โลกซับซ้อนในมุมมองเรียบง่าย - National Geographic Thailand

โลกซับซ้อนในมุมมองเรียบง่าย

เรื่อง วตา แซ่ตั้ง
เครดิตภาพจาก vanity fair,imdb

 

ในตอนที่ โอเวน ซัสคายด์ เกิด เขาดูเหมือนเด็กคนอื่นทั่วๆ  ไป  จนกระทั่งเมื่ออายุ 3 ขวบครอบครัวของเขาสังเกตได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง  เขาเริ่มไม่พูด ไม่สบตา ไม่มีการแสดงออกอย่างที่เคยเป็นมา  เด็กที่ร่าเริงของครอบครัวซัสคายด์หายไป  ทำให้พวกเขากังวลและพาโอเวนไปโรงพยาบาล  หมอตรวจพบว่าอาการที่โอเวนเป็นอยู่นั้น คือภาวะออทิซึม หรือโรคออทิสติก ซึ่งทำให้พัฒนาการทางการสื่อสารของเขาหยุดลง ครอบครัวของเขาใจสลาย  ก่อนภายหลังจะพบว่า การดูการ์ตูนของดิสนีย์ซึ่งเป็นกิจวัตรเดียวที่ครอบครัวทำร่วมกันได้จะช่วยนำโอเวนให้กลับมา

นั่นคือเรื่องราวของครอบครัวซัสคายด์ที่ถูกบันทึกเป็นหนังสือที่ชื่อว่า Life, Animated: A Story of Sidekicks, Heroes, and Autism โดย รอน ซัสคายด์ พ่อของโอเวน  และภายหลังถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์สารคดีซึ่งได้คำตอบรับด้านบวกจากนักวิจารณ์ และเข้าชิงออสการ์ในสาขาภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม

ไม่ใช่ครั้งแรกที่โรคออทิสติกถูกนำมาพูดถึงบนจอเงิน  ในช่วงทศวรรษ 80 – 90 เป็นต้นมา มีหนังทั้งฮอลลี่วูดและหนังนอกกระแส ที่พยายามจะสอดแทรกตัวละครที่เป็นออทิสติกเข้ามา แต่บทบาทของพวกเขามักเป็นเพียงสีสัน หรืออุปสรรคให้กับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ไม่ได้เพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับออทิสติกให้แก่ผู้ชมเท่าไหร่นัก   ในช่วงแรกของทศวรรษที่ 80 ความเข้าใจในโรคออทิสติกของคนทั่วไปมีน้อยมาก คนมักเข้าใจว่าเป็นโรคหรืออาการเดียวกับอาการความบกพร่องทางจิตอื่นๆ อย่าง โรคดาวน์ซินโดรม  แม้ว่ามากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่เป็นโรคออทิสติกจะมีอาการปัญญาอ่อนร่วม แต่หลายๆครั้งพวกเขาก็เป็นอัจฉริยะผู้สร้างสรรค์โลกได้อย่างน่าทึ่ง  อัลเบิร์ต ไอนสไตน์นักวิทยาศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงจากทฤษฎีสัมพันธภาพ เคยได้รับการวินิจฉัยว่าความอัจฉริยะของเขาก็มีอาการของออทิสติกร่วมอยู่ด้วย

โรคออทิสติก หรือ  Autism  มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกว่า  autós (αὐτός)  ซึ่งหมายถึง  Self หรือ ตัวเอง มาจากลักษณะของผู้ป่วยที่มักจะแยกตัวอยู่ออกนอกจากผู้อื่น  โรคนี้ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปีค.ศ. 1938 โดย นายแพทย์ ฮานส์ แอสเพอเกอร์ กุมารแพทย์จากโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยเวียนนา เขาเรียกพฤติกรรมที่ผิดปกติของเด็กที่มีลักษณะเข้าสังคมลําบาก หมกมุ่นอยู่กับการทําอะไรซ้ำๆ ว่า Asperger syndrome  ซึ่งภายหลังถูกนับว่าเป็น 1 ในกลุ่มของอาการโรคออทิสติก ต่อมาในปีค.ศ.1943 จิตแพทย์ ลีโอ แคนเนอร์ จากสถาบันจอห์น ฮอปกินส์ สหรัฐอเมริกา ได้ติดตามผู้ป่วยเด็กจํานวน 11 คน ที่มีพฤติกรรมผิดปกติ เช่น การทำซ้ำๆ สื่อสารไม่เข้าใจ  ไม่สนใจคนอื่น  อยู่นานถึง 5 ปี  เขาแยกอาการของโรคออทิสติกออกจากความบกพร่องทางจิตชนิดอื่นและเรียกมันว่า Early Infantile Autism  ภายหลังด้วยงานวิจัยที่มากขึ้นทำให้ในปี 2014 สมาคมจิตแพทย์อเมริกันได้เรียกกลุ่มอาการเหล่านี้ว่า  “Autism Spectrum Disorder” ซึ่งแบ่งอาการเป็น 4 กลุ่ม คือ  โรค  Autistic disorder/Autism ,โรค Rett’s Disorder ,โรค Childhood Disintegrative Disorde และ โรค Asperger’s Disorder มีเพียง โรค Asperger’s Disorder ที่ไม่มีภาวะของการเป็นปัญญาอ่อนร่วมในอาการเลย

ในปัจจุบันยังไม่อาจทราบแน่ชัดได้ว่าโรคออทิสติกเกิดจากสาเหตุใด แต่เชื่อกันว่าเกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรมและภาวะแทรกซ้อนระหว่างการตั้งครรภ์  อาการโดยทั่วไปของคนเป็นโรคออทิสติก จะปรากฏให้เห็นในช่วง 3 เดือน – 3 ขวบ  เด็กจะมีอาการไม่สบตา ไม่แสดงอารมณ์ ไม่พูด หรือมีการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ไม่สามารถเล่นบทบาทสมมติได้ มักจะมีอาการทำซ้ำ ทำให้การเรียนรู้ของผู้ป่วยกลุ่มนี้เป็นไปค่อนข้างลำบากกว่าคนทั่วไป  แต่อย่างไรก็ตามหากผู้ป่วยได้รับการรักษาและดูแลอย่างใกล้ชิดก็จะสามารถช่วยตัวเองและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้

ตลอดทั้งเรื่องของภาพยนตร์สารคดีแสดงให้เห็นว่า แม้ว่าบุคคลที่มีภาวะโรคออทิสติกจะมีปัญหาในการแสดงออก และการเข้าสังคมกับผู้อื่น แต่ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะขาด หรือไร้ความรู้สึกเสียทีเดียว  พวกเขามีอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด และ มีความรักอย่างมนุษย์ปุถุชนทั่วไป  โอเวนมีความรัก มีแฟน และมีความรู้สึกอกหักหลังจากที่ต้องเลิกรากับแฟนสาว เขาแสดงความกระวนกระวายใจด้วยการเดินไปเดินมารอบห้อง และการดูการ์ตูนดิสนีย์ซ้ำตอน ระบายความรู้สึกคับข้องใจที่เขาไม่สามารถแสดงออกมาได้

ผู้ป่วยโรคออทิสติกไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง และอะไรที่ไม่มีการเตรียมการมาล่วงหน้า พวกเขาจะแสดงออกด้วยท่าทางแปลกๆเมื่อเกิดสิ่งไม่คาดคิดเกิดขึ้น ทำให้คนทั่วไปหวาดกลัวผู้ป่วย และมองว่าพวกเขาเป็นปัญหาสังคม ไม่ควรอยู่ร่วมกับผู้อื่น ทั้งนี้ในความเป็นจริงแล้วสิ่งเหล่านั้นเป็นการแสดงออกเพื่อขอความช่วยเหลือ หรือระบายความไม่สบายใจออกมา ดังนั้นหากเจอการแสดงพฤติกรรมแปลกๆ ของผู้ป่วย ไม่ควรเมินเฉย หรือปล่อยพวกเขาเพียงลำพัง  การอยู่ร่วมกับผู้ป่วยโรคออทิสติกไม่ใช่เรื่องยาก หากแต่มีความเข้าใจในธรรมชาติของโรคที่พวกเขาเป็น

สิ่งที่ภาพยนตร์สารคดีต้องการบอกพวกเราไม่ใช่แค่การพยายามทำความเข้าใจชีวิตของผู้ที่เป็นออทิสติกอย่างโอเวน แต่คือการกลับหันมามองชีวิตของพวกเรา  บทสนทนาของโอเวน เรียบง่ายตรงไปตรงมาเช่นเดียวกับโลกที่ในมุมมองที่เขาเห็น การที่เขาถามแม่ของเขาถึงชีวิต ความเจ็บปวด ความเสียใจ การเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ไม่ว่าเราจะเป็นมนุษย์แบบไหน เป็นออทิสติกหรือไม่ก็ตาม เราต่างต้องเผชิญปัญหาและความเปลี่ยนแปลง  สิ่งเหล่านี้ทำให้เราทุกคนเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน แต่ไม่ว่ามันจะน่าหวาดหวั่นมากแค่ไหน ท้ายที่สุดแล้วมันจะผ่านพ้นไป ประสบการณ์จะสอนให้เรารู้จักที่จะรับมือ เติบโตขึ้น พร้อมที่จะอยู่กับมันได้และกล้าที่จะเผชิญโลกใหม่ที่กว้างขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา

เรื่องแนะนำ

นักล่าน้ำผึ้ง คนสุดท้าย

เมาลิ ธัน ห้อยต่องแต่งอยู่กลางเวหาสูง 90 เมตรบนบันไดเชือกไม้ไผ่ พลางสำรวจผาหินแกรนิตช่วงที่เขาต้องปีนเพื่อไปยังจุดหมาย นั่นคือรังผึ้งหลวงหิมาลัยใต้หินแกรนิตที่ยื่นออกมา ผึ้งเหล่านี้คอยเฝ้ารักษาน้ำผึ้งเมา (mad honey) ซึ่งมีคุณสมบัติเหมือนสารก่อประสาทหลอน และขายในตลาดมืดเอเชียได้ราคากิโลกรัมละ 30 ถึง 40 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราวหกเท่าของราคาน้ำผึ้งทั่วไปที่ขายในท้องตลาดเนปาล สำหรับเมาลิแล้ว การเก็บน้ำผึ้งเป็นเพียงวิธีเดียวในการหาเงินซึ่งเขาจำเป็นต้องใช้ซื้อหาอาหารและสิ่งของจำเป็นบางอย่างที่ทำเองไม่ได้ ซึ่งรวมถึงเกลือและน้ำมันประกอบอาหาร แต่ไม่ว่าเงินจะสำคัญสำหรับเขาและคนอื่นๆในหมู่บ้านของเขาที่อยู่ไกลออกไปเบื้องล่างมากเพียงใดก็ตาม เมาลิคิดว่าถึงเวลาที่จะเลิกทำงานนี้แล้ว ด้วยวัย 57 ปี เขาแก่เกินกว่าจะเสี่ยงกับการเก็บน้ำผึ้งตามฤดูกาลที่อันตรายนี้ หลายศตวรรษมาแล้วที่ชาวกูลุงอยู่อย่างโดดเดี่ยวจากโลกภายนอก เพราะบ้านของพวกเขาอยู่ท่ามกลางป่าทึบภายในโกรกธารลึกซึ่งเกิดจากฝีมือสลักเสลาของแม่น้ำหองคู แม้เมานต์เอเวอเรสต์จะอยู่ห่างออกไปทางเหนือเพียงหุบเขาเดียวจากบริเวณเชิงเทือกเขาหิมาลัยแห่งนี้ ทว่าที่นี่ก็ยังคงโดดเดี่ยวและห่างไกล ทว่าในแต่ละปีโลกภายนอกคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที มีถนนดินสายหนึ่งที่ย่นเวลาเดินเท้ามาสู่หมู่บ้านสัททีของเมาลิ ได้ภายในสองวัน และกำลังเริ่มทำเส้นทางเดินป่าของนักท่องเที่ยวซึ่งจะเข้าไปลึกถึงตอนบนของหุบเขา เส้นทางนี้จะเชื่อมหมู่บ้านสัททีและหมู่บ้านข้างเคียงอื่นๆกับเส้นทางเดินป่ายอดนิยม สี่สิบสองปีมาแล้วนับตั้งแต่เมาลิฝันเห็นสิ่งที่นำเขามาสู่เส้นทางสายนี้ ตอนนั้นเขาอายุ 15 ปี เป็นคืนหลังจากที่เขาช่วยพ่อเก็บรวงผึ้งครั้งแรก “ผมเห็นผู้หญิงสวยสองคนครับ” เขาเล่า “ทันใดนั้นผมรู้สึกว่าตัวเองติดอยู่ในใยแมงมุมข้างหน้าผาแห่งหนึ่ง ผมพยายามดิ้นให้หลุด ตอนที่เห็นลิงสีขาวตัวใหญ่ตัวหนึ่งอยู่ข้างบน มันหย่อนหางลงมา หญิงสองคนนั้นช่วยผมคว้าหางไว้ได้ ลิงดึงผมขึ้นไป แล้วผมก็หลุดออกมาครับ” เหล่าผู้อาวุโสซึ่งหนึ่งในนั้นคือพ่อของเขาเองบอกเขาว่า ลิงนั้นคือรังเกมิ วิญญาณที่คอยเฝ้าปกปักฝูงผึ้งและลิง บางครั้งก็เป็นพลังงานอันกราดเกรี้ยวที่สิงสถิตอยู่ตามสถานที่อันตรายต่างๆซึ่งน้อยคนจะกล้าย่างกรายเข้าไป พวกผู้อาวุโสพูดให้เขาเชื่อมั่นว่า เขาได้รับการรับรองแล้วว่าจะปีนป่ายหน้าผาไปได้อย่างปลอดภัย […]

ภาพถ่ายทางอากาศเผยให้เห็นแดนอัศจรรย์ทางธรรมชาติของอาร์กติก

เรื่อง ซาราห์ พอลเจอร์ ภาพถ่าย โฟลรียอง เลอดู ภูมิภาคอาร์กติกที่มีความเป็นธรรมชาติและสวยงาม จับใจช่างภาพ โฟลรียอง เลอดู ตั้งแต่เขาอายุสิบขวบ “ขนาดของภูมิทัศน์และชนิดพันธุ์อันเหลือเชื่อซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นดึงดูดผมมายังอาร์กติก ผมรู้สึกประทับใจอย่างลึกซึ้งตอนที่ออกเดินทางครั้งแรกไปยังภูมิภาคเหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล และความรู้สึกนั้นรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อผมสำรวจไปไกลขึ้นครับ” เลอดูบอก ทุกวันนี้ เลอดูเดินทางผ่านไอซ์แลนด์ กรีนแลนด์ แคนาดา และไกลออกไป เขาให้ความสนใจกับการถ่ายภาพฟุตเทจของภูมิทัศน์และสัตว์ป่า ขณะทำงานเป็นช่างภาพข่าวในกองทัพเรือของฝรั่งเศส เลอดูฝึกฝนทักษะในโครงการถ่ายภาพส่วนตัวซึ่งเขาถ่ายภาพวัฒนธรรมอินูอิตของกรีนแลนด์และความสัมพันธ์ของผู้คนเหล่านั้นกับผืนดิน เลอดูส่งภาพถ่ายหลายภาพเข้าร่วมในโครงการประกวด National Geographic Nature Photographer of the Year ประจำปี 2017 ในปี 2017 เลอดูออกเรือเพื่อตามหาหมีขั้วโลกใกล้กับเทรมเบลย์ซาวด์ของแคนาดา หลังจากค่ำคืนที่ไม่ประสบความสำเร็จ ในวันรุ่งขึ้นเลอดูและทีมของเขาพบกับชิ้นส่วนน้ำแข็งขนาดใหญ่ซึ่งทำให้มีความหวัง เพราะน้ำแข็งนั้นเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับให้หมีขั้วโลกออกล่าเหยื่อ เมื่อเข้าไปใกล้บริเวณนั้น พวกเขาพบว่าพวกเขากำลังตามหาหมีขั้วโลกสี่ตัวที่กระโดดจากพืดน้ำแข็งแผ่นหนึ่งไปยังอีกแผ่นหนึ่งเพื่อมองหาแมวน้ำ เพื่อหามุมมองใหม่ๆของภาพ เลอดูจึงถ่ายภาพหมีท่องไปตามน้ำแข็งจากข้างบนโดยใช้โดรน เลอดูเข้าใกล้ถิ่นอาศัยทุกแห่งด้วยความระมัดระวัง เขาทำวิจัยเรื่องพฤติกรรมของสัตว์และใช้เวลาเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าก่อนที่จะออกภาคสนาม เขามุ่งถ่ายภาพเรื่องราวที่ใหญ่ขึ้นของภูมิภาคอาร์กติกและสรรพสัตว์ซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นแม้ว่าจะเป็นไปได้ยาก แล้วโครงการต่อไปของเขาคืออะไร เลอดูวางแผนจะทำโครงการถ่ายภาพอาร์กติกในระยะยาว โดยการถ่ายฟุตเทจทางอากาศในช่วงเวลาที่แตกต่างกันของปี ในขณะเดียวกัน เขากับเพื่อนร่วมงานจะนำเที่ยวอาร์กติกเพื่อช่วยให้ความรู้แก่ผู้มาเยือนและแบ่งปันความหลงใหลในการถ่ายภาพของเขา   อ่านเพิ่มเติม : มหัศจรรย์แห่งชีวิตใต้ทะเล, ชมสุดยอดภาพถ่ายสัตว์แห่งปีที่คุณต้องหันมาสนใจ

ภาพที่หาชมได้ยากของกองทัพขนาดมหึมาแห่งเกาหลีเหนือ

ภาพที่หาชมได้ยากของกองทัพขนาดมหึมาแห่ง เกาหลีเหนือ เมื่อนับจำนวนพลแล้ว กองทัพบก เกาหลีเหนือ เป็นหนึ่งในกองทัพที่ใหญ่ที่สุดในโลก และอำนาจประการหนึ่งของกองทัพขึ้นอยู่กับ “ภาพ” ที่สื่อออกมาให้โลกเห็น เดวิด กุทเทนเฟลเดอร์ ช่างภาพเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ได้รับโอกาสที่หาได้ยากที่สุดครั้งหนึ่งในโลก โดยเป็นช่างภาพตะวันตกเพียงผู้เดียวที่ได้รับอนุญาตให้ก้าวเข้าสู่ประเทศที่ได้ชื่อว่า “ดินแดนฤาษี” (Hermit Kingdom) แม้ว่าการเดินทางของเขาจะมีข้อจำกัดอยู่มาก แต่ก็ไม่มากเท่าที่เราคิด โดยเฉพาะเมื่อได้บันทึกภาพของกองทัพเกาหลีเหนือ “เราจะเห็นพวกเขาอยู่ทุกหนทุกแห่ง ทหารไม่ได้เป็นแค่รั้วของชาติ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ของเกาหลีเหนืออีกด้วยครับ” กุทเทนเฟลเดอร์ บอก ทหารยังทำงานด้านพัฒนาต่างๆ โดยเป็นผู้ก่อสร้างโครงสร้างสาธารณูปโภค และดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนภายในกรุงเปียงยางให้ดำเนินไปอย่างสงบเรียบร้อย การเดินทางสู่เกาหลีเหนือของกุทเทนเฟลเดอร์ยังทำให้เขาได้มีโอกาสชมการแสดง Mass Games performance อันเป็นการแสดงแสนยานุภาพด้านสรรพาวุธและการสวนสนามของเหล่าทหารหาญที่ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี ทุกๆคนในสถานที่แสดงล้วนได้รับบทบาท ไม่เว้นแม้แต่ผู้ชม ซึ่งจะใช้สมุดภาพระบายสีเพื่อแปรอักษรจากอัฒจันทร์ โดยที่ภาพมักสื่อถึงวีรกรรมของผู้นำประเทศหรือกองทัพ บรรดาสมาชิกกองทัพเกาหลีเหนือนั่งอยู่เต็มอัฒจันทร์ในกรุงเปียงยาง ในการสวนสนามปี 2012 เพื่อเชิดชูเกียรติคิม อิล ซุง ผู้นำคนแรกของเกาหลีเหนือ Photograph by David Guttenflder, National Geographic Creative สโมสรสุขภาพและศูนย์เพาะกายแห่งใหม่ในกรุงเปียงยาง Photograph by […]