ความรู้ประจำวัน : คุณอาจเป็นญาติกับเจงกิส ข่าน - National Geographic Thailand

ความรู้ประจำวัน : คุณอาจเป็นญาติกับเจงกิส ข่าน

หลายคนคงรู้จักเจงกิส ข่าน บรุษนักรบผู้ยิ่งใหญ่ ผู้สร้างอาณาจักรมองโกล แต่รู้หรือไม่ว่าบนโลกใบนี้ทุกๆ 200 คนจะมีอยู่หนึ่งคนที่มีความเกี่ยวข้องทางดีเอ็นเอกับเจงกิส ข่าน

ผลการศึกษาโครโมโซม Y โครโมโซมเพศที่พบในผู้ชาย นักวิทยาศาสตร์พบว่า ผู้ชายที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เคยเป็นดินแดนของอาณาจักรมองโกลในอดีต ผู้ชายจำนวนมากมีโครโมโซม Y ที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งเชื่อกันว่าพวกเขาเหล่านี้คือลูกหลานที่สืบเชื้อสายมาจากบรรดาลูก หลาน เหลน โหลนของจักรพรรดิเจงกิส ข่านอีกที ความเป็นไปได้มีมากน้อยแค่ไหนว่ากันว่ามีโอกาส 0.5% ที่คุณจะเป็นญาติกับเจงกิส ข่าน แต่หากคุณเป็นชาวเอเชีย โอกาสดังกล่าวจะเพิ่มเป็น 8%

ทั้งนี้แม้ว่าบรรพบรุษของคุณ (หากคุณอยู่ใน 8%) เจงกิส ข่าน จะเป็นนักรบจอมกระหายเลือด (จากสถิติว่ากันว่าในยุคที่มองโกลเรืองอำนาจ ชาวมองโกลรุกรานและเข่นฆ่าผู้คนไปมากถึง 40 ล้านคน) แต่ก็มีตำนานกล่าวถึงความรักของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ว่าจุดเริ่มต้นของอาณาจักรอันไพศาลนี้มาจากความต้องการแก้แค้นให้แก่ผู้หญิงคนหนึ่ง จะเป็นอย่างไรลองชม

 

อ่านเพิ่มเติม : 7 โบราณสถานที่เชื่อกันว่าถูกสร้างโดยเอเลี่ยนบังเกอร์ทหารจากยุคเผด็จการ กลายเป็นสารพัดประโยชน์

เรื่องแนะนำ

จากมเหสีทั้ง 6 นี้ ใครคือราชินีที่แท้จริงของ กษัตริย์เฮนรีที่ 8 ของอังกฤษ

จากละครเพลงยอดฮิต ‘SIX’ บอกเล่าเรื่องราวสุดวายป่วงของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 และองค์ราชินีทั้งหก อันเกี่ยวโยงกับ “ชีวิต” และ “ความตาย” นี่คือประวัติศาสตร์เบื้องลึกเบื้องหลัง ‘ความปัง’ นั้น โทบี้ มาร์โลว และ ลูซี่ มอส ผู้แต่งละครเพลงเรื่อง ‘SIX’ ได้แรงบันดาลใจในการทำละครเพลงยอดฮิตมาจากชีวิตรักของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 (Henry VIII) เล่าเรื่องผ่านมุมมองของราชินีแต่ละพระองค์ โดยที่แต่ละองค์นั้นจะมีเวลาเล่าชะตากรรมของตนตามวลียอดฮิตที่ท่องกันมาว่า “หย่า ประหาร ตาย หย่า ประหาร รอดตาย” หย่า: เจ้าหญิงแคทเธอรีนแห่งอารากอน (Catherine of Aragon) พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ผู้ยิ่งใหญ่และทรงอิทธิพลปกครองอังกฤษเป็นเวลา 36 ปี (ค.ศ. 1509-1547) ไม่ว่าจะเป็นสงครามอันเดือดดาลกับฝรั่งเศสและสก็อตแลนด์ การแยกตัวออกจากพระศาสนจักรคาธอลิก (Catholic Church) หรือแม้แต่การปูทางสู่ ‘รัฐธรรมนูญ’แห่งอังกฤษ รวมไปถึงผลงานด้านการเมืองอื่น ๆ ล้วนแล้วแต่เป็นฝึมือของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ทั้งสิ้น แต่พระองค์กลับมิได้ถูกลิขิตให้เป็นกษัตริย์ […]

ภาพสะท้อนปริศนาความตายในอดีตกาลแห่งยุคโรมัน

ที่สุสานชาวคริสต์ ยุคโรมัน ยุคแรกๆ นักโบราณคดีกำลังทำงานเพื่อไขปริศนาว่าด้วยตัวตนของสตรีนางหนึ่ง และเหตุใดคนจำนวนมากที่เสียชีวิตตามหลังเธอไปจึงปรารถนาจะอยู่ใกล้เธอในชีวิตหลังความตาย เมื่อโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่เริ่มขึ้นในย่านกลางเมืองของกรุงลูบลิยานา บรรดานักโบราณคดีชาวสโลวีเนีย ในเมืองเก่าแก่โบราณแห่งนี้ย่อมคาดหมายการค้นพบน่าสนใจ แต่พวกเขาคาดไม่ถึงว่าจะได้เห็นอดีตอันไม่ธรรมดาใน ชุมชนชาวคริสต์ ยุคโรมัน แรกเริ่ม และสตรีคนสำคัญที่ยังเป็นปริศนา ผู้เป็นศูนย์กลางของสาวกที่ปรารถนาจะติดตามเธอไปสู่ ชีวิตนิรันดร์ เมืองหลวงของประเทศขนาดเล็กในยุโรปกลางแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อราว 2,000 ปีก่อนในฐานะชุมชนเอโมนา ของจักรวรรดิโรมัน ประชากรคือชาวอาณานิคมหลายพันคนที่ถูกขับออกจากภาคเหนือของอิตาลีเพราะปัญหาขาดแคลน ที่ดินทำกิน และต้องหลีกทางให้ทหารผ่านศึกจากสงครามที่ช่วยก่อกำเนิดจักรวรรดิโรมัน ชุมชนชาวคริสต์ในท้องถิ่น เฟื่องฟูขึ้นหลังสิ้นสุดการกวาดล้างสังหารชาวคริสต์ครั้งใหญ่ภายใต้การปกครองของจักรพรรดิโรมันในช่วงต้นศตวรรษที่สี่ จากนั้นก็เสื่อมถอยลงพร้อมกับการรุกรานทำลายเมืองเอโมนาโดยชาวฮัน (หรือชาวฮวน) ในศตวรรษที่ห้า จากการขุดสำรวจก่อนหน้านี้ในบริเวณเดียวกัน นักโบราณคดีรู้ว่าส่วนหนึ่งของสุสานโรมันทอดตัวอยู่ใต้ถนน โกสโปสเวตสกา และจะต้องมีการขุดพบหลุมศพโบราณเพิ่มขึ้นอีก การขุดค้นครั้งหลังสุดเริ่มขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2017 ซึ่งเผยให้เห็นสุสานยุคโรมันตอนปลายที่มีหลุมฝังศพมากกว่า 350 หลุม ทั้งหมดตั้งล้อมรอบสุสานใหญ่โอ่อ่าของสตรี ที่น่าจะเป็นผู้ทรงอิทธิพลระดับสูง ตามการวิเคราะห์ของอันเดรย์ กัสปารี นักโบราณคดีชาวสโลวีเนีย “การศึกษาหลุมศพเป็นงานภาคสนามทางโบราณคดีที่จัดว่าหินที่สุดงานหนึ่งครับ” มาร์ติน ฮอร์วัต นักโบราณคดี ผู้นำการขุดค้น กล่าวและเสริมว่า “การกระจุกตัวของหลุมฝังศพทั้งแบบบรรจุโลงหินและหลุมศพเรียบๆอยู่ในระดับสูงมาก ในกรณีนี้ โลงหินขนาดมหึมาทำให้การทำงานเชิงกายภาพและการขนส่งยุ่งยากท้าทายเป็นพิเศษ เพราะต้องยกและเคลื่อนย้ายอย่างระมัดระวังไปยังสถานที่เก็บในพิพิธภัณฑ์” นักโบราณคดีสนใจใคร่รู้ว่า สถานที่ฝังศพของสตรีผู้นี้มีพัฒนาการอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งดูเหมือนเป็นไปได้ว่าภายในหนึ่งทศวรรษหลังการฝังศพของเธอ […]

ผู้คนที่ตกค้างอยู่ในโรงแรมหรูสมัยสหภาพโซเวียต

ในใจกลางกรุงทบิลิซี ประเทศจอร์เจีย มีโรงแรมโอ่อ่าแห่งหนึ่งตั้งอยู่ โรงแรมนี้เคยเป็นโรงแรมหรูหราที่สุดแห่งหนึ่งในเมือง แต่ปัจจุบัน โรงแรมจอร์เจียเป็นสัญลักษณ์อันน่าหดหู่ของความจริงยุคหลังโซเวียต