กลับไปเยือน ฟุกุชิมะ - National Geographic Thailand

กลับไปเยือนฟุกุชิมะ

กลับไปเยือน ฟุกุชิมะ

หลายปีผ่านไปหลังเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัตินิวเคลียร์ในจังหวัด ฟุกุชิมะ ระดับของกัมมันตรังสียังคงสูงและอันตรายเกินกว่าที่มนุษย์จะอาศัยอยู่ได้ ขณะนี้บริเวณรอบๆ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เกิดภัยพิบัติกลายสภาพมาเป็นเมืองร้าง ร่วมเดินทางกลับไปยังเมือง Futaba ที่ตั้งอยู่ห่างจากโรงไฟฟ้าราว 2.5 ไมล์ พร้อมกับชายผู้เคยอาศัยอยู่ที่นี่ ออกสำรวจเมืองอันเงียบเหงาและบ้านของเขาที่ร่องรอยของการมีชีวิตอยู่ยังคงปรากฏให้เห็น พร้อมรับฟังว่าภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในครั้งนั้นได้เปลี่ยนแปลงชีวิตเขาไปอย่างไรบ้าง

ด้านรัฐบาลญี่ปุ่นใช้เงินจำนวนหลายพันล้านดอลล่าร์ในการทำความสะอาดพื้นที่รอบๆ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ ซึ่งทำให้ช่วงหลายปีที่ผ่านมาปริมาณรังสีที่ตกค้างลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตามคาดกันว่าบริเวณที่ใกล้กับศูนย์กลางภัยพิบัตินั้นอาจไม่สามารถพัฒนาพื้นที่ให้กลับมาอยู่อาศัยได้อีก

 

อ่านเพิ่มเติม

นี่คือสิ่งที่อาวุธนิวเคลียร์ทิ้งเอาไว้

เรื่องแนะนำ

คุณปู่นักสโนว์บอร์ดวัย 62 ปี ผู้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่

เป็นคุณผู้อ่านจะทำอะไรอยู่เมื่ออายุได้ 62 ปี คุณอาจพักผ่อนอยู่บ้าน ทำสวน หรืออ่านหนังสือเช่นเดียวกับวัยเกษียณทั่วไป แต่ไม่ใช่สำหรับ Milos Kmetlko คุณปู่ชาวสโลวาเกีย อายุเป็นเพียงแค่ตัวเลขเท่านั้น ในวัย 62 ปี เขาพร้อมเต็มที่สำหรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการเล่นสโนว์บอร์ด “ผมไม่สามารถจินตนาการเห็นตัวเองนั่งอยู่บ้านหรือทำสวนเหมือนคนอื่นๆ ได้” เขากล่าว “ผมบอกกับตัวเองก่อนหน้านี้ เมื่ออายุได้ 60 ชีวิตของคุณไม่ได้กำลังจะสิ้นสุด แต่มันเพิ่งเริ่มขึ้นต่างหาก”   อ่านเพิ่มเติม : กล้าเดินไหม? สะพานแขวนยาวที่สุดในโลก, ไปเที่ยวเกาหลีเหนือกัน! พักในโรงแรมสุดหรูพร้อมเล่นสกีหิมะ

ความลับของดินแดนแห่งความสุข

เรื่อง แดน บิวต์เนอร์ ภาพถ่าย คอรี ริชาร์ดส์ และแมตทิว เพลีย์ คนที่มีความสุขที่สุดในโลกคือใครกันนะ อาจเป็นอาเลคันโดร ซูญีกา พ่อวัยกลางคนผู้มีสุขภาพดีและเข้าสังคมอย่างน้อยวันละหกชั่วโมง เขานอนหลับอย่างน้อยเจ็ดชั่วโมงในคืนส่วนใหญ่ เดินไปทำงาน และกินผักผลไม้เกือบทุกวัน อาเลคันโดรทำงานที่เขารักกับเพื่อนร่วมงานที่เขารู้สึกดีสัปดาห์ละไม่เกิน 40 ชั่วโมง อีกสองสามชั่วโมงในแต่ละสัปดาห์เขาจะทำงานอาสาสมัคร ช่วงสุดสัปดาห์ เขาเข้าโบสถ์และเอาใจตัวเองด้วยการดูฟุตบอลซึ่งเป็นกีฬาโปรด โดยสรุปแล้ว เขาเลือกทำสิ่งที่เอื้อให้ตัวเองมีความสุขทุกวัน ตัวเลือกก็ไม่ยากเพราะเขาอาศัยอยู่ท่ามกลางคนแบบเดียวกันในหุบเขาเซนทรัลแวลลีย์อันเขียวชอุ่มและอบอุ่นของคอสตาริกา ซิดเซ เคลมเมนเซน คือคู่แข่งอีกคนที่เป็นไปได้ เธออยู่กับสามีที่เอาใจใส่และลูกเล็กๆสามคนในชุมชนแบบเคหะรวม (cohousing community) ที่ผูกพันใกล้ชิดกับครอบครัวอื่นๆ เธอเป็นนักสังคมวิทยาซึ่งเป็นงานที่ท้าทายและปลุกเร้าเธอให้ลุกขึ้นมาทำอะไรได้ทุกวัน เธอกับครอบครัวขี่จักรยานไปทำงาน ซื้อของ และไปโรงเรียน ซึ่งช่วยให้เด็กๆแข็งแรง เธอจ่ายภาษีสูงจากเงินเดือนที่ไม่สูงนัก แลกกับบริการทางสาธารณสุขและการศึกษาสำหรับครอบครัว รวมทั้งเป็นหลักประกันรายได้หลังเกษียณ ในเมืองออลบอร์ก ประเทศเดนมาร์ก ที่เธออาศัยอยู่ ผู้คนเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะคอยดูแลไม่ให้พวกเขาประสบกับเรื่องร้ายๆที่หนักหนาสาหัสเกินไป แล้วยังมีดักลาส ฝู ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จอีกคน เขาขับรถบีเอ็มดับเบิลยูราคา 750,000 ดอลลาร์สหรัฐ อยู่บ้านราคา 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เขาแต่งงานแล้ว มีลูกกิริยามารยาทเรียบร้อยสี่คนที่เรียนหนังสือเก่งเข้าขั้นยอดเยี่ยม เขาทำงานสี่อย่างเพื่อส่งตัวเองเรียน […]

ปราการมองไม่เห็นที่แบ่งเขาแบ่งเรา

เราถูกกำหนดมาตั้งแต่ลืมตาดูโลกให้แบ่งแยกระหว่างเรากับคนอื่นและเอนเอียงเข้าข้างกลุ่มของตัวเอง วิทยาศาสตร์มีทางออกให้กับเรื่องนี้หรือไม่

เมื่อรักไร้พรมแดน

หากย้อนเวลากลับไปสักห้าศตวรรษก่อน การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันของคนต่างเชื้อชาติและวัฒนธรรมทั้งห้าคู่นี้ไม่อาจเป็นไปได้