แผนที่เก่าแก่ของ ชาวแอซเท็ก ฉายภาพวิถีชีวิตในอดีต - National Geographic Thailand

แผนที่เก่าแก่ของชาวแอซเท็กฉายภาพวิถีชีวิตในอดีต

แผนที่เก่าแก่ของชาวแอซเท็กฉายภาพวิถีชีวิตในอดีต

แผนที่เก่าแก่หายากที่ถูกประดิษฐ์โดยชนพื้นเมืองนี้ ย้อนอายุได้ไกลถึงปีค.ศ. 1593 และเป็นหนึ่งในเอกสารสำคัญจาก 100 เอกสารที่ยังคงหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน แผนที่นี้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของ ชาวแอซเท็ก ในเม็กซิโกและชาวสเปนที่เดินทางมาถึงยังดินแดนนี้

จากข้อมูลแผนที่แสดงให้เห็นถึงที่ดินทางตอนกลางของเม็กซิโก ครอบคลุมตั้งแต่บริเวณทางตอนเหนือของกรุงเม็กซิโกซิตี้ไปจนถึงตอนใต้ของรัฐปวยบลา ต้นตระกูลที่ปกครองดินแดนแถบนี้พวกเขามีชื่อว่า “de Leon” ตระกูลที่สืบเชื้อสายของต้นตระกูลย้อนไปได้ถึงชายที่สวมชุดสีแดงตรงกลางของภาพด้านบน ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ Lord-11 Quetzalecatzin ย้อนกลับไปราวร้อยปีก่อนที่แผนที่นี้จะถูกสร้างขึ้นชายผู้นี้เป็นผู้นำทางการเมืองคนสำคัญ รายงานจาก John Hessler เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลส่วนโบราณคดีของยุคเริ่มต้นอเมริกาจากหอสมุดแห่งชาติ

จากแผนที่แสดงให้เห็นทั้งอิทธิพลของชนพื้นเมืองและชาวสเปน การจัดองค์ประกอบของแผนที่เป็นไปตามแบบฉบับของชาวแอซเท็ก ตัวอักษรที่ปรากฏบนแผนที่เป็นภาษาของชนพื้นเมืองในภูมิภาค สีสันที่เห็นนี้ได้มาจากวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น สีฟ้ามายา (ทำจากใบของต้นอิดิโก้และดินเหนียว) และสีแดงเลือดนก (ทำมาจากแมลง)

“ในจุดหนึ่งของแผนที่แสดงให้เห็นโบสถ์ ซึ่งตั้งชื่อโดยชาวสเปน และภาพอื่นๆ บนแผนที่แสดงให้เห็นว่าชุมชนชาวแอซเท็กปรับตัวอย่างไรให้เข้ากับวัฒนธรรมของชาวสเปน” Hessler กล่าว ชื่อของผู้นำคนอื่นๆ ที่ตามมานั้นขึ้นต้นด้วยคำว่า “don” เช่น “don Alonso” หรือ “don Matheo” สะท้อนให้เห็นว่าพวกเขาได้รับอิทธิพลจากภาษาสเปน ซึ่งเป็นการให้เกียรติคนๆ นั้น

นักวิชาการคาดหวังว่าแผนที่นี้จะช่วยให้พวกเขาศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสองวัฒนธรรมที่แตกต่างกันบนดินแดนเม็กซิโกในอดีต ทั้งนี้ทางเว็บไซต์ของหอสมุดได้อัพโหลดภาพแผนที่ให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปชมรายละเอียดได้ ที่นี่

เรื่อง เกรก มิลเลอร์

แผนที่เก่าชาวแอซเท็ก

 

อ่านเพิ่มเติม : ซานตาคลอสเดินทางมาแล้วทั่วโลกเหตุใดแผนที่เก่าจึงเติมสิ่งแปลกๆ ลงในช่องว่าง

เรื่องแนะนำ

แมว สมัครใจเข้ามาเป็นสัตว์เลี้ยงของเราด้วยตัวเอง

จากการศึกษาทางพันธุกรรมพบว่า หลังจากสัตว์ตระกูลแมวกลายมาเป็นนายทาสของพวกเรา พวกมันยังคงลักษณะเด่นของเผ่าพันธุ์ไว้ไม่เปลี่ยนแปลง

เหตุใด สงครามเกาหลี จึงยังไม่จบสิ้น

ทหารราบเกาหลีใต้รายหนึ่งกับการเดินทัพในแนวหน้าของ สงครามเกาหลี เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 1950 ความขัดแย้งปะทุขึ้นในช่วงต้นหน้าร้อนนั้นเมื่อเกาหลีเหนือบุกมาที่เกาหลีใต้ การต่อสู้กินเวลานานกว่า 3 ปี และไม่เคยมีการลงนามสนธิสัญญาสันติภาพแต่อย่างใด ภาพถ่ายโดย AP เมื่อเจ็ดสิบปีที่แล้ว ได้เกิดความขัดแย้งว่าใครจะเป็นผู้มีอำนาจเหนือคาบสมุทรเกาหลี จนเกิดเป็น สงครามเกาหลี ความตึงเครียดยังคงเกิดขึ้น และได้เปลี่ยนมุมมองความสำคัญที่มีต่อสงคราม ในวันที่ 25 มิถุนายน 1950 การที่เกาหลีเหนือบุกโจมตีเกาหลีใต้อย่างไม่คาดคิดเป็นการจุดไฟสงครามระหว่างค่ายคอมมิวนิสต์กับโลกเสรีนิยมในการควบคุมคาบสมุทรเกาหลี สงครามเกาหลีที่มีการต่อสู้ระหว่างปี 1950-1953 ทำให้มีผู้เสียชีวิตนับล้าน ทั้งเกาหลีเหนือและใต้ได้มีการขีดเส้นแบ่งเขตแดนอย่างถาวร แม้จะได้ชื่อว่าเป็น ‘สงครามที่ถูกลืม’ ในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากไม่ได้รับความสนใจทั้งในช่วงระหว่างและหลังจากความขัดแย้งครั้งนี้ ประวัติศาสตร์สงครามเกาหลีก็ยังมีผลลึกซึ้ง ไม่เพียงแค่การสร้างรูปแบบการเมืองในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ซึ่งยังไม่สิ้นสุดในทางเทคนิค แต่สงครามครั้งนี้เป็นแบบอย่างให้กับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในการทำสงครามโดยไม่ได้ผ่านการยินยอมจากสภาคองเกรส สงครามมีจุดเริ่มต้นมาจากการยึดครองเกาหลีของญี่ปุ่นในช่วงระหว่างปี 1910-1945 เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง ฝ่ายสัมพันธมิตรได้รื้อถอนจักรวรรดิญี่ปุ่นจากเกาหลี ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นเครื่องมือต่อรองทางดุลอำนาจของสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต โดยทั้งสองประเทศที่เคยเป็นฝ่ายสัมพันธมิตรร่วมกันมาทั้งคู่ต่างไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน ในปี 1948 เพื่อเป็นการถ่วงดุลอำนาจของทั้งสองขั้ว จึงได้มีการขีดเส้นชายแดนแบ่งเกาหลีโดยใช้เส้นขนานที่ 38 เส้นละติจูดที่พาดผ่านคาบสมุทรแห่งนี้ โดยเกาหลีเหนือเป็นรัฐสังคมนิยมที่นำโดย คิม อิล-ซุง ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหภาพโซเวียต และเกาหลีใต้เป็นรัฐทุนนิยมซึ่งนำโดยนายรี ซึง-มัน ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา แม้จะมีความหวังว่าทั้ง […]

ค้นพบสุสานโบราณของกษัตริย์อาณาจักรมายา

ชาวมายันฝังร่างของผู้เสียชีวิตลงในภาชนะรูปทรงคล้ายหม้อ และนี่คือเรื่องราวของการค้นพบโครงกระดูกหนึ่งในกษัตริย์ของอารยธรรมโบราณอันยิ่งใหญ่

คนเราดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่ 9,000 ปีก่อน

เอทานอลมีคุณสมบัติทรงพลังคือทำให้เรามีความสุข เอทานอลช่วยให้สารเซโรโทนิน โดพามีน และเอนดอร์ฟินหลั่งในสมอง ทำให้เราผ่อนคลาย และเราพึ่งพาเจ้าสิ่งนี้ในเครื่องดื่มมาตั้งแต่ยุคก่อนเกษตรกรรม