซึ่งหนึ่งในนั้นคือเหล่าบล็อกเกอร์หนุ่ม นำโดย แฟลช แห่ง Flashxoxo ร ะ ห ว่ า ง ท า ง, โดม Into The Wind และผองเพื่อนหนุ่มสาว ที่ตัดสินใจออกเดินทางไปที่นั่น และไม่ใช่แค่ครั้งเดียว นี่เป็นการเดินทางมาเยือนอุทยานแห่งชาติลำคลองงูเป็นครั้งที่ 2 ของพวกเขาบางคนอีกด้วย
.
“คนบ้าอะไรชอบความทรมาน ก็คนอย่างผมนี่แหละ (หัวเราะ) แต่ความทรมานก็ได้ซ่อนความสวยงามที่ธรรมชาติได้สร้างไว้ให้สำหรับผู้กล้าที่ก้าวเข้ามาทดสอบร่างกาย และพิสูจน์ใจของตนเอง” บล็อกเกอร์หนุ่มแห่ง ‘Flashxoxo ร ะ ห ว่ า ง ท า ง’ หรือ ‘แฟลช’ บอกไว้แบบนั้น

พื้นที่อุทยานแห่งชาติลำคลองงู ตั้งอยู่ในเขตอำเภอทองผาภูมิ ต้องใช้เวลาเดินทางราว 6 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ และเมื่อยิ่งเข้าใกล้พื้นที่ของอุทยานฯ มากเท่าไร ถนนยิ่งสร้างความลำบากให้การขับรถมากขึ้นเรื่อย ๆ จุดหมายของเราในครั้งนี้คือการไปผจญภัยในถ้ำเสาหิน และถ้ำนกนางแอ่น
.
#ใส่เสื้อชูชีพเดินป่ามาลอดถ้ำเสาหิน

พวกเราเลือกเดินทางมาเราถึงล่วงหน้าเวลาประมาณตี 4 แล้วกางเต็นท์ที่เตรียมมาเองเพื่อนอนเก็บแรงก่อนไปพบกับเจ้าหน้าที่ ที่เรานัดเรานัดเวลากันไว้ตอน 8 โมงเช้า เพื่อฟังกำหนดการ การไปทริปนี้สิ่งที่ต้องมีติดตัวนอกจากกายและใจที่พร้อมแล้ว ไฟฉายคาดหัวต้องมี กระเป๋ากันน้ำสำหรับใส่ของกรณีที่ต้องมีของนำติดตัวไปด้วย แนะนำให้ซ้อนถุงดำอีกชั้นด้านในเพราะหินคม อาจจะทำให้รั่วได้ ส่วนน้ำดื่ม เตรียมไว้อย่างน้อย 2-3 ขวด เช่นเดียวกับอาหารกลางวัน และที่ขาดไม่ได้เช่นกัน คือสเปย์กันแมลงและผึ้ง เพราะมีเยอะมาก โอกาสจะมาเกาะและต่อยตามตัวเป็นไปได้ง่ายมาก เราโดนมาแล้ว

ระยะทางการเดินไปกลับประมาณ 6-7 กม. ดูไม่ไกล แต่บอกเลยร่างแทบพัง ช่วงเริ่มต้น พวกเราต้องนั่งรถกระบะไปในระยะทาง 20 กม. เพื่อไปยังจุดปล่อยตัว แล้วเดินลงเขาระยะประมาณ 2.5 กม. เพื่อไปยังน้ำตกหน้าถ้ำเสาหิน เราเดินมาถึงประมาณเที่ยงเพราะว่าเส้นทางที่เราเดินเป็นทางชัน มีทั้งป่าไผ่ และต้องไต่หินภูเขาข้ามไปเรื่อย ๆ เล่นเอาหมดแรงเหมือนกัน

หลังจากนั่งพักกินข้าว เล่นน้ำและถ่ายรูปกันจนพอใจ เจ้าหน้าที่จะแจ้งกฎระเบียบเพื่อให้เข้าใจตรงกัน เพราะเส้นทางหลังจากนี้จะอันตราย เราต้องเดินบนพื้นหินที่ถูกหยดน้ำกัดเซาะ และว่ายน้ำฝ่ากระแสน้ำเย็นที่ไหลรุนแรงเข้าไปพิชิตเสาหินที่สวยงาม เป้าหมายของเราในวันนี้ แนะนำว่าต้องปฏิบัติตามเจ้าหน้าที่สั่งอย่างเคร่งครัด


เราเปิดไฟฉายคาดหัว ตรวจเช็คสภาพเสื้อชูชีพให้สายรัดทุกจุด เพราะต้องลอยคอในน้ำเป็นบางช่วง ระหว่างนี้ควรจะพกสติติดตัวอยู่ตลอด เพราะมีอุบัติเหตุบ่อยครั้งเนื่องจากเป็นพื้นที่เปียกและลื่น ทั้งยังเต็มไปด้วยขี้ค้างคาว แถมมืดสนิท คุณมีโอกาสลื่นและหกล้มง่ายมาก การเดินในเส้นทางนี้ต้องพยายามมองดูเพื่อน และเกาะกันไปเป็นกลุ่ม ช่วยกันฉายไฟให้เพื่อนในจุดที่ต้องฝ่ากระแสน้ำเชี่ยวเพื่อให้เห็นปลายทาง ซึ่งหลังความทุลักทุเลผ่านไป ก็มาสามารถพิชิตถ้ำเสาหินได้สำเร็จ
.
#วันแห่งการเฉลิมฉลองที่ถ้ำนกนางแอ่น

ในวันที่สอง พวกเราตื่นเวลาเดิม ขึ้นรถเวลาเดิม แต่เรายกให้วันนี้เป็นวันแห่งการเฉลิมฉลอง ไปโดดน้ำ สำรวจถ้ำ โดยใช้เวลาเพียงครึ่งวัน รอบนี้ไม่ต้องนำเอาอะไรไปเลย ยกเว้นน้ำดื่ม หรือถ้าใครอยากเอากล้องไปถ่ายรูปก็สามารถทำได้ (แต่ต้องดูแลให้ดีนะเพราะการกระโดดน้ำสูง ๆ ต้องมีเชือกสำหรับหย่อนลงไปก่อน) พวกเราเริ่มต้นด้วยการนั่งรถกระบะเช่นเดิมเพื่อไปยังจุดปล่อยตัว การเดินทางวันนี้เป็นระยะทางสั้น ๆ ผ่านถ้ำนกนางแอ่นที่สวยมาก
.
จากนั้นไปยังผาจุดแรกที่เราจะโดดน้ำความสูงประมาณ 4-5 เมตร ตื่นเต้นเอาเรื่อง เมื่อโดดลงไปแล้วก็ลอยคอไปตามเส้นทางน้ำที่ไหลเหมือนล่องแพ ได้แช่น้ำเย็น ๆ ได้หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน เป็นบรรยากาศที่เหมือนได้รางวัลหรือของขวัญหลังจากผ่านถ้ำเสาหินมาได้

พอไหลไปได้สักพัก ก็ถึงจุดพีคสุดของวันนี้ คือถ้ำเอเลี่ยน ถ้ำที่มีเรื่องเล่ามากมาย มีหินงอก หินย้อย เป็นรูปทรงต่าง ๆ และที่ชัดที่สุดคือ เอเลี่ยน ทรงพลังและน่ากลัวมาก ๆ ณ จุดนี้เราต้องผ่านจุดวัดใจ ซึ่งเป็นจุดกระโดดน้ำ ประมาณ 7-8 เมตร เพื่อลอยคอไปยังจุดรับตัวกลับ ต้องใช้เวลาเยอะหน่อย เพราะกว่าแต่ละคนจะผ่านจุดนี้ไปได้ ต้องเชียร์กันพอสมควร (หัวเราะ)

“คงไม่ผิดที่หลายคนจะบอกว่า คงไม่มาอีกแล้วในชีวิตนี้ และคงไม่ผิดที่หลายคนจะบอกว่า รอบหน้าจะมาแก้ตัวใหม่ เพราะที่นี่มันครบรส ทั้งการเดินป่า ฝ่าภูเขา และพิชิตถ้ำน้ำตก ได้มิตรภาพที่เข้มข้น เหมือนได้ฝึกทหารชุดสะเทินน้ำสะเทินบก ที่พร้อมจะไปพิชิตใจตัวเองต่อไป” บล็อกเกอร์แห่ง ‘Flashxoxo ร ะ ห ว่ า ง ท า ง’ ทิ้งท้ายไว้แบบนั้น
.
แม้ตอนนี้อุทยานแห่งชาติลำคลองงูจะยังปิดฤดูท่องเที่ยวจนกว่าจะถึงเดือนกุมภาพันธ์ หากสนใจท่องเที่ยวแบบลุย ๆ มัน ๆ เช่นพวกเขาเหล่านี้ สามารถติดตามข่าวสารจากอุทยานฯ และตรวจสอบและจองคิวสำหรับการท่องเที่ยวได้ผ่านทางโทรศัพท์เท่านั้น รายะเอียดเพิ่มเติมโทร.08-2247-3352 อุทยานแห่งนี้เหมาะกับผู้ที่มีอายุระหว่าง 15 – 60 ปี เท่านั้น และที่สำคัญต้องมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และสามารถว่ายน้ำได้เบื้องต้นด้วยนะ
.
การไปเที่ยวเขื่อนวชิราลงกรณ แบบไปให้ไกลและทำอะไรที่มากกว่าแค่มานอนกางเต็นท์ชมธรรมชาติริมตลิ่ง เป็นส่วนหนึ่งในโปรเจ็กต์พิเศษที่บ้านและสวน Explorers Club ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ชักชวน 10 บล็อกเกอร์สายท่องเที่ยว ออกไปประสบ ‘กาญจน์’ ใหม่ กับ 12 หมุดหมายสำคัญด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อสัมผัสประสบการณ์หาจุดกางเต็นท์ ปีนเขา วิ่งเทรล ปั่นจักรยาน พายเรือคายัค และอีกหลากหลายกิจกรรมใน 5 อุทยานแห่งชาติ 2 เขื่อน 5 แม่น้ำ ที่จะทำให้การออกจากบ้านเที่ยวนี้ได้อะไรกลับมามากกว่าที่คิด ติดตามอ่านเรื่องราวทั้งหมดได้ทุกวันอังคารและศุกร์ ต่อเนื่องไปทุกสัปดาห์ ตลอดเดือนกันยายน ตุลาคม และพฤศจิกายนนี้
.
EXPLORERS: แฟลช, โดม และผองเพื่อน
.
ภาพ: แฟลช จาก Flashxoxo ร ะ ห ว่ า ง ท า ง (https://www.facebook.com/FLASHXOXOFILMMAKER1991) และ โดม Into The Wind (https://www.facebook.com/IntothewindTH)

เรื่องแนะนำ

ตามหาความงามที่ส่งเสียงได้ ใจกลางป่าฝนเขตร้อน

เมื่อฤดูฝนมาเยือน หมู่ไม้ต่างพร้อมใจกันแตกใบอ่อน พร้อมหมอกขาวที่ลอยขึ้นจากป่าราวกับแมกไม้กำลังปล่อยลมหายใจออกพร้อม ๆ กัน สรรพชีวิตดำเนินไปภายใต้ร่มสีเขียวขนาดใหญ่ หยดน้ำหลั่งไหลรวมกันเป็นเป็นแม่น้ำสายใหญ่ ส่งเสียงกระทบหินดังซาบซ่านอยู่กลางป่า น้ำตกกรุงชิง ความงดงามของธรรมชาติเป็นสิ่งที่หลายคนถวิลหา การระบาดครั้งใหญ่ได้แยกมนุษย์ออกจากพื้นที่ธรรมชาติ ฉันก็เป็นหนึ่งในมนุษย์เหล่านั้น ที่เฝ้ารอได้กลับไปสัมผัสความธรรมดาของธรรมชาติอีกครั้ง น้ำตกกรุงชิง สายฝนที่หล่นลงจากฟ้าชวนให้นึกถึงสถานที่ที่ชุ่มฉ่ำ ความเขียวชอุ่มของใบไม้หลังได้รับน้ำฝน และแสงแดดที่ส่องกระทบกับหยดน้ำหลังฝนซา นานแค่ไหนแล้วที่ภาพเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นในชีวิตจริง เมื่อสถานการณ์ต่าง ๆ เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ผู้คนก็เริ่มเดินทางอีกครั้ง ฉันไม่รอให้โอกาสนี้ผ่านไป การเดินทางไปตามความต้องการของหัวใจจึงเริ่มขึ้น เยือนแดนหลังคาสีเขียว จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นหนึ่งในจังหวัดทางภาคใต้ของไทยที่ฉันเดินทางมาเยือนหลายครั้ง ทั้งภารกิจเรื่องการงาน และภารกิจส่วนตัว ครั้งนี้ ฉันมาพร้อมกับเพื่อนร่วมทางเจ้าเก่า ที่ได้ชักชวนฉันไปสัมผัสประสบการณ์บนเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกกรุงชิง ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาหลวง พวกเรามาถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติฯ ในช่วงเช้าของวัน แดดแรง ก้อนเมฆลอยประปรายตัดกับสีฟ้าและป่าสีเขียว อากาศอบอ้าวสมกับเป็นป่าฝนเขตร้อน เจ้าหน้าที่อุทยานฯ พร้อมด้วยนักสื่อความหมาย นำพวกเราเดินเท้าเข้าไปในเส้นทางศึกษาธรรมชาติฯ บรรยากาศสองข้างทางเต็มไปด้วยพันธุ์พืชที่โดดเด่น อย่างเฟิร์นต้น หรือมหาสดำ พืชในตระกูลเฟิร์นที่คงวิวัฒนาการไว้ตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ ตลอดทางเดิน เรือนยอดของต้นไม้ใหญ่คอยบังแดดให้กับพวกเรา และยังปกคลุมเส้นทางศึกษาธรรมชาติฯ คล้ายเป็นหลังคาสีเขียวขนาดใหญ่ ระหว่างทางมีป้ายสื่อความหมายเป็นระยะ ซึ่งจัดทำโดยมูลนิธิไทยรักษ์ป่า องค์กรสาธารณกุศลที่ก่อตั้งและสนับสนุนการดำเนินงานโดย บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด […]

สิงห์อาสา ร่วมกับ คณะเกษตรศาสตร์ มข. สร้างแหล่งน้ำชุมชนภาคอีสาน โมเดลบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งยั่งยืน

แม้จะเข้าสู่ปี 2565 แล้ว แต่ประเทศไทยเรายังเผชิญปัญหาภัยแล้งมาโดยตลอด ภาพพื้นดินแตกระแหง เกษตรกรรอคอยฟ้าฝนในการทำนา ยังสามารถเกิดขึ้นได้ในประเทศไทย เพราะแม้ประเทศไทยจะมีการเริ่มพัฒนาระบบชลประทานมาตั้งแต่เกิดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 ในปี พ.ศ. 2504 แต่การพัฒนาประเทศสู่การเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ และการขยายพื้นที่ทางการเกษตรเพื่อรองรับการผลิตทางการเกษตรเพื่อมุ่งเน้นการบริโภคเชิงพาณิชย์ที่กำลังเติบโต รวมถึงตอบสนองการผลิตจำนวนมากเพื่อส่งออก ทำให้การพัฒนาแหล่งน้ำและระบบการจัดการน้ำไม่เพียงพอกับความต้องการใช้น้ำในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ[1] รวมไปถึงนโยบายการขาดการจัดการน้ำที่ดีอย่างต่อเนื่อง [2]เราจึงเห็นหลายพื้นที่ในประเทศไทยยังต้องทำการเกษตรแบบพึ่งฟ้าพึ่งฝน และได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรมเมื่อเกิดภัยแล้งหรืออุทกภัยและยังต้องอาศัยการทำเกษตรอย่างพึ่งพิงธรรมชาติเป็นหลัก สาเหตุภัยแล้งยังเกิดสภาพภูมิอากาศที่มีความเปลี่ยนแปลงผันผวน  อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ หรือภาวะโลกรวน (Climate Change) อีกด้วย ทำให้อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้น สภาพอากาศโลกผันผวน[3] จนอาจทำให้เกิดการเกิดลมฟ้าอากาศสุดขั้ว (climate extreme)[4] ซึ่งเป็นปัญหาที่ไม่อาจบรรเทาได้โดยง่าย ซ้ำเติมให้ภัยแล้งในไทยมีโอกาสรุนแรงขึ้นอีก นอกจากนี้ มนุษย์ก็มีส่วนให้เกิดภัยแล้งด้วยเช่นกัน การใช้น้ำอย่างสิ้นเปลือง การขุดน้ำใต้ดิน หรือน้ำมาใช้มากเกินไป การทำอุตสาหกรรมที่ส่งผลต่อแหล่งน้ำ หรือแม้กระทั่งการใช้ชีวิตของมนุษย์ที่ก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจก การเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศดังที่ได้กล่าวไป รุนแรงขึ้นกว่าเดิม[5] ข้อมูลในปี 2563 รายงานจากกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า ในช่วงเดือนมิถุนายน 2563 มีปริมาตรน้ำใช้การได้ในเขื่อนทั้งประเทศ 8,509 ล้านลูกบาศก์เมตร น้อยกว่าปี 2562 ซึ่งมีจำนวน 5,736 ล้านลูกบาศก์เมตร […]

ภาพถ่ายเปลี่ยนโลก ค้นหาแนวทางความยั่งยืนผ่านมุมมอง 3 ช่างภาพชื่อดัง

“ขับเคลื่อนความยั่งยืนผ่านเลนส์” ถ่ายทอดแนวคิดและมุมมองด้านการอนุรักษ์โดยช่างภาพมืออาชีพ ภาพทิวทัศน์เทือกเขาอันงดงามตระการตา หมู่สัตว์น้อยใหญ่ใช้ชีวิตในผืนป่าพงไพร ธารน้ำใสตัดผ่านโขดหิน ผู้คนใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้เป็นภาพที่หลายคนจินตนาการออกมาเมื่อกล่าวถึง “ภาพถ่ายธรรมชาติ” แต่ในปัจจุบันโลกของเราเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก เกิดภาวะโลกรวน ธรรมชาติเสื่อมถอยลง ภาพธรรมชาติอันงดงามที่เคยเห็นเปลี่ยนแปลงไป แบบที่บางภาพก็มิอาจกลับไปถ่ายแบบเดิมได้อีกแล้ว เพื่อเป็นการสื่อสารนี้ออกไปยังผู้คนถึงจุดยืนของตนและโลกที่อิงอาศัย ‘ช่างภาพ’ จึงเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ช่วยสร้างการรับรู้ถึงโลกที่เปลี่ยนแปลงผ่านการถ่ายทอดที่ทรงพลัง ผ่านเลนส์และมุมมองที่ช่างภาพได้ประสบ ไม่ต้องเชื่อ แต่ ‘รู้สึก‘ ถึงแรงกระเพื่อมบางอย่าง อาจเปลี่ยนความคิด และสามารถลงมือทำให้โลกนี้ดีขึ้นในฐานะที่เป็นผู้อยู่อาศัยร่วมโลกใบเดียวกัน วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ร่วมกับ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย จึงได้จัดงานนิทรรศการภาพถ่าย “การขับเคลื่อนงานอนุรักษ์ด้วยภาพถ่าย” นำเสนอมุมมองด้านการอนุรักษ์และความยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของบริษัท วอลโว่ คาร์ ที่ประกาศตั้งเป้าสู่ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ (Climate-Neutral Company) ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2040 เพื่อใช้พลังของภาพถ่ายพาทุกคนไปสัมผัสถึงความงดงามของธรรมชาติและชีวิต ขณะเดียวกันก็เห็นบางประเด็นปัญหาที่ซ่อนอยู่ในนั้น  และค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง ว่าหากจะมีส่วนช่วยรักษาสิ่งที่งดงามนั้นให้คงอยู่ เราจะทำอย่างไร ในวันเปิดนิทรรศการได้มีการจัดเสวนาขึ้นภายใต้หัวข้อ “ขับเคลื่อนงานอนุรักษ์และความยั่งยืนผ่านภาพถ่าย” โดย 3 ช่างภาพสายอนุรักษ์ชื่อดังของประเทศไทย เจ้าของผลงานที่แสดงอยู่ ณ […]