ปูทะเลแฮร์รี พอตเตอร์ - National Geographic Thailand

ปูทะเลแฮร์รี พอตเตอร์

ปูทะเลแฮร์รี พอตเตอร์

ปู Harryplax severus เพี่งได้รับการบันทึกเป็นสปีชีส์ใหม่ คุณสามารถพบพวกมันได้ตามบริเวณแนวปะการังน้ำลึกของเกาะกวม ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก โดยเฉพาะตามซากปะการังที่แตกหัก นิสัยของปูสีเหลืองนวลตัวนี้ มักใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการหลบซ่อน ไม่ค่อยปรากฏกายให้เห็นบ่อยนัก มันมักจะอยู่นิ่ง ๆ ในที่มืด ๆ ตัวสีซีดของมันดูไม่ต่างจากเศษปะการังฟอกขาวที่หักอยู่ตามท้องทะเล

นักชีววิทยาเชื่อว่า เจ้าปูขี้อายชนิดนี้พบได้ตามซากปะการังน้ำลึกทั่วโลก และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง แต่ก็เป็นการยากแก่มนุษย์ที่จะทำการศึกษา

สำหรับชื่อสายพันธุ์มีที่มาจากศาสตราจารย์ เซเวอรัส สแนป อีกตัวละครหนึ่งในนิยาย แฮร์รี พอตเตอร์ ผู้ “เก็บความลับสำคัญของเรื่อง เช่นเดียวกับเจ้าปูชนิดนี้ ที่ไม่ยอมเปิดเผยความลับของตัวเองนับตั้งแต่มีการค้นพบ” โจเซ เมนโดซา และปีเตอร์ อึง ทีมนักชีววิทยาประจำมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ บรรยายถึงปู H. severus ในวารสาร ZooKeys

ชื่อของสายพันธุ์นี้มีความหมายในภาษาละตินว่า “อย่างเคร่งครัด (rigorous)” เพื่อเป็นการยกกิตติกรรมประกาศให้ความพยายามของผู้ค้นพบคนแรกคือ แฮร์รี่ คอนลีย์ ที่พบปูชนิดนี้ในปี 1998 และ 2001 หลังจากที่เขาเกษียณตัวเองออกจากกองทัพสหรัฐฯ คอนลีย์ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการดำน้ำรอบเกาะกวม เขาดำดิ่งลงไปกว่าร้อยฟุตจากระดับผิวน้ำ ใช้มือขุดทรายท้องทะเลเพื่อค้นหาปูหายากชนิดนี้ “ร่องรอยที่เขาขุดเหมือนกับหลุมระเบิดในสงครามเลยทีเดียว” ดอกเตอร์อึงให้สัมภาษณ์ในวารสาร Nature

เมื่อคอนลีย์เสียชีวิตลงในปี 2002 จากสาเหตุอันเศร้าสลด (ถูกยิงเข้าที่ศรีษะในเหตุการณ์ทะเลาะวิวาท) ตัวอย่างที่เขาเก็บมาได้ตกไปอยู่ในมือของกุสตาฟ เปาเลย์ และได้ส่งต่อไปยังดอกเตอร์อึง ผู้เชี่ยวชาญและนักอนุกรมวิธานด้านปู

ตัวอย่างที่ได้มาในขณะนั้น ไม่ได้รับการพิสูจน์ทราบว่าเป็นชนิดพันธุ์ใหม่จนะกระทั่งเวลาผ่านไป ดอกเตอร์อึงและคณะวิจัยได้ศึกษาตัวอย่างโดยละเอียดและยืนยันว่า ตัวอย่างในมือเขาเป็นปูทะเลสกุลใหม่ ปู H. severus เป็นสมาชิกหนึ่งในสองของวงศ์ Christmaplacidae พี่น้องร่วมวงศ์ของมันอีกชนิดหนึ่งอาศัยอยู่ในแปซิฟิกเช่นกัน

ความเป็นมาของชื่อสกุลนั้น เมนโดซาให้ความหมายไว้สองนัย

ไม่เพียงแค่การอ้างถึงแฮร์รี พอตเตอร์ ตัวละครในนิยายชื่อดังเท่านั้น แต่ยังเป็นการตั้งชื่อเพื่อให้เกียรติแก่คอนลีย์ “ที่มีความสามารถในการพบเจ้าปูหายากชนิดนี้ ราวกับเขามีเวทย์มนต์”

 

อ่านเพิ่มเติม

แฟชั่นในโลกของปู

เรื่องแนะนำ

การฝึกวาฬและโลมาเพื่อการทหาร มีวิธีการอย่างไร และใคร “ใช้งาน” บ้าง

โลมาปากขวดที่ชื่อว่า เค-ด็อก กระโดดโผล่ขึ้นจากน้ำระหว่างการฝึกของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่อ่าวเปอร์เซีย ภาพถ่ายโดย พันจ่าเอก BRIAN AHO แห่งกองทัพเรือสหรัฐฯ แม้โลกจะมีเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่ก็ไม่มีอะไรเหนือกว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมทางทะเล (Marine mammals) ที่มีความสามารถในการค้นหาสิ่งของในโลกใต้ทะเล เช่น วาฬ โลมา หรือสิงโตทะเลได้อีกแล้ว หลังจากมีข่าวว่าชาวประมงประเทศนอร์เวย์พบวาฬเบลูกาเข้ามาใกล้เรือ และติดตั้งอปุกรณ์ที่ดูเหมือนเป็นกล้องบันทึกภาพ ซึ่งภายหลังพบว่าเป็น “อุปกรณ์ที่มาจากเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก” โดยผู้เชี่ยวชาญทางทะเลให้ความเห็นว่า วาฬตัวนั้นเป็นส่วนหนึ่งของโครงการการฝึกทางทหาร ที่ใช้สัตว์จำพวก วาฬ (cataceans) เพื่อการทำภารกิจต่างๆ อาจดูเป็นเรื่องประหลาด แต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่เราไม่เคยได้ยินมาก่อน เมื่อปี 2017 สถานีโทรทัศน์รัฐบาลของประเทศรัสเซียได้รายงานว่า รัสเซียกำลังทดลองใช้วาฬเบลูกา โลมาปากขวด (Bottlenose dolphin) และแมวน้ำหลายชนิด เพื่อลาดตระเวนบริเวณทางเข้าฐานทัพเรือ ช่วยเหลือนักดำน้ำ หรือแม้กระทั่งสังหารคนแปลกหน้าที่บุกรุกดินแดน การใช้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเลเพื่อจุดประสงค์ทางการทหารไม่ถือเป็นข้อห้ามในประเทศรัสเซีย นอกจากนี้ กองทัพเรือสหรัฐอเมริกาดำเนินโครงการในลักษณะเดียวกันตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1960 สัตว์เหล่านี้มีความสามารถตรวจจับและค้นหาเป้าหมายในน้ำลึกและดำมืด ซึ่งยังไม่มีเทคโนโลยีใดเทียบเคียงความสามารถของพวกมันได้ กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ฝึกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเล ซึ่งรวมไปถึงสิงโตทะเลแคลิฟอร์เนียและโลมาปากขวด เพื่อค้นหาและกู้คืนวัตถุที่สูญหายไปในท้องทะเล รวมถึงระบุตัวผู้บุกรุกที่พยายามว่ายน้ำเข้ามาในเขตหวงห้าม นอกจากนี้ กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ใช้งานบรรดาโลมาเพื่อตรวจจับทุ่นระเบิดทั้งที่ฝังอยู่บนพื้นทะเล ลอยอยู่บนน้ำ […]

สำรวจโลก : บันทึกภาคสนาม

บนเส้นทางของเต่าทะเล เรื่อง มารีอานา ฟูเอนเตส การยกเต่าทะเลหนักหลายสิบกิโลกรัมขึ้นเรือไม่ใช่เรื่องง่าย แต่นั่นคือสิ่งที่มารีอานา ฟูเอนเตส นักชีววิทยาทางทะเลเชิงอนุรักษ์ทำเพื่อช่วยเหลือสัตว์เลื้อยคลานใกล้สูญพันธุ์เหล่านี้ เต่าทะเลอาศัยอยู่ในน่านนํ้าอุ่นทั่วโลก ตอนนี้ ฟูเอนเตสพุ่งเป้าไปที่ประเทศหมู่เกาะ อย่างบาฮามาส ที่ซึ่งรัฐบาลประกาศกันพื้นที่ในทะเลร้อยละ 20 ของประเทศให้เป็นเขตคุ้มครอง เต่าทะเลไม่ใช่สัตว์ชนิดแรกที่ฟูเอนเตสหลง รัก “ตอนแรกฉันอยากศึกษากระเบนราหูค่ะ” เธอบอกพลางนึกถึงความหลังเมื่อครั้งที่ได้ ใกล้ชิดกับกระเบนราหูตัวหนึ่ง ในขณะเป็น นักศึกษาฝึกงานในบราซิล ฟูเอนเตสเริ่มหันมาสนใจเต่าทะเลซึ่งอาจมีอายุยืนได้กว่าร้อยปี “ความจริงที่ว่าพวกมันคือผู้รอดชีวิต ทำให้ฉันอยากอนุรักษ์พวกมันไว้” ฟูเอนเตสบอก   แผนภูมิจุดบนยักษ์แห่งท้องทะเล เรื่อง แบรด นอร์แมน ฉลามวาฬเป็นสัตว์ทะเลที่ได้ชื่อว่าลี้ลับที่สุดชนิดหนึ่ง แต่แบรด นอร์แมน นักชีววิทยาทางทะเลชาวออสเตรเลีย ใช้เวลาเกือบ 25 ปี ค่อยๆ เผยความลับของพวกมันทีละน้อย ลวดลายที่คล้ายกลุ่มดาวบนผิวหนังของฉลามวาฬเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวคล้ายกับลายนิ้วมือของมนุษย์ ด้วยสิ่งนี้ นอร์แมนได้ให้ความช่วยเหลือผู้เชี่ยวชาญโดยใช้อัลกอริทึมทางดาราศาสตร์ในการพัฒนาเครื่องมือค้นหา เพื่อสแกนและระบุอัตลักษณ์ของฉลามวาฬแต่ละตัว นำไปสู่องค์ความรู้ในการติดตามฝูงฉลามวาฬและการอนุรักษ์ นอร์แมนผู้ได้รับรางวัลโรเล็กซ์เอนเทอร์ไพรส์ (Rolex Awards for Enterprise) มุ่งมั่นทำงานเพื่อผลักดันให้ฉลามวาฬได้รับการบรรจุเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ เขาพูดถึงความพยายามในการคลี่คลายความลับเกี่ยวกับการอพยพของพวกมัน ว่า “เราหวังจะพบกุญแจไขปริศนาข้อใหญ่ที่สุด นั่นคือ […]

ฉลามไวเปอร์ผู้มาพร้อมกับขากรรไกรน่าสยอง

ฉลามไวเปอร์ ผู้มาพร้อมกับขากรรไกรน่าสยอง ฉลามไวเปอร์ ถูกพบเจอครั้งแรกเมื่อปี 1986 และล่าสุด 32 ปีต่อมา พวกมันถูกพบเจอเข้าอีกครั้งด้วยความบังเอิญ ฉลามไวเปอร์ หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Trigonognathus kabeyai เป็นฉลามสายพันธุ์ขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในใต้ทะเลลึก ล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเรือที่กำลังสำรวจทางทะเลโดยองค์กรท้องถิ่นในไต้หวันสามารถจับพวกมันได้ 5 ตัว ที่นอกชายฝั่ง นักวิจัยกล่าวว่า พวกเขาสามารถระบุฉลามสายพันธุ์นี้ได้จากลักษณะพิเศษอันเป็นเอกลักษณ์ของมัน ได้แก่ขนาดความยาว ขากรรไกรที่แคบ และฟันที่คมเหมือนเข็ม ข้อมูลที่มีเกี่ยวกับสัตว์สายพันธุ์นี้มีเพียงน้อยนิด ผลการศึกษาในปี 2003 จากการตรวจสอบตัวอย่างจำนวน 39 ชิ้นนักวิทยาศาสตร์พบว่า นอกเหนือจากฟันที่แหลมคมแล้ว พวกมันยังสามารถยื่นขากรรไกรออกไปได้ด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการล่าเหยื่อมากขึ้น และจากการศึกษากระเพาะของพวกมัน พวกเขาพบว่ามันกลืนเหยื่อทั้งตัว บนร่างกายของแลามไวเปอร์ยังมีเซลล์ขนาดเล็กที่เรียกว่า photophores ที่ช่วยสะท้อนแสง เพื่อให้มันสามารถล่าเหยื่อหรือจับคู่ผสมพันธุ์ได้ ภายในความมืดของใต้ทะเลลึก และด้วยความที่มันอาศัยอยู่นระดับมากกว่าพันฟุต ซึ่งถือว่าลึกมาก จึงทำให้เรื่องราวและวิถีชีวิตของพวกมันยังคงเป็นปริศนา ทั้งนี้ถิ่นอาศัยของฉลามไวเปอร์นั้นพบได้ตั้งแต่ในทะเลญี่ปุ่นไปจนถึงไต้หวัน และในฮาวาย สำหรับฉลามไวเปอร์ที่ถูกพบเป็นครั้งแรกนั้นมีความยาวประมาณ 10 – 12 นิ้ว แต่เชื่อกันว่าเมื่อโตเต็มที่พวกมันน่าจะมีความยาวมากกว่า 18 นิ้ว สำหรับฉลามไวเปอร์ 5 ตัวที่ถูกจับขึ้นมาได้นั้น […]