สุนัข กับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ในโลกอดีตกาล - เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย

เปิดโลกอดีตกาลกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสุนัข

สุนัข ที่มีความคล่องแคล่วว่องไวกำลังไล่ล่าแอนทิโลปซึ่งปรากฏในภาพเขียนสีบนผนังถ้ำ ในเทือกเขา Akakus ประเทศลิเบีย ซึ่งมีอายุราว 12,000 ปี

PHOTOGRAPH BY ROBERT PRESTON PHOTOGRAPHY, ALAMY

เปิดโลกอดีตกาลกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และ สุนัข

เป็นระยะเวลากว่าหนึ่งพันปี ที่มิตรสหายอย่างสุนัขของเราปรากฏขึ้นในงานประติมากรรมและงานศิลปะอันโดดเด่น

ฉับไว และ พยัคฆา ฉายาเหล่านี้เคยเป็นชื่อที่ไพเราะที่สุดสำหรับ สุนัข เมื่อราวๆ 2,000 ปีก่อน ซึ่งอ้างอิงมาจากนักเขียนชาวโรมันนาม Columella โดยชายผู้นี้อธิบายเพิ่มเติมว่า “คำเรียกขานที่ดีที่สุดสำหรับสุนัขนั้นไม่ควรสั้น หรือยาวจนเกินไป เพื่อให้สุนัขแต่ละตัวสามารถทำตามคำสั่งได้อย่างรวดเร็วเมื่อยามที่เราเรียกชื่อของมัน”

หลายพันปีก่อนหน้าที่ชาวโรมันจะพูดถึงเพื่อนสี่ขา สุนัขก็มีความสัมพันธ์กับมนุษย์มาเนิ่นนานแล้ว ทำให้นักวิจัยหลายต่อหลายคนพยายามหาคำตอบว่า แรกเริ่มนั้นสุนัขได้รับการเลี้ยงดูภายในบ้านตั้งแต่เมื่อไรและที่ใด แต่เท่าที่เรารู้เพียงแค่เมื่อ 12,000 ปีก่อน ได้มีรูปของเหล่าสุนัขถูกวาดไว้ที่เสาหิน แถมพวกมันยังถูกฝังอยู่ในอ้อมกอดของมนุษย์อีกด้วย

ในขณะที่วัฒนธรรมโบราณยุคอื่นๆ อาจไม่ได้พูดถึงสุนัขได้อย่างลึกซึ้งเหมือนที่ชาวโรมันทำไว้ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสุนัขของผู้คนเหล่านั้นก็ปรากฏอยู่ในงานศิลปะหลากหลายแขนง ดังผลงานเหล่านี้ที่เรารวบรวมมาไว้ให้กับผู้อ่านได้รับชม

 

สุนัข
เมื่อถึงช่วงยุคกลาง สุนัขซึ่งคล้ายคลึงกับสายพันธุ์เกรเฮานด์ที่ดูปราดเปรียวเช่นตัวนี้ปรากฏอยู่ในงานศิลปะเปอร์เซียศตวรรษที่ 16 และสุนัขตัวดังกล่าวจึงเป็นที่ต้องการของเจ้าของสุนัขทั่วเอเชียและยุโรป ILLUSTRATION BY HERITAGE IMAGE PARTNERSHIP LTD, ALAMY

 

สุนัข
ประติมากรรมสุนัขเห่าหอนชิ้นนี้สลักโดยคนพื้นเมืองแห่งโคลิมา ในแถบตะวันตกของเม็กซิโก เมื่อราวๆ 2,000 ปีก่อน ซึ่งผลงานชิ้นนี้อาจสื่อถึงสุนัขพันธุ์ไร้ขน ที่มีความนิยมในยุคก่อนโคลัมบัส PHOTOGRAPH COURTESY WALTERS ART MUSEUM

 

สุนัข
ภาพโมเสกอันเป็นที่นิยมใช้บริเวณประตูทางเข้าในบ้านหลังหนึ่งของเมืองปอมเปอี พร้อมสลักด้วยประโยค “Cave Canem” เป็นภาษาละตินซึ่งมีความหมายว่า ”ระวัง บ้านนี้มีสุนัข” และคงอยู่จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ภูเขาไฟวิสุเวียสปะทุในปีค.ศ. 79 PHOTOGRAPH BY ALESSANDRA BENEDETTI, CORBIS/GETTY

 

สุนัข
สุนัขที่ดูน่าเกรงขามนี้เรียกว่า โมโลสเซอร์ ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของสายพันธุ์สุนัขในยุคปัจจุบัน เช่น สายพันธุ์มาสทิฟฟ์ และเซนต์เบอร์นาร์ด ปรากฏในภาพสลักสมัยศตวรรษที่ 7 จากดินแดนที่ปัจจุบันคือ ประเทศอิรัก PHOTOGRAPH BY LANMAS, ALAMY

 

สุนัข
ภาพอายุ 3,000 ปีจากคัมภีร์มรณะ ปรากฏภาพของเทพอานูบิส (Anubis) เทพแห่งการทำมัมมี่และชีวิตหลังความตายขณะกำลังปรับแต่งตาชั่ง PHOTOGRAPH BY ALBUM, ALAMY

 

สุนัข
สุนัขเซรามิกเคลือบเงาตัวนี้มาจากราชวงศ์ฮั่นตะวันออก (25 ปีก่อนคริสตกาล – ค.ศ. 220) ซึ่งอาจเป็นตัวแทนของสุนัขสายพันธุ์เชาเชาหรือชาเป่ย ทั้งสองสายพันธุ์นี้เป็นสายพันธุ์ที่โดดเด่นในยุคจีนโบราณ PHOTOGRAPH BY PETER HORREE, ALAMY

 

สุนัข
ป้ายสุสานเมื่อราวๆ 360 ปีก่อนคริสตกาล ปรากฏเป็นภาพพรานหนุ่มชาวกรีกกับสุนัขคู่ใจ PHOTOGRAPH BY PHAS, UIG/GETTY

เรื่อง KRISTIN ROMEY

***แปลและเรียบเรียงโดย กุลธิดา ปัญญาเชษฐานนท์
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย 


อ่านเพิ่มเติม

สุนัข, สัตว์, พฤติกรรมสัตว์, ความวิตกกังวล

หากเจ้าของมี ความวิตกกังวล จะทำให้สุนัขกังวลด้วยหรือไม่?

เรื่องแนะนำ

รวมฟุตเทจหายากของภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงที่สุด

ต่อไปนี้คือภาพถ่ายและวิดีโอของ 5 อันดับ ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงที่สุด น้ำท่วมที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ เกิดขึ้นกับแม่น้ำฮวงโหวและแม่น้ำแยงซีของจีน เมื่อปี 1931 ฝนที่ตกหนักส่งผลให้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ มีผู้เสียชีวิตมากถึง 850,000 – 4 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้ไม่ได้เสียชีวิตจากการจมน้ำเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงโรคระบาดที่มากับน้ำและความอดอยากอีกด้วย ไซโคลนที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ เกิดขึ้นในอินเดียและบังกลาเทศ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ปี 1970 พายุไซโคลนความรุนแรงระดับ 3 นี้คร่าชีวิตผู้คนไป 300,000 คน และทำลายหมู่บ้านทั้งหมู่บ้าน แม้ว่านักพยากรณ์อากาศจะทราบถึงการมาของพายุ แต่กลับไม่สามารถเตือนชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงได้ ภูเขาไฟระเบิดครั้งใหญ่ในรอบร้อยปี เกิดขึ้นกับภูเขาไฟปินาตูโบ ในฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ปี 1991 เคราะห์ดีที่นักวิทยาศาสตร์สามารถอพยพผู้คนได้ทันก่อนที่ภูเขาไฟจะระเบิด ซึ่งช่วยชีวิตผู้คนในบริเวณนั้นได้หลายพันคน อย่างไรก็ตามฝนตกหนักจากพายุไต้ฝุ่นที่เกิดขึ้นพร้อมกันได้พัดเอาเถ้าถ่านจำนวนมากรวมถึงถอนเอาต้นไม้ใหญ่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 840 คน แผ่นดินไหวรุนแรงที่สุดเท่าที่มีบันทึกมา เกิดขึ้นในชิลี เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ปี 1960 แผ่นดินไหวขนาด 9.5 แมกนิจูดเขย่าชายฝั่งชิลีและส่งผลให้เกิดคลื่นสึนามิความสูง […]

แผนที่เก่าแก่ของชาวแอซเท็กฉายภาพวิถีชีวิตในอดีต

แผนที่เก่าแก่ที่ย้อนอายุได้ไกลถึงปีค.ศ. 1593 แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของ ชาวแอซเท็ก ในเม็กซิโกและชาวสเปนที่เดินทางมาถึงยังดินแดนนี้

ปานถ่อง – ปานซอย มนต์เสน่ห์ของไทใหญ่

มนต์เสน่ห์ ปานถ่อง – ปานซอย เพชรน้ำเอกพุทธศิลป์เมืองสามหมอก สัญจรสู่เมืองสามหมอกคราใด ถ้ามีเวลาว่าง ผมจะซอกแซกไปตามวัดวาอาราม เพราะเสน่ห์หนึ่งที่ตรึงใจผมยิ่งนัก คืออัตลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของชาวไทใหญ่ที่ไม่ซ้ำแบบใครเลย โดยเฉพาะการตอกลายบนโลหะ ทั้งสังกะสี อลูมิเนียม แผ่นเงิน นำไปประดับชายคาวัดวาวิจิตรตระการตายิ่งนัก เรียกในภาษาไทใหญ่ว่า “ปานซอย – ปานถ่อง” หรือที่ชาวล้านนาในจังหวัดอื่นนิยมเรียก “แป้นน้ำย้อย” นั่นเอง “ปานซอย” คือโลหะตอกลายที่ห้อยลงตรงชายคาโบสถ์วิหาร ส่วนโลหะตอกลายที่ปลายชี้ขึ้นด้านบน เรียก “ปานถ่อง” ลวดลายที่รังสรรค์เป็นลายดอกไม้ ลายพรรณพฤกษา ลายเครือเถา ที่น่าทึ่งคือแม้จะใช้วัสดุที่แข็ง แต่ “สล่า” หรือช่างตอกชาวไทใหญ่ มีกลวิธีตอกให้ลวดลายนูนมีมิติ ไม่แบนราบ ทว่าราวกับจะพลิ้วไหวยามเมื่อต้องแรงลม เฉกเช่นเดียวกับศิลปะเขมรแบบ “บันทายสรี” ที่แกะสลักหินแบบนูนสูงจนแลคล้ายลวดลายลอยเด่นขึ้นมาโลดเต้นได้ วัดที่ทำให้ผมตะลึงในความงามของปานซอย – ปานถ่อง เป็นวัดแรก คือวัดหัวเวียง ซึ่งตั้งอยู่อยู่บนถนนสิงหนาทบำรุง ใจกลางเมืองแม่ฮ่องสอน อารามสำคัญที่สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างตัวเมืองแม่ฮ่องสอนเมื่อ 157 ปีก่อน สร้างด้วยพุทธศิลป์ไทใหญ่อย่างอลังการ โดยเฉพาะหลังคาโบสถ์ วิหารที่โดดเด่นเป็นพิเศษ นอกจากประดับปานซอย – […]