สวาซิแลนด์ เปลี่ยนชื่อเป็นเอสวาตินีแล้ว - National Geographic Thailand

สวาซิแลนด์เปลี่ยนชื่อเป็นเอสวาตินีแล้ว

สวาซิแลนด์ เปลี่ยนชื่อเป็นเอสวาตินีแล้ว

ในการเฉลิมฉลองวันพระราชสมภพครบรอบ 50 ปี กษัตริย์ผู้ปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์องค์สุดท้ายแห่งทวีปแอฟริกา พระองค์ทรงเปลี่ยนชื่อประเทศจาก สวาซิแลนด์ เป็น “เอสวาตินี” ซึ่งมีความหมายว่า “ดินแดนแห่งชาวสวาซี”

สมเด็จพระราชาธิบดี อึมสวาติที่ 3 แห่งสวาซิแลนด์ ทรงระบุว่าผู้คนนอกแอฟริกามักสับสนชื่อประเทศสวาซิแลนด์กับสวิสเซอร์แลนด์ และด้วยความที่ทั้งสองประเทศนี้เองก็มีหลายสิ่งที่คล้ายคลึงกัน ไม่ว่าจะเป็นการเป็นประเทศเล็กๆ ที่ไม่ติดทะเล มีภูเขาในประเทศมากมาย อย่างไรก็ดีเอสวาตินีที่ตั้งอยู่ชายแดนตะวันออกของประเทศแอฟริกาใต้นั้นมีขนาดเล็กกว่ามาก โดยเทียบกันแล้วประเทศนี้เล็กกว่ารัฐนิวเจอร์ซีย์เสียอีก

แตกต่างจากสวิสเซอร์แลนด์ที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย สมเด็จพระราชาธิบดี อึมสวาติที่ 3 ขึ้นครองบัลลังก์ตั้งแต่ปี 1986 ต่อจากพระราชบิดา สมเด็จพระราชาธิบดีซอบูซาที่ 2 ผู้ปกครองประเทศนาน 82 ปี ปัจจุบันกษัตริย์ของเอสวาตินีมีพระชายารวม 15 พระองค์ ในขณะที่ Alain Berset ประธานาธิบดีสวิสเซอร์แลนด์มีภรรยาเพียงแค่ 1 คน

การเปลี่ยนชื่อประเทศถือเป็นเรื่องใหญ่และยุ่งยากพอควร เงินตราทั้งหมดที่ใช้ในประเทศต้องถูกเปลี่ยน รวมไปถึงเอกสารและหัวจดหมายของรัฐบาล ป้ายทะเบียนรถยนต์ ยูนิฟอร์มของทหารไปจนถึงเครื่องแบบของนักกีฬา ตลอดจนสายการบินสวาซิแลนด์ แอร์ไลน์ด้วย แต่รายสุดท้ายคงไม่ยุ่งยากนักเพราะมีเครื่องบินเพียงลำเดียว

 

ทำไมต้องเปลี่ยนชื่อประเทศด้วย?

สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งสวาซิแลนด์ทรงเรียกชื่อประเทศของพระองค์ว่า “เอสวาตินี” มาหลายปีแล้ว อีกทั้งยังใช้คำนี้ในระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ อย่างไรก็ตามไม่มีใครคาดคิดว่าพระองค์จะเปลี่ยนชื่อประเทศในตอนนี้ ซึ่งประชาชนมองว่าควรจะนำเม็ดเงินไปใช้แก้ปัญหาทางเศรษฐกิจมากกว่า

สำหรับประเทศอื่นๆ เหตุผลในการเปลี่ยนก็ไม่ต่างจากเอสวาตินี เพื่อให้ได้ชื่อที่ดีกว่าในการแสดงออกถึงอัตลักษณ์ของผู้คนในประเทศ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมสาธารณรัฐเช็ก ถึงต้องการประชาสัมพันธ์ให้คนเรียกว่า “เช็กเกีย” ดูเหมือนว่าการมีชื่อเรียกเพียงคำเดียวจบ จะทำให้การโปรโมทตนเองบนเวทีระดับโลกเป็นเรื่องง่ายกว่า สาธารณรัฐเช็กและสาธารณรัฐสโลวัก สองประเทศนี้ค่อนข้างใหม่สำหรับประชาคมโลก เกิดขึ้นหลังจากเชโกสโลวาเกียแตกในปี 1993 ในขณะที่คำว่าเช็กเกียเพิ่งจะถูกใช้อย่างเป็นทางการเมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา

ในการเปลี่ยนชื่อประเทศเมื่อเร็วๆ นี้ เคปเวร์ดี ประเทศหมู่เกาะจำนวน 10 เกาะ ทางตอนกลางของมหาสมุทรแอตแลนติก ที่มีประชากรราว 5 แสนคน ก็เพิ่งเปลี่ยนชื่อเป็น “การ์บูเวร์ดี” เมื่อปี 2013 โดยเป็นชื่อเดิมที่ชาวโปรตุเกสเคยตั้งให้ในปี 1444 ซึ่งหมายความว่า ผ้าคลุมไหล่สีเขียว

สำหรับเรื่องราวการเปลี่ยนชื่อประเทศที่ซับซ้อนที่สุดต้องยกให้ยูโกสลาเวีย อดีตประเทศในคาบสมุทรบอลข่านนี้ก่อตั้งขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และในปี 1929 ได้เปลี่ยนชื่อเป็นราชอาณาจักรยูโกสลาเวีย หลังสงครามโลกครั้งที่สองพรรคคอมมิวนิสต์เข้าควบคุมและเปลี่ยนชื่อเป็นสหพันธ์สาธารณรัฐประชาชนยูโกสลาเวีย ต่อมาในปี 1963 เปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น สหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมยูโกสลาเวีย

หลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียตและความขัดแย้งภายในส่งผลให้ยูโกสลาเวียแตกในปี 1992 กลายมาเป็นประเทศเซอร์เบีย, โครเอเชีย, บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา, สโลเวเนีย, มาเซโดเนีย และมอนเตเนโกร โดยสาธารณรัฐคอซอวอ ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในจังหวัดของเซอร์เบียได้แยกตัวเป็นเอกราชเมื่อปี 2008

สวาซิแลนด์
นครอิสตันบูลเองก็เคยมีชื่อว่า คอนสแตนติโนเปิล
ภาพถ่ายโดย Jules Gervais Courtellemont

สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกเองก็เคยถูกเรียกว่า เสรีรัฐคองโก ในระหว่างการครอบครองของพระเจ้าเลออปอลที่ 2 แห่งเบลเยียม ช่วงปี 1885 – 1908 จากนั้นก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น เบลเยียมคองโก ตามมาด้วย Congo-Leopoldville และในที่สุดหลังประกาศอิสรภาพในปี 1960 ก็ได้ชื่อใหม่ว่า สาธารณัฐคองโก และอีกไม่กี่ปีต่อมาก็เปลี่ยนเป็น สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ต่อมาในปี 1971 Mobutu Sese Seko ผู้นำเผด็จการเคยตั้งชื่อประเทศนี้ว่า สาธารณรัฐซาอีร์ จากชื่อแม่น้ำสายหลักของคองโก จนกระทั่ง Mobutu ลงจากอำนาจในที่สุดประเทศนี้ก็ได้ชื่อ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก กลับคืนมาในปี 1997

เรื่อง Stephen Leahy

 

ยังมีประเทศอื่นๆ อีก

ราชอาณาจักรกัมพูชา >> สาธารณรัฐเขมร >> กัมพูชาประชาธิปไตย >> กัมพูชา (1991)

เฟรนซ์ โซมาลีแลนด์ >> Territory of the Afars and the Issas >> จิบูตี (1977)

หมู่เกาะกิลเบิร์ต >> คิริบาส (1979)

โปรตุกีส ติมอร์ >> ติมอร์ตะวันออก >> ติมอร์-เลสเต (2002)

เยอรมัน เซาท์เวสต์ แอฟริกา >> เซาท์เวสต์ แอฟริกา >> นามีเบีย (1990)

อัปเปอร์วอลตา >> บูร์กินาฟาโซ (1984)

 

อ่านเพิ่มเติม

ประเทศเหล่านี้มีความสุขมากที่สุดในโลก

เรื่องแนะนำ

ชาวต่างชาติสามารถสมัครเข้ากองทัพสหรัฐฯ ได้

คนไทยในกองทัพสหรัฐอเมริกาให้กำลังใจแก่ผู้ที่สนใจอยากสมัครเข้ารับราชการทหารใน กองทัพสหรัฐ ฯ จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพและข้อความลงในกลุ่มเฟซบุ๊ก โดยเป็นภาพใบงานนักเรียนที่มีหัวข้อให้เขียนอาชีพในฝัน และคณะที่อยากจะเข้าเรียน ข้อความที่ปรากฏบนภาพ ระบุว่า อาชีพในฝันคือ ทหารอเมริกัน (U.S.Army) แต่ไม่รู้ว่าจะต้องเรียนคณะอะไร นักเรียนจึงเขียนไปว่าภาษาศาสตร์ ซึ่งครูเขียนคำแนะนำกลับมาในใบงาน บอกให้กลับมาแก้ระบุว่า ขอเป็นอาชีพในอนาคตที่มีโอกาสเป็นได้ หลังจากเรื่องนี้ถูกส่งต่อจำนวนมาก ทหารเชื้อสายไทยที่ประจำอยู่ในสหรัฐอเมริกา จึงออกมาร่วมกันทำคลิปวิดีโอ เพื่อส่งกำลังใจให้น้องๆ ที่ฝันอยากเป็นทหารอเมริกัน ในทุกปีปีมีผู้ถือกรีนการ์ดแต่ไม่ใช่พลเมืองอเมริกันมากกว่า 8,000 คน ตัดสินใจสมัครเข้าร่วมกองทัพด้วยจุดประสงค์ที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่ปี 2001 สมาชิกทหารกว่า 120,000 คน ซึ่งเป็นผู้อพยพ กลายเป็นพลเมืองของสหรัฐอเมริกา ตามประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ นายทหารที่เป็นคนต่างชาติเหล่านี้มีส่วนร่วมในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ อย่างลึกซึ้ง พวกเขาได้ร่วมต่อสู้กับกองกำลังติดอาวุธมาตั้งแต่สงครามปฏิวัติ ข้อกำหนดในการเข้าร่วมกองทัพสำหรับชาวต่างชาติ ในสหรัฐฯ การรับราชการทหารพลเมืองอเมริกัน และชาวต่างชาติ เป็นระบบความสมัครใจ หน่วยบริการพลเมืองและการตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐอเมริกา (USCIS) กล่าวว่า สาขาบริการแต่ละสาขามีข้อกำหนดในการเกณฑ์ทหารที่แตกต่างกัน แต่มีข้อกำหนดมาตรฐานบางประการที่เหมือนกันทั้งประเทศ ณัฐพล เฉลยเพียร คนไทยที่ประจำอยู่ในกองทัพสหรัฐฯ มาแล้ว 16 ปี ปัจจุบันทำงานด้านการสรรหาและคัดเลือกกำลังพลเข้ากองทัพ กล่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “คนที่อยากจะเป็นทหารบก […]

Digital Arts NFT : Red Cross x KX นิทรรศการศิลปะดิจิทัลเพื่อสภากาชาดไทย

ครั้งแรกของการระดมทุน เงินฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ สภากาชาดไทย ในรูปแบบ NFT พร้อมนิทรรศการภาพฝีพระหัตถ์กรมสมเด็จพระเทพฯ ในช่วงวิกฤตการณ์หนักหนาทั้งหลายที่ประเทศไทยประสบผ่านมา สภากาชาดไทยเป็นหน่วยงานอันดับแรกที่ผู้คนคิดถึง เพราะเป็นผู้เข้าบรรเทาสาธารณภัยให้กับประชาชนได้อย่างทันท่วงที พร้อมกันกับดำเนินการสนับสนุนต่อเนื่องจนกว่าเหตุการณ์เหล่านั้นจะสิ้นสุดและความทุกข์จะคลี่คลายลง ‘เงินฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ สภากาชาดไทย’ เป็นหัวใจสำคัญเบื้องหลังที่ช่วยขับเคลื่อนให้การดำเนินงานของสภากาชาดไทยเดินหน้าได้เสมอมา เราเห็นรูปแบบการระดมทุนของสภากาชาด อย่างที่เคยชินก็จะเป็นงานกาชาด งานประจำปีครั้งใหญ่ที่คนไทยรอคอย จนสถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดหนักทำให้สภากาชาดปรับรูปแบบงานเป็นงานกาชาดออนไลน์ ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับดีไม่แพ้กัน ด้วยยุคดิจิทัลในปัจจุบัน วิสัยทัศน์ของการระดมทุนโดยสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย จึงปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีที่มีแต่รุดหน้า และที่งาน Digital Arts NFT : Red Cross x KX นับเป็นครั้งแรกที่สภากาชาดได้นำผลงานภาพศิลปะฝีพระหัตถ์ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดแสดงในรูปแบบ NFT บน Coral Platform ของกสิกร เอกซ์ (KX) และนิทรรศการ ณ ICON Art & Cultural Space ชั้น 8 ห้างสรรพสินค้า ICONSIAM (ระหว่างวันที่ […]

ในเนเธอร์แลนด์ คุกที่ว่างเปล่า กลายเป็นบ้านสำหรับผู้ลี้ภัย

เรื่อง เมโลดี โรเวล ภาพถ่าย มุฮัมหมัด มูเฮเซน Associated Press ขณะที่อัตราอาชญากรรมในประเทศและประชากรในเรือนจำลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา จนเรือนจำนับสิบแห่งต้องปิดตัวลงพร้อมกัน  ดังนั้น  เมื่อจำนวนผู้อพยพเริ่มสูงขึ้น  โดยปีที่แล้วเพียงปีเดียวมีผู้อพยพมากกว่า 50,000 รายเดินทางเข้าสู่เนเธอร์แลนด์ และหน่วยงานรับผู้ลี้ภัยกลางหรือซีโอเอ (Central Agency for the Reception of Asylum Seekers; COA)  ก็มองเห็นทางออก ช่างภาพ มุฮัมมัด มูเฮเซน เจ้าของรางวัลพูลิตเซอร์สองสมัย  และหัวหน้าช่างภาพของ AP ประจำภูมิภาคตะวันออกกลางได้อุทิศเวลาในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาถ่ายภาพวิกฤติผู้อพยพ  “คำถามที่มักผุดขึ้นในหัวของผมคือ จะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้” เขากล่าว “การเดินทางไม่ได้หยุดลง เมื่อพวกเขาเดินทางเข้าประเทศ” ฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว มูเฮเซนเริ่มได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับการนำเรือนจำมาเป็นที่พักของผู้อพยพ “ผมยังไม่เข้าใจดีนัก” เขาบอก “ผมคิดว่าพวกเขาน่าจะ รู้สึก เหมือนอยู่ในที่คุมขัง” เขาใช้เวลาหกเดือนในการขออนุญาตเข้าไปถ่ายรูปในเรือนจำแห่งหนึ่ง  สุดท้ายแล้ว มูเฮเซนใช้เวลา 40 วันในการเยี่ยมเยือน คุกเนเธอแลนด์ สามแห่ง เพื่อทำความรู้จักผู้อยู่อาศัยในนั้นและถ่ายภาพชีวิตของพวกเขา “เรากำลังพูดถึงคนหลายสิบเชื้อชาติ” เขากล่าว […]

เมื่อรักไร้พรมแดน

หากย้อนเวลากลับไปสักห้าศตวรรษก่อน การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันของคนต่างเชื้อชาติและวัฒนธรรมทั้งห้าคู่นี้ไม่อาจเป็นไปได้