ช่างฝีมือสมัยใหม่ดัดแปลงศิลปะหินประดิษฐ์อันเก่าแก่ เพื่อนำความงามใหม่สู่อาสนวิหารแห่งหนึ่งของอังกฤษ
เช้าฤดูใบไม้ผลิอากาศชื้นวันหนึ่งในเมืองเก่ายอร์กของอังกฤษ เด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งหยุดอยู่หน้าอาสนวิหารยอร์กอันโดดเด่น พากันหัวเราะคิกคัก อาสนวิหารศิลปะกอทิกใหญ่ที่สุดในอังกฤษแห่งนี้ใช้เวลาสร้างต่อเนื่อง 250 ปี และทำพิธีอุทิศถวายแด่พระผู้เป็นเจ้าในปี 1472 โครงสร้างเด่นๆ คือหอคอยยุคกลางขนาดใหญ่สามหอ ภายในประดับด้วยหน้าต่างกระจกสีงดงาม แต่เด็กๆ กำลังจับจ้องไปยังบางสิ่งที่อยู่ตรงปลายของลานช่างหินด้านนอกอาคาร และสิ่งนั้นก็ดูเหมือนจ้องกลับมา นั่นคือประติมากรรมหินขนาดใหญ่รูปสัตว์อัปลักษณ์กำลังแยกเขี้ยว มือข้างหนึ่งจับด้านข้างของศีรษะ ในปากมีกบตัวหนึ่ง
รูปสลักหินสร้างใหม่หนักราวครึ่งตันนี้ คือตัวอย่างคลาสสิกของสัตว์อัปลักษณ์ยุคกลางอันเป็นงานศิลป์ประดับสถาปัตยกรรมที่คนส่วนใหญ่มองเห็นจากระยะไกล ในยุคกลาง ประติมากรรมรูปสัตว์อัปลักษณ์ (grotesque) มักประดับอยู่เหนืออาคารทางศาสนา เคียงข้างกับการ์กอยล์ (gargoyle) หรือปนาลี หน้าตาประหลาดไม่แพ้กัน ข้อแตกต่างสำคัญคือการ์กอยล์ทำหน้าที่ระบายน้ำฝนด้วยในตัว
สัตว์อัปลักษณ์ที่เรากำลังพูดถึงได้รับการสลักเสลาจากหินปูนท้องถิ่นหนัก 685 กิโลกรัมโดยหนึ่งในช่างหิน 12 คนที่ทำงานเต็มเวลา มันคืองานเลียนแบบสมัยใหม่ที่เมื่อชักรอกขึ้นสู่หนึ่งในครีบยันของอาสนวิหารในท้ายที่สุดจะแทนที่ประติมากรรมของเดิมที่สึกกร่อนจากลมและแสงแดดตลอดหลายร้อยปี
“เราพยายามแทนที่ของเดิมด้วยของหน้าตาเหมือนกันครับ” ลูอิส มอร์ริสัน ช่างหินชั้นครูที่ทำงานกับประติมากรรมหินชิ้นนี้ตลอด 14 สัปดาห์ บอก กระนั้น มอร์ริสันก็ยอมรับว่า แม้แต่เขาเองก็ไม่แน่ใจว่า งานหินดั้งเดิมทำเป็นรูปกบหรือไม่ “มันสึกกร่อนไปมากเหลือเกิน คุณบอกอะไรไม่ได้มากนอกเหนือจากท่าทางยกมือข้างหนึ่งจับด้านข้างของศีรษะ” เขาขยายความ

ช่างหินประจำอาสนวิหารยอร์กต้องหาจุดลงตัวในการบูรณะองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมเหล่านั้น พวกเขาสืบทอดเทคนิคศิลปะหินประดิษฐ์อันเก่าแก่ ขณะเดียวกันก็เรียนรู้ที่จะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสมัยใหม่ และใช้เสรีภาพทางศิลปะโดยอิงข้อมูลทางประวัติศาสตร์
ตัวอย่างเช่นการสร้างชิ้นงานหินรูปสัตว์อัปลักษณ์ขึ้นใหม่ มอร์ริสันและทีมงานต้องขึ้นไปยังหลังคาของอาสนวิหาร ใช้กล้องถ่ายภาพความละเอียดสูงบันทึกภาพที่สามารถนำมาประกอบสร้างเป็นโมเดลสามมิติที่ให้สัดส่วนของประติมากรรมอย่างแม่นยำ ขั้นตอนต่อไป พวกเขาทำแบบจำลองโพลียูรีเทนของชิ้นงานเดิมที่สึกกร่อนเพื่อใช้เป็นแบบอ้างอิง
จากนั้น มอร์ริสันใช้เวลาหลายสัปดาห์ศึกษาประติมากรรมสัตว์อัปลักษณ์ของอาสนหารที่ทำท่าคล้ายคลึงกันและต้นฉบับที่มีรูปประกอบจากศตวรรษที่สิบสี่ ก่อนจะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับธีมและการออกแบบ สุดท้าย เขาเลือกธีมไร้กาลเวลาอย่างความดีและความชั่ว กล่าวคือสัตว์อัปลักษณ์ตัวนี้เชิดหัวขึ้นขณะเผชิญหน้ากับกบ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนปีศาจในตำนานพื้นบ้านยุคกลาง แต่ในมืออีกข้างหนึ่งของมันจับปลาอันเป็นสัญลักษณ์แทนคริสต์ศาสนา
เมื่อแบบได้รับการอนุมัติจากสถาปนิกของอาสนวิหาร กระบวนการแกะสลักอันเชื่องช้าและประณีตจึงเริ่มขึ้นด้วยเครื่องไม้เครื่องมือแบบเดียวกับช่างในยุคกลาง เช่นเดียวกับหินปูนสีซีด และกระทั่งเสียงเครื่องมือเหล็กกระทบกับหินดังก้องไปทั้งลาน



อาสนวิหารยอร์กมีลานช่างหินถาวรด้านนอกอาคารมาตลอดกว่า 200 ปี อันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการบูรณปฏิสังขรณ์ที่ดำเนินต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่สิบแปด “เป็นงานที่ไม่มีวันจบครับ” อะเล็กซ์ แมกคัลเลียน ผู้อำนวยการโครงงานและพื้นที่อาสนวิหาร บอก
อย่างไรก็ตาม กระบวนการบูรณปฏิสังขรณ์เหล่านี้ยังคงวิวัฒน์ไปตามยุคสมัย เมื่อไม่นานมานี้ อาสนวิหารเปิดพื้นที่ทำงานใหม่ที่เรียกว่า ศูนย์เพื่อความเป็นเลิศด้านทักษะการดูแลมรดกทางศิลปวัฒนธรรมและการจัดการพื้นที่ มูลค่ากว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐไม่ไกลจากอาสนวิหาร เวิร์กช็อปของช่างฝีมือเพียบพร้อมไปด้วยเครื่องไม้เครื่องมือทันสมัย เช่น เครื่องตัดหินควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ เครื่องสแกนเลเซอร์และซอฟต์แวร์ดิจิทัลช่วยในการวัดและขึ้นรูปโมเดล แบบต่างๆ อุปกรณ์เหล่านี้ไม่เพียงสามารถสร้างงานเลียนแบบศิลปวัตถุอันเป็นของเก่า แต่ยังสร้างชิ้นงานใหม่ๆ เช่น พระบรมราชานุสาวรีย์ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองน้ำหนักร่วมสองตันที่สลักจากหินปูนฝรั่งเศส และตอนนี้ประดิษฐานอยู่นอกมุขด้านตะวันตกของอาสนวิหาร
“นี่เป็นก้าวใหญ่ไปสู่อนาคตสำหรับเราครับ” แมกคัลเลียนบอกก่อนจะทิ้งท้ายว่า “แต่เราจะไม่ทิ้งรากเหง้าด้านทักษะสร้างงานฝีมืออันเก่าแก่ งานแต่ละชิ้นที่เราสร้างขึ้นจะยังคงเก็บรายละเอียดด้วยมือ ใช้อุปกรณ์แบบเดียวกัน ค้อนและสิ่วแบบที่เรากันมาตลอดหลายร้อยปี จำเป็นอย่างยิ่งครับที่เราต้องไม่สูญเสียความเป็นมนุษย์ของเรา
เรื่อง : รอฟฟ์ สมิท
ภาพถ่าย : ทอม เจมีสัน
แปล : กองบรรณาธิการ