กล้วยกินได้ทั้งเปลือก จะช่วยโลกได้ไหม? - National Geographic Thailand

กล้วยกินได้ทั้งเปลือกจะช่วยโลกได้ไหม?

กล้วยกินได้ทั้งเปลือก จะช่วยโลกได้ไหม?

ทีมนักวิจัยญี่ปุ่นประกาศข่าวใหม่แก่วงการพฤกษศาสตร์ เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อพวกเขาสามารถพัฒนากล้วยสายพันธุ์ใหม่ที่สามารถกินได้ทั้งเปลือก เอื้อประโยชน์ให้บรรดาชาวญี่ปุ่นมีชีวิตที่สะดวกสบายมากขึ้น ต่อไปนี้จะกินกล้วยก็ไม่ต้องเสียเวลาแกะเปลือกแต่อย่างใด สามารถกินผลไม้ดังกล่าวได้ทั้งลูกเช่นเดียวกับการกินแอปเปิ้ล หรือลูกพีช

นักวิทยาศาสตร์จากฟาร์ม D&T ในจังหวัดโอกายามา ทางตะวันตกของประเทศ ประกาศข่าวดีของพวกเขาผ่านทางโซเชียลมีเดีย หลังการค้นคว้าทดลองนานหลายเดือนด้วยวิธีการแช่แข็งและละลายต้นกล้วยในอุณหภูมิ -60 องศาเซลเซียส ตามด้วยการเพิ่มความร้อนให้แก่ต้นกล้วยที่อุณหภูมิ 26 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ส่วนของเปลือกกล้วยไม่ได้รับการพัฒนา เปลือกของกล้วยจึงมีลักษณะอ่อนนุ่มและบางกว่าเปลือกกล้วยทั่วๆ ไป

วิธีดังกล่าวเลียนแบบการเจริญเติบโตของพืชในยุคน้ำแข็ง อุณหภูมิที่หนาวเย็นช่วยชะลออัตราการเผาผลาญของต้นไม้ ในขณะที่ความร้อนและแสงสว่างที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันกลับช่วยเร่งอัตราการเจริญเติบโต ผลที่ได้ในกรณีการทดลองกับกล้วยก็คือผลไม้ถูกพัฒนาอย่างรวดเร็วมากกว่าเปลือก

กล้วยกินได้ทั้งเปลือกนี้ถูกพัฒนาขึ้นเฉลี่ย 10 ลูกต่อสัปดาห์เท่านั้น สนนราคาใบละประมาณ 180 บาท หาซื้อได้ที่ตลาดผลไม้ในโอกายามา คำถามที่ตามมาก็คือคุ้มค่าหรือไม่กับการพัฒนากล้วยให้กินได้ทั้งเปลือก (มีสารอาหารหลายอย่างประกอบอยู่ข้างในเปลือก) ปัญหาขยะและอุบัติเหตุที่เกิดจากการลื่นล้มโดยเปลือกกล้วยถูกยกขึ้นมาประกอบ

ว่าแต่กล้วยกินได้ทั้งเปลือกนี้จะขนส่งกันอย่างไร? เนิ่นนานมาแล้วในประวัติศาสตร์แห่งผลไม้ เป็นที่รู้กันดีว่าเปลือกช่วยปกป้องเนื้อผลไม้ที่อยู่ภายใน และเอื้อให้ผลไม้เดินทางระหว่างการขนส่งได้ในขณะที่มันยังไม่สุกดี ถ้าเช่นนั้นแล้วกล้วยที่มีเปลือกนุ่มนิ่มจะเดินทางได้สั้นกว่ากล้วยที่มีเปลือกทั่วไปกระนั้นหรือ

บนความโชคดีก็คือเจ้ากล้วยสายพันธุ์ใหม่นี้ไม่ได้เป็นที่สนใจของคนทั้งโลกเท่าไหร่นัก เว้นก็แต่คนญี่ปุ่น พวกเขาชื่นชอบการกินกล้วยมากและเป็นประเทศที่มีอัตรานำเข้ากล้วยสูง ฉะนั้นแล้วแม้ว่าจะยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ากล้วยกินได้ทั้งเปลือกที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่นี้จะมีสารอาหารเทียบเท่ากล้วยปกติหรือไม่ แต่ระหว่างนี้ก็มั่นใจได้ว่าเจ้ากล้วยดังกล่าวจะทำให้รูปถ่ายในอินสตาแกรมของคุณออกมาดูดีแน่นอน และตลาดผลไม้ราคาแพงในญี่ปุ่นก็ตอบรับอย่างดีเสียด้วย อย่าลืมว่าก่อนหน้านี้แตงโมรูปทรงสี่เหลี่ยมและแอปเปิ้ลสักลายที่เปลือกก็เป็นที่พูดถึงกันมาแล้ว

เรื่อง ดานิเอล สโตน

 

อ่านเพิ่มเติม

สำรวจโลก : การยืดอายุผักผลไม้แนวใหม่

เรื่องแนะนำ

แก้ปัญหากลิ่นฉี่ในที่สาธารณะแบบชาวปารีส

แก้ปัญหากลิ่นฉี่อย่างไรให้อยู่หมัด? เมื่อกรุงปารีสไม่ห้าม แต่กำหนดให้ผู้คนฉี่ในที่สาธารณะให้เป็นที่ ด้วยอุปกรณ์แบบพิเศษที่จะเปลี่ยนฉี่เป็นปุ๋ย

ชีวิตครึ่งเดียว แต่คุ้มค่า

ชีวิตครึ่งเดียว แต่คุ้มค่า อารอน วอลลิน เป็นชายผู้มีสองบทบาท บนเวทีเขาคือคนบ้าระห่ำที่ตัวเล็กที่สุด จากฉายา Short E. Dangerously ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในการทำให้คนดูตื่นเต้นและเบิกบาน เขาทรงตัวบนลูกโบวลิ่ง, ขว้างมีดและเดินบนแผ่นกระจกด้วยมือของเขา แต่นอกเวที เขาคว้าหมวกคาวบอยมาสวม ตัวตนที่แท้จริงของเขาถูกแสดงออกมา “คุณจำเป็นต้องมีปุ่มเปิดและปิด” วอลลินกล่าว “คุณต้องแยกตัวตนทั้งสองแบบออกจากกันให้ได้ มิฉะนั้นมันจะเป็นปัญหา” วอลลินสูญเสียขาทั้งสองข้างของเขาไปเมื่ออายุได้ 2 ขวบครึ่ง จากโรค Sacral Agenesis ตัวเขาเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจเพื่อความบันเทิงมานานกว่า 20 ปี และสำหรับ 5 ปีที่ผ่านมา วอลลินเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในคณะละครสัตว์ Hellzapoppin ที่เปิดทำการแสดงแบบโรดโชว์ “ผมใช้ชีวิตแบบร็อกแอนด์โรลที่ผู้คนทั่วไปฝันถึง” เขากล่าว สำหรับไบรอัน เลห์มัน ช่างภาพ ไม่ใช่ลักษณะทางกายภาพของเขาที่ทำให้เลห์มันสนใจ แต่คือตัวตนของวอลลินเมื่ออยู่นอกเวทีต่างหาก ที่ทำให้เลห์มันตัดสินใจติดตามเขาอย่างสม่ำเสมอเป็นระยะเวลา 2 ปี “เขาเป็นคนที่มีเสน่ห์” เลห์มันกล่าว “แต่ผมไม่สามารถถ่ายภาพได้ ถ้าผมไม่ได้เข้าไปอยู่ในชีวิตของเขา” วอลลินเปิดประตูให้ช่างภาพผู้นี้เข้ามาในชีวิต ในฐานะเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง “เขาเข้าถึงตัวตนที่แท้จริงของผม” วอลลินกล่าว “ผมไม่ได้ปิดบังอะไรเลย” ผลที่ได้คือภาพถ่ายอันใกล้ชิดอันทรงพลังจากชายผู้น่าจดจำเป็นอย่างยิ่ง […]

เพราะโรงพยาบาลเต็มไปด้วยผู้ป่วยโควิด-19 เธอจึงตัดสินใจ คลอดลูกที่บ้าน

ภาพอันใกล้ชิดเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงคุณแม่ชาวนิวยอร์กคนหนึ่งที่ให้ คลอดลูกที่บ้าน ท่ามกลางภาวะโรคระบาด เมื่อคิมเบอร์ลี บอนสิยอร์ คุณแม่วัย 33 ปีทราบเมื่อตอนปลายเดือนมีนาคมว่าสมาชิกครอบครัวของเธอไม่สามารถเข้าร่วมให้กำลังใจในตอนที่เธอคลอดลูกที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก (NYU Hospital) ได้ เธอจึงเริ่มวางแผนการ คลอดลูกที่บ้าน การให้กำเนิดลูกคนที่สอง เธอไม่อยากอยู่ห่างจากอัล ผู้เป็นสามี, และซาติวา ลูกสาววัยสองขวบ หลังจากเครือข่ายของโรงพยาบาลนิวยอร์ก – เพรสไบทีเรียนและโรงพยาบาลเมาต์ซีนาย ห้ามไม่ให้มีผู้เข้าเยี่ยมเพราะต้องการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 พยาบาลผดุงครรภ์ทั่วเมืองต่างได้รับโทรศัพท์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากเหล่าคุณแม่ไม่ต้องการคลอดลูกเพียงลำพัง ผู้หญิงหลายคนจึงต้องหาทางเลือก แม้ผู้ว่าการนครนิวยอร์ก แอนดรูว์ คัวโม จะออกคำสั่งอนุญาตให้มีผู้ติดตามหนึ่งคนในห้องคลอดอยู่ในห้องได้หากคนผู้นั้นได้ผ่านตรวจหาไวรัสโควิด-19 แล้ว อย่างไรก็ตาม การทำคลอดในโรงพยาบาลที่เต็มไปด้วยผู้ติดเชื้อ โควิด-19 ก็ทำให้มีความต้องการคลอดลูกที่บ้านเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างพิเศษในสหรัฐอเมริกา แต่ก็เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วง 16 ปีที่ผ่านมา ในสัปดาห์ที่ 37 ของการตั้งครรภ์ คิมเบอร์ลีเริ่มติดต่อแอนเจลิก คลาร์ก ผู้ช่วยทำคลอดลูกคนแรกของเธอ และคารา มูห์ลาห์น พยาบาลผดุงครรภ์ที่ได้รับใบอนุญาต (Certified Nurse Midwife -CNM) โดยทั้งมูห์ลาห์นและคิมเบอร์ลีต้องพบกันอย่างน้อยนับสิบครั้งเพื่อปรึกษากันถึงเรื่องนี้ หลังจากมีการปรึกษากันทางออนไลน์และการไปเยี่ยมบ้าน พวกเขาเริ่มเตรียมการในสิ่งที่จำเป็นสำหรับการคลอดลูกที่บ้าน กรอกแบบฟอร์มทางการแพทย์และจัดหาอุปกรณ์ทำคลอด […]

ชีวิตเริ่มต้นที่วัย 9 ขวบ

เรื่อง อีฟ โคแนนต์ ภาพถ่าย โรบิน แฮมมอนด์ หากต้องการคำตอบตรงไปตรงมาว่า เพศสภาพกำหนดชะตาชีวิตของเราอย่างไร ลองไปถามจากปากเด็กเก้าขวบทั่วโลก เมื่ออายุเก้าขวบ เด็กชายหญิงตั้งแต่จีนถึงแคนาดา  และเคนยาถึงบราซิล บรรยายถึงความฝันอันยิ่งใหญ่เกี่ยวกับอาชีพในอนาคต ขณะที่เด็กผู้ชายไม่เห็นว่าเพศเป็นอุปสรรค แต่เด็กผู้หญิงมากมายกลับไม่คิดเช่นนั้น ณ ช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อก่อนเข้าสู่วัยรุ่น เด็กเก้าขวบสามารถประเมินโอกาสของตนเอง และข้อจำกัดที่เพศสภาพมีต่อพวกเขาและเธอได้อย่างไม่ต้องสงสัย เพื่อเข้าใจมุมมองของเด็กๆ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ตระเวนไปยังบ้าน 80 หลังในสี่ทวีป เราถามเด็กวัยเก้าขวบด้วยคำถามชุดเดียวกัน คำตอบนั้นตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม หลายคนยอมรับทันทีว่า การทำตัวให้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนที่พวกเขาเรียกว่าบ้าน และบทบาทที่ถูกคาดหวัง อาจเป็นเรื่องยากลำบาก เหนื่อยหน่าย สับสน และอ้างว้าง แต่อีกหลายคนไปได้สวยเมื่อพวกเขาทลายกำแพงทางเพศลงได้ การเป็นเด็กผู้หญิงมีอะไรดีที่สุด เอเวอรี แจ็กสัน ปัดปอยผมทำไฮไลต์สีรุ้งและครุ่นคิดกับคำถาม “การเป็นเด็กผู้หญิงดีหมดทุกอย่างเลยค่ะ!” แล้วอะไรเลวร้ายที่สุดในการเป็นเด็กผู้หญิง “ก็เรื่องที่พวกเด็กผู้ชายชอบพูดว่า ‘นั่นไม่ใช่เรื่องของเด็กผู้หญิง เป็นเรื่องของเด็กผู้ชายต่างหาก’ ” เอเวอรีใช้เวลาสี่ปีแรกของชีวิตเป็นเด็กผู้ชาย และไม่มีความสุข ความที่ใช้ชีวิตเป็นเด็กหญิงข้ามเพศอย่างเปิดเผย  มาตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบัน เด็กน้อยชาวแคนซัสซิตีโดยกำเนิดคนนี้จึงกลายเป็นศูนย์กลางของการถกเถียงอภิปรายที่ขยายวงกว้างขึ้นเกี่ยวกับบทบาทและสิทธิทางเพศ ซันนี โภเป เด็กชายวัยเก้าขวบที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กๆใกล้นครมุมไบ […]