เปิดภาพเก่าความน่าขนลุกของ ตัวตลก ในอดีต - National Geographic Thailand

เปิดภาพเก่าความน่าขนลุกของตัวตลกในอดีต

เปิดภาพเก่าความน่าขนลุกของ ตัวตลก ในอดีต

ตัวละครเป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่เก่าแก่ของโลกอย่างหนึ่ง และบางทีไม่มีตัวละครใดที่มีนัยเชิงสัญลักษณ์มากไปกว่า ตัวตลก

ความหลากหลายที่แตกต่างกันไปของตัวตลกมีให้เห็นอยู่ในแทบทุกอารยธรรมตลอดประวัติศาสตร์ ทั้งปรากฏในละครใบ้ของกรีกโบราณ ต่อหน้าพระพักตร์ของฟาโรห์อียิปต์ แสดงในราชสำนักจักรพรรดิจีน และมีที่ทางบนเวทีละครของเช็คสเปรียร์  ฟีเนียส ที บาร์นัม ผู้ก่อตั้งคณะละครสัตว์บาร์นัมแอนด์เบลลีเคยเอ่ยประโยคอันโด่งดังว่า “บรรดาช้างและตัวตลกเป็นหมุดปักที่แขวนละครสัตว์ทั้งคณะเอาไว้”

ในแง่หนึ่งทางประวัติศาสตร์ ตัวตลกมีบทบาทของความขบขันคลายเครียด แต่อีกทางหนึ่งภาพลักษณ์อย่างอื่นของตัวตลกก็วิวัฒนาการผ่านกาลสมัยด้วยเช่นกัน  ในวัฒนธรรมสมัยใหม่ ไอคอนอย่างภาพยนตร์ที่สร้างจากนิยายของสตีเฟน คิง เรื่อง It (1986 – รวมทั้งเวอร์ชั่นปีนี้ที่ถูกเสิร์ชหาในฐานะเป็นคอสตูมวันฮัลโลวีนมากที่สุดของปี 2017) และหนังสือ Memoirs of Joseph Grimaldi ของชาร์ลส์ ดิกเกนส์ ซึ่งเล่าประวัติตัวตลกที่โด่งดังที่สุดของอังกฤษให้ดูน่ากลัวมากยิ่งขึ้น  การอุปมาเช่นนี้แพร่กระจายสู่เรื่องแนวสยองขวัญในศตวรรษที่ผ่านมา

ในขณะที่ภาพเพลตกระจกของริชาร์ด ฮิวอิตต์ จาก เนชันแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนตุลาคม 1931 ดูมีพลังความหลอนอย่างเด่นชัด  “มีโศกนาฏกรรมเหลือประมาณอยู่เบื้องหลังเมคอัปของตัวตลกอย่างที่ผู้คนเชื่อกันจริงๆ” ฟรังซิส บีเวอร์ลี เคลลี นักเขียนสารคดีกล่าว “สรุปแล้ว ตัวตลกเป็นอาชีพที่อุทิศตัว  ในโลกที่เต็มไปด้วยน้ำตาและมนุษย์ซึ่งมีธรรมชาติแห่งความเศร้าอยู่ภายใน  การทำให้คนหัวเราะออกมาได้นั้น ยากกว่าการทำให้ร้องไห้”

ตัวตลก
นางฟ้าผู้น่ารักกับตัวตลกวิปลาสดูจะเป็นคนละทิศ หลังเวทีพวกเขาสนิทสนมเป็นครอบครัวแสนสุข ตัวตลกและนักแสดงจำนวนไม่น้อยมีเพื่อนข้างนอกคณะแสดง แต่พวกที่แต่งงานแล้วก็ได้คู่ที่เป็นนักแสดงด้วยกันเอง
ตัวตลก
ตัวตลกต้องเล่าเรื่องขำขันด้วยละครใบ้ เพราะเสียงของพวกเขาไม่อาจได้ยินทั่วเต๊นต์ใหญ่มหึมาได้ ตรงจุดศูนย์กลางเป็นการแสดงชกมวยล้อเลียน มีสมาชิกครอบครัวละครสัตว์เป็นกรรมการ
ตัวตลก
ตัวตลกอ้วนหน้ารถม้า
ตัวตลก
ไม่มีตัวตลกใดที่หน้าเหมือนกันเป็นพิมพ์เดียว เมื่อแต่งหน้าให้ประหลาดแล้ว ตัวตลกก็มีสิทธิ์สร้างบุคลิกตามเครื่องแต่งตัวของตนเอง
ตัวตลก
ตัวตลกชราผู้ร่าเริงและรักเด็กเป็นขวัญใจเด็กๆ เสมอไม่ว่าจะแสดงที่ไหน เขามีขนมเล็กๆ น้อยๆ ให้ผู้ชมตัวน้อย
ตัวตลก
เดิมทีไม้ต่อขาถูกใช้ในกองทัพที่ต้องยาตราข้ามพื้นที่น้ำท่วม ก่อนจะกลายเป็นอุปกรณ์เสริมของตัวตลกสมัยใหม่ ซึ่งทำให้ต้องโก้งโค้งเมื่อเดินผ่านเข้าเต๊นท์กลางของคณะละครสัตว์
ตัวตลก
ตัวตลกกำลังเล่าเรื่องหมูที่เขาเลี้ยงให้เด็กๆ ฟัง ซึ่งมันเดินตามเขาไปทั่วลานแสดงและกินนมจากขวดเหมือนเด็ก

 

อ่านเพิ่มเติม

โรงแรมแห่งนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก เอช. เอช. โฮล์มส์

เรื่องแนะนำ

ศิลปะผนังถ้ำเล่าวิถีชีวิตมนุษย์ยุคน้ำแข็ง

ศิลปะผนังถ้ำเล่าวิถีชีวิตมนุษย์ยุคน้ำแข็ง พวกเราสามารถศึกษาประวัติศาสตร์โลกยุคน้ำแข็งและสัตว์ในโลกยุคน้ำแข็งอย่างแมมมอธ หรือสัตว์เลื้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ประเภทอื่นๆ ได้ในถ้ำที่ประเทศฝรั่งเศส และประเทศสเปนซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานโดยตามผนังมีภาพวาดที่เขียนเป็นสีและรูปลงบนพื้นหิน ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของคนยุคน้ำแข็ง และสัตว์ประเภทต่างๆ ที่คนยุคน้ำแข็งล่า เช่นแมมมอธ ม้า สิงโต และกวาง รวมถึงสัญลักษณ์ต่างๆ ที่คนยุคน้ำแข็งใช้สื่อสารกัน ภาพวาดตามผนังถ้ำของผู้คนยุคน้ำแข็งเหล่านี้จะแสดงให้พวกเราเห็นถึงวิถีชีวิตของคนยุคก่อนประวัติศาสตร์ได้อย่างชัดเจนและเข้าใจมากยิ่งขึ้น   อ่านเพิ่มเติมที่ มนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ล่าสลอธยักษ์เป็นอาหาร

ประวัติย่อของเซ็กส์ทอย

เซ็กส์คือความรื่นรมย์ของชีวิต และอุปกรณ์เสริมเหล่านี้อยู่คู่กับเรามานานกว่าที่คิด มาร่วมสำรวจโลกแห่งเซ็กส์ทอยผ่านยุคสมัยของอดีต ปัจจุบัน และอนาคตกัน

กองทัพดินเผาอันยิ่งใหญ่ของ สุสานจิ๋นซี ฮ่องเต้ สร้างขึ้นมาได้อย่างไร

การสร้างรูปปั้นทหารเท่าตัวจริงหลายพันรูปเพื่อคุ้มครอง สุสานจิ๋นซี ของปฐมจักรพรรดิของจีนคืองานระดับมหึมาซึ่งต้องการกระบวนการหลายขั้นตอนและการร่วมมือย่างใกล้ชิด เมื่อปี 1974 Yang Zhifa ผู้เป็นชาวสวนขุดบ่อน้ำในแปลงสวนของเขาในภาคตะวันออกของจีน ในตอนนั้นเองที่จอบของเขาไปกระทบกับสิ่งที่เขาไม่ได้คาดว่าจะมีอยู่ตรงนั้น นั่นคือศีรษะมนุษย์ แต่เมื่อเขาพิจารณาอย่างถี่ถ้วนขึ้น Yang กลับพบว่าศีรษะดังกล่าวไม่ไช่กระดูก แต่เป็นดินเหนียว เขาจึงแจ้งข่าวให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทราบ ในเดือนต่อๆ มา เหล่านักโบราณคดีชาวจีนได้ค้นพบสิ่งอัศจรรย์ นั่นคือกองทัพประดิษฐ์ซึ่งประกอบไปด้วยทหารดินเผานับพันและม้าปั้นนับหมื่นพร้อมด้วยรถม้าและสรรพาวุธทองแดงซึ่งฝังอยู่ใต้แปลงผลไม้อันเงียบสงบ พวกมันถูกขุดพบห่างจากหลุมพระศพของจิ๋นซีฮ่องเต้ ผู้เป็นจักพรรดิองค์แรกของจีน และเป็นหนึ่งในบุคคลที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศออกไปไม่ถึง 1.6 กิโลเมตร นอกจากกองทัพประดิษฐ์อันยิ่งใหญ่แล้ว กลุ่มหลุมเหล่านี้ยังเป็นที่ฝังร่างมนุษย์ และเป็นกลุ่มสุสานที่ได้รับการยอมรับว่าใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีความกว้างกว่า 64.7 ตารางกิโลเมตร และได้การรับรองให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การร่วมมือทางการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมระหว่างประเทศ หรือยูเนสโก (UNESCO) มีผู้เข้าชมนับล้านคนในแต่ละปี จนถึงขณะนี้ มีหลุมที่ถูกขุดสำรวจไปแล้วทั้งสิ้นสี่หลุม โดยในสามหลุมมีการค้นพบนักรูปปั้นนักรบกว่า 2,000 รูป (ส่วนหลุมที่สี่เป็นหลุมเปล่า) แต่นั่นเป็นเพียงส่วนน้อยจากจำนวนกว่า 8,000 รูปซึ่งเชื่อกันว่ามีอยู่ และเหล่านักโบราณคดีเชื่อว่ายังมีหลุมที่ไม่ถูกค้นพบ บรรดารูปปั้นซึ่งหลายชิ้นมีความสูงกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบแปดเซนติเมตรและหนักราว 204 กิโลกรัมเป็นตัวแทนของทหารจากต่างเหล่าและยศ ทั้งทหารราบในหลุมที่หนึ่ง (ซึ่งปัจจุบันคือหลุมที่ใหญ่ที่สุด) พลธนู รถม้าศึก ทหารราบ และทหารม้าในหลุมที่สอง […]