ห้าข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ การล่าแม่มด แห่งซาเลม - Page 2 of 2 - National Geographic Thailand

ห้าข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ การล่าแม่มด แห่งซาเลม

2.พฤติกรรมแปลกประหลาดที่ทำให้ชาวซาเลมตื่นตระหนก

ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1692 เด็กน้อยเบตตี แพร์ริส เริ่ม “ชัก” ซึ่งหาคำอธิบายไม่ได้ในขณะนั้น ตามมาด้วยอาบิเกล วิลเลียมส์ และแอน พัตแนม เพื่อนของอาบิเกล หมอและพระต่างยืนดูด้วยความหวาดกลัวเมื่อเด็กหญิงทั้งสามบิดกายไปมา หลบอยู่ใต้เก้าอี้ และตะโกนคำพูดที่ฟังไม่ได้ศัพท์ออกมา

คนในยุคนั้นเพิ่งเริ่มจะมีความรู้ความเข้าใจด้านชีววิทยา การแพทย์ และจิตวิทยาในระดับพื้นฐานเท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญในสมัยนั้นจึงสรุปว่าเด็กทั้งสามโดนแม่มดสาป และเริ่มบีบบังคับให้เด็กๆชี้ตัวผู้หญิงที่เข้ากับคนสังคมไม่ค่อยได้ จากนั้น ทิทูบาก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มด ตามด้วยหญิงขอทานซอมซ่อชื่อซาราห์ กู้ด และหญิงชรา ซาราห์ ออสเบิร์น

 

3. การทรมานนำไปสู่คำสารภาพอันพิลึกพิลั่น

หลังจากโดนเฆี่ยนอย่างหนัก ทิทูบาก็เริ่มปริปากเอยคำสารภาพและชี้ตัวแม่มดคนอื่นๆ “ซาตานมาหาข้าและสั่งให้ข้ารับใช้เขา” รายงานกล่าวว่าเธอเอ่ยเช่นนี้ในเดือนมีนาคม ปี 1692

ชาวเมืองต่างตกตะลึงงันเมื่อทิทูบาเริ่มพูดถึงสุนัขสีดำ แมวสีแดง นกสีเหลือง และชายผมขาวผู้สั่งให้เธอลงนามในคัมภีร์ซาตาน เธอบอกว่า ยังมีแม่มดอีกหลายตนที่หลบซ่อนอยู่ และพวกนางต้องการกวาดล้างชาวเพียวริแทนให้สิ้นซาก

การล่าแม่มด
เคหาสน์แม่มดซาเลม ซึ่งเป็นบ้านของผู้พิพากษาจอมแขวนคอ โจนาทาน คอร์วิน เป็นอาคารเพียงแห่งเดียวที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์การล่าแม่มดแห่งซาเลม ปี 1692 โดยตรง ที่ยังหลงเหลืออยู่

 

4. ร่างผู้เสียชีวิตที่กองสุมขึ้นทุกขณะ

เมื่อเจ้าหน้าที่สอบสวนเดินไปเคาะประตูบ้านแต่ละหลัง เจ้าของบ้านผู้หวาดกลัวก็พากันชี้ตัวแม่มดอย่างไม่รี่รอ คำให้การที่แปลกประหลาดและข่าวลือเริ่มหนาหูขึ้นตามลำดับ คนที่ถูกกล่าวหาจะถูกนำตัวไปทรมานและขึ้นศาลในกระบวนการที่รีบเร่ง ก่อนจะมีการตั้งศาลพิเศษขึ้นมาเพื่อการนี้ในที่สุด

“แม่มด” 19 คนที่ถูกตัดสินว่ามีความผิด ถูกนำตัวไปแขวนคอที่เนินเขาแกลโลว์สฮิลล์ ไจลส์ คอรี ทนายจำเลย โดนทรมานจนขาดใจตายขณะกล่าวปฏิเสธข้อหาในการไต่สวน ส่วนอีกห้าคน รวมทั้งเด็กทารกหนึ่งคน เสียชีวิตลงในคุก

 

5. บางคนสาปส่งการไต่สวนครั้งนั้น….จนกระทั่งการล่าแม่มดปิดฉากลง

ในวันที่ 3 ตุลาคม ปี 1692 สาธุคุณ อินครีส เมเทอร์ อธิการบดีของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและบิดาของคอตตอน เมเทอร์ ศิษยาภิบาลชื่อดัง กล่าวประณามและประกาศยกเลิกการตัดสินคดีโดยใช้หลักฐานที่ไม่มีน้ำหนัก และการอาศัยเพียงคำกล่าวอ้างเลื่อนลอยเหนือธรรมชาติ

“การที่ผู้ถูกสงสัยว่าเป็นแม่มดสิบคนหนีรอดไปได้ ยังดีกว่าคนบริสุทธิ์เพียงคนเดียวต้องถูกลงทัณฑ์” เขาบอก

วิลเลียม ฟิปส์ ผู้ว่าการรัฐ สะอิดสะเอียนกับกระบวนการการไต่สวนเช่นนี้เมื่อภรรยาของเขาเองก็ถูกหนึ่งในเด็กสาวที่มีอาการป่วยชี้ตัว เขาจึงมุ่งมั่นที่หยุดยั้งความบ้าคลั่งนี้ลง โดยสั่งระงับศาลพิเศษและตั้งศาลสูงสุด (Supreme Court of Judicature) แห่งใหม่ขึ้นมาแทน และยังห้ามไม่ให้นำหลักฐานที่เรียกว่า หลักฐานความฝันและนิมิต (Spectral Evidence) มาใช้ ศาลสูงสุดตัดสินลงโทษจำเลยเพียง 3 คน จาก 56 คน ฟิปส์อภัยโทษให้ทั้งสาม พร้อมนักโทษอีก 5 คนที่กำลังรอการประหารชีวิต

ในเดือนพฤษภาคม ปี 1693 ฟิปส์อภัยโทษคนทุกคนที่ถูกตัดสินจำคุกในข้อหาเป็นแม่มดที่ใช้เวทมนตร์และคุณไสย ในเวลาต่อมา คนที่กล่าวโทษบางคนจึงได้ออกมากล่าวขอโทษต่อหน้าสาธารณชน จากนั้น สภานิติบัญญัติจึงผ่านรัฐบัญญัติให้ลบล้างมลทินผู้ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดและได้รับโทษประหาร อีกทั้งจ่ายค่าชดเชยให้กับลูกหลานของคนเหล่านั้น

เรื่อง ทีมงาน National Geographic

ภาพถ่าย Steve and Donna O’Meara, National Geographic Creative

 

อ่านเพิ่มเติม

อะโอะคิกะฮะระ ป่าปลิดวิญญาณ

เรื่องแนะนำ

อนาคตบนเส้นด้ายของ แอนตาร์กติกา

หิ้งน้ำแข็งที่แตกตัวออกจากทวีปแอนตาร์กติกาอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของหายนะ มองจากด้านบนผิวขรุขระของหิ้งน้ำแข็งปรากฏรอยแตกขนาดใหญ่ที่บ่งชี้ว่ามันกำลังจะหลุดออกจากชั้นน้ำแข็งเดิมที่มีอายุหลายพันปี แผ่นน้ำแข็งที่กำลังจะหลุดออกนี้เป็นส่วนหนึ่งของหิ้งน้ำแข็งลาร์เซน ซี ที่ตั้งอยู่บนแหลมทางตะวันตกของทวีปแอนตาร์กติกา อุณหภูมิที่สูงขึ้นของน้ำทะเลโดยรอบคือสาเหตุ และการหลุดออกครั้งนี้จะเปลี่ยนหน้าตาของแผนที่ทวีปแอนตาร์กติกาตลอดไป ด้วยขนาดของหิ้งน้ำแข็งที่ใหญ่ถึง 6,000 ตารางกิโลเมตร เทียบเท่ากับพื้นที่กว้างใหญ่กว่ากรุงลอนดอน 4 เท่า และคิดเป็นราว 2 ใน 3 ของสาธารณรัฐไซปรัส เกาะบนทะเลเมดิเตอร์เรเนียน พืดน้ำแข็งฝั่งตะวันตกของทวีปแอนตาร์กติกานี้มีความหนาราว 2.5 ไมล์ และครอบคลุมพื้นที่ขนาด 2 เท่าของรัฐเท็กซัส รอบๆของพืดน้ำแข็งประกอบด้วยภูเขาน้ำแข็งจำนวนมาก นั่นแปลว่าหากมหาสมุทรยังคงอุ่นขึ้นเรื่อยๆจนละลายชั้นน้ำแข็งที่เปราะบางเหล่านี้จนหมด ทีมนักวิจัยเชื่อว่าระดับน้ำทะเลทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นประมาณ 10 ฟุต “หิ้งน้ำแข็งบริเวณนี้เป็นจุดที่ละลายเร็วที่สุดบนโลก” อีริค ริกนอท นักธรณีวิทยาจาก NASA Jet Propulsion Laboratory ในเมืองแพซาดีนา ของรัฐแคลิฟอร์เนียกล่าว ตัวเขาศึกษาชั้นน้ำแข็งในภูมิภาคนี้มานานกว่า 2 ทศวรรษ ด้วยการใช้เทคโนโลยีเรดาห์และภาพถ่ายดาวเทียม ริกนอทเชื่อว่าการพังทลายของพืดน้ำแข็งตะวันตก ในทวีปแอนตาร์กติกานั้นไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่คำถามคือมันจะใช้เวลานานแค่ไหน 500 ปี หรือน้อยกว่า 100 ปี และมนุษย์เราเองเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤตนี้อย่างไร “เราจำเป็นที่จะต้องได้ตัวเลขที่ถูกต้องแม่นยำ” เขากล่าว […]

บิล และ เมลินดา เกตส์: มุ่งมั่นเดินหน้าสู่เป้าหมาย

ความฝันของบิล เกตส์ มหาเศรษฐีผู้สร้างนวัตกรรมเปลี่ยนโลก และภรรยา เมลินดา เกตส์ คือการแก้ปัญหาความยากจน ความไม่เท่าเทียม และปัญหาอื่นๆ ของโลก นี่คือบทสัมภาษณ์ที่แสดงความตั้งใจจริงของพวกเขา สัมภาษณ์โดย ซูซาน โกลด์เบิร์ก  ภาพถ่าย BRINSON + BANKS เมื่อปี 2015 บรรดาผู้นำในที่ประชุมสหประชาชาติได้ร่วมกันตั้งเป้าหมายแห่งการพัฒนาอันยั่งยืน 17 ข้อขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ความไม่เท่าเทียม และปัญหาอื่นๆ ของโลกให้ได้ภายในปี 2030 ขณะเดียวกัน มหาเศรษฐีผู้ใจบุญอย่าง บิล และ เมลินดา เกตส์ มุ่งมั่นเดินทางสู่ เป้าหมายเหล่านี้มาก่อนนานแล้ว ดังนั้น ในปี 2017 มูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์ จึงจัดตั้งโครงการ Goalkeepers ขึ้นเพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงมือปฏิบัติและติดตามความคืบหน้าของการบรรลุเป้าหมายเหล่านั้น เมื่อไม่นานมานี้ ฉันมีโอกาสนั่งคุยกับทั้งคู่เกี่ยวกับ รายงานประจำปี 2018 นับเป็นการให้สัมภาษณ์พร้อมกันซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ซูซาน โกลด์เบิร์ก: ฉันเพิ่งอ่านรายงานของ Goalkeepers อะไรทำให้คุณตัดสินใจทำโครงการนี้ เมลินดา เกตส์: เพราะข่าวคราวเกี่ยวกับความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นในโลกยังไม่เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง […]

ศิลปะเกาหลีเหนือที่เป็นมากกว่าโฆษณาชวนเชื่อ

งานศิลปะทุกชิ้นคือโฆษณาชวนเชื่อที่ถูกสร้างขึ้นผ่านมุมมองของศิลปิน และดูเหมือนว่าภาพเขียนเหล่านี้ได้แสดงให้เห็นว่าเกาหลีเหนือทำได้ดีทีเดียว

แพทย์แผนไทย

แพทย์แผนไทย ย้อนหลังไป 50 ปีที่แล้ว  การแพทย์แผนไทยที่หายไปจากท้องถิ่น  การใช้ ตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ ซึ่งเป็นตำราแพทย์ของไทยภาคกลางในการสอบประกอบโรคศิลปะตั้งแต่ พ.ศ. 2479 ทำให้หมอพื้นบ้านจากภาคอื่นๆ ที่มีความรู้เกี่ยวกับการรักษาและสมุนไพรเฉพาะถิ่นสอบตก หยุดรักษา และบางคนอาจถึงกับต้องเผาตำราทิ้ง เพราะกลัวทางการจับกุม จนอาจเรียกได้ว่าเป็นการล่มสลายของการ แพทย์แผนไทย หากถอยหลังกลับไปไกลกว่านั้น  หลังก่อตั้ง “โรงศิริราชพยาบาล” เมื่อ พ.ศ. 2431 โรงเรียนราชแพทยาลัยเพื่อผลิตแพทย์ก็เกิดขึ้นในอีกสองปีต่อมา ในช่วง 25 ปีแรก มีการเรียนการสอนแพทย์แผนไทยควบคู่ไปกับแพทย์แผนตะวันตก แล้วยุติการสอนแพทย์แผนไทยใน พ.ศ. 2458  การแพทย์แผนไทยจึงจำกัดวงอยู่เฉพาะกลุ่มคนที่เข้าถึงองค์ความรู้และคนที่เข้าไม่ถึงการแพทย์แผนปัจจุบัน แต่พอมีความรู้การแพทย์พื้นบ้านเท่านั้น แต่ทุกวันนี้  เมื่อหันมาสังเกตรอบตัวจึงพบว่า  สมุนไพรเริ่มกลับมาเป็นของประจำบ้านในรูปบรรจุภัณฑ์ทันสมัย  เมื่อผสมรวมเข้ากับข่าวคราวเกี่ยวกับแพทย์แผนไทยที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ เช่น โครงการเมืองสมุนไพร  การตั้งโรงพยาบาลแพทย์แผนไทย การให้การบริการแพทย์แผนไทยในระดับตำบล  ก็ชวนให้คิดว่า ยุคนี้เป็นยุคที่การแพทย์แผนไทยกำลังหวนกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง จนฉันอยากเรียกเล่นๆ ว่า เป็นยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาของแพทย์แผนไทยเลยทีเดียว พทป. ทวิช ปรีดี  แพทย์แผนไทยประยุกต์ประจำร้านขายยาโพธิเงิน-อภัยภูเบศร โอสถ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เล่าถึงวิธีการรักษาแบบแพทย์แผนไทยของที่นี่ว่า “ตามกระบวนการเริ่มจากซักประวัติ ตรวจร่างกายและวินิจฉัยโรค […]