ปลากัดไทย มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอย่างไร และจำแนกได้อย่างไรบ้าง

ปลากัดไทย … มัจฉานักสู้ผู้ล้ำค่าสง่างาม

เสียงฮือฮาดังกระหึ่ม เมื่อ ปลากัดไทย กำลังพองตัวว่ายวนดูเชิงชั้นคู่ต่อสู้… กระโดงและครีบหางสีน้ำเงินแกมแดงโบกสะบัดพัดพลิ้วไปมาอย่างมีชั้นเชิงอ่อนช้อยงดงาม ฉับพลัน มันก็ถูกจู่โจมด้วยคมฟันอันแหลมกริบเข้าที่ใต้ลำตัว มันตอบโต้ เข้าที่แพนหางของฝ่ายตรงข้ามเช่นเดียวกัน

ทั้งคู่ต่างพันตู รุกรับด้วยคมเขี้ยวและเชิงชั้นอย่างทรหดอดทน เนิ่นนานอีกหลายนาที ปลากัดอีกตัวก็ว่ายหนีเตลิด ไม่ยอมเข้าต่อกร มันว่ายหนีไปรอบแบบไม่ยอมเข้าใกล้ ปลากัดไทย อีกตัวจึงเป็นผู้ชนะไปตามกติกา ด้วยอาการพองตัวอย่างลำพองไม่ผิดกับชัยชนะของมนุษย์แต่อย่างใด…

นี่คือบทบาทแห่งสายเลือดมรดกตกทอดของ “ปลากัด” มัจฉานักสู้ผู้ล้ำค่าสง่างาม อีกเอกลักษณ์หนึ่งอันทรงคุณค่าของความเป็นไทย ไม่มีชาติใดเสมอเหมือน

ปลากัดมีลักษณะพิเศษ คือ มีสัญชาติญาณเป็นปลานักสู้ตลอดชีวิตของมัน มีวิญญาณทรหด อดทน กัดได้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญให้คนนำมันมากัดแข่งกัน กลายเป็นเกมกีฬาที่คนไทยนิยมมาตั้งแต่สมัยโบราณ

ประวัติศาสตร์ของปลากัดไทย

สมัยก่อนในชนบทเมื่อชาวบ้านเสร็จจากงานเพาะปลูก มักจะหอบหิ้วเอาปลากัดมากัดแข่งขันกันเป็นงานอดิเรก และเป็นความเพลิดเพลินถือเป็นกีฬาพื้นบ้านอีกชนิดหนึ่งของสยามประเทศที่นิยมกันอย่างแพร่หลายสืบมา

เสน่ห์ของปลากัดที่นอกจากจะมีลีลาการต่อสู้ที่ดุเดือดเร้าใจและทรหดอดทนแล้ว จากบันทึกของมิสเตอร์ เอช. เอ็ม. สมิท  ที่ปรึกษาด้านสัตว์น้ำในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ซึ่งได้ชมการกัดปลามามากกว่า 100 ครั้ง บันทึกไว้ว่า… การกัดปลาของคนไทยไม่ใช่เรื่องโหดร้าย ป่าเถื่อน สยดสยองเหมือนดังที่เข้าใจกัน แต่เป็นการต่อสู้ที่เร้าใจ เต็มไปด้วยศิลปะ และความงาม ในลีลาการเคลื่อนไหวที่สง่างาม คล่องแคล่ว เฉียบแหลม และอดทน เมื่อเกมสิ้นสุด ปลาทั้งคู่อาจมีสภาพถูกกัดขาดวิ่น หรือเกล็ดหลุด แต่ภายในเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ ก็สามารถงอกกลับมาเป็นปกติใหม่ดังเดิม

นอกจากนั้นแล้ว ปลากัดยังเป็นปลาที่สวยงามที่หาใดเทียบ ยุคต่อมาเริ่มมีการนำปลากัดมาเพาะเลี้ยงเพื่อใช้ในการกัดแข่งขัน และผสมพันธุ์ เพื่อให้ได้ปลาที่อดทน กัดเก่ง สีแปลกตาสวยงาม ซึ่งเป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวาง  และเป็นปลาสวยงามชนิดแรกที่คนไทยนิยมเลี้ยง การเพาะเลี้ยงปลากัดจึงแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ  กลุ่มหนึ่งเป็นการเพาะเลี้ยงปลากัดเพื่อเอาไว้กัดแข่งขันเป็นการกีฬา อีกกลุ่มหนึ่งเป็นการเพาะเลี้ยงปลากัดเพื่อเป็นปลาสวยงาม

ปลากัดสายพันธุ์ดั้งเดิมจากธรรมชาติมักเรียกติดปากว่า  “ปลากัดลูกทุ่ง” หรือ “ปลากัดป่า” และได้มีการพัฒนาสายพันธุ์และความสามารถในชั้นเชิงการกัดจนถึงปัจจุบัน จนเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของประเทศไทยและเป็นที่รับรู้ของชาวต่างชาติในชื่อ “Siamese fighting fish

ข้อมูลทั่วไปของปลากัด

เมื่อ พ.ศ. 2452 Mr. C. Tate Regen ได้ตั้งชื่อทางวิทยาศาสตร์ของปลากัดว่า Betta splendens ซึ่งคำว่า Betta มาจากคำว่า “Bettah” หมายถึง ชนชาติของผู้ที่เป็นนักรบ ส่วนคำว่า plendens มาจากคำว่า “Splendid” มีความหมายเหมือน “Beautiful”  แปลได้ว่า นักรบผู้สง่างาม

ปลากัดไทย เป็นปลาพื้นเมืองของประเทศไทย และในแถบประเทศเอเชียอาคเนย์ เป็นปลาที่มีรูปร่างสวยงาม พบแพร่กระจายทั่วไปทุกภูมิภาคของประเทศ ตามธรรมชาติปลากัดจะมีสีน้ำตาล หรือสีเทาปนเขียวมีลายตามลำตัว ครีบและหางสั้น มีนิสัยก้าวร้าว ตัวผู้ครีบและหางจะยาวกว่าตัวเมียและมีสีสันสวยงามมากกว่าตัวเมียอย่างเห็นได้ชัด ปลากัดจะอาศัยอยู่ตามบริเวณแหล่งน้ำที่ค่อนข้างใส น้ำนิ่งหรือไหลเอื่อย ๆ เช่น ทะเลสาบ หนอง บึง ลำคลอง มีลำตัวแบนข้าง ลำตัวยาว หัวเล็ก มีขนาดยาวเฉลี่ย 5 เซนติเมตร ชอบกินลูกน้ำ ไรแดง ไรน้ำ และหนอนแดง

ปลากัดไทย, ปลากัด, ปลากัดจีน, ปลากัดหม้อ, ปลากัดทุ่ง, เลี้ยงปลากัด, ประวัติปลากัด

ปลากัดมีความพิเศษต่างจากปลาชนิดอื่น คือมันจะมีอวัยวะช่วยหายใจอยู่ที่บริเวณเหงือกเรียกว่า Labyrinth organ อยู่ในโพรงอากาศหลังเหงือก ซึ่งทำให้ปลากัดสามารถอยู่ในน้ำที่มีอากาศน้อยได้เป็นอย่างดี ทำให้สามารถใช้ออกซิเจนจากการฮุบอากาศที่ผิวน้ำได้โดยตรง ปลากัดจึงสามารถอาศัยอยู่ในน้ำน้อยที่มีออกซิเจนต่ำได้ เพราะมันสามารถว่ายขึ้นรับออกซิเจนที่อยู่บนผิวน้ำได้

สุภาษิตเก่ากาลที่กล่าวถึงปลากัดที่ว่า “แค่มองก็ท้องแล้ว” …อันหมายถึงปลา กัดตัวผู้ที่จ้องมองปลากัดตัวเมีย จนตัวเมียก็สามารถตั้งท้องได้เองนั้น ไม่ใช่ความเป็นจริง อย่างที่กล่าวอ้างมาแต่อย่างใด

ในความเป็นจริงแห่งธรรมชาติ ปลากัดจะมีฤดูการผสมพันธุ์ในฤดูฝนช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคม – กันยายน ของทุกปี โดยปลากัดจะจับคู่กันเองแบบตัวต่อตัว ตัวผู้จะสร้างรังโดยการพ่นฟองขึ้นมาไว้ตามบริเวณผิวน้ำที่เราเรียกกันว่า หวอด

ปลากัดไทย, ปลากัด, ปลากัดจีน, ปลากัดหม้อ, ปลากัดทุ่ง, เลี้ยงปลากัด, ประวัติปลากัด

ปลากัดตัวเมียที่มีไข่สุกก็จะเข้ามาวางไข่ โดยตัวผู้จะว่ายเข้ารัดตัวเมียให้ปล่อยไข่ออกมาพร้อม ๆ กับปล่อยน้ำเชื้อของตัวเองออกมาผสมกัน ไข่จะถูกปล่อยออกมาเป็นชุดๆ ก่อนที่ไข่จะจมลงสู่พื้น…พ่อปลาจะฮุบฟองไข่ แล้วนำไปพ่นไว้ในหวอดจนกว่าไข่จะหมด ซึ่งอาจใช้เวลานับชั่วโมง หลังจากนั้น พ่อปลาจะเป็นผู้ทำหน้าที่เฝ้าระวังไข่ และลูกอ่อน ในการผสมพันธุ์แต่ละครั้ง แม่ปลาจะวางไข่ประมาณ 200-700 ฟอง

หลังจากนั้น 4 วันลูกปลาที่เพิ่งฟักออกเป็นตัว จะพักอยู่ภายใต้หวอด จนกว่าอาหารในถุงอาหารที่ติดตัวมาด้วยจะถูกใช้หมด และครีบได้พัฒนาอย่างสมบูรณ์  พ่อปลาจะคอยเสริมหวอดด้วยการพ่นฟองอากาศใหม่อยู่เรื่อยๆ คอยเฝ้าระวังศัตรูที่จะเข้ามากิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แม่ปลาที่จะต้องถูกขับไล่ให้ไปอยู่ห่างๆ เนื่องจากชอบกินลูกของตัวเอง 1 เดือนหลังจากวางไข่ ปลาตัวเมียก็พร้อมที่จะสร้างไข่ชุดใหม่ ในระยะเวลา 1 ปี ปลาตัวเมียหนึ่งตัว สามารถให้ไข่ได้ประมาณ 2,500-5,000 ฟอง

…………………………………………………

สายพันธุ์ของปลากัด

ปลากัดในปัจจุบันมีจำนวนมากกว่า 40 สายพันธุ์ ซึ่งพบในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 11 สายพันธุ์ เช่น Betta breviata, Betta anabatoides, Betta belliea, Betta cocina, Betta imbellis, Betta macrophthalma, Betta Persephone, Betta pugnax, Betta smaragdina, Betta splendens, และ Betta tessyae เป็นต้น

ซึ่งปลากัดที่เรามักพบเห็นและเรียกเป็นปกติว่า “ปลากัด” นั้น ไม่ว่าจะเป็นปลากัดหม้อ หรือปลากัดจีน จะหมายถึงปลากัดที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Betta splendens และมีชื่อสามัญว่า Siamese Fighting Fish

ปลากัดไทย, ปลากัด, ปลากัดจีน, ปลากัดหม้อ, ปลากัดทุ่ง, เลี้ยงปลากัด, ประวัติปลากัด

ในการเพาะเลี้ยงปลากัดเพื่อเอาไว้กัดแข่งขัน จะเป็นการพัฒนาสายพันธุ์ของปลากัดครีบสั้น หรือปลาลูกหม้อ แต่ดั้งเดิมขึ้นมา เพื่อให้ได้สายพันธุ์ปลาใหม่ ๆ ที่กัดเก่ง ทรหดอดทน และมีขนาดใหญ่ ในอดีตเคยมีการนำปลากัดพื้นเมืองจากภาคใต้มาผสมบ้าง เพื่อสร้างลูกผสมที่กัดเก่ง และมีการใช้กลวิธีการเพาะเลี้ยงปลาด้วยสมุนไพร ใบไม้ ว่าน ฯลฯ เพื่อช่วยเคลือบเกล็ดปลา  ซึ่งเชื่อกันว่าจะทำให้เกล็ดแข็งศัตรูกัดเข้าได้ยาก

ส่วนการเพาะเลี้ยงปลากัดเพื่อเป็นปลาสวยงาม นอกจากจะพัฒนาให้ได้สีที่สวยงาม และรูปแบบใหม่ๆ แล้ว ก็ได้มีการพัฒนาสร้างสายพันธุ์ปลากัดครีบยาว ที่เรียกกันทั่วไปว่า ปลากัดจีน ซึ่งมีครีบยาวใหญ่สวยงาม ในระยะหลังนี้ได้มีการพัฒนารูปทรงของครีบแบบต่างๆ และมีการพัฒนาปลากัดครีบสั้นให้เป็นปลาสวยงาม โดยพัฒนาสีสันให้สวยขึ้น และพัฒนาปลาลูกหม้อให้มีสีใหม่ ๆ ปัจจุบันรูปแบบสีสันของปลากัดลูกหม้อได้พัฒนาไปอย่างมากมายแทบทุกโทนสี และกลายเป็นปลาสวยงามอีกประเภทหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย

ปลากัดไทย, ปลากัด, ปลากัดจีน, ปลากัดหม้อ, ปลากัดทุ่ง, เลี้ยงปลากัด, ประวัติปลากัด

ปลากัดถูกจัดแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ดังนี้

ปลากัดลูกหม้อ ลักษณะลำตัวหนา หัวโต ปากใหญ่ ครีบสั้นสีเข้ม เดิมมักจะเป็นสีเขียว หรือสีน้ำเงินแกมแดง  แต่ปัจจุบันมีหลายสี เช่น สีแดง สีน้ำเงิน สีม่วง สีเขียว และสีนาก เป็นปลาที่มีความอดทน กัดเก่ง ได้รับความนิยม

ปลากัดลูกทุ่ง ลำตัวจะเล็กกว่าพันธุ์ลูกหม้อ แต่ยาวเรียว มีครีบยาวสีแดงแกมเขียว มีนิสัยตื่นตกใจง่าย มีความว่องไวสูง ฟันคม แต่ไม่ค่อยมีความอดทน

ปลากัดลูกผสม หรือพันธุ์สังกะสี หรือพันธุ์ลูกตะกั่ว เป็นลูกปลาที่เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างปลากัดลูกหม้อกับปลากัดลูกทุ่ง มีลักษณะปากคม คล่องแคล่วว่องไวแบบปลาลูกทุ่ง และมีความอดทนแบบปลาลูกหม้อ โดยพยายามคัดปลาที่มีลักษณะลำตัวเป็นปลาลูกทุ่ง เพราะเมื่อนำไปกัดกับปลาลูกทุ่งแท้ ๆ ปลาลูกผสมนี้จะกัดทนกว่า

ปลากัดจีน เป็นปลากัดที่เกิดจากการเพาะและคัดพันธุ์ปลากัดโดยเน้นเพื่อความสวยงาม พยายามคัดพันธุ์เพื่อให้ได้ปลาที่มีหางยาวและสีเข้ม มีครีบตัวและครีบหางค่อนข้างยาว มีสีสันสดสวยมากมายหลายสี เป็นปลาที่ไม่ค่อยตื่นตกใจเช่นเดียวกับปลาหม้อ แต่ไม่ค่อยมีความอดทน

ปลากัดไทย, ปลากัด, ปลากัดจีน, ปลากัดหม้อ, ปลากัดทุ่ง, เลี้ยงปลากัด, ประวัติปลากัด

สีสันความงามของปลากัดสามารถแบ่งออกเป็นแบบต่าง ๆ หลากหลายเช่น

สีเดียว (Solid Colored Betta) เป็นสีเดียวทั้งครีบและตัว
สีผสม (Bi-colored Betta) ส่วนใหญ่จะมี 2 สีผสมกัน
ลายผีเสื้อ (Butterfly Colored Betta)
ลายผีเสื้อเขมร (Combodian Butterfly Colored Betta)
ลายหินอ่อน (Marble Colored Betta)

ปลากัด

รูปร่างของปลากัดไทยยังมีการแบ่งออกเป็นรูปแบบต่าง ๆ ดังนี้

รูปทรงปลาช่อน มีลำตัวยาวและหัวเหมือนปลาช่อน หัวใหญ่กว่าท้องเมื่อมองจากด้านบน
รูปแบบปลาหมอ ตัวจะสั้นและค่อนข้างอ้วน รูปทรงค่อนข้างกว้าง
รูปแบบปลากราย หน้าเชิด ลำตัวตรง เป็นรูปสี่เหลี่ยม มองด้านบนจะเห็นว่ารูปทรงผอมบาง มีครีบอกและครีบก้นยาว
รูปแบบปลาตะเพียน เป็นลูกผสมลำตัวป้อม ครีบยาวสวยงาม

แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนไป ยุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงจากอดีตสู่ปัจจุบันหลายศตวรรษ

ปลากัดทุกวันนี้ยังมีลมหายใจ เคียงคู่อยู่กับสังคมไทยมาตลอดเวลาไม่สูญสลาย มันเป็นเสมือนมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า ที่สืบสานต่อกันมาจากคนรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง ด้วยความรัก ความศรัทธา และความหวงแหน  เห็นคุณค่าว่ามันคือเอกลักษณ์ความเป็นไทยอีกชนิดหนึ่ง ที่ควรช่วยันรักษาไว้ อีกนานเท่านาน ตราบตลอดไป…

เรื่อง: เจนจบ ยิ่งสุมล
ภาพถ่าย: กนก สุพนารักษ์


คำศัพท์และสำนวนไทยที่เกี่ยวข้องกับปลากัด

“กระโดง” หมายถึง ครีบหลัง

“ตะเกียบ” หรือ “ทวน” หมายถึง ครีบท้อง

“ชายน้ำ”หมายถึง ปลายครีบก้น

“เขม่า” หมายถึง ลักษณะของสีที่เป็นรอยประอยู่ภายนอก

“นักเลงปลา” หมายถึง ผู้ที่ชอบกัดปลา

“ไล่น้ำ” หมายถึง การเอาปลาปล่อยลงในน้ำวนให้ปลาออกกำลังว่ายทวนน้ำ

“ปลาป่า” หรือ “ปลาลูกทุ่ง” หมายถึง ปลากัดที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่นในท้องนา หนอง บึงฯลฯ

“ลูกสังกะสี” หมายถึง ลูกผสมระหว่างปลาลูกหม้อกับปลาป่า

“ลูกแท้” หมายถึง ลูกปลากัด ที่เกิดจากการผสมระหว่างพ่อแม่ที่เกิดในครอกเดียวกัน

“ลูกสับ” หมายถึง ลูกปลากัด ที่เกิดจากการผสมระหว่างพ่อแม่ที่เกิดต่างครอกกัน

“ลูกหม้อ” หมายถึงปลาที่คัดสายพันธุ์ เลือกสรรลักษณะมาจากครอกนั้นๆโดยตรงอย่างต่อเนื่อง

“ ลูกไล่ “หมายถึง ปลากัดตัวที่ไม่ยอมสู้กับปลาตัวอื่น และถูกนำมาใช้ในการซ้อมปลา ที่จะลงแข่งขัน ให้ไล่ออกกำลัง 

“ก่อหวอด” หมายถึง กิริยาเตรียมการของปลากัดตัวผู้ที่วางแผนจะผสมพันธุ์ปลาตัวเมีย  โดยเตรียมก่อหวอด ด้วยการพ่นฟองอากาศไว้เหนือผิวน้ำ

“ถอดสี”หมายถึง อาการที่สีเข้มของปลากัด จะจางลง เมื่อไม่ยอมต่อสู้ ตกใจหรือยอมแพ้

“ติดบิด “หมายถึงอาการต่อสู้ของปลากัด เมื่อตัวหนึ่งพุ่งเข้ามากัดอย่างแรง และอีกตัวหนึ่งประสานปากเข้ากัดรับ คาบติดกันแน่น บิดกัดติดกันก่อนจะปล่อย เหมือนนักมวยกอดรัดกัน


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ปลากัด เหตุใดจึงได้รับเลือกให้เป็นสัตว์น้ำประจำชาติ

ปลากัด

เรื่องแนะนำ

ไขความลับ เหตุใดสุนัขจึงแสนดีกับมนุษย์จัง

งานวิจัยเผย สุนัขของเรามีการเปลี่ยนแปลงในยีนที่ทำให้มันเข้าสังคมกับมนุษย์ได้เก่งกว่าสุนัขป่า สำหรับ มาร์ลา สุนัขพันธุ์อิงลิชชีปด็อกวัย 11 เดือน ที่มี บริดเจ็ตต์ วอน โฮลด์ท เป็นเจ้าของ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอพบในโลกต่างเป็นเพื่อนของมัน “มันเข้าสังคมเก่งมากๆ ฉันมีจีโนไทป์ (รูปแบบพันธุกรรม) ของมันด้วยล่ะค่ะ” วอน โฮลด์ท กล่าว ความสนใจเรื่องนี้ของ วอน โฮลด์ท ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความอยากรู้อยากเห็นทั่วไป เธอผู้เป็นนักชีววิทยาพัฒนาการ และเพื่อนร่วมงานของเธอในมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันได้ใช้เวลา 3 ปี ศึกษาสิ่งที่ซ่อนอยู่ในกลไกพันธุกรรมซึ่งมีผลต่อพฤติกรรมทางสังคมในสุนัขบ้านและสุนัขป่า ผลการศึกษาพันธุกรรมพบว่าสุนัขบ้านสามารถเข้าสังคมกับมนุษย์ได้ดีกว่าสุนัขป่าที่ถูกเลี้ยงในสภาพแวดล้อมเดียวกัน และสุนัขบ้านสามารถให้ความสนใจและทำตามคำสั่งของมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ วอน โฮลด์ท ที่มีพื้นความรู้ในด้านพัฒนาการทางพันธุกรรม สงสัยถึงเหตุผลที่อาจเป็นไปได้ในความแตกต่างทางพันธุกรรมเหล่านี้ งานศึกษาในวารสาร Science Advance ได้ให้เบาะแสที่น่าสนใจ ว่าสัตว์ที่เข้าสังคมเก่งมากอย่างมาร์ลาประกอบด้วยยีนที่มีลักษณะต่างกัน 2 ประเภทชื่อว่า GTF2I และ GIF2IRD1 ถ้ามีการลบยีนชนิดนี้ในมนุษย์จะส่งให้เกิดโรคกลุ่มอาการวิลเลียม (Williams syndrome) ที่ผู้ป่วยจะมีใบหน้าคล้ายภูติเอลฟ์ จมูกแบน พฤติกรรมร่าเริงผิดปกติ เข้ากับคนแปลกหน้าง่าย พัฒนาการล่าช้า และมีแนวโน้มที่มีความรักกับทุกคน วอน […]

แขนจิ๋วของทีเร็กซ์อาจเป็นอาวุธอันตราย

แขนจิ๋วของ ทีเร็กซ์ อาจเป็นอาวุธอันตราย แขนจิ๋วสองข้างของเจ้าไดโนเสาร์ ทีเร็กซ์ เป็นปริศนาคาใจมาช้านาน ตลอดหลายปีที่ผ่านมามีหลายทฤษฎีเกี่ยวกับแขนคู่นี้ ไม่ว่าจะเป็นไว้สำหรับจับเหยื่อที่กำลังดิ้นรนรอความตาย, ช่วยยันตัวไดโนเสาร์เองขึ้นมาจากพื้น หรือใช้จับคู่ของมันขณะผสมพันธุ์ ไม่ว่าแขนของมันจะมีไว้ใช้ทำอะไรก็ตาม ผลการศึกษาที่เป็นเอกฉันท์ในช่วงหลายปีมานี้ลงความเห็นว่าแขนคู่นี้เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นเศษตกค้างจากวิวัฒนาการของมัน ที่มันได้รับมาจากบรรพบรุษทีเร็กซ์ คล้ายกับปีกในนกที่บินไม่ได้และในขณะเดียวกันนักวิทยาศาสตร์ก็เสนอว่า การที่แขนของมันมีขนาดเล็กลงนั้นมีขึ้นเพื่อจำเป็นให้รับกับศีรษะและลำคอที่ทรงพลังไปด้วยมัดกล้ามเนื้อของมัน แต่ปัจจุบันนักวิจัยชี้ว่าสิ่งที่เราเข้าใจทั้งหมดนี้อาจผิด สตีเฟ่น สแตนลีย์ นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยฮาวาย เชื่อว่าแขนของไทแรนโนซอรัสวิวัฒนาการขึ้นเพื่อใช้ในการข่วนระยะใกล้ ซึ่งด้วยกรงเล็บแหลมความยาว 4 นิ้ว นั่นจะสร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้แก่เหยื่อที่เจอเข้ากับอาวุธร้ายอันตรายนี้เข้าไป “ในระยะใกล้ ขากรรไกรที่แข็งแรงและกรงเล็บขนาดใหญ่ของทีเร็กซ์สามารถจับเหยื่อจากด้านหลังได้อยู่หมัดและยังข่วนเหยื่อให้เป็นแผลลึกยาวเกือบเมตร ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที” สแตนลี่ย์กล่าว “ซึ่งทั้งหมดนี้มันสามารถทำซ้ำได้อีกหลายครั้งอย่างรวดเร็ว” จากการศึกษาพบว่ามีไดโนเสาร์สายพันธุ์ที่ใกล้เคียงกับทีเร็กซ์ใช้กรงเล็บของมันข่วนเหยื่อเช่นกัน “ฉะนั้นแล้วในแง่ของอาวุธที่น่าเกรงขาม ทำไมทีเร็กซ์จะไม่ใช่ประโยชน์จากอวัยวะนี้?” สแตนลี่ย์ถาม ตัวเขาเสนอรายงานการค้นพบนี้ เมื่อปลายเดือนตุลาคม ในซีแอตเทิล ระหว่างการประชุมที่จัดขึ้นโดยสมาคมธรณีวิทยาของสหรัฐอเมริกา ในกรณีนี้นักวิทยาศาสตร์จำเป็นต้องโฟกัสไปที่กระดูกแขนของทีเร็กซ์ ซึ่งแรงข่วนจะมีมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับสิ่งนี้ “กระดูกและข้อต่อที่ไม่ปกติ” มีส่วนช่วยให้แขนของมันเคลื่อนไหวได้หลายทิศทาง ซึ่งสนับสนุนทฤษฎีการข่วน สแตนลี่ย์กล่าว นอกจากนั้นไทแรนโนซอรัสยังเสืยกรงเล็บข้างหนึ่งของมันไปจากวิวัฒนาการอีกด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ช่วยให้แรงกดมากกว่า 50% ถ่ายเทไปที่กรงเล็บที่เหลือทั้ง 2 ข้าง และช่วยให้การข่วนเฉือนเหยื่อมีประสิทธิภาพมากขึ้น (เกราะของไดโนเสาร์สายพันธุ์นี้ก็อาจไม่ได้มีไว้แค่การต่อสู้เช่นกัน)    ข่วนเฉือนเพื่อผสมพันธุ์ อย่างไรก็ตามมีผู้เชี่ยวชาญที่ไม่เห็นด้วย “มันดูไร้เหตุผลที่จะใช้แขนเล็กๆ […]

ฟอสซิลปลาโบราณที่ถูกค้นพบโดยเด็กสิบขวบ

ฟอสซิลปลา โบราณที่ถูกค้นพบโดยเด็กสิบขวบ ราวๆ 3 ปีก่อน เด็กน้อยขี้สงสัยวัยสิบขวบที่กำลังอยู่ระหว่างการท่องเที่ยวยังวิหารเก่าแก่ของโคลอมเบีย สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ปลายเท้า เขาสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ดูคล้ายปลาอยู่ในหินก้อนแบนที่พื้น ดังนั้นเด็กน้อยจึงถ่ายภาพไว้ และไม่กี่วันต่อมาตัวเขาก็นำภาพถ่ายมายังสถาบันวิจัยบรรพชีวินวิทยาที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ ที่ซึ่งนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันกล่าวว่า เด็กน้อยได้พบเข้ากับฟอสซิลเข้าเสียแล้ว ข่าวดังกล่าวถูกแจ้งไปยังทีมวิจัย มหาวิทยาลัยอัลเบอร์ตา และจากการรวบรวมข้อมูล พวกเขาคิดว่าฟอสซิลที่หนูน้อยคนนี้พบน่าจะเป็นสัตว์ในกลุ่มปลาโบราณที่ไม่เคยถูกพบในอเมริกามาก่อน “เราพบว่าเขตร้อนชื้นเป็นภูมิภาคที่พวกมันอาศัยอยู่” Oksana Vernygora นักศึกษาปริญญาเอกผู้นำการวิจัยกล่าว “สิ่งที่เราต้องทำก็คือออกไปสำรวจ” ผลการค้นพบครั้งนี้ถูกเผยแพร่ลงในวารสาร Journal of Systematic Palaeontology เมื่อวันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา   หนทางสู่การค้นพบ วิหาร La Candelaria ตั้งอยู่นอกเมือง  Ráquira ของโคลอมเบีย ด้วยระยะเวลาการขับรถไม่กี่ชั่วโมง วิหารที่ก่อสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 นี้ปนะกอบด้วยตัวอาคารซับซ้อน, พิพิธภัณฑ์, ลานอเนกประสงค์ และถ้ำที่เหล่านักบวชออกัสตินอาศัยอยู่ (และทุกวันนี้วิหารบางส่วนยังเปิดเป็นโรงแรมให้นักท่องเที่ยวเข้ามาพักอีกด้วย) ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน การก่อสร้างทางเดินมายังวิหารเริ่มต้นขึ้นด้วยการนำก้อนหินมาจากเหมือง Andean ในจังหวัดโบยากา ซึ่งห่างออกไปราวหนึ่งชั่วโมงครึ่ง เหมืองแห่งนี้ถูกเปิดขึ้นสำหรับการนำหินมาก่อสร้างยังวิหารโดยเฉพาะ และถูกปิดเมื่อหินถูกขนส่งไปหมดแล้ว ซึ่งทีมนักวิจัยสามารถติตตามที่มาของหินได้จากที่นี่ […]

อัลบาทรอสอายุ 67 ปี ยังคงวางไข่ได้

อัลบาทรอสอายุ 67 ปี ยังคงวางไข่ได้ ในวัย 67 ปี น่าทึ่งที่นกป่าตัวนี้ยังคงวางไข่ นกอัลบาทรอสตัวนี้มีชื่อว่า Wisdom มันเป็นนกทะเลที่มีอายุยืนยามากกว่าเพื่อนนกร่วมสายพันธุ์ด้วยกัน และให้กำเนิดลูกนกไปแล้วราว 30 – 35 ตัว เจ้า Wisdom และคู่ของมันที่มีชื่อว่า Akeakamai จะบินกลับมายังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทางทะเล Papahanaumokuakea ในสหรัฐฯทุกๆ ปี เพื่อสร้างรัง วางไข่ ซึ่งตามอุปนิสัยของนกอัลบาทรอสแล้ว ตัวหนึ่งจะเป็นผู้กกไข่เฝ้ารัง ในขณะที่อีกตัวออกไปหาอาหาร   อ่านเพิ่มเติม : หนูสองตัวกลายมาเป็น 15,000 ตัวในหนึ่งปี, ฮิปโปเลียจระเข้เล่น