เปิดภาพเก่าของหลากหลายห้องเรียนทั่วโลก - National Geographic Thailand

เปิดภาพเก่าของหลากหลายห้องเรียนทั่วโลก

เปิดภาพเก่าของหลากหลายห้องเรียนทั่วโลก

ช่วงนี้เด็กนักเรียนในทวีปอเมริกาเหนือ, ยุโรป และเอเชียเปิดเทอมกันแล้ว สำหรับบางครอบครัวคำว่า “ปีการศึกษาใหม่” หมายถึงรายจ่ายมากมายที่ต้องหมดไปกับอุปกรณ์การเรียน บ้างหมายถึงความคิดถึง หากลูกๆ ของพวกเขาเข้าโรงเรียนประจำที่ตั้งอยู่ห่างไกล

ปัจจุบันทุกประเทศในโลก เด็กๆ ส่วนใหญ่มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ในอดีตที่ผ่านมา การศึกษาถูกกีดกัน และมีเงื่อนไขมากมายที่ทำให้ผู้คนหลายล้านคนไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ ไม่ว่าจะเป็นเพศ, ชาติพันธุ์, เศรษฐกิจ ไปจนถึงภูมิศาสตร์อันห่างไกล

ร่วมย้อนชมภาพห้องเรียนในวันวาน จากคลังภาพของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เพื่อเฉลิมฉลองให้แก่ปีการศึกษาใหม่อันสดใส และเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้ของเด็กนักเรียนทั่วโลกกัน

เรื่อง Heather Brady

ห้องเรียน
เด็กนักเรียนในโรงเรียนอันห่างไกลของหมู่บ้าน Kampanzan ที่ตั้งอยู่บนภูเขาในไต้หวัน ภาพถ่ายนี้บันทึกเมื่อปี 1920 ในตอนนั้นเกาะไต้หวันยังถูกเรียกด้วยชื่อเดิมว่า เกาฟอร์โมซา
ภาพถ่ายโดย สำนักข้อมูลรัฐบาลไต้หวัน
ห้องเรียน
เด็กๆ ฝึกเขียนอักษรลงบนผืนทรายของทะเลทรายซาฮารา ในตูนิเซีย เผยแพร่ลงในสารคดีของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เมื่อปี 1914
ภาพถ่ายโดย Lehnert และ Landrock
ห้องเรียน
ห้องเรียนบนเกาะ Walcheren ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ส่วนหนึ่งของสารคดีที่เผยแพร่ลงในเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ปี 1910
ภาพถ่ายโดย Hugh M. Smith
ห้องเรียน
ห้องเรียนในโรงเรียนประถม Charles Barrett เมืองอเล็กซานเดรีย รัฐเวอร์จิเนีย เริ่มต้นชั้นเรียนด้วยการยกมือทำความเคารพธงชาติ ภาพถ่ายจากปี 1948 ทุกวันนี้ชาวอเมริกันไม่มีใครเคารพธงชาติด้วยวิธีนี้ แต่จะวางมือบนตำแหน่งหัวใจแทน
ภาพถ่ายโดย B. Anthony Stewart
ห้องเรียน
นักเรียนนั่งอ่านหนังสืออยู่หน้าโรงเรียนสอนศาสนา ในเมือง Bukhara ประเทศอุซเบกิสถาน
ภาพถ่ายโดย Maynard Owen Williams
ห้องเรียน
บรรยากาศของห้องเรียนในโรงเรียนสอนตัดเย็บเสื้อผ้าที่สอนโดยนักบวช ในรัสเซีย เผยแพร่ในปี 1919 ส่วนหนึ่งของสารคดีเกี่ยวกับอ่าว Murman
ภาพถ่ายโดย Nathalie Loubovitsky
ห้องเรียน
ชั้นเรียนเย็บปักถักร้อย ในโรงเรียนหญิงล้วน
ภาพถ่ายโดย Eliza R. Scidmore
ห้องเรียน
เด็กนักเรียนในชั้นเรียนคณิตศาสตร์ถูกจับมานั่งด้วยกันเพื่อถ่ายภาพ
ภาพถ่ายโดย Donald Mcleish
ห้องเรียน
คุณครูให้นักเรียนอ่านหนังสือร่วมกันระหว่างยืนอยู่ด้านนอก
ภาพถ่ายโดย B. W. Kilburn
ห้องเรียน
นักเรียนเตรียมทหารเรืออเมริกันเรียนรู้เกี่ยวกับการเดินเรือ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1
ภาพถ่ายโดย กรมทหารเรือสหรัฐฯ
ห้องเรียน
เด็กนักเรียนยืนทำความเคารพธงชาติ
ภาพถ่ายโดย กรมทหารเรือสหรัฐฯ
ห้องเรียน
ชั้นเรียนว่ายน้ำคือหนึ่งในหลักสูตรของนักศึกษาปริญญาตรี
ภาพถ่ายโดย Edwin L. Wisherd
ห้องเรียน
ที่โรงเรียนมัธยม Gordon Junior ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เด็กๆ กำลังฝึกทักษะการดูแผนที่
ภาพถ่ายโดย B. Anthony Stewart
ห้องเรียน
นักเรียนหญิงฝึกฝนทักษะการวาดภาพที่โรงเรียนศิลปะ ในนครเยรูซาเลม
ภาพถ่ายโดย Maynard Owen Williams
ห้องเรียน
บรรยากาศชั้นเรียนวาดภาพในโรงเรียนของสาธารณรัฐโดมินิกัน
ภาพถ่ายโดย กรมทหารเรือสหรัฐฯ
ห้องเรียน
เด็กๆ ชาวอาหรับกำลังศึกษาคัมภีร์อัลกุรอ่านในมัสยิด
ภาพถ่ายโดย Russell Hastings Millward
ห้องเรียน
ในห้องสมุดแห่งหนึ่ง จะเห็นว่ามีเด็กกำลังอ่านนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกด้วย
ภาพถ่ายโดย Clifton R. Adams
ห้องเรียน
นักเรียนชายมุงดูนโยบายหาเสียงสำหรับการเลือกตั้งประธานนักเรียน
ภาพถ่ายโดย B. Anthony Stewart
ห้องเรียน
เด็กๆ กำลังศึกษาโมเดลจำลองของเหมืองถ่านหินที่ตั้งอยู่ในเมือง Scranton รัฐเพนซิลเวเนีย
ภาพถ่ายโดย Clifton R. Adams
ห้องเรียน
ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 นักเรียนเตรียมทหารเรือ โรงเรียน Newport รัฐโรดไอแลนด์ ออกกำลังกายพร้อมกัน “เมื่อคนรุ่นใหม่แข็งแกร่งเช่นนี้ สหรัฐอเมริกาก็มั่นใจในการต่อสู้กับเรือดำน้ำที่น่ากลัวของเยอรมัน” คำบรรยายภาพที่เผยแพร่ลงในนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ปี 1917
ภาพถ่ายโดย กรมทหารเรือสหรัฐฯ
ห้องเรียน
เด็กนักเรียนกำลังพิจารณารูปภาพบางอย่าง
ภาพถ่ายโดย Leonard A. Williams
ห้องเรียน
เด็กนักเรียนนั่งเบียดกันอยู่บนม้านั่งยาวพร้อมกระดานชอล์กในมือ
ภาพถ่ายโดย Russell Hastings Millward
ห้องเรียน
เด็กนักเรียนญี่ปุ่นเล่นชักกะเย่อ
ภาพถ่ายโดย Underwood and Underwood
ห้องเรียน
บรรยากาศของโรงเรียนเล็กๆ ในเปอร์โตริโก
ภาพถ่ายโดย Charles Martin
ห้องเรียน
เด็กๆ เรียนรู้วิธีการเขียนอักษรจีนลงบนกล่องทราย
ภาพถ่ายโดย David E. Hahn
ห้องเรียน
บรรยากาศการฝึกซ้อมของโรงเรียนทหารตุรกี ที่ตั้งอยู่ในกรุงแบกแดด
ภาพถ่ายโดย Frederick Simpich
ห้องเรียน
โรงเรียนลึกลับของชาวยิวที่ตั้งอยู่ในถ้ำ
ภาพถ่ายโดย Frank Edward Johnson
ห้องเรียน
ส่วนหนึ่งของการฝึกฝนร่างกาย ทหารชาวฝรั่งเศสเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ด้วยการเรียนปีนกำแพง
ภาพถ่ายโดย Paul Thompson
ห้องเรียน
ครูกำลังสอนเกี่ยวกับแผนที่ของยุโรป
ภาพถ่ายโดย Clifton R. Adams
ห้องเรียน
เด็กหญิงจากโรงเรียนในเปอร์โตริโกกำลังเรียนเย็บปักถักร้อย
ภาพถ่ายโดย Charles Martin
ห้องเรียน
เด็กหญิงชั้นประถมกำลังบริหารร่างกาย
ภาพถ่ายโดย Eliza R. Scidmore
ห้องเรียน
นักเรียนชาวเปอร์เซียแทบทุกคนพากันหันมามองกล้อง
ภาพถ่ายโดย Faye Fisher
ห้องเรียน
บรรยากาศของโรงเรียนบ้านนา ใกล้กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก
ภาพถ่ายโดย Orren R. Louden

 

อ่านเพิ่มเติม

แฟชั่นหมวกวินเทจจากทั่วโลก

เรื่องแนะนำ

คนชอบกลั่นแกล้ง แท้จริงคือคนอ่อนแอ – เหตุผลเบื้องหลังการ บูลลี่ ของมนุษย์

ทำไมต้อง บูลลี่ ? แท้จริงแล้วผู้ชอบกลั่นแกล้งคือคนอ่อนแอ “แค่เด็กแกล้งกัน เรื่องปกติ” ประโยคนี้อันตรายสุดขั้ว เพราะนั่นหมายความว่าคุณกำลังทอดทิ้งผู้ถูกรังแก ผลักไสไล่ส่งปัญหาของเขา ในขณะเดียวกันก็มองว่าการใช้ความรุนแรงต่อผู้อื่นคือเรื่องธรรมดา บูลลี่ หรือพฤติกรรมกลั่นแกล้งรังแกผู้อื่น เป็นพฤติกรรมที่พบเห็นได้ทุกที่ แม้กระทั่งในประเทศที่พัฒนาแล้วก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมโรงเรียน สหประชาชาติให้ข้อมูลว่า ทุกวันนี้เด็กๆ อายุต่ำกว่า 5 ขวบราว 176 ล้านคน เป็นพยานต่อการใช้ความรุนแรงในครอบครัวและในเพื่อนฝูง และ 30% ของวัยหนุ่มสาวจำนวน 39 ประเทศในยุโรปและอเมริกาเหนือยอมรับว่าเคยกลั่นแกล้งเพื่อน ด้านการสำรวจเหยื่อ ข้อมูลจาก PISA โดย องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OCED ) ในปี 2015 ระบุ จากการสุ่มสอบถามเด็กวัย 15 ปีจำนวน 540,000 คน ใน 72 ประเทศ พบ 11% เล่าว่าถูกนักเรียนคนอื่นกลั่นแกล้งอย่างน้อย 2 – 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ในขณะที่อีก 4% ระบุว่าถูกทำร้ายร่างกาย ใครคือกลุ่มที่ถูกบูลลี่มากที่สุด? […]

โรคซึมเศร้า คุณหายได้ : ลุกขึ้นมาเปลี่ยน

โรคซึมเศร้า คุณหายได้ : ลุกขึ้นมาเปลี่ยน โรคซึมเศร้าถือเป็นอาการทางจิตเวชอย่างหนึ่งที่มีผู้ป่วยมากมาย ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัวมาก่อน หรือบางกรณีผู้ป่วยก็มีอาการสับสนกับภาวะอารมณ์ซึมเศร้าภายในจิตใจ ทำให้ผู้ที่มีอาการไม่สามารถเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงทีมีอยู่จำนวนมาก สาเหตุส่วนมากเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมีในสมอง หรือสารสื่อประสาทที่มีหน้าที่ในการควบคุมการทำงานทางร่างกายและจิตใจต่างๆ เช่นอารมณ์ ความคิดและพฤติกรรม โดยโรคนี้จะส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หรือผู้ป่วยจะขาดแรงกระตุ้นและกำลังใจในการใช้ชีวิต แต่อย่างไรก็ตาม “โรค” ที่ตามหลักถือเป็นความผิดปกติทางการแพทย์ ก็สามารถรักษาให้หายได้ผ่านการดูแลโดยแพทย์อย่างใกล้ชิด “ไขศรี วิสุทธิพิเนตร” เคยถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตของตนในช่วงที่ป่วยเป็น โรคซึมเศร้า มานานกว่า 7 ปี ลงในหนังสือ “เรื่องเล่าจากยอดภูเขาน้ำแข็ง” หนังสือดังกล่าวได้รับรางวัลสารคดียอดเยี่ยมรางวัลนายอินทร์อะวอร์ด ปี 2557 มาวันนี้เธอหายป่วยแล้วและต้องการเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ป่วยทางจิตทุกคนที่กำลังต่อสู้กับโรค โดย “การเปลี่ยนแปลงตนเองจากข้างใน” เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ช่วยให้เธอหายและสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างมีความสุขมากกว่าเดิม อ่านเพิ่มเติม หยุดการกลั่นแกล้ง หรือ Bullying

10 ข้อเท็จจริงที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับ อะลาดิน

วิล สมิธ แสดงเป็นยักษ์จินนีที่มีพลังพิเศษแต่รู้สึกอึดอัดรำคาญพื้นที่อาศัยของตนในภาพยนตร์รีเมค อะลาดิน (2019) ภาพถ่ายโดย TCD/PROD.DB, ALAMY บรรดานักชมภาพยนตร์ต่างตื่นเต้นเมื่อภาพยนตร์ อะลาดิน ฉบับคนแสดงออกฉาย แต่ยังมีความจริงเบื้องหลังของนิทานเรื่องนี้ที่น่าตกตะลึง หรืออาจรบกวนใจ ในปี 1992 ค่ายภาพยนตร์แอนิเมชันดิสนีย์ได้สร้างภาพยนตร์ยอดฮิตที่ทำให้ผู้คนตกหลุมรักหนุ่มกำพร้าที่เป็นเหมือน “เพชรในโคลนตม” ผู้เดินทางด้วยพรมที่บินได้ ยักษ์จินนีที่มีพลังมากมาย และเจ้าหญิงที่มีความเป็นตัวของตัวเอง แต่เรื่องราวในแบบที่ปรากฏบนจอภาพยนตร์นั้น ตรงกับเรื่องเล่าต้นฉบับมากเพียงไร นี่คือข้อเท็จจริงเปรียบเทียบ 10 ข้อ ของเนื้อหาที่ปรากฏในภาพยนตร์กับเรื่องเล่าดั้งเดิม 1. อะลาดินเป็นเพียงนิทานเรื่องหนึ่งใน 1,001 เรื่อง เรื่อง อะลาดิน เป็นเพียงนิทานย่อยเรื่องหนึ่งของนิทานโบราณที่ชื่อว่า อาหรับราตรี หรือพันหนึ่งราตรี (A Thousand and One Nights) นิทานเรื่องนี้เล่าเรื่องบุตรสาวของขุนนางชั้นสูง นามว่า เชเฮราซาด ผู้แต่งงานกับ สุลต่านชาร์ยาร์ กษัตริย์ผู้ก่อนหน้านี้ได้สั่งประหารภรรยาของตนจำนวนมากหลังจากแต่งงานและเป็นเจ้าสาวได้เพียงหนึ่งคืนเท่านั้น เนื่องจากพระองค์มีความจงเกลียดจงชังผู้หญิง เพราะอดีตภรรยาคนหนึ่งได้ไปมีชายชู้ และทิ้งพระองค์ไป ดังนั้น เพื่อรักษาชีวิตของเธอ เชเฮราชาดได้เล่านิทานให้สุลต่านผู้นี้ฟังในคืนหลังจากแต่งงาน แต่ไม่ได้เล่าจนจบ และสัญญาว่าจะเล่าต่อให้จบในคืนถัดไป ซึ่งเป็นเช่นนี้คืนแล้วคืนเล่า […]

หนุ่มสาว ซูดาน มองหาอนาคต ในเงื้อมมือเผด็จการ

หนุ่มสาว ซูดาน ได้แรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์ขณะต่อสู้เรียกร้องเพื่ออนาคตที่ดีขึ้น เช้าวันจันทร์วันหนึ่งช่วงปลายเดือนตุลาคมปีที่แล้ว การปฏิวัติครั้งล่าสุดของ ซูดาน กำลังพังทลาย เวลาเพิ่งผ่านไปสองปีครึ่งนับจากรัฐบาลเผด็จการสุดโต่งของโอมาร์ อัล บาเชียร์ ที่ครองอำนาจมายาวนาน 30 ปี ล่มสลายลงเมื่อเดือนเมษายนปี 2019 สภาอธิปไตย (Sovereign Council) ของชาติในขณะนั้นซึ่งเกิดจาก การจัดสรรอำนาจระหว่างผู้นำพลเรือนและกองทัพ กำลังนำพาประเทศออกจากสามทศวรรษอันมืดมนแห่ง การกดขี่ปราบปราม การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ การคว่ำบาตรจากนานาชาติ และการแยกตัวเป็นเอกราชของเซาท์ซูดาน แต่แล้วราวเที่ยงวันของวันที่ 25 ตุลาคม ปี 2021 เพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนการเปลี่ยนผ่านตามแผนไปสู่ การปกครองโดยรัฐบาลพลเรือน อนาคตของชาติแอฟริกาแห่งนี้กลับพบจุดหักเหอีกครั้ง พลโทอับเดล ฟัตตาห์ อัลบูร์ฮัน ประธานสภาอธิปไตย ประกาศยุบรัฐบาลและควบคุมตัวนายกรัฐมนตรีพลเรือนไว้ภายในบ้าน อับบูร์ฮัน เรียกเหตุการณ์นี้ว่าสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ประชาชนซูดานรับรู้ว่าเป็นการรัฐประหาร จึงออกมารวมตัวกันนับแสนคนเพื่อประท้วงในเมืองหลวงคาร์ทูม และเมืองอื่นๆ สมกับเป็นการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในศตวรรษที่ 21 ทุกอย่างตีแผ่บนสื่อโซเชียลแบบสดๆ และฉันได้เฝ้าดูอย่างจดจ่อจากแล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ไกลออกไปครึ่งโลก ฉันติดตามข่าวคราวจากซูดานมาตั้งแต่ก่อนเกิดรัฐประหารและการปฏิวัติ เพื่อบันทึกการทำงานของผู้รับทุนสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกทีมหนึ่งที่ขุดค้นแหล่งโบราณคดีอยู่ทางภาคเหนือของประเทศ ฉันไปทำข่าวทริปแรกในช่วงเดือนท้ายๆ ของระบอบบาเชียร์ที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง ซึ่งเป็นยุคสมัยขึ้นชื่อเรื่องการขาดแคลนอาหารและน้ำมัน การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่จำกัด และด่านตรวจของทหารที่พบเห็นได้มากขึ้นเรื่อยๆ […]