อเคนาเตน ฟาโรห์ ผู้พลิกฟ้าคว่ำดิน - National Geographic Thailand

อเคนาเตน ฟาโรห์ผู้พลิกฟ้าคว่ำดิน

ไม้เป็นของหายากในอียิปต์ และมีกฎหมายจำกัดการใช้ดินตะกอนน้ำพาอันมีค่ามาทำอิฐ ดังนั้นหินปูนจึงยังคงเป็นวัสดุสำคัญ ในการก่อสร้าง วิหารและพระราชวังของอเคนาเตนสร้างด้วยหินก้อนซึ่งปัจจุบันเรียกว่า ตะละตัต (talatat – ภาษาอาหรับแปลว่า “สาม”) ซึ่งคนงานคนเดียวก็ยกขึ้นและช่วยให้ก่อสร้างได้อย่างรวดเร็ว

หลังการค้นพบดังกล่าว  นักโบราณคดีและนักชีวโบราณคดีใช้เวลาเกือบสิบปีในการขุดค้นและวิเคราะห์สุสานแห่งใหญ่ที่สุดในจำนวนสี่แห่ง  พวกเขาเก็บตัวอย่างโครงกระดูกได้อย่างน้อยจาก 432 ร่าง   จากหลุมศพที่สามารถระบุอายุเจ้าของขณะเสียชีวิตได้  ร้อยละ 70 เสียชีวิตก่อนวัย 35 ปี  และมีเพียง 9 คนเท่านั้นที่ดูเหมือนมีอายุเกิน 50 ปี  มากกว่าหนึ่งในสามเสียชีวิตก่อนอายุ 15 ปี รูปแบบการเจริญเติบโตของเด็กถูกชะลอออกไปให้ช้ากว่าปกติราวสองปี  ผู้ใหญ่หลายคนมีความผิดปกติของกระดูกสันหลัง  นักชีวโบราณคดีเชื่อว่านี่เป็นหลักฐานถึงการที่คนเหล่านี้ถูกใช้งานหนักเกินตัว อาจเพื่อสร้างเมืองหลวงใหม่ก็เป็นได้

“นี่ไม่ใช่กราฟเส้นโค้งตามปกติของการตายอย่างแน่นอนค่ะ” แอนนา สตีเวนส์ นักโบราณคดีชาวออสเตรเลียผู้นำการขุดค้นสุสานเหล่านี้ บอก “และคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่แถวนั้นมีเหมืองหินปูนของฟาโรห์อยู่ด้วย หรือว่านี่คือคนงานที่ถูกเกณฑ์มาเพราะอายุยังน้อย และอาจถูกบังคับให้ทำงานจนตาย” ในความเห็นของเธอ สิ่งหนึ่งที่แน่ชัดคือ “น่าจะเลิกคิดไปได้เลยว่า อมาร์นาเคยเป็นเมืองที่น่าอยู่ค่ะ”

พ่อค้าเร่ในกรุงไคโรขายหน้ากากรูปอับเดล ฟัตตาห์ เอล-ซิซี ระหว่างการเลือกตั้งประธานาธิบดีอียิปต์เมื่อปี 2014 อดีตนายพลผู้เป็นที่นิยมรายนี้ได้คะแนนเสียงเลือกตั้งร้อยละ 97 หลังเข้ารับตำแหน่ง เขาก็ประกาศว่า จะสร้างเมืองหลวง แห่งใหม่ขึ้นในทะเลทรายทางตะวันออกของกรุงไคโรที่ทำให้นึกถึงเมืองหลวงในทะเลทรายของอเคนาเตนที่อมาร์นา “สมัยโน้นเป็นเช่นไร สมัยนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้น” แอนนา สตีเวนส์ นักโบราณคดี บอก “ทุกคนสนับสนุนซิซีเพราะเขาเป็นผู้นำ ที่เข้มแข็งค่ะ”

สำหรับอเคนาเตน อมาร์นาคือตัวแทนของวิสัยทัศน์อันล้ำลึก “ไม่มีข้าราชบริพารคนใดชี้แนะข้าในเรื่องนี้” พระองค์ทรงบันทึกไว้อย่างภาคภูมิว่าด้วยการสร้างเมืองหลวงใหม่แกะกล่องของพระองค์  ทรงเลือกทะเลทรายกว้างใหญ่ผืนหนึ่งซึ่งยังไม่ เคยมีใครรุกล้ำบนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำไนล์เป็นที่ตั้ง  เพราะยังไม่แปดเปื้อนจากการสักการะเทพองค์ใดมาก่อน

พระองค์ยังอาจได้แรงจูงใจจากตัวอย่างของพระบิดาด้วย  นั่นคืออเมนโฮเทปที่สามผู้ทรงเป็นนักสร้างอนุสาวรีย์ วิหาร และพระราชวังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดพระองค์หนึ่งในประวัติศาสตร์อียิปต์  ทั้งสองพระองค์เป็นกษัตริย์ในราชวงศ์ที่สิบแปดซึ่งครองอำนาจหลังปราบพวกฮิกซอส (Hyksos) ที่เข้ามารุกรานอิยิปต์ตอนเหนือ ในการขับไล่ชาวฮิกซอส บรรพบุรุษของราชวงศ์ที่สิบแปดซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่ทางใต้ของอียิปต์  ได้นำนวัตกรรมสำคัญๆ จากศัตรูเหล่านี้มาใช้ด้วย  ซึ่งรวมถึงรถม้า และคันธนู  ชาวอียิปต์สร้างทหารอาชีพขึ้นมา และราชวงศ์ที่สิบแปดก็มีกองทัพประจำการตลอดเวลา  แตกต่างจากราชวงศ์ส่วนใหญ่ก่อนหน้านี้

ในที่สุดจักรวรรดิก็แผ่ขยายจากดินแดนที่ปัจจุบันคือซูดานไปจรดซีเรีย  ชาวต่างชาตินำความมั่งคั่งและทักษะมาสู่ราชสำนักอียิปต์  ในรัชสมัยของอเมนโฮเทปที่สาม ผู้ครองราชย์ตั้งแต่ราว 1390 ถึง 1353 ปีก่อนคริสตกาล และตลอดรัชสมัยของอเคนาเตน ศิลปะของราชวงศ์เปลี่ยนไปในแนวทางที่ปัจจุบันอาจเรียกว่า  มีลักษณะเป็นธรรมชาติมากขึ้น

เรื่อง ปีเตอร์ เฮสส์เลอร์

ภาพถ่าย เรนา เอฟเฟนดี

 

อ่านเพิ่มเติม: ตุตันคามุน : ย้อนรอยการค้นพบสุสานฟาโรห์ผู้โด่งดัง

เรื่องแนะนำ

เยือนดินแดนซึ่งคนตายไม่เคยหลับใหลบนเกาะ ซิซิลี

เยือนดินแดนซึ่งคนตายไม่เคยหลับใหลบนเกาะ ซิซิลี ซิซิลี – ณ วัดของบาทหลวงคณะกาปูชินในเมืองปาแลร์โม เมืองหลวงของแคว้น ซิซิลี ซึ่งตั้งอยู่ ณ จัตุรัสอันเงียบสงัดใกล้กับสุสาน หากเดินลงบันไดผ่านรูปสลักไม้ของแม่พระมหาทุกข์ เราจะพบประตูที่นำไปสู่ห้องเก็บศพใต้ดิน ห้องนี้มีขนาดใหญ่โตมโหฬาร พร้อมเพดานโค้งและทางเดินที่ทอดยาวไปทางมุมด้านขวา อากาศภายในห้องเย็นเยียบ อับชื้น และเหม็นเปรี้ยวจากกลิ่นฝุ่นและเสื้อผ้าที่เปื่อยยุ่ย ตามหิ้งบนผนังมีศพร่วม 2,000 ศพตั้งเรียงรายอยู่ในหีบที่ผุพัง พวกเขาแต่งองค์ทรงเครื่องด้วยเสื้อผ้าที่ดีที่สุดหรือเครื่องแบบชุดเก่งราวกับจะแต่งตัวไปอวดใคร เรื่อง        เอ. เอ. กิลล์ ภาพถ่าย วินเซนต์ เจ. มูซี ในยุโรป การผึ่งศพให้แห้งและการรักษาสภาพศพเป็นธรรมเนียมปฏิบัติอันเป็นเอกลักษณ์ของซิซิลี แม้จะพบในพื้นที่อื่นๆของอิตาลีบ้างก็ตาม แต่ส่วนใหญ่อยู่ในซิซิลีที่ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างคนเป็นกับคนตายเหนียวแน่นเป็นพิเศษ ปรากฏการณ์นี้ก่อให้เกิดคำถามว่า พวกเขาทำเช่นนี้ไปเพื่ออะไร และเพราะเหตุใดจึงนำซากศพเหล่านี้มาจัดแสดง ร่างไร้วิญญาณเหล่านี้อยู่ในอากัปกิริยาต่างๆที่บ่งบอกถึงบุคลิกและอุปนิสัยใจคอของแต่ละคน ขากรรไกรของพวกเขาอ้าค้างราวกับกำลังกรีดร้องแต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา ฟันที่ผุกร่อนแสยะยิ้มคุกคาม เบ้าตาจ้องมองออกมาอย่างสิ้นหวัง ผิวหนังหยาบกร้านหุ้มกระดูกแก้มที่แห้งตอบและข้อนิ้วที่หลุดลุ่ย ซากศพเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นของคนร่างเล็ก แขนทั้งสองข้างอยู่ในท่ากอดอก ขณะที่ลำตัวถูกรั้งให้ตั้งตรงด้วยลวดและตะปู ศีรษะตกพับอยู่บนไหล่ ร่างกายค่อยๆเสื่อมสภาพลงพร้อมๆกับท่วงท่าฝืนสังขารลอกเลียนคนเป็น คูหาเก็บศพเหล่านี้แบ่งแยกชัดเจนระหว่างนักบวชกับฆราวาส ด้านหนึ่งเราจึงพบบรรดาแพทย์ ทนาย และตำรวจในเครื่องแบบ แล้วยังมีคูหาสำหรับสตรีที่มัคคุเทศก์บอกว่า เราสามารถชื่นชมแฟชั่นของวันวานได้ แต่ซากศพเหล่านั้นสวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ขะมุกขะมอม […]

ฤานกคือไดโนเสาร์ที่มีชีวิต?

ฤานกคือไดโนเสาร์ที่มีชีวิต? อุกกาบาตที่ตกกระทบโลกเมื่อ 66 ล้านปีก่อนทำให้สายพันธุ์ไดโนเสาร์ทั้งหมดสูญพันธุ์ แต่ทุกวันนี้การมีอยู่ของนกได้พิสูจน์ให้เห็นว่ายังคงมีไดโนเสาร์ส่วนหนึ่งที่หลงรอดมาจนถึงปัจจุบัน นกเป็นสัตว์ที่มีความหลากหลายมากด้วยสายพันธุ์ที่มีจำนวนมากกว่า 10,000 สายพันธุ์ และทั้งหมดล้วนสืบเชื้อสายมาจากไดโนเสาร์ นักวิทยาศาสตร์ทราบความจริงข้อนี้จากการวิเคราะห์ผลจีโนมและฟอสซิล พวกเขาพบว่าบรรพบุรุษแรกๆ ของนกในปัจจุบันนั้นเกิดขึ้นในยุคครีเตเชียสซึ่งเป็นยุคสุดท้ายที่ไดโนเสาร์ครองโลก และโชคดีที่พวกมันรอดชีวิตมาได้จากอุกกาบาต นอกจากนั้นพวกเขายังค้นพบฟอสซิลใหม่ๆ ของไดโนเสาร์มีขนที่เชื่อกันว่าเป็นรอยต่อระหว่างวิวัฒนาการของไดโนเสาร์ไปสู่นกอีกด้วย ฉะนั้นครั้งหน้าที่คุณมีโอกาสได้ดูนก หากจะกล่าวว่ากำลังมองดูไดโนเสาร์ที่ยังมีชีวิตก็คงจะไม่เกินจริงไปนัก   อ่านเพิ่มเติม ไดโนเสาร์ที่ยังไม่สูญพันธุ์

พระผู้เป็นศูนย์รวมใจไทยทั้งชาติ

เรื่อง ศิริโชค เลิศยะโส ภาพถ่าย ไกรพิทย์ พันธุ์วุฒิ “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”  นับตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2489 ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ นับจนถึงพุทธศักราช 2549 ในปัจจุบัน รวมระยะเวลา 60 ปีพอดีตลอดระยะเวลาแห่งการครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจมากมาย ด้วยพระอัจฉริยภาพอันสูงส่ง พระราชวิริยะอุตสาหะและพระปรีชาสามารถของพระองค์เอง ทรงนำพาประเทศชาติผ่านวิกฤติและอุปสรรคนานัปการไปได้อย่างสง่างามและน่าภูมิใจยิ่ง นับเป็นบุญของชาวไทยที่ได้มีพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณดั่งนี้ “ถ้าประชาชนไม่ละทิ้งข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าจะละทิ้งประชาชนได้อย่างไร” นี่คือถ้อยคำที่พระองค์ตรัสตอบในพระราชหฤทัย เมื่อทรงได้ยินเสียงตะโกนที่แทรกขึ้นมาท่ามกลางเสียงโห่ร้องถวายพระพรจากกลุ่มพสกนิกรผู้มารอรับเสด็จขณะทรงนิวัติจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ว่า “ในหลวงอย่าทิ้งประชาชน” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติตามที่ทรงนึกตรัสตอบในพระราชหฤทัยด้วยการปฏิบัติพระราชกรณียกิจอย่างเข้มแข็งโดยมิทรงเห็นแก่เหน็ดเหนื่อย แต่ละหยดเหงื่อที่หยาดรดลงผืนดินยังความชุ่มชื่นแก่ปวงประชาทั่วแผ่นดินไทย ก้าวย่างแต่ละก้าวได้นำพาความเจริญทั้งทางด้านจิตใจและวัตถุ ให้ก่อเกิด ณ ที่นั้นๆ คงไม่ผิดไปนักหากจะยกย่องพระองค์ว่าทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงงานหนักที่สุดในโลก   ทรงเป็นนักสำรวจและพัฒนา ในการประกอบพระราชกรณียกิจในระยะแรกๆ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำเนินบุกป่าฝ่าดงโดยมิได้ทรงย่อท้อแม้ในภูมิประเทศอันทุรกันดารยิ่ง และโครงการในพระราชดำริในด้านต่างๆที่ทรงจัดทำขึ้นก็มีจุดมุ่งหมายเพื่อขจัดความทุกข์ยากและส่งเสริมความเป็นอยู่ของปวงราษฎร์ ทั้งบนยอดดอยทางภาคเหนือ พื้นที่แห้งแล้งทางภาคอีสาน และพื้นที่ชื้นแฉะทางภาคใต้ บ่อยครั้งรถพระที่นั่งตกหล่ม ก็ทรงคุมงานซ่อมถนนด้วยพระองค์เองเป็นระยะ หาไม่ก็ทรงพระราชดำเนินด้วยพระบาท โดยมิเห็นแก่ความยากลำบาก เพียงเพื่อให้ได้เข้าถึงประชาชน   ทรงเป็นนักคิด […]

โฉมหน้าของผู้อพยพในอเมริกาเมื่อปี 1917

ภาพถ่ายอายุ 100 ปี จากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกนี้แสดงให้เห็นว่าหน้าตาของผู้อพยพเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน เมื่อเทียบกับวิกฤติในปัจจุบัน ทั้งยังแสดงให้เห็นว่าอเมริกาคือชาติของผู้อพยพมาตั้งแต่ไหนแต่ไร มิใช่หรือ?

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.