ช่างภาพหญิง ผู้พลิกโฉมหน้านิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

ช่างภาพหญิงผู้พลิกโฉมหน้านิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

ช่างภาพหญิงผู้พลิกโฉมหน้านิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

เรื่อง นีนา สตรอคลิก

เมื่อปี 1883 เอไลซา ซิดมอร์  ช่างภาพหญิง กระโดดลงเรือกลไฟไปอะแลสกา ด้วยความเบื่อหน่ายชีวิตสังคมในวอชิงตัน ดี.ซี. เธอได้ แรงบันดาลใจจากทัศนียภาพอันน่าตื่นตาที่พรรณนาโดยจอห์น มิวร์ นักธรรมชาติวิทยา ในหนังสือพิมพ์ San Francisco Bulletin  ที่ราบทุนดราทางตอนเหนือซึ่งยังไม่มีการสำรวจและทำแผนที่อย่างละเอียดถูกซื้อไปโดยรัสเซียในช่วงทศวรรษ 1860 แต่ชาวอเมริกันน้อยคนนักที่ได้ไปเยือน นักเขียนและช่างภาพผู้กล้าหาญวัย 27 ปี  ตัดสินใจที่จะไปเห็นด้วยตาของเธอเอง

ทุกเช้า ซิดมอร์จะตื่น 6 โมงเพื่อจิบกาแฟและทานขนมปัง จากนั้นจะใช้เวลาทั้งวันในการชมแสงเหนือและเขียนจดหมาย “นี่คือดินแดนแห่งสีน้ำ” เธอบรรยายไว้ในการให้สัมภาษณ์ในเวลาต่อมา

ช่างภาพหญิง, เอไลซา ซิดมอร์, Eliza R. Scidmore
หญิงสาวปลอบประโลมเด็กน้อยที่กลัวการอาบน้ำเย็น สารคดีเรื่อง “ญี่ปุ่นวัยเยาว์” หรือ “Young Japan” ของซิดมอร์ ซึ่งตีพิมพ์เมื่อปี 1914 เป็นผลงานชุดที่สองที่เธอเขียนและถ่ายภาพเกี่ยวกับผู้หญิงและเด็กแถบเอเชีย (ภาพถ่ายโดย Eliza R. Scidmore, National Geographic Creative)

ภาพถ่ายและบทความเกี่ยวกับอะแลสกาที่เธอเขียนให้หนังสือพิมพ์สหรัฐฯ หลายฉบับ จุดประกายความสนใจให้สาธารณชนและสร้างความความประทับใจให้นักสำรวจผู้ยิ่งใหญ่หลายคนในยุคนั้น  เมื่อช่างภาพหญิงผู้นี้รวบรวมจัดทำเป็นหนังสือบันทึกการเดินทาง ซึ่งอาจเป็นหนังสือเล่มแรกที่เขียนเกี่ยวกับอะแลสกา นักวิจารณ์หนังสือคนหนึ่งเรียกเธอว่า “นักข่าวหญิงที่ดีที่สุดคนหนึ่งในประเทศนี้”

หลายทศวรรษหลังการเดินทางสู่อะแลสกาในครั้งนั้น  ซิดมอร์กลายเป็นชื่อติดปากผู้อ่านนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกในฐานะเจ้าของบทความ 15 บทความ และภาพถ่ายสีชุดแรกๆ ที่ปรากฏในนิตยสารฉบับนี้  เธอเป็นนักเขียนและช่างภาพหญิงคนแรกที่มีผลงานตีพิมพ์ใน เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก และยังเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารสมาคม  ตลอดเกือบสองทศวรรษที่ร่วมงานกับสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เธอรั้งตำแหน่ง อาทิ รองบรรณาธิการ เลขานุการ และเลขานุการฝ่ายต่างประเทศ

ช่างภาพหญิง, เอไลซา ซิดมอร์, Eliza R. Scidmore
“คุณซิดมอร์ใช้เวลาหลายปีในดินแดนตะวันออก” เป็นส่วนหนึ่งของบทนำในสารคดีภาพเรื่อง “สตรีและเด็กแห่งดินแดนตะวันออก” ตีพิมพ์ในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ปี 1907 ในภาพคือหญิงชาวชวากำลังวาดผ้าบาติกเพื่อใช้ทำผ้านุ่ง (ภาพถ่ายโดย Eliza R. Scidmore, National Geographic Creative)

แม้ว่าผู้หญิงจะไม่ค่อยมีบทบาทมากนักในสมาคม ทว่าช่างภาพหญิงอย่างซิดมอร์ก็เป็นที่ยกย่องชื่นชมของการ์ดิเนอร์ กรีน ฮับบาร์ด ประธานคนแรกของสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก และกิลเบิร์ต เอช. โกรฟเนอร์ บรรณาธิการคนแรกของนิตยสาร ทั้งคู่ขอความคิดเห็นและคำแนะนำจากเพื่อพัฒนานิตยสาร  ด้วยความเชื่อในเรื่องพลังของภาพถ่ายสี ซิดมอร์มีอิทธิพลอย่างมากในการเปลี่ยนโฉมหน้าวารสารเชิงวิชาการอายุน้อยเล่มนี้

ช่างภาพหญิง, เอไลซา ซิดมอร์, Eliza R. Scidmore
แม่ลูกอ่อนชาวเกาะชวาดูแลลูกน้อยของเธอในอินโดนิเซีย ซิดมอร์มักถ่ายภาพผู้หญิงและเด็ก ขณะเดินทางไปทั่วเอเชีย (ภาพถ่ายโดย Eliza R. Scidmore, National Geographic Creative)
ช่างภาพหญิง, เอไลซา ซิดมอร์, Eliza R. Scidmore
เอไลซา รูหะเมาะห์ ซิดมอร์ โพสท่าถ่ายภาพหน้าฉากที่วาดขึ้น เป็นภาพถ่ายที่หาดูได้ยากของเธอ (ภาพถ่ายโดย O.S. Goff, Oakley-Hawley family papers/Wisconsin Historical Society)
ช่างภาพหญิง, เอไลซา ซิดมอร์, Eliza R. Scidmore
เจ้าบ่าวอายุ 10 ขวบ (ทางขวามือ) และเด็กหญิงที่อาจเป็นเจ้าสาวของเขา ขณะนั่งบนเกี้ยวในขบวนแห่พิธีแต่งงานในอินเดีย (ภาพถ่ายโดย Eliza R. Scidmore, National Geographic Creative)

(อ่านต่อหน้า 2)

เรื่องแนะนำ

ตามรอยอาณานิคมที่สาบสูญแห่งโรอาโนก

พวกเขาเปรียบได้กับนักบินอวกาศ ในยุคเอลิซาเบทของอังกฤษ และผู้ล่าอาณานิคมแห่งโลกใหม่ ก่อนจะสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยหลังละทิ้งถิ่นฐานบนเกาะโรอาโนก

ประวัติศาสตร์ย่อของหลอดพลาสติก

คนเราใช้หลอดกันมาเป็นพันปีจากวัสดุธรรมชาติ และหลอดธรรมชาติเหล่านี้ไม่เคยก่อปัญหาทางสิ่งแวดล้อม จนกระทั่งวัสดุอย่างพลาสติกถือกำเนิดขึ้น...

ความรู้ประจำวัน : คุณอาจเป็นญาติกับเจงกิส ข่าน

หลายคนคงรู้จักเจงกิส ข่าน บรุษนักรบผู้ยิ่งใหญ่ ผู้สร้างอาณาจักรมองโกล แต่รู้หรือไม่ว่าบนโลกใบนี้ทุกๆ 200 คนจะมีอยู่หนึ่งคนที่มีความเกี่ยวข้องทางดีเอ็นเอกับเจงกิส ข่าน ผลการศึกษาโครโมโซม Y โครโมโซมเพศที่พบในผู้ชาย นักวิทยาศาสตร์พบว่า ผู้ชายที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เคยเป็นดินแดนของอาณาจักรมองโกลในอดีต ผู้ชายจำนวนมากมีโครโมโซม Y ที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งเชื่อกันว่าพวกเขาเหล่านี้คือลูกหลานที่สืบเชื้อสายมาจากบรรดาลูก หลาน เหลน โหลนของจักรพรรดิเจงกิส ข่านอีกที ความเป็นไปได้มีมากน้อยแค่ไหนว่ากันว่ามีโอกาส 0.5% ที่คุณจะเป็นญาติกับเจงกิส ข่าน แต่หากคุณเป็นชาวเอเชีย โอกาสดังกล่าวจะเพิ่มเป็น 8% ทั้งนี้แม้ว่าบรรพบรุษของคุณ (หากคุณอยู่ใน 8%) เจงกิส ข่าน จะเป็นนักรบจอมกระหายเลือด (จากสถิติว่ากันว่าในยุคที่มองโกลเรืองอำนาจ ชาวมองโกลรุกรานและเข่นฆ่าผู้คนไปมากถึง 40 ล้านคน) แต่ก็มีตำนานกล่าวถึงความรักของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ว่าจุดเริ่มต้นของอาณาจักรอันไพศาลนี้มาจากความต้องการแก้แค้นให้แก่ผู้หญิงคนหนึ่ง จะเป็นอย่างไรลองชม   อ่านเพิ่มเติม : 7 โบราณสถานที่เชื่อกันว่าถูกสร้างโดยเอเลี่ยน, บังเกอร์ทหารจากยุคเผด็จการ กลายเป็นสารพัดประโยชน์