เดินเลียบทางรถไฟสายมรณะ ไปอาบน้ำช้างริมแม่น้ำแควน้อย - NGThai

เดินเลียบทางรถไฟสายมรณะ ไปอาบน้ำช้างริมแม่น้ำแควน้อย

กุมมือกันไว้แล้วออกเดินทางไปกาญจน์กับ ‘Hold hands journey’ ไปลัดเลาะหน้าผาบนเส้นทางรถไฟสายมรณะ แล้วแวะพัก ‘วังโพแค้มป์ปิ้ง’ จุดกางเต็นท์ริมแม่น้ำแควน้อยที่สามารถเล่นน้ำกับช้างได้มันสุดเหวี่ยง (ทริปแนะนำสำหรับ 2 วัน 1 คืน)

.
#ขี่ช้างเล่นน้ำที่วังโพธิ์แค้มป์ปิ้ง

“ที่วังโพแคมป์ปิ้ง มีลานกางเต็นท์ติดริมน้ำแม่น้ำแคว ที่นี่มีช้างด้วยนะ ตอนกลางวันเล่นน้ำกับช้าง ตกกลางคืนนอนดูดาว ตอนเช้าตื่นมาแช่น้ำสบายใจ ได้ใกล้ชิดธรรมชาติแบบสุด ๆ”

‘วังโพธิ์แค้มป์ปิ้ง’ หรือ แค้มป์ช้างวังโพ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของเอกชนที่รถเล็กรถใหญ่เข้าถึงได้สะดวกสบาย เป็นพื้นที่ให้บริการจุดกางเต็นท์ ตกปลา ล่องแพเปียก เล่นน้ำ และขี่หลังช้าง ที่มีจุดเด่นด้วยตรงทำเลติดริมแม่น้ำแควน้อย จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ชอบพักผ่อนแนวแอดเวนเจอร์
. คุณสามารถนำเต็นท์มาเองโดยเสียอัตราค่าบริการในการเข้าพักเพียงคนละ 100 บาทเท่านั้น เช่นเดียวกับใครที่ไม่มีเวลา แต่อยากมานั่งพักผ่อน ตั้งแคมป์ชั่วคราวแบบไปเช้า-เย็นกลับ ที่นี่ก็มีบริการพื้นที่แคมปิ้ง คนละ 100 บาท มีห้องน้ำ ห้องอาบน้ำแยกหญิงชาย และปลั๊กไฟตามจุดตั้งเต็นท์

ส่วนใครไม่มีอุปกรณ์ใด ๆ จะมาหาเช่าเต็นท์หน้างานเพิ่มเติมก็ต้องจ่ายเพิ่ม 100 บาท สำหรับเต็นท์หลังเล็ก ซึ่งเป็นเต็นท์เปล่าแบบไม่กันน้ำฝนนะ หรือใครจะมาตัวเปล่าที่นี่ก็มีให้เช่าทุกอย่างทั้งหมอน ผ้าห่ม ผ้าปูนอน เตา และถ่านสำหรับก่อกองไฟประกอบอาหาร ฯลฯ

“เราสองคนมีความสุขมาก ๆ ที่ได้มาที่นี่ ได้มาแคมปิ้ง และยังได้ช่วยเหลือช้างด้วย” ใครอยากมีความสุขกับการอาบน้ำช้าง และขี่หลังช้างแบบ Hold hands journey รวมถึงล่องแพ และขับ ATV แนะนำให้มาที่วังโพธิ์แค้มป์ปิ้ง

ที่นี่ตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟวังโพ สถานีรถไฟประจำอำเภอไทรโยค ประมาณ 500 เมตร ไม่ไกลจากจุดท่องเที่ยวขึ้นชื่ออย่างทางรถไฟสายมรณะ และถ้ำกระแซ ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร
.
#เดินเล่นเส้นทางรถไฟสายมรณะ

เพียง 3 กิโลเมตรจากวังโพแค้มป์ปิ้ง คุณสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวเส้นทางสายประวัติศาสตร์ ที่สร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยแรงงานที่ตกเป็นเชลยศึกได้ไม่ยากเลย

จุดเด่นของเส้นทางรถไฟสายมรณะคือวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม มีสะพานไม้ให้เราเดินเลียบผา ลัดเลาะไปตามเส้นทางรถไฟที่โค้งเลียบแม่น้ำแควน้อยยาวกว่า 400 เมตร มีถ้ำกระแซซึ่งภายในเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อถ้ำกระแซ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ชาวบ้านเคารพสักการะ

“เราสองคนเลือกไปเดินเล่นตามเส้นทางรถไฟสายมรณะ ทางรถไฟที่ข้างหนึ่งเป็นภูเขาสูง อีกข้างหนึ่งเป็นเหวติดลำน้ำ หวาดเสียวนิดหน่อย พอให้หัวใจเต้นตุ๊บๆ (หัวเราะ) ซึ่งช่วงหน้าฝนบรรยากาศชุ่มฉ่ำ เขียวสดชื่นแบบสุด ๆ สองข้างทางร่มรื่น น่าแวะมาเที่ยวมาก ๆ มีที่จอดรถ มีร้านค้าขายของ มีถ้ำให้ได้เที่ยว และไหว้พระกันด้วยเน้อ”

#ไปไงมาไง
.
วังโพแค้มป์ปิ้ง เปิดทุกวัน 09.00 – 22.00 น.
ติดต่อได้ที่โทร. 08-9049-9410 หรือ 06-1491-9000
หรือ https://www.facebook.com/wangpocampping/
.
เส้นทางรถไฟสายมรณะ
เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 07.00-17.00 น.
พิกัด: https://goo.gl/maps/dVcTLJhDzGpDPzoa6
.
การออกไปสำรวจแหล่งท่องเที่ยวริมแม่น้ำแควน้อยครั้งนี้กับ Hold hands Journey เป็นส่วนหนึ่งในโปรเจ็กต์พิเศษที่บ้านและสวน Explorers Club ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ชักชวน 10 บล็อกเกอร์สายท่องเที่ยวออกไปประสบ ‘กาญจน์’ ใหม่กับ 12 หมุดหมายสำคัญด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดกาญจนบุรี
.
เพื่อสัมผัสประสบการณ์หาจุดกางเต็นท์ ปีนเขา วิ่งเทรล ปั่นจักรยาน พายเรือคายัค และอีกหลากหลายกิจกรรมใน 5 อุทยานแห่งชาติ 2 เขื่อน 5 แม่น้ำ ที่จะทำให้การออกจากบ้านเที่ยวนี้ได้อะไรกลับมามากกว่าที่คิด
.
EXPLORERS: Hold hands Journey
.
เรื่อง: บ้านและสวน Explorers Club
ภาพ: Hold hands Journey (https://web.facebook.com/holdhands.journey)

เรื่องแนะนำ

บิล และ เมลินดา เกตส์: มุ่งมั่นเดินหน้าสู่เป้าหมาย

ความฝันของบิล เกตส์ มหาเศรษฐีผู้สร้างนวัตกรรมเปลี่ยนโลก และภรรยา เมลินดา เกตส์ คือการแก้ปัญหาความยากจน ความไม่เท่าเทียม และปัญหาอื่นๆ ของโลก นี่คือบทสัมภาษณ์ที่แสดงความตั้งใจจริงของพวกเขา สัมภาษณ์โดย ซูซาน โกลด์เบิร์ก  ภาพถ่าย BRINSON + BANKS เมื่อปี 2015 บรรดาผู้นำในที่ประชุมสหประชาชาติได้ร่วมกันตั้งเป้าหมายแห่งการพัฒนาอันยั่งยืน 17 ข้อขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ความไม่เท่าเทียม และปัญหาอื่นๆ ของโลกให้ได้ภายในปี 2030 ขณะเดียวกัน มหาเศรษฐีผู้ใจบุญอย่าง บิล และ เมลินดา เกตส์ มุ่งมั่นเดินทางสู่ เป้าหมายเหล่านี้มาก่อนนานแล้ว ดังนั้น ในปี 2017 มูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์ จึงจัดตั้งโครงการ Goalkeepers ขึ้นเพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงมือปฏิบัติและติดตามความคืบหน้าของการบรรลุเป้าหมายเหล่านั้น เมื่อไม่นานมานี้ ฉันมีโอกาสนั่งคุยกับทั้งคู่เกี่ยวกับ รายงานประจำปี 2018 นับเป็นการให้สัมภาษณ์พร้อมกันซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ซูซาน โกลด์เบิร์ก: ฉันเพิ่งอ่านรายงานของ Goalkeepers อะไรทำให้คุณตัดสินใจทำโครงการนี้ เมลินดา เกตส์: เพราะข่าวคราวเกี่ยวกับความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นในโลกยังไม่เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง […]

มหานทีแห่งเอเชียอาคเนย์จะอยู่รอดหรือไม่ (ตอนที่ 1)

เรื่อง สตีเฟน โลฟเกร็น พนมเปญ ประเทศกัมพูชา – เซบ โฮแกน หวนรำลึกถึงช่วงเวลาที่เขารู้สึกประหลาดใจที่ได้มาเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นครั้งแรกในฐานะนักมีนวิทยา และได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมเคียงกับแม่น้ำโขง ชายหนุ่มผู้เติบโตในทะเลทายแอริโซนา สถานที่ซึ่งแม่น้ำมักจะเหือดแห้ง มันเป็นเรื่องน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับเด็กจบใหม่อย่างเขาที่ได้มาเยือนแม่น้ำที่มีผลผลิตมากที่สุดในโลก “ทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่ดูสดใสและมีชีวิตชีวามากครับ” โฮแกนกล่าว “เหมือนผมกำลังมองดูโลกผ่านมุมมองใหม่ ความแตกต่างจากแอริโซนาอย่างสิ้นเชิง” แม้ว่าโครงการแลกเปลี่ยนของเขาจะสิ้นสุดลงไปแล้ว แต่โฮแกนยังกลับมาเยี่ยมเยียนนทีสายนี้อยู่เนืองๆ เมื่อปีที่ผ่านมา เขาใช้เวลาอยู่ในภูมิภาคนี้หลายครั้งหลายครา กลมกลืนตัวเองให้เข้ากับวัฒนธรรมทั้งไทยและกัมพูชา สองประเทศที่เป็นทางผ่านของแม่น้ำโขง ความสนใจเรื่องการอพยพของปลา ส่งผลให้เขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องปลาบึก ซึ่งนับว่าเป็นปลาน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ ปลาบึกขนาดที่ใหญ่ที่สุดที่เคยพบมีน้ำหนักตัวถึง 293 กิโลกรัม ปัจจุบัน ล่วงผ่านไปสองทศวรรษ โฮแกนเป็นพันธมิตรกับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก และเจ้าของรายการ Monster Fish บนช่อง Nat Geo Wild ซึ่งเกิดจากโครงการวิจัยตลอดเวลาห้าปี และได้รับเงินทุนสนับสนุนจาก USAID ในคณะวิจัยประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา เพื่อร่วมกันป้องกันระบบนิเวศวิทยาอันยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก โครงการวิจัยเริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดในลุ่มแม่น้ำโขง แม่น้ำที่หล่อเลี้ยงผู้คนกว่า 60 ล้านคน กำลังเปลี่ยนไปจากหลายสาเหตุทั้งการสร้างเขื่อน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสูญเสียถิ่นอาศัย อันเป็นผลพวงมาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจและนโยบายทางการเมืองในภูมิภาคอันรุ่มรวยด้วยวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์แห่งนี้ “ในความคิดของผม แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำที่สำคัญที่สุดในโลก” […]

วิกฤติพลาสติกล้นโลก

เรากำลังอยู่ในโลกที่ขยะพลาสติกจะมีมากกว่าจำนวนปลา และขยะเหล่านี้จะคงอยู่ต่อไปอีกนานแสนนานจวบจบลูกหลานของเราแก่เฒ่า