ไนเจอร์ : ชาติบนปากเหวในภูมิภาคระส่ำระสาย - National Geographic Thailand

ไนเจอร์ : ชาติบนปากเหวในภูมิภาคระส่ำระสาย

ไนเจอร์ : ชาติบนปากเหวในภูมิภาคระส่ำระสาย 

ไนเจอร์ ตั้งอยู่ในภูมิภาคที่ขึ้นชื่อว่าระสํ่าระสายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก กระนั้น ประเทศนี้ก็ยังคงมีเสถียรภาพ แต่จะอีกนานเพียงใด

ฟ้ายังไม่ทันสาง รถปิ๊กอัปคันแรก ๆ แล่นผ่านด่านตรวจ แล้วไปจอดเรียงบนทะเลทรายนอกเมืองอากาเดซ

ผู้โดยสารเบียดเสียดขึ้นไปอัดกันบนรถมากถึงคันละ 25 คน แต่ละคนมีเพียงกระเป๋าใบเดียว พวกเขาสวมแว่นดำ โพกผ้ากันฝุ่นทราย และใส่เสื้อโค้ตหนาสำหรับคํ่าคืนที่หนาวเหน็บตลอดสามวันของการเดินทางสู่ลิเบีย ความอ่อนเยาว์ของคนเหล่านั้นชัดเจน  ระหว่างนั่งเบียดเสียดอยู่ท่ามกลางคนแปลกหน้า พวกเขากระสับกระส่ายและเหม่อมองไปทางภูมิทัศน์เวิ้งว้างเบื้องหน้า

รถปิ๊กอัปแล่นเข้ามาเรื่อย ๆ พอถึงเวลาเคลื่อนขบวนก็มีรถรวมกันกว่าร้อยคัน รถทหารสองคันแล่นไปข้างหน้า คันหนึ่งเป็นรถนำ อีกคันปิดท้ายขบวน พอตกคํ่ากองทัพ จักรยานยนต์ก็ปรากฏและแล่นฉิวผ่านด่านตรวจของเมืองมาส่งคลื่นนักเดินทางผู้สิ้นหวังชุดสุดท้าย ซึ่งลนลานเข้ามาด้วยหวังจะต่อรองขอขึ้นรถที่แน่นเอี้ยดแล้วสักคัน  ท่ามกลางฝุ่นทรายฟุ้งวนและความสับสนวุ่นวายของผู้มาสายเหล่านี้ จักรยานยนต์คันหนึ่งไถลเข้ามาจอด  คนขับมีรูปร่างสูงตระหง่านทั้งที่ยังนั่งอยู่ เจ้าของเครารกครึ้มผู้คาบไม้จิ้มฟันมองฉากอันวุ่นวายนี้ด้วยรอยยิ้มรื่นรมย์ที่ไม่เข้ากับบรรยากาศรอบตัวเลย แล้วเขาก็หัวเราะเสียงดังและเอ่ยขึ้นว่า “นี่มันข้าวกับถั่ว!”

“นายใหญ่” ซึ่งเป็นชื่อที่ทุกคนในอากาเดซเรียกชายผู้นี้ไม่ได้พูดถึงอาหาร แต่เขาหมายถึงองค์ประกอบของขบวนรถต่างหาก ข้าวคือผู้โดยสารชาวไนเจอร์หลายร้อยคนในกองคาราวานรถปิ๊กอัปประจำสัปดาห์ที่มุ่งหน้าไปยังลิเบียเพื่อหางานทำ ส่วนถั่วคือคนอื่น ๆ ซึ่งมาจากที่อื่นและมุ่งหน้าไปที่อื่นด้วยเหตุผลส่วนตัว กลุ่มหลังมีอยู่คันละไม่เกินเจ็ดคน

นี่คือสูตรของนายใหญ่ เราอาจพูดได้ว่า เขาคือผู้ส่งออก “ถั่ว” ไม่รู้กี่พันกี่หมื่นคนนับแต่เริ่มทำธุรกิจนี้เมื่อปี 2001 และดำเนินสืบต่อมา แม้รัฐบาลไนเจอร์จะออกกฎหมายห้ามกิจการดังกล่าวในปี 2015 แล้วก็ตาม

ขบวนของนักเดินทางยังหลั่งไหลมาไม่หยุดและจะไม่หยุดด้วย

ไนเจอร์
คาราวานรถปิ๊กอัปที่อัดแน่นด้วยชาวไนเจอร์และคนชาติอื่นๆ ในแอฟริกา เริ่มการเดินทางสามวันจากอากาเดซผ่านทะเลทรายสะฮาราไปยังลิเบีย
ไนเจอร์
รถบรรทุกเสื้อผ้า เครื่องเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้า และของใช้ในบ้านอื่นๆ มาถึงด่านศุลกากรในอากาเดซ ชาวไนเจอร์ที่ทำงานในลิเบียส่งเงินกลับบ้านในรูปข้าวของต่างๆ ไม่ใช่เงิน เพราะค่าเงินดีนาร์ของลิเบียไม่มีเสถียรภาพ

ความไร้เสถียรภาพที่รุนแรงขึ้นในแอฟริกาตะวันตกยืนยันเรื่องนี้ได้ งานของนายใหญ่คือการบริหารจัดการขบวนที่ว่านี้ และในฐานะผู้อำนวยความสะดวกให้การเดินทาง เขาอยู่บนยอดเครือข่ายสีเทาที่ใหญ่ที่สุดในอากาเดซก็ว่าได้ ก่อนรถจะถึงด่านตรวจ คนขับจะไปรับใบอนุญาตจากเจ้าหน้าที่รัฐที่สถานีขนส่งอากาเดซที่บังเอิญก็เป็นนายใหญ่นั่นเอง เพียงจ่ายเงินปั๊บ เซ็นชื่อปุ๊บ แล้วเมินไปทางอื่นการเดินทางก็เริ่มขึ้น

“ใคร ๆ ที่ไหนก็รู้จักผม” เขาประกาศ “กระทั่งในอินเทอร์เน็ตก็มีรูปนายใหญ่กับผู้อพยพ” เขาอำนวยความสะดวกให้คนเหล่านั้นเดินทางข้ามสะฮาราจากอากาเดซไปยังเมืองซาบาทางตอนกลางของลิเบีย จากนั้นก็ขอให้หุ้นส่วนธุรกิจที่นั่นนำพวกเขาออกจากซาบาไปกรุงตริโปลี เพื่อส่งต่อให้อีกเจ้าหนึ่ง ซึ่งจะพาคนเหล่านั้นลงเรือข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนไปทางตะวันตก แต่นักเดินทางจะไปลงเอยที่ไหน จะเป็นที่อิตาลี สหรัฐฯ ห้องกักกัน หรือถูกทิ้งให้รอความตายอยู่กลางทะเลทรายหรือในทะเลก็อยู่นอกเหนือการบังคับกะเกณฑ์ของนายใหญ่แล้ว

เหนือสิ่งอื่นใด นายใหญ่คือผู้ธำรงเสถียรภาพในภูมิภาค ซึ่งมีผู้ทำหน้าที่นี้น้อยเท่าน้อย สำหรับคนที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ ภาพขบวนรถนอกด่านคือสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุม แต่แท้จริงแล้วหาได้เป็นเช่นนั้น ระบบหนึ่งกำลังทำงาน เป็นระบบที่ทุกคนเข้าใจและเอื้อประโยชน์ให้หลายฝ่าย แม้ไม่ใช่ระบบที่ดีที่สุดเพราะผิดกฎหมาย แต่ก็เป็นวิธีแก้ปัญหาที่สร้างสรรค์สำหรับข้อเท็จจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า ไนเจอร์อยู่ในวงล้อมของความปั่นป่วนโกลาหล แม้จะเผชิญมรสุมรอบด้าน ตั้งแต่ความยากจนข้นแค้น การรุกคืบขยายตัวของทะเลทราย และการเพิ่มขึ้นของประชากร ไปจนถึงการขาดแคลนที่ดินเพาะปลูก และระบบการเมืองอันคลอนแคลน แต่ไนเจอร์ก็ไม่ใช่แหล่งบ่มเพาะความรุนแรงอย่างบรรดาประเทศเพื่อนบ้าน  นี่คือประเทศที่ผู้คนหนีตายใช้เป็นทางผ่าน ไม่ใช่หนีออกไป

ไนเจอร์
เมืองอากาเดซเป็นชุมทางการค้ามายาวนาน โดยเชื่อมภูมิภาคซาเฮลกับแอฟริกาเหนือ และแอฟริกาตะวันตกกับตะวันออกกลาง สถานีรถขนส่งของเมืองในภาพเป็นศูนย์กลางผู้อพยพ
ไนเจอร์
ปล่องหลายร้อยปล่องเรียงรายอยู่ในเหมืองทองคำทางตอนเหนือของไนเจอร์ติดกับแอลจีเรีย ทีมใช้ปล่องนี้ลำเลียงคนงานเหมืองลงไปยังชั้นสายแร่ทองลึกกว่า 90 เมตรก่อนจะนำหินขึ้นมาบดเพื่อแยกทองคำ

ไนเจอร์เป็นประเทศที่ใหญ่กว่ารัฐเทกซัสเกือบสองเท่า และมีอัตราการเกิดสูงกว่าราว 3.5 เท่า แต่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศแค่ร้อยละ 0.5 เท่านั้น  ความเสี่ยงของไนเจอร์ก็นับว่าใหญ่หลวงจริง ๆ โดยเฉพาะสถิติที่มีเหตุผลสองข้อ นั่นคือตัวเลขจีดีพีต่อหัวประชากรที่ประมาณหนึ่งพันดอลลาร์สหรัฐ ถือว่าตํ่าที่สุดแห่งหนึ่งเสริมเสถียรภาพ” (ตามถ้อยแถลงของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ)

ไนเจอร์
กองทัพอากาศสหรัฐฯสร้างลานบินใกล้เมืองอากาเดซสำหรับรองรับโดรนติดอาวุธ ทหารสหรัฐฯ หลายร้อยนาย ที่ประจำการที่นี่จะช่วยต่อต้านกลุ่มก่อการร้ายระดับภูมิภาค รวมทั้งกลุ่มย่อยของไอเอสและอัลกออิดะห์

นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้กองทัพอากาศสหรัฐ ฯ ตั้งฐานทัพที่ชานเมืองอากาเดซ และกองกำลังปฏิบัติการพิเศษของสหรัฐฯ เข้าร่วมภารกิจต่อต้านการก่อการร้ายในไนเจอร์ ซึ่งภารกิจหนึ่งเมื่อเดือนตุลาคมปี 2017 ส่งผลให้ทหารสหรัฐ ฯ สี่นาย ทหารไนเจอร์สี่นาย และล่ามไนเจอร์หนึ่งคน เสียชีวิตจากการซุ่มโจมตีของกลุ่มนักรบพลเรือนอิสลามติดอาวุธ  นี่ช่วยอธิบายว่าเพราะเหตุใดงบประมาณแผ่นดินของไนเจอร์จึงประกอบด้วยเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศสูงถึงร้อยละ 40 และยังเป็นเหตุผลที่ทำให้วิถีอันย้อนแย้งในการส่งชาวแอฟริกันตะวันตกไปทั่วโลกของนายใหญ่ช่วยธำรงรักษาภูมิภาคอันเปราะบางนี้ไว้ได้

เรื่อง โรเบิร์ต เดรเพอร์

ภาพถ่าย ปาสกาล แมตร์

* อ่านสารคดีฉบับเต็มได้ในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนกรกฎาคม 2562


สารคดีแนะนำ

75 ปีของการสืบหาผู้ทรยศ แอนน์ แฟรงค์

เรื่องแนะนำ

Explorer Awards 2018: ดร.วราวุธ สุธีธร

ดร.วราวุธ สุธีธร ทำงานสำรวจซากดึกดำบรรพ์มานานหลายสิบปี และแม้ทุกวันนี้ท่านจะเกษียณอายุราชการแล้ว แต่ยังคงมีความสุขทุกครั้งที่ได้ออกไปขุดค้น และเปิดเผยชั้นหินของไทยให้ทั่วโลกได้รับรู้ว่าประเทศเราเองก็เป็นสถานที่หนึ่งที่มีฟอสซิลมากมายรอให้ศึกษา

ค้นพบฟอสซิลโบราณนับเจ็ดหมื่นชิ้นในพื้นที่ฝังกลบขยะของสเปน

เนื่องจากการขยายพื้นที่ฝังกลบขยะในแคว้นกาตาลุญญาของสเปน บรรดานักบรรพชีวินวิทยาได้ค้นพบ ฟอสซิลสัตว์ ของสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่อาจเป็นบรรพบุรุษของเอป (Apes) และมนุษย์ บาร์เซโลนา, สเปน – คงไม่มีสถานที่ใดบนโลกไม่เป็นที่ต้อนรับไปมากกว่าพื้นที่ทิ้งขยะอันหนาวเหน็บในเวลากลางคืนอีกแล้ว ทว่า นั่นเป็นสถานที่ที่โฆเซป โรเบลส นักบรรพชีวินวิทยา พาตัวเองเข้าไปใช้เวลาในเดือนธันวาคม ปี 2019 เพื่อตามหา ฟอสซิลสัตว์ อันเป็นร่องรอยประวัติศาสตร์วิวัฒนาการของมนุษยชาติ หลายเดือนก่อนหน้า เขาใช้เวลาหลายคืนไปกับ Abocador de Can Mata พื้นที่ฝังกลบขยะขนาดใหญ่ที่สุดของแคว้นกาตาลุญญา ประเทศสเปน กว่า 7 วันต่อสัปดาห์ และกว่า 24 ชั่วโมงต่อวันที่เครื่องขุดเจาะใช้แขนเหล็กของมันขุดเจาะพื้นดินอย่างเร่งรีบเพื่อสร้างหลุมลึกสำหรับฝังกลบขยะจากเมืองบาร์เซโลนาและพื้นที่ใกล้เคียง โรเบลสเป็นหนึ่งในสามนักบรรพชีวินวิทยาที่ผลัดเวรกันเพื่อเฝ้าจับตาฝุ่นดินหลายตันที่เกิดจากการขุดพื้นที่นี้ ในห้วงเวลานั้น ยามใดก็ตามที่เขาได้พบกับวัตถุที่มีความเป็นไปได้ว่าคือสิ่งที่เขาตามหา เขาจะโบกมือเพื่อหยุดการทำงานของเครื่องขุดและเข้าไปตรวจสอบวัตถุนั้นอย่างใกล้ชิด เก็บวัตถุที่พบเจอนั้นไปเมื่อตอนที่ดวงอาทิตย์ขึ้น และให้สัญญาณว่าการจัดการงานของเขาเสร็จสิ้น ก่อนที่จะกลับออกไปจากพื้นที่ และให้เครื่องมือขุดค้นเริ่มเค้นเสียงคำรามก้องอีกครั้ง ผืนดินของ Can Mata เป็นแหล่งเก็บรักษา ฟอสซิลสัตว์ หลากหลายชนิดจากในช่วงเวลาตั้งแต่มากกว่าล้านปีที่แล้วไปจนถึงกลางสมัยไมโอซีน (Miocene) คือในช่วง 12.5 – 11 ล้านปีที่แล้ว นับตั้งแต่ปี […]

๘๙ พรรษา มหาราชในดวงใจ : ราชาแห่งราชัน

รอบนักษัตรที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๔๒ – ๒๕๕๔) ตลอดระยะเวลา ๖๕ ปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัตินับแต่พระชนมายุ ๑๙ พรรษา เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๙ จนถึงปัจจุบัน ทรงเจริญพระชนมายุครบ ๗ รอบ ๘๔ พรรษา ในวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ นั้น พระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประเทศชาติและปวงชนชาวไทยอย่างมิทรงเหน็ดเหนื่อย และเสด็จพระราชดำเนินไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อเยี่ยมเยียนราษฎรของพระองค์ด้วยพระวิริยอุตสาหะและพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่า พระราชกรณียกิจตลอดจนโครงการทั้งหลายทั้งปวงที่มีพระราชดำริให้จัดทำขึ้น และมีผู้นำไปสานต่อจนสัมฤทธิผลเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนนั้น มีมากมายสุดจะพรรณนาได้หมดในที่นี้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเหล่านี้ หากจะจำแนกหมวดหมู่ออกเป็นสาขาใหญ่ ๆ ก็จะได้ดังนี้     พระราชกรณียกิจบำบัดทุกข์บำรุงสุขราษฎร     พระราชกรณียกิจด้านเกษตรกรรมและการพัฒนาชนบท     พระราชกรณียกิจด้านการสาธารณสุข     พระราชกรณียกิจด้านการพระศาสนาและศิลปวัฒนธรรม     พระราชกรณียกิจด้านเทคโนโลยีและสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นนวัตกรรม     พระราชกรณียกิจด้านการต่างประเทศ      นอกจากโครงการต่าง ๆ เหล่านี้แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริอันเป็นหลักปรัชญาสำคัญที่เรียกว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหลักการดำรงชีวิตที่มีคุณค่ายิ่ง โดยเฉพาะในสถานการณ์เศรษฐกิจโลกปัจจุบัน จึงมีผู้นำหลายชาติให้ความสนใจ และพิจารณานำไปเผยแพร่เพื่อให้ประชาชนในชาติของตนประพฤติปฏิบัติตามหลักปรัชญาหรือทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแนวพระราชดำริในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงนี้ เริ่มต้นจากแนวทางพออยู่พอกินก่อน ซึ่งปรากฏครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๗ ดังปรากฏในพระราชดำรัสพระราชทานเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๗ ความตอนหนึ่งว่า “คนอื่นจะว่าอย่างไรก็ช่างเขา จะว่าเมืองไทยล้าสมัย ว่าเมืองไทยไม่มีสิ่งที่สมัยใหม่ แต่เราอยู่พอมีพอกิน และขอให้ทุกคนมีความปรารถนาที่จะให้เมืองไทยพออยู่พอกิน มีความสงบ และทำงานตั้งอธิษฐาน ตั้งปณิธานในทางนี้ที่จะให้เมืองไทยอยู่แบบพออยู่พอกิน ไม่ใช่ว่าจะรุ่งเรืองอย่างยอด แต่ว่ามีความพออยู่พอกินมีความสงบ เปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ ถ้าเรารักษาความพออยู่พอกินนี้ได้ เราก็จะยอดยิ่งยวดได้…” หลังจากนั้นก็เริ่มมีการพูดกันถึงแนวความคิด ”พออยู่พอกิน” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกันอย่างกว้างขวาง แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังไม่เข้าใจอย่างแท้จริงว่า แนวปรัชญาพออยู่พอกินของพระองค์ท่านนั้นลึกซึ้งเพียงไร นักปรัชญาและผู้รู้ต่างก็ตีความไปต่าง ๆ กัน จนเกิดความสับสนขึ้น ในปีรุ่งขึ้นและปีต่อ ๆ มา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสถึงแนวพระราชดำริพอมีพอกินหรือเศรษฐกิจพอเพียงนี้ในอีกหลายโอกาส ทรงอธิบายจนเป็นที่เข้าใจกันได้ คำว่าพอเพียงมีความหมายอีกอย่างหนึ่ง มีความหมายกว้างออกไปอีก ไม่ได้หมายถึงการมีพอสำหรับใช้ของเท่านั้น แต่มีความหมายว่าพอมีพอกิน… “พอมีพอกิน” นี้ก็แปลว่า ”เศรษฐกิจพอเพียง” นั่นเอง พอเพียงนี้ก็หมายความว่า มีกินมีอยู่ ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่หรูหรา ก็ได้ แต่ว่าพอแม้บางอย่างอาจจะดูฟุ่มเฟือย แต่ถ้าทำให้มีความสุข ถ้าทำได้ก็สมควรที่จะทำ สมควรที่จะปฏิบัติ –พระราชดำรัสพระราชทานในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๑   เมื่อปี ๒๕๑๗ วันนั้นได้พูดถึงว่า เราควรปฏิบัติให้พอมีพอกินนี้ ก็แปลว่า เศรษฐกิจพอเพียงนั่นเอง ถ้าแต่ละคนมีพอมีพอกินก็ใช้ได้  ยิ่งถ้าทั้งประเทศพอมีพอกินก็ยิ่งดี และประเทศไทยเวลานั้นก็เริ่มจะเป็นไม่พอมีพอกิน บางคนก็มีมาก บางคนก็ไม่มีเลย –พระราชดำรัสพระราชทานในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๑   เศรษฐกิจพอเพียงนั้นเขาว่าเป็นเศรษฐกิจชุมชน หมายความว่าให้พอเพียงในหมู่บ้านหรือในท้องถิ่น… ถ้าพอมีพอกินคือพอมีพอกินของตัวเองนั้น ไม่ใช่เศรษฐกิจพอเพียง เป็นเศรษฐกิจสมัยหิน สมัยหินนั้นเป็นเศรษฐกิจพอเพียงเหมือนกัน แต่ว่าค่อย ๆ พัฒนาขึ้นมา –พระราชดำรัสพระราชทานในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ […]

ปลัดขิก : โลกิยธรรมในวิถีพุทธของชาวภูฎาน

 ใครที่เคยสัญจรรอนแรมไปในเขตชนบทของภูฏาน ล้วนต้องตั้งคำถาม ว่าไย ชาวภูฏานจึงนิยมประดับภาพ ปลัดขิก หรืออวัยวะเพศชายขนาดใหญ่ชนิดโจ๋งครึ่ม บางบ้านแต่งเติมให้ท่านปลัดพ่นไฟได้ บางบ้านแกะสลักไม้เป็นรูปท่านปลัดแล้วทาสีแดงแป๊ด ติดไว้เหนือประตูบ้าน แขวนไว้ตามยุ้งฉางอีกต่างหาก ร้านอาหารบางแห่งตั้งท่านปลัดขนาดสูงเท่าตัวคนไว้กลางร้านเลยทีเดียว จะหาคำตอบของเรื่อง ปลัดขิก นี้ ก่อนอื่นต้องเข้าใจเสียก่อนว่า ศาสนาพุทธที่ชาวภูฏานนับถือศรัทธา มิใช่นิกายเถรวาทแบบไทย หรือนิกายมหายานแบบจีน เกาหลี ญี่ปุ่น แต่เป็นนิกายวัชรยานแบบทิเบต สาระสำคัญของนิกายนี้ใกล้เคียงกับมหายาน คือนอกจากนับถือพระพุทธเจ้าเป็นศาสดาแล้ว ยังมี “พระโพธิสัตว์” อีกหลายองค์ที่คอยช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก อาทิ พระโพธิสัตว์กวนอิม ที่รู้จักกันดี แต่พิเศษกว่านั้น คือวัชรยานกำหนดให้มีเครื่องมือพิเศษ เช่น ธงมนตรา กงล้อมนตรา ระฆังมนตรา ฯลฯ ไว้ช่วยชาวพุทธให้บรรลุธรรมได้รวดเร็วปานสายฟ้าแลบแปลบ และมีอำนาจตัดกิเลสได้แข็งแกร่งดั่งเพชร ตามความหมายของคำว่า “วัชระ” ที่แปลว่าเพชร หรือสายฟ้า ยิ่งไปกว่านั้น ในอดีต นิกายวัชรยานเคยพัฒนาไปไกลถึงขั้นที่เชื่อว่า หากนักบวชฝึกฝนอย่างดีแล้ว สามารถละเมิดศีลธรรม เช่น ดื่มสุรา เสพเมถุน เพื่อจะบรรลุธรรมได้เร็วขึ้น เรียกว่าใช้ “กิเลส” เป็น “อุบาย” […]