ปฏิบัติการช่วย 13 หมูป่า สามสัปดาห์ในโลกที่เคยเป็นไปไม่ได้

ปฏิบัติการช่วย “13 หมูป่า” สามสัปดาห์ในโลกที่เคยเป็นไปไม่ได้

ปฏิบัติการช่วย 13 หมูป่า สามสัปดาห์ในโลกที่เคยเป็นไปไม่ได้

25 กรกฎาคม 2561 เป็นวันครบหนึ่งเดือนสามวันนับจากวันที่ทีมหมูป่าอะแคเดมีติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน และเป็นวันที่ทีมหมูป่า 12 คนปลงผมบวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้นาวาตรีสมาน กุนันท์ ที่วัดพระธาตุดอยตุงบนเทือกเขานางนอน

การบวชถือเป็นการบำเพ็ญกุศลขั้นสูงสุดเท่าที่พุทธศาสนิกชนไทยพึงกระทำเพื่อตอบแทนผู้มีพระคุณ ในกรณีนี้คือบุคคลผู้สละชีวิตของตนเพื่อช่วยชีวิตผู้อื่น ซึ่งย่อมถือเป็นการให้อย่างสูงสุดเช่นกัน สาธารณชนที่ได้เห็นภาพดังกล่าวย่อมปีติยินดีและร่วมอนุโมทนา หลังจากนั้นเก้าวัน ชีวิตใน ร่มผ้ากาสาวพัสตร์เป็นดังขั้นตอนเปลี่ยนผ่านจากเหตุการณ์ขวัญหาย ช่วยเตรียมกายเตรียมใจทีมหมูป่า ให้หวนคืนสู่ชีวิตธรรมดาที่ต้องไปโรงเรียน ทำการบ้าน และซ้อมบอล

หนึ่งเดือนก่อนหน้านั้น โลกออนไลน์แน่นขนัดไปด้วยการส่งและรับข้อมูล ทั้งข้อความและภาพเกือบ 900,000 โพสต์บนทุกแพลตฟอร์ม รายการข่าวทีวีหลายช่องมีเรตติ้งพุ่งสูง โดยเฉพาะวันที่ 10 กรกฎาคม 2561 มี 12 สำนักข่าวระดับโลกเสนอข่าวปฏิบัติการพาหมูป่ากลับบ้านบนหน้าแรกของเว็บไซต์ รวมทั้ง รอยเตอร์ บีบีซี เดอะการ์เดียน อัลจาซีรา และ ซีเอ็นเอ็น

13 หมูป่า
วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 ที่วัดพระธาตุดอยเวา ทีมหมูป่าเข้าร่วมพิธีสืบชะตาซึ่งมีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับนาวาตรีสมาน กุนัน หรือ “จ่าแซม” และขอขมากับนาค 9 คน ซึ่งเป็นทหารจากกองทัพภาคที่ 3 ผู้มีส่วนร่วมในปฏิบัติการและตั้งใจบวชอุทิศส่วนกุศลให้กับจ่าแซมเช่นกัน

ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนกลายเป็นพื้นที่ที่ “เป็นสัญญะของการต่อสู้ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติที่น่าสนใจ” รศ.ดร.ตรีศิลป์ บุญขจร กล่าวเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2561 หรือ 10 วันหลังจากที่ทีมหมูป่าอะแคเดมีออกจากถ้ำครบทุกคนแล้ว เหตุการณ์ช่วยเหลือหมูป่าติดถ้ำหลวงยืนยันว่าที่จริงแล้ว “เราต้องการแค่ความสุขที่ได้มีชีวิตรอด ได้หยิบยื่นชีวิตและโอกาสให้กับคนอื่น ความสุขที่ได้ ‘บำเพ็ญ’ เป็นความสุขที่ลืมตัวตน” และในฐานะนายกสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยฯ อาจารย์ตรีศิลป์ยังบอกว่า “เรื่องนี้เป็นวิกฤต ลุ้นระหว่างความเป็นความตาย…เป็นเรื่องเล่ามหากาพย์ของทุก ภาคส่วน ทุกคนอยากมีส่วนร่วม และกลับบ้านไป ไม่ต้องการเป็นพระเอก ทุกคนคิดว่าจะช่วยได้อย่างไร” จริงดังนั้น ปฏิบัติการที่มีผู้เกี่ยวข้องกว่า 10,000คน กินนอนอยู่ด้วยกันเกือบสามอาทิตย์ราวกับเป็นอำเภอขนาดเล็กของประเทศไทย ทำงานอย่างร่วมมือร่วมใจกัน จู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นก่อนจะสลายไป ภายในชั่วเวลาเกือบสามอาทิตย์เมื่อปลายเดือนมิถุนายนต่อกรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา

“เราเห็นความดีแสดงออกมาในชีวิตจริง เห็นความงามของความเป็นมนุษย์ และเห็นความจริง ว่า สังคมไทยยังไม่หมดหวัง” อาจารย์ตรีศิลป์กล่าวและชี้ให้เห็นว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีความหลากหลายของชาติพันธุ์ เป็นพื้นที่ชายขอบที่มีความหลากหลายของผู้คนมาตั้งแต่โบราณกาล เหตุการณ์ที่แม่สายจึงเป็นภาพแทนของสังคมไทย “ที่มีความหลากหลาย มีหลายชาติพันธุ์ มีเขยฝรั่ง [ที่เข้ามาช่วยเหลือ] และเด็กไทยที่เราอยากให้เป็นคือทีมหมูป่า”

นั่นคือเป็นเด็กที่เอาตัวรอดจากภัยธรรมชาติได้ มีอัธยาศัย รู้จักขอบคุณและไถ่ถาม สื่อสารกับคนชาติอื่นได้ (ความจริงส่วนหนึ่งคือเป็นเด็กไร้สัญชาติ และเรียนภาษาอังกฤษจากสาธุคุณชาวพม่าจากโบสถ์แบปติสต์ขนาดเล็กที่แม่สาย) รู้สึกสำนึกผิด ขอโทษ อยากแก้ไข ซาบซึ้งและทดแทนบุญคุณ คุ้มค่ากับความช่วยเหลือ ซึ่งอาจารย์ตรีศิลป์กล่าวว่า เป็นคุณภาพอันเป็นโมเดลของการศึกษาไทย “อุดมคติที่เราอยากให้เป็น”

13 หมูป่า
ทีมดำนํ้าทั้งชาวไทยและต่างชาติจับมือทักทายและให้กำลังใจแก่กัน พร้อมนำเสบียงอาหารดำนํ้าเข้าไปภายในถํ้าหลวง เพื่อส่งให้กับทีมหมูป่าอะคาเดมีในวันรุ่งขึ้น หลังจากที่นักดำถํ้าชาวอังกฤษพบตัวทั้ง 13 คน

เราอาจเรียกปฏิบัติการช่วยเหลือที่ถ้ำหลวงหรือปฏิบัติการช่วยเหลือทีมหมูป่าอะแคเดมีว่าเป็นนาฏกรรม เป็นเรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย เป็นปรากฏการณ์ เป็นต้นแบบของสังคมที่ทุกคนอยากมีก็ได้ และเรื่องเล่าที่ครบองค์ประกอบเช่นนี้พัฒนาจากเรื่องราวในท้องถิ่นห่างไกลที่น้อยคนจะรู้จัก สู่การเป็นข่าวระดับโลกที่มีผู้ติดตามซึ่งเป็นประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี สมเด็จพระสันตะปาปา เจ้าของบริษัทวิศวกรรมอวกาศ หรือโค้ชฟุตบอลระดับโลกที่ยังต้องเอ่ยถึงในทวิตเตอร์ ในการสวดขอพรพระเจ้า และในการให้สัมภาษณ์สื่อ

ความเป็นสากลเกิดขึ้นเมื่อเป้าประสงค์ของการช่วยเหลือเป็น “เด็ก” ซึ่งเป็นทั้งนักฟุตบอลท่ามกลางบรรยากาศฟุตบอลโลกปี 2018 กำลังแผ่ไปทั่ว / มีพาหนะเป็นจักรยาน ที่ตรงข้ามกับการแว๊นมอเตอร์ไซค์ / มีภาพของความรักสิ่งแวดล้อม / และเป็นภาพแทนของความหลากหลายทางเชื้อชาติ (และไร้สัญชาติ) จากภาพถ่ายทีมหมูป่าและโค้ชบนดอยผาหมีที่ระบุพรมแดนไทย พม่า ลาว ซึ่งถ้าเลยขึ้นไปอีกก็เป็นจีน

ที่สำคัญ ปฏิบัติการช่วยหมูป่าทำให้เกิดสิ่งที่คนไทยอยากเห็นเป็นครั้งแรก หรือไม่เคยคาดคิดว่าจะได้พบเจอหลายประการ อาจารย์ตรีศิลป์กล่าวว่า เป็นปฏิบัติการที่คนไทยไม่เคยเห็นมาก่อน คือ “มีแผนการ มีการซ้อมทุกอย่าง แม้กระทั่งการขนย้าย มีการให้ข่าวที่เหมาะสม เป็นการจัดการที่เราไม่ค่อยเห็นในสังคมไทย และการรับฟังประชาชนของภาครัฐ” ซึ่งอาจรวมถึงการใช้ยาสลบและการลำเลียงเด็กจากการตัดสินใจในภาวะคับขันอาจถือเป็นโนว์ฮาวใหม่ สิ่งประดิษฐ์อย่างเรือดำน้ำน้อยหมูป่าของอีลอน มัสก์ คุณสมบัติอันมหัศจรรย์ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดพึงมี วิชาชีพทหารที่ทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือประชาชน ฯลฯ ในขณะเดียวกันเมื่อมองจากภายนอก ก็เกิดสภาวะ “งานบุญ” หรือการร่วมแรงร่วมใจที่ชาวต่างชาติไม่เคยเห็น

13 หมูป่า
ไปรษณียบัตรกว่า 1,000 ใบจากทั่วประเทศส่งมายัง อบต. โป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อให้กำลังใจทีมหมูป่าที่ติดอยู่ในถํ้าหลวงและอาสาสมัครผู้ปฏิบัติงาน

คนในสังคมเกิดการเรียนรู้และรู้จักเรื่องใหม่ๆ ที่ตนไม่เคยได้ยินมาก่อน ตั้งแต่เรื่องใหญ่ๆ อย่างการจัดการน้ำที่ไหลเข้าถ้ำบนภูเขาหินปูน (สูบน้ำ ทำฝายเบี่ยงทางน้ำ ทำไซฟ่อนหรือกาลักน้ำไปยังจุดอื่น) การดำน้ำในถ้ำ และนักดำน้ำถ้ำ ชื่อสมาคมน้ำบาดาลไทย ไปกระทั่งเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องรู้ เช่น หน่วยซีลบูมว่า “ฮูย่า” ที่สำคัญผู้ชมยังสนใจวิธีการนำเสนอข่าวของสื่อ เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ตั้งคำถาม และตรวจสอบจากนักวิชาการวงการเดียวกันจนเกิดการเรียกร้องให้มีแนวทางการทำงานของสื่อที่พึงประสงค์ ในขณะเดียวกันสื่อก็ทำให้ผู้ชมทั้งหมดได้เห็นว่าปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปอย่างร่วมมือร่วมใจ (collective) และจิตอาสาที่ทำหน้าที่สามัญที่สุด ก็ไม่ได้สำคัญน้อยกว่านักดำน้ำถ้ำชั้นยอด วิศวกรหัวกะทิ หรือหัวหน้าหน่วยซีลเลย

วรรคทองจากเพลงอมตะอย่าง Imagine ที่ว่า “Imagine there’s no countries” [ลองนึกภาพถว่าไม่มีประเทศแบ่งแยกเรา] กับ “The world will live as one” [โลกทั้งผองเป็นหนึ่งเดียว] ที่ “พี่สุธี” หรือ สุธี สมมาตร ครูสอนปีนหน้าผาจากกระบี่วัย 45 ปี ร้องตอบนักข่าวสาวจากออสเตรเลียที่ถามว่า ทำไมเหตุการณ์นี้ทั้งหมดจึงจับใจคน จึงเป็นสองวรรคคำตอบที่จับประเด็นสำคัญของเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิด ณ ถ้ำหลวงอย่างถึงแก่น

เรียบเรียง นิรมล มูนจินดา

ภาพถ่าย กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร / Thai News Pix

13 หมูป่า
ตำรวจจากกองร้อยกู้ชีพค่ายนเรศวร ซ้อมโรยตัวจากเฮลิคอปเตอร์ เพื่อเตรียมความพร้อม ในกรณีที่ต้องมีการโรยตัวลงโพรงหรือปล่องในจุดที่ไม่สามารถเดินเท้าเข้าถึงได้
13 หมูป่า
ดอยนางนอนซึ่งเป็นที่ตั้งของถํ้าหลวง-ขุนนํ้านางนอน เมื่อมองจากจุดชมวิวอำ เภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย กลับคืนสู่ความเงียบสงบหลังเหตุการณ์เกือบสามสัปดาห์ที่คนทั่วโลกจับตามองปิดฉากลง

 

อ่านเพิ่มเติม

ศึกษาภาพสามมิติของถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน โดยจิสด้า

เรื่องแนะนำ

ส่องโรงแรมม่านรูดสารพัดธีมในญี่ปุ่น

คนญี่ปุ่นแต่งงานช้าลง อัตราการเกิดใหม่ของเด็กญี่ปุ่นกำลังลดต่ำลงเรื่อยๆ แต่ในขณะเดียวกันธุรกิจโรงแรมม่านรูดกลับเฟื่องฟูอย่างมาก มาร่วมสำรวจเข้าไปในดินแดนอีโรติกอันแสนลี้ลับนี้กัน

ทะเลเปรียบดังลมหายใจของชาวชาวฝั่งแอฟริกาตะวันตก

ในทะเลปั่นป่วนนอกชายฝั่งแอฟริกาตะวันตก การออกเรือหาปลาหาใช่เพียงงานของผู้กล้า หากยังเป็นจารีตที่ก่อร่างสร้างชุมชนน้อยใหญ่ตามแนวชายฝั่งและความเคารพในธรรมชาติของพวกเขา ตลอดแนวชายฝั่งนี้ของเราไม่มีสิ่งใดแปลกประหลาด หากคุณตื่นเช้าพอจะเจอบรรดาเรือแคนูตอนกลับเข้าฝั่งในเมืองปอร์บูเอ  ประเทศโกตดิวัวร์  เมืองอึนเกลชี  ประเทศกานา  เมืองโอลด์เจสวาง  ประเทศแกมเบีย  เมืองกรองโปโป  ประเทศเบนิน  เมืองอาแปม  ประเทศกานา  คุณจะได้ยินเหล่าชาวประมงพูดภาษาแฟนตี  ภาษากา  ภาษาเอียเว หรือทุกภาษาที่พูดกันในกานา ตอนที่พวกหนุ่มๆ ลงจากเรือและมองเห็นหน้าค่าตา พวกเขาได้ในแสงอาทิตย์อุทัย  ขณะลากอวนขึ้นฝั่ง  เสียงขับขานของพวกเขายิ่งดังขึ้น  “เอบัย  เอบาเกโล  มาแล้วมาได้ปลามาเพียบ”  อวนแต่ละปากที่มาถึงหนักอึ้งด้วยสินทรัพย์จากทะเลลึก ปลาที่จับมาได้ไม่เคยเหมือนเดิม  จริงอยู่ที่มีพวกปลาเศรษฐกิจซึ่งคุ้นเคยกันดี  เช่น  ปลากระพงแดง  ปลาเก๋า ปลาทูน่า  ปลาแมกเคอเรล  และปลาคปันลา  (ภาษากา ใช้เรียกวงศ์ปลาเฮก)  แต่ที่ไม่เคยขาดคือพวกที่เป็นที่หมายปองและหายากอย่างเครย์ฟิช  ปลาไหล  ปลากระเบน และชนิดพันธุ์อื่นๆ ที่มาในสารพัดรูปร่างและขนาด  ทั้งที่มีกระดูกและไม่มีกระดูก ชนเผ่ากา ซึ่งเป็นเผ่าของผม ไม่กลัวสิ่งที่พวกเขาไม่รู้จัก คำกล่าวที่ว่า “อาเบลคูมา  อาบาคูมาวอ์– ขอคนแปลกถิ่น จงพบที่พักพิงในหมู่พวกเรา” เป็นปรัชญารากฐานประการหนึ่งในวัฒนธรรมของเรา ซึ่งช่วยอธิบายว่าเพราะเหตุใดชื่อสกุลพาร์กส์แบบยุโรปของผม ซึ่งนำเข้าโดยคุณปู่ชาวเซียร์ราลีโอนเชื้อสายจาเมกาผู้หนึ่ง จึงนับรวมเป็นชื่อสกุลของเผ่ากา […]

เมื่อสงครามกลางเมืองจบ หมู่บ้านแห่งนี้เหลือเพียงผู้หญิงและเด็ก

สงครามกลางเมืองในโคลอมเบียคร่าชีวิตผู้ชายจากหมู่บ้านนี้ไปหมด แม้สันติภาพจะเกิดแล้วแต่ชาวบ้านที่เหลืออยู่ยังคงต้องทนทุกข์จากบาดแผลความขัดแย้ง

ทำไมชอบดูนก

ทำไมชอบดูนก “ดูนก ไปทำไม” โดยทั่วไปเมื่อถามคำถามนี้กับบรรดานักดูนก  เรามักได้เหตุผลเบื้องต้นประมาณว่า  เพราะนกน่ารัก… เพราะอยากเป็นนก…  เพราะได้ไปอยู่ในป่า…  ดูนกแล้วมีสมาธิ… ชอบอิริยาบถของนก… เพราะได้ตื่นเช้า… ได้หัดสังเกต… รู้จักเฝ้ารอ… ไม่เอาแต่ใจ… ไม่เร่งรีบ… ดูแล้วมีความสุข… รู้สึกสบายใจ เรื่อยไปจนถึงคำตอบห้วนๆว่า ไม่มีเหตุผลอะไร แค่ชอบ แต่ทำไมคนเหล่านั้นถึงยอมตื่นแต่เช้ามืดไปเดินท่อมๆ เงียบๆ ทนทาก/ยุง/เห็บกัด หรือไม่ก็นั่งรอในบังไพรนานเป็นชั่วโมงๆ เพื่อให้ได้เห็นนกสักตัว  คนดูนกมักตอบคนไม่ดูอย่างกำปั้นทุบดินว่า  ต้องลองไปดูนกเอง นกเป็นสิ่งมีชีวิตล้ำเลิศที่มนุษย์เฝ้ามองมาทุกสมัย  วิวัฒนาการสองขาหน้าของนกได้ชื่อว่าเป็นวิวัฒนาการที่สร้างสรรค์ที่สุด  คนทุกยุคฝันอยากมีปีกบินได้เหมือนนก แต่บรรพบุรุษของนกกลับเป็นสัตว์เลื้อยคลานอย่างไดโนเสาร์  มีทั้งขนาดใหญ่ยักษ์วิ่งได้แต่บินไม่ได้ และขนาดเล็กจิ๋วเท่าแมลงภู่  มีทั้งสีสันฉูดฉาด  แพรวพราว ขาวปลอดและดำปลอด อายุวัต เจียรวัฒนกนก นักวาดภาพธรรมชาติอายุ 27 ปี บอกว่า  ที่ยังชอบดูนกมาถึงทุกวันนี้  เพราะยังมีสิ่งให้ค้นหาอยู่ไม่รู้จบ  “ยิ่งดู ยิ่งรู้สึกอยากเจอตัวนั้น อยากเจอตัวนี้  นกทั่วโลกมีหมื่นกว่าชนิด ในเมืองไทยพันกว่า  พอเราไปดูนก เราก็ไปอยู่ในธรรมชาติ  ช่วงที่ไม่มีนก เราก็ได้ดูอย่างอื่นด้วย ทำให้เราสังเกตต้นไม้ใบหญ้า สัตว์ประเภทอื่นๆ […]