แผนที่เก่ารัสเซีย ในมือศัตรู - National Geographic Thailand

แผนที่เก่ารัสเซียในมือศัตรู

แผนที่เก่ารัสเซีย ในมือศัตรู

รอยประทับบนพาสปอร์ตทุกรอยมีเรื่องราว ไม่ต่างกันกับรอยประทับบนแผนที่รัสเซียนี้ที่บ่งบอกว่าแผนที่ลับเหล่านี้ถูกยึดได้โดยสมาชิกพรรคนาซี และมาอยู่ในครอบครองของกองกำลังสหรัฐฯ ช่วงสงครามโลกครั้งที่สองในเวลาต่อมา อีกทั้งร่องรอยตราประทับจำนวนหนึ่งบ่งชี้ว่ามันผ่านมือของทหาร และหน่วยข่าวกรองมาแล้วหลายประเทศ

แผนที่เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนที่ทางการทหารรัสเซียจำนวน 4,000 ฉบับ สมบัติของมหาวิทยาลัยอินดีแอนา ทั้งหมดถูกผลิตขึ้นในช่วงปี 1883 – 1947 และไม่น่าจะมีคนนอกเคยเห็นมาก่อน เนื่องจากแผนที่หลายฉบับถูกตราประทับที่มุมบนขวาไว้ว่า “СЕКРЕТНО” มีความหมายว่าลับสุดยอด หรือ “НЕ ПОДЛЕЖИТ ОГЛАШЕНИЮ” ซึ่งแปลว่าห้ามเปิดเผยโดยเด็ดขาด

“แผนที่ที่มาจากทศวรรษ 1930 มีรอยประทับตราสวัสดิกะจากเยอรมนี ดังนั้นเราเลยเชื่อกันว่าแผนที่เหล่านี้น่าจะถูกยึดมาได้จากทหารเยอรมัน ก่อนที่ทหารสหรัฐฯ จะยึดมาอีกทีในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง” Theresa Quill บรรณารักษ์แผนที่ของมหาวิทยาลัยกล่าว “หลายแผนที่เองก็มีตราประทับจากซีไอเอเช่นกัน”

แผนที่เก่ารัสเซีย
ร่องรอยการประทับตราสวัสดิกะของพรรคนาซี (ตราสีม่วง) เช่นเดียวกับแผนที่ของเบลารุส จากปี 1936 นี้ ภาษารัสเซียที่เขียนกำชับอยู่มุมบนขวามีความหมายว่า “ห้ามเผยแพร่เป็นอันขาด”

แผนที่ซึ่งให้ข้อมูลทางการทหารของประเทศนั้นๆ เหล่านี้ เปรียบดังสมบัติล้ำค่าในมุมคนต่างชาติ ซึ่งบรรดานักเขียนแผนที่ทางการทหารของรัสเซียเองนั้นก็ขึ้นชื่อด้านความละเอียดและความแม่นยำของข้อมูล

เส้นทางหลายเส้นทางที่ปรากฏบนแผนที่นับพันฉบับเหล่านี้มาลงเอยที่ห้องสมุดของมหาวิทยาลัย และตลอดหลายปีที่ผ่านมาสำเนาของมันก็ถูกส่งต่อไปยังห้องสมุดของมหาวิทยาลัยอื่นๆ ทั่วประเทศ “ห้องสมุดอื่นๆ ก็มีแผนที่ที่ต่างกัน มันเลยเหมือนกับการต่อจิกซอว์เพื่อไขปริศนา” Quill กล่าว

แผนที่ส่วนใหญ่ที่มหาวิทยาลัยอินดีแอนาครอบคลุมดินแดนในประเทศโปแลนด์, เบลารุส, ยูเครน, รัฐบอลติก และพื้นที่ทางตะวันตกของรัสเซีย แผนที่เก่าเหล่านี้ฉายภาพความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ดังนั้นมันจึงมีคุณค่าอย่างยิ่งในด้านการศึกษาทางประวัติศาสตร์ “แผนที่เหล่านี้ให้รายละเอียดพื้นที่นั้นๆ ของโลกที่ละเอียดที่สุด เท่าที่มีในเวลานั้น” Quill เสริม

นอกจากนั้นแผนที่นี้ยังถูกใช้เป็นเครื่องมือในการตามหาครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาเหล่านั้นมีข้อมูลของสถานที่เก่าที่ไม่ปรากฏบนแผนที่ปัจจุบันอีกแล้ว “มีหมู่บ้านเล็กๆ มากมายที่เคยมีอยู่จริงก่อนสงคราม แต่เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองจบกลับหายไป” Quill กล่าว นอกจากนี้ทางมหาวิทยาลัยยังอัพโหลดแผนที่ขึ้นบนโลกออนไลน์ไว้สำหรับบรรดาพวกคลั่งไลค้หาสมบัติเก่าอีกด้วย

และเมื่อเร็วๆ นี้ Quill พร้อมด้วย  Michelle Dalmau หนึ่งในนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเพิ่งจะได้รับทุนสำหรับการเปลี่ยนแผนที่เหล่านี้ให้เป็นข้อมูลดิจิตอล เพื่อเอื้อให้บรรดานักวิจัยสามารถเข้าถึงคลังข้อมูลแผนที่เก่าเหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งหนึ่งในคลังนั้นก็คือแผนที่ที่เต็มไปด้วยตราประทับเหล่านี้

แน่นอนว่าแค่ตราประทับเพียงรอยเดียวไม่สามารถบอกเรื่องราวทั้งหมดได้ และในหลายกรณีเป็นไปไม่ได้เลยที่จะระบุว่าแผนที่ดังกล่าวถูกยึดมาจากที่ใด มันอาจจะมาจากกลางสมรภูมิรบ หรือมาจากโกดังเก่าที่เปลี่ยนมือคนดูแลไปเมื่อสิ้นสงคราม อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น และคงมีเพียงแค่แผนที่เท่านั้นที่จะบอกความจริงแก่เราได้…

เรื่อง เกรก มิลเลอร์

แผนที่เก่ารัสเซีย
รายละเอียดของตราประทับสวัสดิกะจากพรรคนาซี บนแผนที่จากมหาวิทยาลัย Bonn
แผนที่เก่ารัสเซีย
แผนที่ทางการทหารแสดงพื้นทีบริเวณเมืองเลนินกราด (ปัจจุบันคือเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก) ที่มุมบนขวามีตราประทับว่าลับสุดยอด
แผนที่เก่ารัสเซีย
СЕКРЕТНО มีความหมายว่าลับสุดยอด
แผนที่เก่ารัสเซีย
รายละเอียดของแผนที่เมืองเลนินกราดแสดงให้เห็นถึงความสามารถที่น่ายกย่องของนักทำแผนที่ชาวรัสเซีย
แผนที่เก่ารัสเซีย
ตราประทับของซีไอเอในช่วงสงครามเย็น
แผนที่เก่ารัสเซีย
แผนที่หมู่บ้านรอบๆ เมืองเลนินกราด มีรอยประทับเป็นภาษาเยอรมันว่า “Atlasblatt” บ่งชี้ว่ามันเชื่อมต่อกับแผนที่ฉบับอื่นๆ
แผนที่เก่ารัสเซีย
“M.I. MAP LIBRARY” น่าจะเป็นของหน่วยข่าวกรองอังกฤษ
แผนที่เก่ารัสเซีย
แผนที่ของเมืองสตาลินกราดในปี 1937 ปัจจุบันคือเมืองวอลโกกราด ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของรัสเซีย
แผนที่เก่ารัสเซีย
รายละเอียดของแผนที่แสดงให้เห็นถึงภูมิประเทศ เส้นทางน้ำ และสิ่งปลูกสร้าง รอบๆ ย่าน Tilsit ซึ่งปัจจุบันมีชื่อว่าโซเวียตสค์ ลูกศรแสดงการไหลของแม่น้ำ Neman
แผนที่เก่ารัสเซีย
แผนที่ของเมืองสตาลินกราดในปี 1937 ปัจจุบันคือเมืองวอลโกกราด ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของรัสเซีย
แผนที่เก่ารัสเซีย
ตรา Geographic Names Branch เป็นของกองทัพบกสหรัฐฯ

 

อ่านเพิ่มเติม

สุดยอดแผนที่ 100 ปี เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

เรื่องแนะนำ

วัยรุ่นในทศวรรษ 1950 ทำให้การฉีดวัคซีนกลายเป็นเรื่องเท่ได้อย่างไร

วัยรุ่นอเมริกันได้กลายเป็นปรากฏการณ์ทางสังคม เมื่อพวกเขาผลักดันการ ฉีดวัคซีน โปลิโอในแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง มันเป็นคืนวันเสาร์ที่อัลเบียน เมืองเล็กๆ ทางตะวันออกของเมืองแบตเทิลครีก มิชิแกน เหล่าวัยรุ่นกำลังต่อแถวรอเต้นในโรงยิมของโรงเรียน ส่วนค่าเข้างั้นหรือ? ใช้แค่ตัวเปล่าก็พอ ปีนั้นคือปี 1958 และนี่ไม่ใช่การออกเที่ยวในคืนวันเสาร์แบบทั่วๆไป ที่นี่เรียกว่า “ซอล์ก ฮ๊อป” (Salk Hop) ซึ่งเป็นสถานที่ที่เปิดให้เฉพาะคนหนุ่มสาวที่ยินยอมรับการ ฉีดวัคซีน โปลิโอที่พัฒนาขึ้นโดยโจนัส ซอล์ก (Jonas Salk) หรือมีการแสดงหลักฐานที่ได้รับการฉีดวัคซีนก่อนเข้าไป การเต้นรำเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้กับความลังเลใจของผู้คนเกี่ยวกับวัคซีนโปลิโอที่ได้ล่วงมาเป็นปีที่ห้าแล้ว การรณรงค์ครั้งนี้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข และผู้คนที่เปี่ยมไปด้วยพลังงาน ความคิดสร้างสรรค์ หรือแม้แต่พลังขับเคลื่อนทางเพศ พวกเขาคือสิ่งที่ทรงพลังสิ่งใหม่ในสังคมอเมริกัน พวกเขาเหล่านั้นคือวัยรุ่น โรคโปลิโอ (Poliomyelitis) สามารถติดต่อกันได้ การเจ็บป่วยจากโปลิโออาจนำไปสู่การเป็นอัมพาต พิการหรือถึงแก่ความตาย โรคนี้ไม่ได้แพร่หลายนักในสหรัฐอเมริกาจนกระทั่งต้นศตวรรษที่ 20 ก่อนหน้านั้นพลเมืองสัมผัสกับไวรัสโปลิโอเป็นประจำผ่านน้ำดื่มที่ไม่ถูกสุขอนามัยซึ่งช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติให้กับพวกเขา อีกทั้งยังมีบรรดาคุณแม่ที่ส่งต่อภูมิคุ้มกันนี้ให้ลูกผ่านการให้น้ำนมจากเต้า มีการทำระบบท่อระบายน้ำและระบบน้ำให้ทันสมัยขึ้น แต่มันกลับส่งผลให้คนได้รับภูมิคุ้มกันน้อยลง และยิ่งทำให้เด็กๆ เสี่ยงต่อการติดเชื้อมากขึ้น ช่วงยุคเบบี้บูมในสมัยปลายทศวรรษ 1940 และต้นทศวรรษ 1950 ได้สร้างเงื่อนไขที่สมบูรณ์แบบในการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโปลิโอ ทันใดนั้น ไม่มีใครได้รับภูมิคุ้มกันอีกต่อไป ในทุกฤดูร้อน เริ่มปรากฏผู้ป่วยเด็กนับหมื่น […]

“ลารุงการ์” มหาวิทยาลัยสงฆ์ของพุทธศาสนาวัชรยานที่ใหญ่ที่สุด

เมื่อช่างภาพบันทึกภาพของเมืองมหาวิทยาลัยสงฆ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก่อนทางการจีนสั่งรื้อทำลายบางส่วน และปิดไม่ให้ "คนนอก" เข้าไปเยือนอีกต่อไป

ไดโนเสาร์ที่ยังไม่สูญพันธุ์

เหตุการณ์ดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนโลกเมื่อ 66 ล้านปีก่อนทำลายล้างไดโนเสาร์ไปจนหมดสิ้น แต่นกในปัจจุบันเป็นเครื่องพิสูจน์ว่ายังคงมีผู้รอดชีวิตอยู่