ประวัติศาสตร์กล้วย - National Geographic Thailand

ประวัติศาสตร์กล้วยกล้วย

ประวัติศาสตร์กล้วย

กล้วยผลไม้บ้านๆ ที่พบเห็นได้ในหลายประเทศทั่วโลก กล้วยผลไม้ราคาแพงที่ต้องนำเข้าสำหรับหลายประเทศอีกเช่นกันที่ไม่สามารถปลูกได้ ไม่ว่าสถานะของกล้วยจะเป็นอย่างไรปฏิเสธไม่ได้ว่ากล้วยคือผลไม้อันดับต้นๆ ที่ผู้คนนิยมทาน แต่กว่าจะมาถึงสถานะผลไม้ยอดนิยมเช่นทุกวันนี้ กล้วยผ่านอะไรมาบ้างเราไปย้อนชมกัน

ย้อนกลับไปเมื่อ 5,000 ปีก่อนคริสต์กาล มนุษย์เราเริ่มรู้จักการเพาะปลูกกล้วยบนเกาะปาปัวนิวกินี กล้วยเป็นผลไม้เมืองร้อนที่เพาะปลูกได้ในหลายพื้นที่ ต่อมาชาวยุโรปมีโอกาสได้ลิ้มลองกล้วยเป็นครั้งแรกเมื่อพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชนำกล้วยจากอินเดียเข้ามายังอาณาจักรกรีก ในช่วง 327 ปีก่อนคริสต์กาล

คริสต์ศักราชที่ 650 ชาวตะวันออกกลางตั้งชื่อให้ผลไม้สีเหลืองเมื่อสุกแล้วนี้ว่า “Banan” ซึ่งแปลว่านิ้วในภาษาอารบิก จากรูปร่างเพรียวยาวอันเป็นเอกลักษณ์ของมัน จนกระทั่งในปีคริสต์ศักราชที่ 1516 มิชชันนารีชาวสเปนนำกล้วยเดินทางไปเพาะพันธุ์ยังหมู่เกาะในแคริบเบียน ก่อนที่จะพยายามปลูกพวกมันในฟลอริดา ในปี 1600 แต่น่าเสียดายที่ไม่ประสบผลสำเร็จเนื่องจากฟลอริดามีสภาพอากาศที่หนาวเย็นเกินไปในหน้าหนาว

ชาวอเมริกันมีโอกาสได้พบกับกล้วยเป็นครั้งแรก ในงานเวิล์ดแฟร์ที่จัดขึ้นเมื่อปี 1876 ในฟิลาเดเฟีย อีก 9 ปีต่อมาบริษัท Boston Fruit ก็ผงาดขึ้นด้วยการนำเข้ากล้วยเพื่อตอบสนองความต้องการของชาวอเมริกัน จนเกิดมาเป็นเครือข่ายผลไม้ที่บริษัทอเมริกันเข้าครอบครองพื้นที่ทำสวนกล้วยในหลายประเทศของอเมริกากลาง

ปี 1951 Jacobo Arbenz ประธานาธิบดีคนใหม่ของกัวเตมาลาชูนโยบายต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยในประเทศ นโยบายของเขาเกิดขึ้นจริงและชนะในเวลาต่อมา ก่อนที่เขาจะถูกขับไล่ออกจากตำแหน่งในอีก 3 ปีต่อมา จากการปฏิวัติโดยมีซีไอเออยู่เบื้องหลัง และในปี 1985 โรคปานามาที่เคยทำลายผลผลิตกล้วยไปมากในอเมริกากลางเมื่อครั้งอดีต ก็เกิดขึ้นกับผลผลิตกล้วยในเอเชีย

กาลเวลาผ่านล่วงเลยไปในที่สุดกล้วยก็กลายมาเป็นผลไม้ยอดนิยมของชาวอเมริกัน ทุกวันนี้ในหนึ่งปีคนอเมริกันกินกล้วยเฉลี่ย 10 ปอนด์ต่อคน ด้านนักวิทยาศาสตร์เองพยายามปรับปรุงพันธุ์กล้วยให้มีความต้านทานโรคและสภาพอากาศมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดโลกกันต่อไป

ชมวิดีโอ ประวัติศาสตร์กล้วยกล้วย จาก เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ได้ที่นี่

 

อ่านเพิ่มเติม

กล้วยกินได้ทั้งเปลือกจะช่วยโลกได้ไหม?

เรื่องแนะนำ

บันทึกนักจับผีเสื้อ

บันทึกนักจับผีเสื้อ ภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้จะพาคุณผู้อ่านไปสัมผัสกระบวนการจับและเปลี่ยนผีเสื้อให้กลายมาเป็นสินค้าและรายได้หลักของชุมชน ออกเดินทางเข้าดงพงไพรไปกับบรรดานักจับผีเสื้อบนเกาะสุลาเวสี ประเทศอินโดนีเซีย อันที่จริงมนุษย์เราจับผีเสื้อสวยๆ มานานแล้วแต่ครั้งโบราณกาล จนกระทั่งเมื่อถึงยุคของอินเตอร์เน็ต นักจับผีเสื้อเหล่านี้ไม่ได้ขายผีเสื้อสตัฟฟ์ให้แก่คนท้องถิ่นหรือนักท่องเที่ยวที่มาเยือนอีกต่อไป แต่พวกเขายังขายความสวยงามเหล่านี้ให้แก่คนต่างประเทศอีกด้วย ทว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจับและค้าผีเสื้อนั้นเต็มไปด้วยความซับซ้อน และสินค้าที่ได้มาอย่างถูกกฎหมายเองก็ยากที่จะแยกแยะออกจากสินค้าตลาดมืด ยกตัวอย่างเช่นในผีเสื้อบางสายพันธุ์นั้นทางการอนุญาตให้ค้าขายได้เฉพาะจากฟาร์มเท่านั้น อย่างไรก็ดีประเด็นนี้ยากที่จะตรวจสอบ มาชมขั้นตอนการเปลี่ยนผีเสื้อตามธรรมชาติให้คงอยู่ชั่วนิรันดร์ในกรอบกระจกกัน ผีเสื้อเหล่านี้มีนักสะสมหรือนักธุรกิจบางคนยอมจ่ายเงินเป็นพันดอลลาร์เพื่อให้ได้ครอบครองความงดงามอันเปราะบางนี้   อ่านเพิ่มเติม ตามติดชีวิตนักจับผีเสื้อ

ตู้เย็นเป็นอย่างไร เจ้าของก็เป็นอย่างนั้น

ตู้เย็นเป็นอย่างไร เจ้าของก็เป็นอย่างนั้น ในโครงการชื่อ “ตู้เย็น” (Refrigerators) ของ มาร์ก เมนฮีวาร์ นักสังคมสงเคราะห์ผู้ผันตัวมาเป็นช่างภาพรายนี้ตระเวนถ่ายภาพตู้เย็นของผู้คน หลากหลายอาชีพโดยไม่มีการจัดฉาก เขาเขียน คำบรรยายภาพอ้อม ๆ เป็นต้นว่า พยาบาลผดุงครรภ์เพิ่งสาบานว่าจะกินแต่ผลผลิตในท้องถิ่น คนถือป้ายโฆษณาตามท้องถนน “เลี้ยงชีพด้วยเงิน 432 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อเดือน” บาร์เทนเดอร์ “เข้านอนตอนแปดโมง เช้าและตื่นนอนตอนสี่โมงเย็น” (มีเวลากินอาหารที่ ซื้อมาจากร้านอาหารเพียงเล็กน้อย) เมนฮีวาร์บอกว่า นิทรรศการภาพถ่ายสัญจรขนาดเท่าของจริงนี้ก่อให้เกิดการถกเถียง “ไม่เพียงแค่เรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัว ของเรากับอาหาร แต่ยังรวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างสังคมกับระบบการผลิตอาหาร”   อ่านเพิ่มเติม วัตถุดิบน่าเกลียดเหล่านี้เป็นอาหารของคน 5,000 คน

มัมมี่ช่วยนักฟุตบอลคนหนึ่งให้ไปแข่งฟุตบอลโลกได้อย่างไร?

หลังจากที่เปาโล เกร์เรโร่ถูกตรวจพบสารโคเคน นักวิทยาศาสตร์ใช้มัมมี่ของชาวอินคาเพื่อหาข้อพิสูจน์ให้แก่นักฟุตบอลว่าสารโคเคนที่พบอาจไม่ได้มาจากยาเสพติด