เมืองไทยในอดีต : ศรัทธาและศาสนา - Page 2 of 2 - National Geographic Thailand

เมืองไทยในอดีต : ศรัทธาและศาสนา

เมืองไทยในอดีต
บทบาทของพระภิกษุและวัดในพระพุทธศาสนาหยั่งรากลึกไปถึงชีวิตประจำวันของศาสนิกชน เนื่องจากวัดเป็นทั้งศาสนมณฑลและโรงเรียนสำหรับชนทุกระดับ

ปฏิสัมพันธ์กับโลกตะวันตกชักนำหมอสอนศาสนาและบาทหลวงกลับมาอีกครั้งหลังจากหลบหนีไประหว่างสงครามเสียกรุงเก่า ทว่าแม้สนธิสัญญาเบอร์นีย์ระหว่างสยามกับอังกฤษจะเป็นเสมือนก้าวแรกแห่งการเปิดประเทศอย่างเป็นทางการ แต่ลึกลงไป พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวกลับทรงมองว่าชาติตะวันตกเป็นภัยคุกคาม เช่นเดียวกับศาสนาความเชื่อที่แพร่เข้ามาในกรุงเทพฯพร้อมกับวิทยาการตะวันตก ในระยะแรกจึงทรงห้ามสอนหมอศาสนาเผยแพร่คำสอนให้ชาวไทย ด้วยทรงเกรงว่าจะหันไปเข้ารีตเสียหมด แต่ทรงอนุญาตให้เผยแผ่ในหมู่ชาติพันธุ์อื่นๆได้

เมืองไทยในอดีต
พระราชพิธีตรียัมปวายหรือโล้ชิงช้าเป็นพระราชพิธีโบราณของศาสนาพราหมณ์และฮินดูสำหรับต้อนรับพระอิศวรจากสวรรค์ นับเป็นอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์และฮินดูที่สอดแทรกอยู่ในสังคมพุทธ เสาชิงชาสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 และบูรณปฏิสังขรณ์เรื่อยมา แม้พระราชพิธีตรียัมปวายจะยกเลิกไปในสมัยรัชกาลที่ 7 ทว่าเสาชิงช้ายังคงเป็นสัญลักษณ์สำคัญของกรุงเทพฯ

ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประกาศให้การนับถือศาสนาอื่นๆเป็นไปอย่างเสรี ความอึดอัดคับข้องใจจึงค่อยๆผ่อนคลายลง กล่าวกันว่า นั่นเป็นอีกหนึ่งกลไกที่ช่วยให้สยามรอดพ้นจากการตกเป็นเมืองขึ้นของชาติตะวันตก การก่อสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์วัดถือเป็นพระราชประเพณีที่ได้รับการสืบสานมาอย่างต่อเนื่อง อิทธิพลตะวันตกเผยผ่านศิลปะและสถาปัตยกรรมในศาสนสถาน วัดกลายเป็นสิ่งที่แสดงออกถึง “ความอารยะ” กระทั่งล่วงเลยสู่สมัยพระบาทสมเด็จพระมุงกฏเกล้าเจ้าอยู่หัว การสร้างวัดใหม่ๆจึงเริ่มชะลอตัวลง เพราะก่อนหน้านั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชปรารภว่า วัดในกรุงเทพฯมีเพียงพอแล้ว และเนื่องจากจำนวนวัดเดิมมีอยู่มาก การบูรณปฏิสังขรณ์จึงต้องอาศัยจำนวนเม็ดเงินมหาศาล ซ้ำยังมีอุปสรรคจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่งด้วย

ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปีพ.ศ. 2475 บรรยากาศการเรียกร้องความเสมอภาคกำลังคุกรุ่น ระบอบเจ้าถูกลดอนความสำคัญลงอย่างฮวบฮาบและถูกสร้างภาพว่าเป็นระบบที่ถ่วงความเจริญของประเทศ การก่อสร้างวัดพระศรีมหาธาตุเต็มไปด้วยนัยทางการเมือง วัดนี้เดิมชื่อว่า “วัดประชาธิปไตย” สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแห่งการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พระภิกษุรูปแรกที่อุปสมบทในวัดนี้คือพระยาพหลพยุหเสนา แกนนำคณะปฏิวัติปีพ.ศ. 2475 ฐานเจดีย์วัดนี้เป็นสถานที่บรรจุอัฐิของคณะปฏิวัติ อีกทั้งทำเลที่ตั้งในย่านบางเขนยังใกล้กับอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ (บ้างเรียกอนุสาวรีย์หลักสี่หรืออนุสาวรีย์ปราบกบฏ) อนุสรณ์ที่ระลึกถึงเหตุการณ์กบฏบวรเดชซึ่งมีพระองค์เจ้าบวรเดชทรงเป็นผู้นำเมื่อปีพ.ศ. 2476 อันเป็นการต่อสู้ระหว่างตัวแทนระบอบเจ้ากับประชาชน

อย่างไรก็ดี ความพยายามของคณะปฏิวัติและรัฐบาลก็ไม่ต่างอะไรกับชนชั้นปกครองในระบอบเจ้ายุคก่อนหน้า การก่อสร้างวัดพระศรีมหาธาตุถูกเปรียบเปรยว่าเป็นเสมือนการสร้างวัดประจำรัชกาล รัฐบาลหรือผู้ปกครองยังคงใช้ศาสนาเป็น “เครื่องมือ” ปกครองและจัดระเบียบสังคมเช่นเคย ไม่ว่าการเมืองในประเทศและโลกจะหมุนเปลี่ยนไปในทิศทางใด

และไม่ว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ก็ตาม

 

ชมภาพเมืองไทยในอดีตเพิ่มเติม

เมืองไทยในอดีต : สีสันย่านนิยม

เรื่องแนะนำ

พลังแห่งความสงบ ชมทักษะการตั้งหินอันน่าอัศจรรย์ของชายคนนี้

Manu Topic คือศิลปินผู้นิยามตนเองว่าเชี่ยวชาญในการตั้งก้อนหิน ความสามารถนี้ได้มาจากการฝึกฝน ทั้งยังประกอบด้วยสมาธิอันเยี่ยมยอด ที่แม่น้ำ Arros ในเทือกเขาพีเรนีส ของฝรั่งเศส Topic จะมาโชว์ทักษะต้านแรงโน้มถ่วงของเขาให้ดู ผ่านภาพยนตร์สั้นที่จัดทำขึ้นโดย Patrick Foch แล้วคุณผู้อ่านจะได้เห็นว่าพลังแห่งความสงบนั้น มีพลังมากแค่ไหน   อ่านเพิ่มเติม : เมื่อความมืดมาถึง รถเมล์คันนี้จะกลายเป็นที่พักของคนไร้บ้าน, หญิงสาวปั่นจักรยาน 1,900 กม. เพื่อตามหาพ่อจากสงครามเวียดนาม

ชาวยุโรป : สืบเสาะย้อนรอยต้นกำเนิดบรรพบุรุษ 

ทวีปยุโรปเป็นเบ้าหลอมทางวัฒนธรรมมาตั้งแต่สมัยน้ำแข็ง ชาวยุโรปในปัจจุบันไม่ว่าจะอยู่ในประเทศไหน ล้วนแล้วแต่เป็นลูกผสมของสายเลือดโบราณจากแอฟริกา ตะวันออกกลาง และทุ่งหญ้าสเตปป์ในรัสเซีย โดยมีหลักฐานจากโบราณวัตถุ ผลการวิเคราะห์ฟันกับกระดูกโบราณ และภาษาศาสตร์ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือหลักฐานที่ได้จากพันธุศาสตร์บรรพกาล

ในเนเธอร์แลนด์ คุกที่ว่างเปล่า กลายเป็นบ้านสำหรับผู้ลี้ภัย

เรื่อง เมโลดี โรเวล ภาพถ่าย มุฮัมหมัด มูเฮเซน Associated Press ขณะที่อัตราอาชญากรรมในประเทศและประชากรในเรือนจำลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา จนเรือนจำนับสิบแห่งต้องปิดตัวลงพร้อมกัน  ดังนั้น  เมื่อจำนวนผู้อพยพเริ่มสูงขึ้น  โดยปีที่แล้วเพียงปีเดียวมีผู้อพยพมากกว่า 50,000 รายเดินทางเข้าสู่เนเธอร์แลนด์ และหน่วยงานรับผู้ลี้ภัยกลางหรือซีโอเอ (Central Agency for the Reception of Asylum Seekers; COA)  ก็มองเห็นทางออก ช่างภาพ มุฮัมมัด มูเฮเซน เจ้าของรางวัลพูลิตเซอร์สองสมัย  และหัวหน้าช่างภาพของ AP ประจำภูมิภาคตะวันออกกลางได้อุทิศเวลาในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาถ่ายภาพวิกฤติผู้อพยพ  “คำถามที่มักผุดขึ้นในหัวของผมคือ จะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้” เขากล่าว “การเดินทางไม่ได้หยุดลง เมื่อพวกเขาเดินทางเข้าประเทศ” ฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว มูเฮเซนเริ่มได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับการนำเรือนจำมาเป็นที่พักของผู้อพยพ “ผมยังไม่เข้าใจดีนัก” เขาบอก “ผมคิดว่าพวกเขาน่าจะ รู้สึก เหมือนอยู่ในที่คุมขัง” เขาใช้เวลาหกเดือนในการขออนุญาตเข้าไปถ่ายรูปในเรือนจำแห่งหนึ่ง  สุดท้ายแล้ว มูเฮเซนใช้เวลา 40 วันในการเยี่ยมเยือน คุกเนเธอแลนด์ สามแห่ง เพื่อทำความรู้จักผู้อยู่อาศัยในนั้นและถ่ายภาพชีวิตของพวกเขา “เรากำลังพูดถึงคนหลายสิบเชื้อชาติ” เขากล่าว […]

เด็กๆ ของฮูรา กับโลกที่ร้อนขึ้นทุกที

ในวันที่คนมัลดีฟส์ถือว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาสำคัญที่สุดของประเทศ เด็กทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะเคารพและรู้จักคุณค่าของทรัพยากรที่ตนมีอยู่จำกัด   “เราสอนเด็กๆ ตั้งแต่อายุสามขวบแล้วว่า ความเปราะบางทางสิ่งแวดล้อมของเกาะเราเป็นอย่างไรค่ะ” อมินาท ริชฟา หัวหน้าครูโรงเรียนประถมบนเกาะฮูรา เขตอะทอลล์คาฟูของมัลดีฟส์ เอ่ย  เธอสวมชุดดำสีเดียวกับฮิญาบคลุมใบหน้าทั้งหมด เหลือไว้เพียงช่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าให้เราเห็นเธอแค่ดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้น  น้ำเสียงของเธอกระตือรือร้นมีพลัง และยากจะเดาอายุ  อาจจะ 30 ต้นๆ หรือมากกว่านั้น “แต่เพราะอายุเท่านั้นยังเป็นวัยเล่นอยู่  เราจึงให้เด็กๆ เรียนรู้ผ่านการเล่นค่ะ” อาจารย์ริชฟาพูดราวกับรู้ทันเราคิด  เด็กๆ บนเกาะฮูราเรียนรู้เรื่องความเปราะบางของบ้านเกิดของตัวเองจากความจริงที่เห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน  ในวันที่คนมัลดีฟส์ถือว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาสำคัญที่สุดของประเทศ เด็กทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะเคารพและรู้จักคุณค่าของทรัพยากรที่ตนมีอยู่จำกัด ฮูรา (Huraa, Hoora) เป็นเกาะที่กว้างเพียง 300 เมตร ยาว 850 เมตร มีชะตากรรมเหมือนเกาะอื่นๆ ของมัลดีฟส์ ประเทศที่ได้ชื่อว่าแบนราบที่สุดในโลก ซึ่งเสี่ยงจมอยู่ใต้ระดับทะเลที่สูงขึ้นทุกที อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าอย่างเร็วภายในปี 2085 น้ำจะท่วมทุกเกาะของมัลดีฟส์ อย่างช้าคือปี 2100 ในระดับประเทศ รัฐบาลมัลดีฟส์วางแผนแก้ปัญหาด้วยเทคนิคทางวิศวกรรม เช่น การสร้างกำแพงล้อมรอบเมืองหลวงมาเล่ ถมทะเลเพื่อยกระดับแผ่นดิน ป้องกันน้ำใต้ดินและเพิ่มการเก็บกักน้ำฝน รวมทั้งเตรียมอพยพประชาชนไปยังถิ่นอื่น ในระดับเกาะอย่างที่ฮูรา ซึ่งอยู่ห่างจากมาเล่เพียงครึ่งชั่วโมง […]