ชาวมายาคือใคร?

ชาวมายาคือใคร?

อาณาจักรมายา คืออารยธรรมที่ถูกพิจารณาว่ารุ่งโรจน์ที่สุดในทวีปอเมริกา ก่อนการมาเยือนของชาวสเปน ย้อนกลับไปราว 1,800 ปีก่อนคริสต์กาล อารยธรรมมายาเริ่มต้นตั้งถิ่นฐานขึ้นในดินแดนที่กลายมาเป็นอเมริกากลาง และเม็กซิโกในปัจจุบัน ช่วงเวลาที่รุ่งเรืองที่สุดของอารยธรรมเกิดขึ้นช่วงคริสต์ศักราชที่ 250 – 900 ในเวลานั้นอาณาจักรมายาประกอบด้วยเมืองน้อยใหญ่มากมายกว่า 40 เมือง และมีประชากรมากกว่า 50,000 คน

หลักฐานความรุ่งเรืองของอาณาจักรมายายังคงพบเห็นได้ในปัจจุบันจากพีรามิด และร่องรอยของสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ที่ถูกสร้างขึ้นจากก้อนหิน ทว่าจุดสำคัญที่ทำให้อาณาจักรนี้ประสบความสำเร็จหาใช่สิ่งปลูกสร้าง แต่คือการเกษตรที่มีประสิทธิภาพต่างหาก มันคือไร่ข้าวโพดที่เป็นอาหารหลักของผู้คนในยุคโบราณ

ชาวมายาเคารพและนับถือธรรมชาติมาก พวกเขามีความเชื่อว่าตนเกิดจากเทพที่สร้างชาวมายา ตลอดจนธรรมชาติต่างๆ รอบตัว การเรียนรู้เกี่ยวกับอารยธรรมโบราณแห่งนี้ทำให้นักโบราณคดีพบว่าชาวมายามีความเก่งกาจด้านคณิตศาสตร์ และการคำนวณเป็นอย่างมาก พวกเขามีปฏิฑินเป็นของตนเอง ทั้งยังสามารถคำนวณการโคจรของดวงดาวได้อีกด้วย ทว่าหลังคริสต์ศักราชที่ 900 อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่นี้ก็ล่มสลายลง มีทฤษฎีที่เชื่อกันว่าสาเหตุที่ทำให้อารยธรรมของชาวมายาต้องถึงจุดจบอาจมาจากการระเบิดของภูเขาไฟ ไม่ก็ภัยแล้ง

ทุกวันนี้ลูกหลานของชาวมายากระจัดกระจายไปตั่งถิ่นฐานตามประเทศต่างๆ ของอเมริกากลาง เชื่อกันว่าปัจจุบันน่าจะมีผู้สืบเชื้อสายจากชาวมายาราว 7 ล้านคน และพวกเขายังคงรักษาขนบธรรมเนียมความเชื่อบางอย่างไว้

 

อ่านเพิ่มเติม

ค้นพบอาณาจักรมายาซ่อนตัวใต้ผืนป่ากัวเตมาลา

เรื่องแนะนำ

ใครคือผู้ประดิษฐ์เครื่องมือหินอายุ 700,000 ปี ในฟิลิปปินส์?

ใครบางคนในฟิลิปปินส์เมื่อหลายแสนปีก่อนประดิษฐ์เครื่องมือหินที่ใช้ในการแล่เนื้อแรด มันเป็นช่วงเวลาก่อนที่มนุษย์จะเดินทางมาถึงเสียอีก พวกเขาเป็นใครกัน?

โบราณคดีที่ ปางมะผ้า จ. แม่ฮ่องสอนคลี่คลายความลับจากบรรพกาล 32,000 ปี

กว่า 20 ปีที่ ศ.ดร.รัศมี  ชูทรงเดช กับทีมนักโบราณคดีและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ร่วมกันขุดค้นและไขปริศนาโลงไม้จํานวนมากที่พบตามถํ้าและเพิงผาต่างๆ ในอําเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนไปทางทิศเหนือประมาณ 70 กิโลเมตร  อำเภอ ปางมะผ้า เก็บงำความลับของบุพกาลไว้บนภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน  พื้นที่ราบระหว่างหุบเขาคือที่ตั้งบ้านเรือนของชาติพันธุ์ต่างๆ ผู้อาศัยอยู่ในเวลาของปัจจุบัน พวกเขาประกอบด้วยมูเซอ  ไทใหญ่  ลีซู  กะเหรี่ยง  ม้ง  ปะโอ  ลัวะ  รวมทั้งคนพื้นราบ  ปางมะผ้า เป็นพื้นที่ที่เรื่องราวในอดีตทาบทับอยู่กับปัจจุบันเหมือนการดำรงอยู่ของเงากับ แสงแดดซึ่งขับเน้นกันชัดเจนกว่าถิ่นอื่น  โถงถํ้ากว่า 70 แห่งที่กระจายอยู่ทั่ว  ทั้งที่เข้าถึงได้ง่ายและบนเขาสูงชัน  ยังคงเก็บรักษาเรื่องราวของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์  ในยามที่ผู้คนยุคปัจจุบันดำเนินชีวิตท่ามกลางการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เป็นเวลากว่าสองทศวรรษที่ ศ.ดร.รัศมี  ชูทรงเดช  ภาควิชาโบราณคดี  คณะโบราณคดี  มหาวิทยาลัยศิลปากร  กับทีมนักวิจัยจากหลากหลายสาขาได้เผยร่องรอยอารยธรรมเก่าแก่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ในแหล่งโบราณคดีสำคัญสามแห่งของพื้นที่อำเภอปางมะผ้า  ประกอบด้วยแหล่งโบราณคดีเพิงผาถํ้าลอดในพื้นที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าถํ้านํ้าลอด ตำบลถํ้าลอด  แหล่งโบราณคดีเพิงผาบ้านไร่ในเขตบ้านไร่  ตำบลสบป่อง  และแหล่งโบราณคดีถํ้าผีแมนโลงลงรัก  ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านถํ้าลอด  อำเภอปางมะผ้า  จังหวัดแม่ฮ่องสอน ย้อนกลับไปในช่วง พ.ศ. 2541-2543  ศ.ดร.รัศมีเข้า ร่วมทีมนักวิจัยที่มีผศ.ดร.สิทธิพงษ์  ดิลกวณิช […]

อาร์กติก จะกลายเป็นสมรภูมิสงครามเย็นครั้งใหม่จริงหรือ

ขณะที่ภูมิภาคอาร์กติกกำลังละลายอย่างรวดเร็ว ชาติมหาอำนาจต่างเร่งรุดเข้าไปหมายควบคุมทรัพยากรและเส้นทางเดินเรือที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนน้ำแข็ง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเตรียมพื้นที่ให้ความขัดแย้ง ณ ดินแดนเหนือสุดของโลก จนหลายฝ่ายเกรงว่าอาร์กติกอาจกลายเป็นสมรภูมิสงครามเย็นครั้งใหม่

ภาพถ่ายที่ถูกซ่อนใน การปฏิวัติวัฒนธรรมในจีน

ในโอกาสครบรอบ 50 ปี (ปี 2016) ในกลียุคช่วง การปฏิวัติวัฒนธรรมในจีน เรามองไปยังภาพที่ช่างภาพผู้กล้าหาญคนหนึ่งได้ซ่อนให้พ้นสายตาของรัฐบาล ช่างภาพ หลี่ เจิ้นเฉิง (Li Zhensheng) มีมุมมองที่แตกต่างในช่วง การปฏิวัติวัฒนธรรมในจีน ช่วงเวลาโกลาหลจากการไล่ล่าและลงทัณฑ์ซึ่งเริ่มต้นในวันที่ 16 พฤษภาคม 1966 และดำเนินไปในช่วงเวลาที่ต่างกันจนสิ้นสุดที่การเสียชีวิตของเหมาเจ๋อตุง ประธานพรรคคอมมิวนิสต์ในอีก 10 ปีต่อมา หลี่ทำงานให้กับหนังสือพิมพ์ในมณฑลเฮย์หลงเจียงในช่วงเวลานั้น งานนี้ทำให้เขาได้รับอนุญาตให้ถ่ายภาพที่ทางการอนุมัติของโครงการรณรงค์ของประธานเหมาโดยไม่ถูกคุกคามแต่อย่างไร ในภายหลังเขาได้ซ่อนฟิล์มเนกาทีฟไว่ใต้พื้นบ้านเพื่อไว้ในกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐตามหาตัวเขา และก็เป็นเช่นนั้น ในปี 1968 รัฐบาลกล่าวหาว่าเขาเป็นผู้ “ปฏิปักษ์ต่อการปฏิวัติ” และบุกเข้ามาในอะพาร์ตเมนต์ของเขา เจ้าหน้าที่จะทำลายฟิล์มเนกาทีฟหากพวกเขาพบมัน แต่ภาพเหล่านั้นยังคงถูกซ่อนไว้ใต้พื้นบ้าน และหลี่ยังคงเก็บรักษามันไว้ได้มาหลายปี ในทุกวันนี้ ภาพถ่ายอันโดดเด่นของเขาเดินทางไปทั่วโลกและได้รับการตีพิมพ์ในหนังสือ และนี่คือภาพของหลี่ ซึ่งแสดงให้เราเห็นถึงความยิ่งใหญ่อันน่าเหลือเชื่อในช่วงการปฏิวัติวัฒนธรรมของจีน เรื่อง BECKY LITTLE อ่านเพิ่มเติม เซียงไฮ้: นครนานาชาติ เมืองท่าหลักของจีน