ส่องความคืบหน้าสถานีและมีอะไรมากับรถไฟทางคู่ - National Geographic Thailand

ส่องความคืบหน้าสถานีและมีอะไรมากับรถไฟทางคู่

การพัฒนาโครงข่ายรถไฟทางไกลจากทางเดี่ยวให้เป็นทางคู่ เป็นนโยบายที่สำคัญที่การรถไฟแห่งประเทศไทยได้รับมอบหมายให้ดำเนินการเพื่อยกระดับการเดินทางและขนส่งสินค้าของไทยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เจริญรุดหน้าได้อย่างมั่นคง

ปัจจุบันโครงข่ายรถไฟทางไกลของไทย มีระยะทางรวม 4,044 กิโลเมตร ส่วนใหญ่เป็นรถไฟทางเดี่ยว 91% เป็นทางคู่ 6% และทางสาม 3% แม้การเดินทางด้วยระบบรางจะเป็นการคมนาคมที่ประหยัดต้นทุนและประหยัดพลังงานกว่าการเดินทางประเภทอื่นๆ มาก แต่ด้วยข้อจำกัดของรถไฟทางเดี่ยว ซึ่งใช้เดินรถทั้งสองทิศทางบนทางเดียว วิ่งสวนกันได้เฉพาะที่สถานีหรือจุดที่กำหนดไว้ ทำให้ต้องรอหลีกบนจุดที่กำหนดให้เป็นระยะๆ จึงเป็นการเดินทางที่ต้องใช้เวลา

แต่การพัฒนาประเทศเป็นสิ่งที่รอไม่ได้ เศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วต้องอาศัยโครงสร้างการคมนาคมที่มีประสิทธิภาพเป็นรากฐาน กระทรวงคมนาคมโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย จึงได้ตอบรับนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน พัฒนาคุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม และกำหนดให้ระบบรางเป็นแกนกลางในการเดินทางขนส่งของประเทศ ด้วยเป็นรูปแบบการเดินทางที่สามารถขนส่งผู้โดยสารและสินค้าได้ในปริมาณมาก และมีต้นทุนการขนส่งต่ำกว่าทางถนนและอากาศ

การพัฒนารถไฟทางคู่ สามารถเพิ่มความจุทางทำให้เดินรถได้มากขึ้นรถไฟไม่ต้องรอหลีก ทำให้เดินทางได้ตรงเวลา เพิ่มศักยภาพของการคมนาคมจากรถไฟทางเดี่ยวเป็นรถไฟทางคู่ ที่สามารถเดินรถไฟทั้ง 2 ทาง วิ่งสวนกันได้ โดยไม่ต้องรอหลีก ทำให้รถไฟสามารถทำความเร็วเฉลี่ยของขบวนรถจากเดิม 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็น 100 – 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (สำหรับการขนส่งประชาชน) สามารถลดเวลาการเดินทางโดยเฉลี่ยได้ถึง 30%

ปัจจุบัน การรถไฟฯ ดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะเร่งด่วน จำนวน 7 เส้นทาง มีระยะทางรวม 993 กิโลเมตร ทั้งในสายใต้ สายเหนือ และสายตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะนี้เปิดให้บริการแล้ว 2  เส้นทาง และอีก 5 เส้นทาง กำลังดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งตามกำหนดจะสามารถเปิดให้บริการได้ครบภายในปี พ.ศ. 2568  นอกจากนี้ ในระยะเร่งด่วน ทางคู่ระยะที่ 2 การรถไฟฯ วางแผนสำหรับทางคู่สายใหม่ และทางคู่สายใหม่ระยะต่อไป  ซึ่งเชื่อมสู่ประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย ทางเดี่ยวที่ก่อสร้างใหม่เป็นทางคู่ จะทำให้การเข้าถึงสถานที่ต่างๆ เป็นไปอย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพมากขึ้น และจะกลายเป็นการเดินทางแกนหลักของประเทศ และในภูมิภาค

สร้างทางคู่ควบคู่อนุรักษ์สถาปัตยกรรมดั้งเดิมกับการออกแบบเพื่ออนาคต

เราได้เดินทางไปยังเส้นทางสายใต้ ช่วงนครปฐม – หัวหิน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วน ในเส้นทางการก่อสร้างมีสถานีรถไฟที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว การรถไฟฯ จึงมีการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมของอาคารสถานีเอาไว้ตลอดเส้นทาง เช่น สถานีหัวหิน เป็นอาคารสถานีรถไฟที่มีความโดดเด่นอย่างมาก จัดว่าเป็นสถานีรถไฟที่สวยที่สุดในประเทศไทย เป็นอาคารไม้สร้างในสมัยรัชกาลที่ 6 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมยุควิคตอเรียน ซึ่งเป็นพิมพ์นิยมในการก่อสร้างอาคารสถานีรถไฟในยุคนั้น เฉพาะป้ายชื่อ ‘สถานีหัวหิน’ ก็กลายเป็นสัญลักษณ์และเอกลักษณ์ต้นแบบของดีไซน์ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวของเมืองหัวหินไปทั่วอำเภอ

สถานีหัวหินใหม่ สถานียกระดับที่มีทางเดินใต้สถานีแห่งแรกในประเทศไทย

สถานีหัวหิน นับเป็นสถานีแห่งประวัติศาสตร์และเป็นแลนมาร์กสำคัญของอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  เมื่ออาคารใหม่แล้วเสร็จ อาคารสถานีเดิมก็จะยังคงใช้งานอยู่ แต่เน้นรองรับการเดินรถสายที่เน้นการท่องเที่ยวเป็นหลัก ทำให้นักท่องเที่ยวยังได้รับบรรยากาศเดิมอย่างครบถ้วน

อาคารสถานีรถไฟหัวหินที่กำลังก่อสร้างไปมากกว่า 80%

อาคารสถานีรถไฟหัวหินแห่งใหม่ยังคงคุณค่าทางสถาปัตยกรรมของสถานีเดิมไว้ ไม่ว่าจะเป็นสีขาวครีมตัดด้วยสีแดงหมากสุก รายละเอียดของเส้นสายลวดลายประดับ และตัวอักษรบนป้ายต่างๆ ก็ยังใช้แบบเดิม แต่เป็นสถานีที่ยกระดับขึ้นสูง 14 เมตร อยู่ตรงข้ามเยื้องกับสถานีเดิม รองรับการใช้งานรูปแบบใหม่ ที่จะเพิ่มจำนวนเที่ยวรถไฟและการขนส่งขึ้นอีกมาก รวมถึงเตรียมพร้อมสำหรับรถไฟความเร็วสูงในอนาคตอีกด้วย

เส้นสายลายประดับและคู่สีขาวครีมและสีแดงหมากสุกของสถานีหัวหินเดิม ถูกถ่ายทอดไปยังอาคารสถานีแห่งใหม่

สถานีในเส้นทางนี้อย่างสถานีเขาเต่า และสถานีหนองแก ซึ่งก่อสร้างใช้งานรถไฟทางคู่เรียบร้อยแล้ว ก็ยังคงรักษาอาคารสถานีเดิมไว้ โดยปรับปรุงใหม่ให้สวยงาม พร้อมขยายอาคารสำหรับการใช้งานเพิ่มเติม เช่น มีพื้นที่ร้านค้า ห้องละหมาด และห้องน้ำที่สะอาดสะดวกสบาย ออกแบบและก่อสร้างภูมิทัศน์โดยรอบให้สวยงามสบายตา มาพร้อมการใช้งานทั้งที่จอดรถ ที่จอดรถผู้พิการ ทางเดินเชื่อมต่อที่กว้างขวาง มีทางลาดเหมาะสำหรับผู้ใช้รถเข็น มีราวจับที่แข็งแรง เพื่อการใช้งานที่สะดวกปลอดภัย

แม้จะเป็นสถานีขนาดเล็ก แต่สถานีเขาเต่า ก็ได้รับการปรับปรุงใหม่และออกแบบเพิ่มเติมอย่างดี อาคารไม้รูปแบบสถาปัตยกรรมร่วมสมัยกับสถานีหัวหิน มีความกะทัดรัด น่ามอง และประณีตในรายละเอียด
รถไฟทางคู่พาดผ่านระหว่างชานชาลากว้างขวางใหม่เอี่ยมของสถานีเขาเต่า โดยรอบมีทางเดินและทางลาดที่ออกแบบตามหลักอารยสถาปัตย์

รถไฟทางคู่

การออกแบบสถานีบนเส้นทางสายใต้ยังมีรูปแบบที่สอดคล้องไปกับศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น อย่างสถานีทางภาคใต้ จากชุมพรจนถึงปาดังเบซาร์ รูปแบบสถาปัตยกรรมของสถานีก็เปลี่ยนไป เป็นกลิ่นอายของอารยะธรรมท้องถิ่นทางภาคใต้ปลายด้ามขวาน

เช่นเดียวกับเส้นทางสายเหนือ และสายอีสาน การก่อสร้างสถานีรถไฟก็จะสะท้อนถึงลักษณะเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสถาปัตยกรรมท้องถิ่นนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็น การใช้จั่ว หน้ามุข คานแบบโครงสร้างสถาปัตยกรรมไทยที่ปรับให้เรียบง่าย เหมาะสมกับการดูแลรักษา แต่ยังคงความงดงามด้วยลวดลายที่พบได้จากศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านที่ผสานเป็นการตกแต่งที่ใช้งานเอนกประสงค์ได้ไปในตัว และออกแบบให้มีความโปร่งโล่งเพื่อระบายอากาศได้ตามหลักของบ้านไทยพื้นถิ่น

สำหรับสถานีหลักประจำจังหวัด เช่น สถานีอยุธยา สถานีสระบุรี และสถานีนครราชสีมา เป็นต้น การรถไฟฯ มีการออกแบบเพื่อรองรับการใช้งานขนาดใหญ่ เป็นศูนย์กลางของภูมิภาค และพร้อมสำหรับการเชื่อมต่อรถไฟความเร็วสูงในอนาคต

รถไฟทางคู่
สถานีอยุธยา
สถานีปากช่อง
สถานีนครราชสีมา
รถไฟทางคู่
สถานีสระบุรี

การเดินทางโดยรถไฟนั้นผสานไปกับการท่องเที่ยวเสมอ หลายสถานีนอกจากเชื่อมการเดินทางและการขนส่งสินค้าระหว่างจังหวัดและภูมิภาค และเชื่อมโยงการเดินทางสู่สถานที่ท่องเที่ยวต่าง แล้ว  ตัวสถานีที่ออกแบบใหม่ยังสามารถเป็น จุดแลนด์มาร์กใหม่ และจุดถ่ายภาพเช็คอินสำหรับนักท่องเที่ยวไปในตัว

การพัฒนาปรับปรุงที่มาพร้อมกับรถไฟทางคู่

ไม่เพียงแต่มีทางเดินรถเพิ่มขึ้นเท่านั้น ในโครงการพัฒนารถไฟทางคู่ยังเพิ่มจังหวัดที่รถไฟพาดผ่าน ทำให้ประชาชนในพื้นที่ต่างๆ เข้าถึงการเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น และมีการออกแบบปรับปรุงโครงสร้างการใช้งานให้มีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพ รองรับการใช้งานพื้นที่บริเวณรอบสถานีรถไฟเพิ่มขึ้น

สะพานรถยนต์ยกระดับขึ้นมา เลี่ยงจุดตัดทางรถไฟที่อยู่ระดับเดียวกับถนน เพื่อความปลอดภัย

ในส่วนของความสะดวกและความปลอดภัย การรถไฟฯ ได้ปรับปรุงจุดตัดทางรถไฟ-รถยนต์ เพื่อลดปัญหาการเกิดอุบัติเหตุบริเวณจุดตัด โดยปรับเปลี่ยนให้เป็นสะพานยกระดับขึ้นมา หรือเป็นทางลอดใต้ทางรถไฟ หรือสะพานข้ามทางรถไฟ เพิ่มความปลอดภัยในการเดินรถ และการใช้รถใช้ถนนของประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น สร้างรั้วกั้นตลอดแนวเส้นทาง พร้อมปรับปรุงระบบอาณัติสัญญาณ เพิ่มประสิทธิภาพในการเดินรถ และให้สัญญาณความปลอดภัยที่ดีขึ้น

รั้วกั้นตลอดแนวเส้นทางและชานชาลาเพิ่มความปลอดภัย (ซ้าย) ที่จอดรถผู้พิการ เชื่อมต่อทางลาดให้ใช้งานสะดวก (ขวา)

นอกจากนี้ยังมีโครงสร้างพิเศษที่เป็นความท้าทายในการก่อสร้าง เช่น ทางรถไฟลอยฟ้าที่มวกเหล็ก สะพานรถไฟแบบขึงแห่งแรกที่ราชบุรี และอุโมงค์ที่ยาวที่สุด รวมถึงการก่อสร้างทางคู่สายใหม่ที่เป็นการขยายโครงข่ายการขนส่งไปเชื่อมโยงการขนส่งที่ชายแดนสำคัญ อย่างทางคู่สายทางใหม่ เด่นชัย เชียงราย เชียงของ บ้านไผ่ ร้อยเอ็ด มุกดาหาร และนครพนม

สำหรับอาคารสถานีและการใช้งานโดยรอบ ก็ได้มีการออกแบบเพิ่มความสะดวกแก่ผู้ใช้งานตามหลักอารยสถาปัตย์ (Universal Design) ขยายพื้นที่ลานกองสินค้า เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้า และลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ เรียกได้ว่าเป็นโครงการพัฒนาที่คิดถึงประโยชน์ในทุกมิติ

การออกแบบอาคารสถานีใหม่อย่างใส่ใจ ไม่หลงลืมของเก่า

การออกแบบอาคารสถานีรถไฟ เป็นจุดเด่นอีกอย่างของโครงการรถไฟทางคู่ เนื่องจากต้องมีการออกแบบอาคารใหม่ เพื่อรองรับการใช้งานจำนวนขนส่งและผู้บริการที่มากขึ้น ด้วยการปรับปรุงการใช้งานใหม่ให้เหมาะสม และการออกแบบที่ตอบโจทย์ Universal Design ขณะเดียวกัน อาคารสถานีรถไฟดั้งเดิมนั้น ส่วนหนึ่งก็ได้ถูกอนุรักษ์ไว้เพื่อสืบทอดเรื่องราวของการพัฒนาของรถไฟแต่อดีต บางสถานีอนุรักษ์ไว้ในพื้นที่เดิม บางแห่งทางจังหวัดก็ย้ายอาคารไปอยู่ในสถานที่อื่น เช่น โรงเรียน หรือโรงพยาบาล เปลี่ยนการใช้งานเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็ก หรือห้องสมุด โดยรักษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ไว้ ให้ผู้ที่สนใจได้มาศึกษาหาความรู้กัน

สถานีหนองแก อนุรักษ์อาคารสถานีเดิมไว้ ปรับปรุงใหม่ให้สวยงามแข็งแรง และคงอัตลักษณ์ที่สอดคล้องกันในช่วงเส้นทางสู่หัวหิน เป็นอีกหนึ่งสถานีที่ใกล้แหล่งท่องเที่ยว

การรถไฟแห่งประเทศไทยมีแนวคิดในการออกแบบแต่ละสถานีโดยอิงจากสถาปัตยกรรมท้องถิ่นให้กลมกลืนไปกับชุมชน สะท้อนศิลปวัฒนธรรมของแต่ละท้องที่ ไม่ใช้รูปแบบโมเดิร์นที่แหวกแนวขัดแย้งกับพื้นที่โดยรอบ แต่เป็นแบบร่วมสมัยที่ผสานการใช้งานตามมาตรฐานสากล ที่คิดถึงการใช้งานของคนทั้งมวล ตอบโจทย์ความสะดวกสบายของทั้งผู้พิการ ผู้สูงอายุ และบุคคลทั่วไป พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบให้สวยงาม มีทางเชื่อมกับการเดินทางรูปแบบอื่น อีกทั้งยังคำนึงถึงการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าและการบำรุงรักษาที่ง่ายไปในตัว

สถานีชะอำซึ่งอยู่ในระหว่างก่อสร้าง ใช้รูปแบบสถาปัตยกรรมแบบไทยประยุกต์ผสานความเป็นบ้านพักตากอากาศ แบบที่นิยมในยุคนั้น เช่น รายละเอียดของช่องลม และการใช้กระเบื้องว่าว เป็นสถานีได้ปรับปรุงใหม่จากสถานีขนาดกลางเป็นสถานีขนาดใหญ่ ที่รองรับการใช้งานด้านโลจิสติกส์ได้มากขึ้น
อาคารสถานีรถไฟหัวหินเดิมและพลับพลาที่ประทับ จะปรับปรุงอีกครั้ง เมื่ออาคารใหม่แล้วเสร็จ โดยพลับพลานั้นจะปรับเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กให้ความรู้กับประชาชน

รถไฟทางคู่ไปถึงที่ใด สร้างประโยชน์ที่นั่น

เราอยากจะขอยกตัวเลขประสิทธิภาพการขนส่งของรถไฟทางคู่ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2555 อย่างช่วงสถานีฉะเชิงเทรา ที่ต่อมาการรถไฟฯ ได้ขยายเส้นทางจากสถานีฉะเชิงเทราไปยังสถานีชุมทางคลองสิบเก้าและสถานีชุมทางแก่งคอย ซึ่งแล้วเสร็จในปี 2562 ทางรถไฟช่วงนี้เป็นรถไฟทางคู่เลี่ยงเมือง ซึ่งมีความสำคัญต่อการขนส่งสินค้าจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สู่ท่าเรือแหลมฉบังโดยไม่ต้องผ่านเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ คาดการณ์ว่าจะสามารถช่วยขนส่งผู้โดยสารได้ถึง 7.17 ล้านคนต่อวัน และคาดการณ์ปริมาณขนส่งสินค้าได้ถึง 17.18 ล้านตันต่อปีในปี 2569

และอีกเส้นทางที่แล้วเสร็จเปิดให้บริการปี 2563 คือช่วงสถานีชุมทางถนนจิระ จ.นครราชสีมา – สถานีขอนแก่น คาดการณ์ปริมาณผู้โดยสาร 46,350 คนต่อวัน และคาดการณ์ปริมาณขนส่งสินค้าต่อวัน ในปี 2577

อีกทั้งความจุเส้นทางที่เพิ่มขึ้นทำให้ผู้คนเดินทางได้ตรงเวลา จากความเร็วเฉลี่ย 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจะเพิ่มเป็น 100 – 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนรถไฟขนส่งสินค้านั้นจะเพิ่มจาก 29 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็น 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถือว่าเป็นการเรียกคืนเวลาเดินรถที่สามารถเดินรถได้ตรงเวลามากขึ้น จากการเปิดให้บริการจากทางคู่ที่แล้วเสร็จ และเป็นการคืนเวลาให้กับผู้โดยสาร สร้างความเชื่อมั่นจากผู้เดินทาง และผู้ประกอบการได้มากขึ้น ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการใช้ชีวิตและการพัฒนาเศรษฐกิจ

รถไฟทางคู่
สถานีใหญ่อย่างสถานีชะอำ มีจำนวนรางเพิ่มการใช้งาน ออกแบบชานชาลายาวและกว้างขวาง รองรับทั้งผู้คนและการขนส่งสินค้า ขยายพื้นที่โดยรอบให้กับลานกองสินค้า พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการคมนาคม

รถไฟทางคู่ 2 เส้นทางที่แล้วเสร็จให้บริการแล้วนั้นเพิ่มจำนวนขนส่งผู้โดยสารและสินค้าได้มาก และยังส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ ทำให้เราพอนึกภาพออกได้ว่า หากโครงการรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วนที่กำลังทยอยแล้วเสร็จสมบูรณ์พร้อม จะสามารถเพิ่มศักยภาพในการขนส่งและการเดินทางให้ประชาชนได้มากขึ้นขนาดไหน

รถไฟทางคู่
ภาพจำลองบริเวณและภายในสถานีสระบุรี ที่ออกแบบรองรับการคมนาคมที่เชื่อมต่อรถไฟความเร็วสูง

รถไฟทางคู่ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วประเทศจะเปลี่ยนภาพจำที่มีต่อรถไฟไทย ด้วยการปรับปรุงขนานใหญ่ กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นแกนสำคัญของประเทศ ช่วยยกระดับคุณภาพการเดินทางของประชาชน การขนส่งระหว่างพื้นที่ชนบท เมือง จังหวัด และระหว่างประเทศ เป็นแรงส่งให้เศรษฐกิจเติบโตได้อีกมหาศาล

เรื่องแนะนำ

๖๐ ปี พระไพศาล วิสาโล

อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้พระไพศาล วิสาโล ได้รับความเคารพรักและศรัทธามากมาย? เพราะความสมถะเรียบง่าย เพราะพระธรรมเทศนาที่เข้าถึงคนทั่วไป หรือเพราะท่านเป็นพระนักกิจกรรม คำตอบอาจเริ่มต้นจากการมองช่วงชีวิต 60 ปีที่ผ่านมา

ตั้งใจพาย SUP ลอดใต้สะพานมอญ ไปยืนมองตะวันลับฟ้ากลางแม่น้ำซองกาเรีย กับนัดเจอ LBZERO ออกไปกิน ดื่ม เที่ยว ที่สังขละบุรีแบบหนำใจ

การมาเที่ยวสังขละบุรีช่วงปลายฝนในครานี้ พวกเราเลือกที่จะเที่ยวติดน้ำเสียเป็นส่วนใหญ่และได้ไปล่องแม่น้ำสำคัญมาครบทั้งสามสายภายใน 3 วัน ไล่จาก ‘บีคลี่’ ที่แอดเวนเจอร์สุด ๆ ในวันแรก ‘รันตี’ ที่สงบเงียบสุดขั้วในวันต่อมา แล้วจบท้ายที่ซองกาเรีย ที่ดูโรแมนติกกว่าใครแบบแอบลุ้นนิด ๆ ว่าฝนจะตกไหมในช่วงเย็นก่อนถึงวันสุดท้าย เพราะเป้าหมายสูงสุดของเราคือการยืนดูพระอาทิตย์ตกจากใต้สะพานอุตตมานุสรณ์ หรือ ‘สะพานมอญ’ และเอาเข้าจริง ๆ พวกเราก็โชคดีมาก ๆ ที่วันนั้นฟ้าเป็นใจ ได้พาย SUP ลอดใต้สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในไทย ไปยืนดูแสงสุดท้ายของพระอาทิตย์ที่ค่อย ๆ แอบไปหลับหลังภูเขาสมใจอยาก . #นอนติดแม่น้ำ อันที่จริงสถานที่ที่ทำให้เราได้เห็นบรรยากาศของสะพานมอญซึ่งคลุ้งไปด้วยม่านหมอกยามเช้า แต่กลับมามีแสงแดดจ้าในตอนบ่าย ก่อนเมฆครึ้มและมีฝนโปรยปรายหนาเม็ดในตอนเย็นลากยาวไปจนค่ำมืดได้จากปลายเตียงนอน ตั้งแต่มาถึงสังขละบุรีวันแรกก็คือ ‘บ้านแม่น้ำ’ 70 ปีเศษคืออายุของอาคารไม้ยกใต้ถุนสูงริมแม่น้ำซองกาเรียหลังนี้ ซึ่งมีอดีตเป็นโรงงานผลิตไม้ขีดไฟและโกดังเก็บของที่ถูกปล่อยทิ้งร้างอยู่พักใหญ่ ก่อนที่ เรืองกิตติ์ รักกาญจนันท์ เจ้าของสำนักพิมพ์ผจญภัย จะเข้ามาชุบชีวิตใหม่อีกครั้ง โดยได้ พิศิษฐ์ ทองดา นักออกแบบจาก SMO Design Studio มาช่วยปรับเปลี่ยนแปลงสภาพอาคารเก่าให้กลายเป็นเกสต์เฮ้าส์เคล้าวิวทิวเขา เรือนแพ และแม่น้ำที่สามารถแลมองเรือหางยาวแล่นผ่านได้ทุกโมงยาม มองเห็นเจดีย์พุทธคยาสีทองอร่ามโผล่กลางแมกไม้ครึ้มเขียวบนฝั่งกระโน้น […]

สัตว์ป่าในบางกอก

สัตว์ป่า ในบางกอก จากหลักฐานคำบอกเล่าและบันทึกของชาวต่างชาติ เช่น สังฆราชฌอง บัปติสตา ปาลเลอกัวซ์ บาทหลวงคาทอลิกชาวฝรั่งเศสที่เดินทางเข้ามายังกรุงสยามในสมัยรัชกาลที่ 3 กล่าวถึงกรุงเทพฯ หรือบางกอกในยุคนั้นว่าเคยมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่อย่างชุกชุมและมีสัตว์น้ำอุดมสมบูรณ์  ภายในเวลาสองศตวรรษถึงราว 50 ปีที่ผ่านมา บริเวณที่เป็นเมืองหลวงของเรายังเคยมีจระเข้ชุกชุม มีโขลงช้างป่าออกมาหากินในทุ่งราบ ชาวบ้านยังล่ากวาง มีนกขนาดใหญ่อย่างกระเรียนพันธุ์ไทยและอีแร้ง เสือปลา นาก และอื่นๆ  ก่อนจะค่อยๆ หายไปในเวลาต่อมาจากเนื่องจากการล่าและการขยายตัวของชุมชน  ปัจจุบันเริ่มมีข่าวคราวการพบสัตว์บางชนิดตามธรรมชาติในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียงแล้ว เช่น นากใหญ่ขนเรียบ วาฬบรูด้า และลิงแสม ชมภาพจำลองของสัตว์ป่าในบางกอกเมื่อครั้งอดีตได้ ที่นี่    หมายเหตุ : ภาพสัตว์ป่าในบางกอกพัฒนาจากข้อมูลและภาพสไลด์ชุด “Rewilding Bangkok ฟื้นชีวิตป่าเมืองกรุง” โดย ดร. สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ มูลนิธิโลกสีเขียว   อ่านเพิ่มเติม : ไพร่ฟ้าสามัญชน, ย้อนรอยสารคดีเกี่ยวกับเมืองไทย ใน National Geographic

รวมพลังสู้วิกฤตโลกรวน รัฐ เอกชน พลังผู้หญิง คนรุ่นใหม่ หัวใจสำคัญใน ESG Symposium 2022

[PARTNER CONTENT] ปี 2022 ประชากรโลกไม่ได้เจอแค่โควิด-19 เท่านั้น เพราะจนถึงวันนี้ เรากำลังเผชิญกับอัตราเงินเฟ้อ ราคาพลังงานสูง แนวโน้มเศรษฐกิจถดถอย ไม่นับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ขยะล้นโลก มลพิษ ความไม่เท่าเทียมทางสังคม และอีก ฯลฯ ที่ถูกสั่งสมมานานจากการเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจเพียงมิติเดียว ลองคิดถึงฤดูกาลที่แปลกไปจากอดีต อากาศเย็นในเดือนเมษา ฝนตกในฤดูหนาว ซึ่งเป็นผลจาก Climate Change ซึ่งส่งผลไปถึงเศรษฐกิจปากท้อง เพราะเมื่อผลผลิตไม่ได้ตามเป้า ราคาอาหารก็ย่อมสูงขึ้น และนับวันช่องว่างทางสังคมก็ยิ่งห่างขึ้นๆ ทุกที โลกที่เราคุ้นเคยกำลังเผชิญกับสารพัดปัญหา และจากโลกที่เคยปกติธรรมดา ก็กลายเป็นสถานการณ์ไม่ธรรมดาแบบที่เราเรียกกันว่า “โลกรวน” และเมื่อความจริงมันเป็นเช่นนั้น คำถามจากนี้จึงมีอยู่ว่า เราจะรับมือสภาพโลกรวนที่เกิดขึ้นนี้อย่างไร? ESG Symposium 2022: Achieving ESG and Growing Sustainability คืออีกหนึ่งเวทีเพื่อตั้งคำถามถึงการรับมือสภาวะโลกรวน ซึ่งการรวมพลังจากกลุ่มธุรกิจ องค์กรต่างๆ กลุ่มพลังหญิง คนรุ่นใหม่ รวมถึงเอสซีจี โดยหวังว่าจะช่วยส่งต่อแนวคิด ประสบการณ์ ขับเคลื่อนความยั่งยืนตามแนวทาง ESG (Environmental-Social-Governance) จากผู้ทำงานจริง […]