75 ปี อิโวจิมะ สมรภูมิเดือดโลกไม่ลืม - National Geographic Thailand

75 ปี อิโวจิมะ สมรภูมิเดือดโลกไม่ลืม

หลังการรบอย่างดุเดือดหลายสัปดาห์บนเกาะ อิโวจิมะ แม้แต่นาวิกโยธินผู้แข็งแกร่งจากประสบการณ์รบยัง “นั่งอยู่บนพื้น เอาหน้าซบมือ ร้องไห้สะอึกสะอื้นจากก้นบึ้งหัวใจ”

ทุกวันนี้ บิล มอนต์โกเมอรีได้ยินเสียงได้ไม่ดีนัก หูขวาของเขาหนวก ส่วนหูซ้ายก็ย่ำแย่ กระนั้น ทหารผ่านศึกวัย 95 ปีผู้นี้กลับยังคงได้ยินสรรพเสียงของสงครามที่ดังกระหน่ำโสตประสาทของตนเองในวัยยี่สิบปี ตอนที่เขากำลังสู้รบบน อิโวจิมะ เกาะขรุขระขนาด 20.71 ตารางกิโลเมตรรูปทรงคล้ายพอร์กชอปแห่งหนึ่งในแปซิฟิก และยังคงจำได้ถึงความสุขสุดขีดเมื่อเขาเห็นผืนธงชาติสหรัฐฯ ชูอยู่บนยอดเขาสุริบาจิ

ในวันที่ห้าของการรบ โจ โรเซนธอล ผู้เป็นช่างภาพ ได้ถ่ายภาพชื่อดังของนาวิกโยธินหกนายปักธงบนยอดเขาซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของอิโวจิมะแห่งนี้ ในเหตุการณ์ซึ่งอาจโด่งดังที่สุดในสมรภูมิฝั่งแปซิฟิก และตราตรึงอยู่ในประวัติศาสตร์การทหารของสหรัฐฯ อยู่เป็นชั่วนิรันดร์

อิโวจิมะ, สงครามโลกครั้งที่สอง
การรบบนเกาะอิโวจิมะ ซึ่งเป็นหนึ่งในการรบที่โหดร้ายที่สุดในแนวรบแปซิฟิกในสงครามโลกครั้งที่สอง เริ่มขึ้นในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 1945 และดำเนินไปอย่างดุเดือดเป็นเวลา 36 วัน ทำให้ที่มั่นของกองทัพญี่ปุ่นแห่งนี้เสียหายยับเยิน ภาพถ่ายโดย W. EUGENE SMITH, THE LIFE PICTURE COLLECTION/GETTY IMAGES

“มันเป็นวันที่ห้าหลังจากเรายกพลขึ้นบกครับ” มอนต์โกเมอรีย้อนความ “ผมกำลังนอนหมอบอยู่คนเดียวบนทางลาดชันตรงขอบสนามบินแห่งหนึ่งตอนที่ผมได้ยินเสียงแตรจากเรือบางลำ แล้วพวกนาวิกฯ ที่อยู่ในหลุมบุคคล (foxholes) ก็เริ่มเชียร์”

เมื่อเขามองขึ้นไปบนยอดเขา ซึ่งเป็นจุดที่มองเห็นได้จากทั่วทั้งเกาะเล็กๆ แห่งนี้ ความตื่นเต้นก็แล่นผ่านร่างกายที่เหนื่อยล้าจากสงครามของนาวิกโยธินผู้นี้ “ผมมองขึ้นไป ธงมันอยู่ตรงนั้น! ความรู้สึกมันยอดเยี่ยมมาก!” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ยังคงตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ “ผมมีความสุขที่สุดเลยครับ!” มอนต์โกเมอรีกล่าว “ผมรู้ว่าทุกอย่างจบลงแล้ว เพื่อนๆ ของพวกเราล้มตายกันไปมากมาย แต่เราก็รอดมาได้

 

อิโวจิมะ, สงครามโลกครั้งที่สอง
บิล มอนต์โกเมอรี มีอายุได้ 18 ปีเมื่อเขาเข้าค่ายฝึกพื้นฐานของนาวิกโยธิน เขาซึ่งปัจจุบันมีอายุ 95 ปีรู้สึกอัศจรรย์ที่เขารอดมาจากการรบที่จบชีวิตของทหารในหน่วยของเขาเกือบทุกนาย “ผมไม่เคยเข้าใจว่าทำไมผมไม่ถูกยิงครับ” เขากล่าว “ผมรู้สึกผิด แต้ก็รู้สึกขอบคุณด้วย” อนุเคราะห์ภาพโดย BILL MONTGOMERY (UPPER) และ SCREENGRAB COURTESY NATIONAL GEOGRAPHIC STUDIOS (LOWER)

เพียงแต่มันยังไม่จบ ไม่ไช่ในเร็ววัน ยุทธการบนเกาะภูเขาไฟซึ่งอยู่ห่างจากโตเกียวไป 1,223 กิโลเมตร ซึ่งในตอนแรกคาดการณ์ว่าจะเป็นปฏิบัติการกวาดล้างความยาวเพียงสามถึงหกวันครั้งนี้ จะดำเนินไปอย่างดุเดือดอีกกว่าหนึ่งเดือน และเหล่านาวิกโยธินผู้ยกพลขึ้นบกเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 1945 พร้อมทั้งทหารบก เรือ และอากาศซึ่งมีจำนวนรวมทั้งหมดกว่า 110,000 นายต้องบาดเจ็บล้มตายไปมากถึง 26,000 นายในการรบที่กินเวลา 37 วันในครั้งนี้

ส่วนทหารญี่ปุ่น ฝ่ายตั้งรับจำนวน 21,000 นายซึ่งรอดจากการยิงถล่มจากกองเรือสหรัฐฯ ก่อนการยกพลขึ้นบกนานนับหลายวันสู้กลับอย่างดุเดือดเกินคาด และยิงถล่มฝ่ายรุกจากเครือข่ายอุโมงค์อันซับซ้อน เสียชีวิตลงเกือบทั้งหมดและถูกจับเป็นเพียง 216 นาย ตัวมอนต์โกเมอรีเองเป็นหนึ่งในนาวิกโยธินเพียงไม่กี่นายที่ร่วมสมรภูมิรบแห่งนี้และเผชิญกับวันนองเลือดตั้งแต่เริ่มจนจบ จากนาวิกฯ 50 นายในหน่วยของเขา มีเพียงราว 6 คน เท่านั้นที่รอดกลับมาได้ “ผมไม่เคยเข้าใจว่าทำไมผมไม่ถูกยิงครับ” เขากล่าว “ผมรู้สึกผิด แต้ก็รู้สึกขอบคุณด้วย”

อิโวจิมะ, นาวิกโยธินสหรัฐ
นาวิกโยธินหกนายชูธงชาติสหรัฐฯ บนเขาสุริบาจิ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 1945 หรือห้าวันหลังเริ่มยุทธการบนเกาะอิโวจิมะ พวกเขาเหล่านี้สามนายเสียชีวิตลงก่อนการรบครั้งนี้สิ้นสุด ทหาร 27 นาย ที่รบบนเกาะแห่งนี้ได้รับเหรียญตราเมดัลออฟออเนอร์ (Medal of Honor – เหรียญกล้าหาญชั้นสูงสุดของกองทัพสหรัฐฯ) มากกว่าการรบครั้งใดในประวัติศาสตร์ของประเทศแห่งนี้ ภาพถ่ายโดย JOE ROSENTHAL, AP

เขาโน้มตัวมาข้างหน้า เคาะนิ้วบนโต๊ะในบ้านพักคนวัยเกษียนใกล้แอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ดูเหมือนเลอา ภรรยาของเขาซึ่งครองคู่กันมากว่า 70 ปี จะอยากยื่นมือมาจับมือที่เขม็งตึงของเขา แต่เธอเพียงยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับเขา เขายิ้มตอบและผ่อนคลายลงเล็กน้อย

สำหรับมอนต์โกเมอรี มันคือเดือนแห่งการหลบหนีความเจ็บปวด ในค่ำคืนหนึ่ง เขามุดตัวหลบในร่องน้ำตื้นๆ แห่งหนึ่งโดยไม่กล้าโงหัว เนื่องจากเกรงว่าจะถูกกระสุนของเหล่านาวิกโยธินซึ่งอยู่ในหลุมซึ่งอยู่ด้านหลังออกไปไม่กี่เมตรระเบิดสมอง ในคืนเดียวกัน ระเบิดมือที่เหล่าทหารญี่ปุ่นปาใส่หลุมฯ ตกลงก่อนถึงเป้าหมายและระเบิดอยู่รอบๆ ตัวเขา “เมื่อตอนเช้ามาถึง นาวิกฯ พวกนั้นตะลึงไปเลยครับ” เขากล่าว “พวกเขาบอกว่า ‘เรานึกว่านายตายไปแล้ว!’ ”

อิโวจิมะ

 

อิโวจิมะ, สงครามโลกครั้งที่สอง
การปลดปล่อยเกาะขนาดยี่สิบตารางกิโลเมตรแห่งนี้จากการยึดครองของญี่ปุ่นมีราคาแพงอย่างยิ่ง นาวิกโยธินและทหารจากเหล่าอื่นๆ ของกองทัพสหรัฐฯ กว่า 2,0000 นาย บาดเจ็บจากการรบยาวนานห้าสัปดาห์ในครั้งนี้ และเสียชีวิตไปอีก 6,000 นาย ภาพถ่ายโดย CORBIS HISTORICAL/GETTY IMAGES

นั่นไม่ไช่ครั้งเดียวที่ความอลหม่านของสงครามเกือบจบชีวิตของเขาลง อีกวันหนึ่ง เครื่องบิน พี-51 มัสแตงเข้าใจผิดว่าเขาซึ่งกำลังหมอบอยู่ในตำแหน่งเป็นทหารญี่ปุ่น และทิ้งระเบิดใส่เขา “ระเบิดมันตกลงมาข้างๆ หลุมของผมเลยครับ แต่มันไม่ระเบิด แล้วก็กระดอนผ่านหน้าพวกเราไปยังพื้นที่ของฝ่ายญี่ปุ่นก่อนจะระเบิดขึ้น” เขารอดมาได้ แต่เดือดดาลอย่างที่สุด

“ผมยิงมัสแตงลำนั้นไปสักพักเล็กๆ” เขาสารภาพ “ตั้งแต่นั้นมา เมื่อผมเจอนักบินผ่านศึก ผมจะถามเขาว่า ‘นายได้ไปรบที่อิโวจิมะหรือเปล่า?’ แต่ผมไม่เคยพบตัวนักบินผู้นั้น”มอนต์โกเมอรีกล่าวว่านั่นคือเวลาที่สติของเขาเฉียดใกล้ความบ้าคลั่งมากที่สุดในสนามรบหฤโหดแห่งนี้ แต่คนอื่นไม่โชคดีเช่นนั้น

ทหารญี่ปุ่น, สงครามโลกครั้งที่สอง
ทหารญี่ปุ่นราว 21,000 นายยึดครองเกาะแห่งนี้ในเครือข่ายอุโมงค์อันกว้างขวาง พวกเขาส่วนใหญ่สู้จนจบชีวิต มีเชลยถูกจับเพียง 216 นายเท่านั้น ภาพถ่ายโดย CORBIS HISTORICAL/GETTY IMAGES

“ผมเห็นนาวิกโยธินที่นั่งอยู่บนพื้น เอาหน้าซุกมือ แล้วก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นจากก้นหัวใจครับ” เขากล่าว” “สติของพวกเขามันหลุดไปแล้ว จิตใจของพวกเราหลายคนกลับกลายเป็นด้านชา ไม่หยี่ระต่อความสยองใดๆ”

“เมื่อช่วงท้ายของการรบ พวกเราได้รับคำสั่งให้ไปเก็บศพนาวิกฯ มาวางไว้ที่ริมถนน เพื่อให้รถบรรทุกมารับไปฝังที่สุสาน หลายศพอยู่ตรงนั้นมาราวๆ หนึ่งสัปดาห์แล้ว หลายคนจับแขนและขาของศพ และเมื่อพวกเขาทำแบบนั้น อวัยวะพวกนั้นมันก็หลุดออกมา”

เลอาตกใจกับคำพูดของสามีของเธอ “ฉันไม่เคยได้ยินเรื่องพวกนี้บางเรื่องเลยค่ะ” เธอกล่าวอย่างแผ่วเบา

“มันไม่ไช่ภาพที่น่าชม” สามีของเธอกล่าว ตาของเขาสบตาของเธอ และหัวเราะ “พูดกันตามจริงเลยครับ ผมจำไม่ได้เลยว่าได้เห็นภาพที่น่าชมบนอิโวะ ยกเว้นเรือที่มารับพวกเราออกจากเกาะ”

เรื่อง BILL NEWCOTT

แปล ภาวิต วงษ์นิมมาน


อ่านเพิ่มเติม ชัยชนะของโซเวียตในสมรภูมิเบอร์ลิน – จุดจบของ นาซีเยอรมนี

นาซีเยอรมนี

เรื่องแนะนำ

สำรวจรุ่นของเครื่องบิน กับบันทึก 5 อันดับ อุบัติเหตุทางเครื่องบิน ที่ร้ายแรงที่สุดในโลก

อุบัติเหตุทางเครื่องบิน แม้เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้ง แต่ก็ทำให้ผู้คนกังวลและตั้งคำถามถึงปัจจัยที่ทำให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะรุ่นของเครื่องบินที่ใช้ในอุบัติเหตุแต่ละครั้งว่าจะมีโอกาสขัดข้องอีกหรือไม่ จากกรณี อุบัติเหตุทางเครื่องบิน ของสายการบิน Ethiopian Airlines เที่ยวบิน ET 302 เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่ผ่านมา ทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือ 157 คนบนเครื่องบินเสียชีวิตทั้งหมด จึงเกิดการตั้งคำถามถึงรุ่นของเครื่องบินที่ใช้ทำการบินในเที่ยวบินดังกล่าว โดยเครื่องบินรุ่นที่เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้คือ Boeing 737 Max 8 ซึ่งเป็นเครื่องบินรุ่นใหม่ของบริษัท Boeing ให้บริการเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2017 ทว่า ในเดือนตุลาคม 2018 เครื่องบิน Boeing 737 Max 8 ประสบอุบัติเหตุตกครั้งแรกที่ทะเลชวา ประเทศอินโดนีเซีย มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 189 คน และเพียงแค่ไม่ถึง 5 เดือนถัดมา เครื่องบินรุ่นนี้ก็เกิดอุบัติเหตุกับสายบิน Ethiopian Airlines อีกครั้ง ทำให้สายการบินและหน่วยงานด้านการบินต่าง ๆ เริ่มตั้งคำถามว่าเครื่องบิน Boeing 737 […]

ชมกระบวนการทำกระดาษแบบโบราณ

ชมกระบวนการ ทำกระดาษแบบโบราณ Gangolf Ulbricht คือช่างทำกระดาษด้วยมือคนสุดท้ายในยุโรป ที่ยังคงสร้างสรรค์กระดาษด้วยกรรมวิธีแบบโบราณ โดยตัวเขาใช้วัตถุดิบอย่าง เศษผ้าฝ้าย, ผ้าป่าน หรือใยป่านสับปะรด ในการผลิตกระดาษ มาชมกระบวนการผลิตกระดาษในสตูดิโอของเขาที่เบอร์ลิน ผ่านภาพยนตร์สั้นเรื่อง Kings & Kongs กัน ทั้งนี้ประวัติศาสตร์ของกระดาษมีมาอย่างยาวนาน เชื่อกันว่าจุดเริ่มต้นมาจากชาวอียิปต์ และชาวจีน โดยกระดาษของชาวอียิปต์โบราณนั้นถูกผลิตจากหญ้าปาปิรุส โดยสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการจารึกบทสวด และคำสาบานต่างๆ เพื่อเก็บไว้ในพีรามิด ด้านชาวจีนเอง กระดาษในยุคเริ่มต้นของพวกเขานั้นถูกผลิตจากเปลือกไม้นำมาต้มจนได้เยื่อกระดาษ และมาเกลี่ยบนตระแกรง และปล่อยให้แห้ง จากนั้นภูมิปัญญาการประดิษฐ์กระดาษก็แพร่หลายเข้าสู่โลกมุสลิม โดยชาวมุสลิมนำนวัตกรรมดังกล่าวมาปรับใช้ด้วยการนำเศษผ้าลินินมาต้ม และใช้ค้อนตอกให้เป็นเยื่อกระดาษแผ่นๆ ในส่วนของไทยเอง ประวัติศาสตร์ของกระดาษมีหลักฐานผ่าน “สมุดไทย” ซึ่งผลิตจากเยื่อไม้ทุบละเอียด ต้มจนเปื่อย และใส่แป้งเพื่อให้เนื้อเหนียวขึ้น และนำไปกรองไว้จนแห้ง จากนั้นจึงลอกออกมาเป็นแผ่น ใช้ในการบันทึก จดข้อความ หรือเขียนเรื่องไตรภูมิในศาสนาพุทธ   อ่านเพิ่มเติม ภาพวาดอันน่าทึ่งจากศิลปินออทิสติก

ฉันห้ามเธอหมดกำลังใจ

ปีเตอร์ ที. ไวต์ นักเขียนจาก เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต เพื่อกราบบังคมทูลสัมภาษณ์ประกอบสารคดีเรื่อง “Hope and Fears in Booming Thailand” ตีพิมพ์ในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1967

ซากลูกสุนัขป่าอายุกว่า 57,000 ปี ถูกพบในชั้นดินเยือกแข็งของแคนาดา

ลูกสุนัขที่ถูกเก็บรักษาไว้ใต้ชั้นดินเยือกแข็งนี้ช่วยให้นักวิจัยเข้าใจว่า สุนัขป่า มีการอพยพไปยังยุโรป เอเชีย และอเมริกาเหนือได้อย่างไร ในฤดูร้อนปี 2016 คนงานเหมืองทองผู้หนึ่งในดินแดนยูคอน เขตพื้นที่ในแคนาดา ได้ค้นพบสมบัติล้ำค่าที่ไม่มีใครคาดคิด เมื่อกำแพงชั้นดินเยือกแข็งที่ถูกทำลายด้วยปืนฉีดน้ำแรงดันสูง เผยสิ่งที่อยู่ภายใน นีล เลิฟเลสส์ เห็นบางสิ่งละลายออกมาจากน้ำแข็ง ซึ่งไม่ใช่แร่ธาตุอันล้ำค่า หากแต่เป็นมัมมี่ สุนัขป่า ที่มีความเก่าแก่และสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบมา เลิฟเลสส์รีบนำซากสุนัขป่านั้นใส่ในตู้แช่แข็ง จนกระทั่งนักบรรพชีวินวิทยาเข้ามาตรวจสอบ เขาค้นพบว่า สัตว์ที่ถูกเก็บรักษาเอาไว้อย่างดีนี้เป็นลูกสนัขป่าเพศเมีย มีชีวิตอยู่ในระบบนิเวศที่ถูกทำลายไปแล้วในช่วงที่พื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของแคนาดายังคงเป็นบ้านของมาสโตดอนอเมริกัน (สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตระกูล Mastodontidae มีลักษณะคล้ายช้าง ปัจจุบันสูญพันธุ์แล้ว) และ Pleistocene megafauna (สูญพันธุ์แล้วเช่นกัน) ชาว Tr’ondëk Hwëch’in ซึ่งเป็นชาติพันธุ์ท้องถิ่นในดินแดนยูคอนได้ตั้งชื่อลูกสุนัขป่าอายุ 57,000 ปีนี้ว่า Zhur ซึ่งมีความหมายว่า ‘หมาป่า’ ในภาษาภายในชุมชนของพวกเขา สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่พิเศษซึ่งถูกกู้ซากขึ้นมาจากทุ่งทุนดราไซบีเรียนแห่งนี้ สามารถย้อนไปได้ยังยุคสมัยพลีสโตซีน (Pleistocene epoch) อันเป็นช่วงเวลาธรณีกาลระหว่าง 2,588,000-11,700 ปีก่อน หรือที่รู้จักกันในชื่อยุคน้ำแข็ง (Ice Age) อย่างไรก็ตาม การค้นพบซากสัตว์สุนัขป่าที่สภาพสมบูรณ์ในดินแดนยูคอนถือเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในไซบีเรีย การค้นพบซากสิ่งมีชีวิตที่ถูกรักษาไว้เช่นนี้ถือเป็นเรื่องปกติ […]