หนู: วายร้ายในเงามืด...ฝันร้ายของชาวเมือง - National Geographic Thailand

หนู: วายร้ายในเงามืด…ฝันร้ายของชาวเมือง

หนู: วายร้ายในเงามืด…ฝันร้ายของชาวเมือง 

หนู คือตัวตนในเงามืดของมนุษย์  เราอาศัยอยู่บนพื้นผิวของเมือง ขณะที่พวกมันมักอาศัยอยู่ข้างล่าง พวกเราส่วนมากทำงานตอนกลางวัน ส่วนหนูทำงานตอนกลางคืนเป็นส่วนใหญ่ แต่เกือบทุกที่ที่มนุษย์อาศัยอยู่จะมีหนูอยู่ด้วยเสมอ ในซีแอตเทิลที่ฉันเติบโตขึ้นมา หนูปีนท่อน้ำทิ้งเก่งมาก โดยปีนอยู่ข้างใน ที่ไหนสักแห่งที่บ้านเกิดฉันตอนนี้ หนูบ้านหรือหนูนอร์เวย์ตัวยาวๆเปียกๆกำลังยื่นจมูกฟุดฟิดขึ้นมาเหนือผิวน้ำในโถสุขภัณฑ์  ซีแอตเทิลยังมีหนูอีกชนิดหนึ่งด้วย นั่นคือหนูท้องขาว ซึ่งทำรังบนต้นไม้และไต่ไปมาตามสายโทรศัพท์ มันอาจเป็นพาหะของกาฬโรคในยุคกลาง

จากซีแอตเทิลถึงบัวโนสไอเรส ประชากรหนูในเมืองกำลังทวีจำนวนขึ้น โดยอยู่ระหว่างร้อยละ 15 ถึง 20 ในทศวรรษที่ผ่านมา ตามข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่ง ในบรรดาสัตว์ที่ออกลูกออกหลานมากมายในโลกของเรา เช่น นกพิราบ หนู นกกระจอก และแมงมุม เรามีความรู้สึกรุนแรงที่สุดกับหนู  หนูมีชื่อเสียงเรื่องความสกปรกและเจ้าเล่ห์ เรามองว่าหนูเป็นสัญลักษณ์แห่งความเสื่อมโทรมของเมือง และเป็นพาหะนำโรคติดต่อร้ายแรง หนูทำให้เราหวาดกลัวและรังเกียจยิ่งกว่าสัตว์ในเมืองชนิดอื่นๆ พูดง่ายๆคือ มนุษย์เกลียดหนู

สัตว์ตัวน้อยนี้สมควรถูกเกลียดจริงหรือ สิ่งที่เราชิงชังที่สุดเกี่ยวกับหนู ทั้งความสกปรก ความมีลูกดก  ความทรหดอดทนและไหวพริบในการอยู่รอดของพวกมัน ล้วนเป็นคุณสมบัติที่ใช้กับมนุษย์ได้ด้วย ความสกปรกของหนูคือความสกปรกของเรา ในสถานที่ส่วนใหญ่ หนูเติบโตจากขยะและอาหารที่เราทิ้งขว้างอย่างมักง่าย

“มันคือมนุษย์นี่ละครับ” บ็อบบี คอร์ริแกน นักวิทยาสัตว์ฟันแทะในนิวยอร์ก บอก “เราไม่เก็บกวาดบ้านของตัวเองให้สะอาด”

คอร์ริแกนคือผู้เชี่ยวชาญระดับแถวหน้าเรื่องหนูในเมือง เขาศึกษาสัตว์ชนิดนี้ตั้งแต่ปี 1981 และทำงานเป็นที่ปรึกษาให้เมืองและบริษัทต่างๆทั่วโลกที่ประสบปัญหาหนู เขาคือผู้ให้ข้อมูลแก่ฉันเรื่องอัตราที่สูงจนน่าตกใจของหนูซึ่ง “ปรากฏตัวในห้องน้ำ” ในซีแอตเทิล

หนู
นิวยอร์กซิตี : หนูเตรียมตัวออกหากินยามกลางคืนในท่อระบายน้ำแห่งหนึ่ง นักวิทยาสัตว์ฟันแทะ บ็อบบี คอร์ริแกน ประมาณว่า ประชากรหนูในเมืองทั่วโลกมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 15 ถึง 20 ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา เพราะยิ่งผู้คนโยนเศษอาหารทิ้งมากเท่าไร ก็จะมีหนูมากินมากขึ้นเท่านั้น
หนู
นิวยอร์กซิตี : ความสามารถในการปรับตัวและความฉลาดทำให้หนูหลายชนิดวิวัฒน์จนแพร่กระจายในเมืองใหญ่ กระนั้น การเห็นหนูวิ่งข้ามถนนเวสต์บรอดเวย์ก็อาจทำให้ชาวเมืองที่ใจแข็งที่สุดสะดุ้งโหยงได้ มนุษย์จำนวนมากรู้สึกว่าหนูน่ากลัวและน่าขยะแขยง

เราพบกันที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่งในย่านโลเวอร์แมนแฮตตันของนิวยอร์ก หนึ่งในเมืองหลวงหนูของโลก คอร์ริแกนสวมหมวกนิรภัย เสื้อกั๊กสีส้มสะท้อนแสง และถือกระดานรองเขียน เครื่องแบบเจ้าหน้าที่เหล่านี้เอื้อให้เราเดินท่อมๆตามแปลงดอกไม้และอุโมงค์รถไฟใต้ดินได้โดยไม่มีใครสนใจ

ชาวนิวยอร์กชอบเกทับกันเรื่องการเห็นหนูตัวเท่าสุนัข แต่หนูตัวใหญ่ที่สุดที่คอร์ริแกนเคยได้ยินมา คือหนูหนัก 816 กรัมจากอิรัก เขาตั้งเงินรางวัล 500 ดอลลาร์สหรัฐให้ใครก็ตามที่นำหนูหนักหนึ่งกิโลกรัมมาให้ แต่เขาไม่คิดว่าตัวเองจะมีวันได้จ่ายเงินนั้น

สัตว์ตัวน้อยนี้สมควรถูกเกลียดจริงหรือ สิ่งที่เราชิงชังที่สุดเกี่ยวกับหนู ทั้งความสกปรก ความมีลูกดก  ความทรหดอดทนและไหวพริบในการอยู่รอดของพวกมัน ล้วนเป็นคุณสมบัติที่ใช้กับมนุษย์ได้ด้วย

หนูที่มีอยู่ดาษดื่นในนิวยอร์กซิตีคือหนูบ้าน (Rattus norvegicus) ซึ่งรู้จักกันในชื่อหนูสีน้ำตาล มันเป็นสัตว์ขุดรูอยู่ในดินที่มีส่วนกะโหลกกว้างที่สุด จึงลอดช่องโพรงใดๆที่กว้างกว่านั้นได้ (รวมทั้งท่อที่ต่อกับโถสุขภัณฑ์ด้วย)

หนูสีน้ำตาลอยู่เป็นครอบครัว โดยตกลูกครั้งละสองถึง 14 ตัว มันดูแลรังค่อนข้างสะอาด และหากินในอาณาเขตเล็กๆ เมื่อลูกหนูถึงวัยเริ่มเจริญพันธุ์ ซึ่งก็คืออายุแค่สิบสัปดาห์เท่านั้น มันจะย้ายออกไปหาคู่

ฉันกับคอร์ริแกนออกชมชีวิตหนู ในแปลงดอกไม้ข้างศาล เขาก้าวเดินอย่างระมัดระวัง ค่อยๆตรวจตราพื้นดินใต้รองเท้าบู๊ต เมื่อรับรู้ได้ถึงช่องโพรงกลวงๆข้างใต้ เขาจะกระโดดทิ้งน้ำหนักสองสามครั้ง ไม่กี่อึดใจ หนูตัวหนึ่งก็โผล่ออกจากรูใกล้ๆและวิ่งหนีไปด้วยความตื่นตระหนก ฉันรู้สึกแย่นิดหน่อย แต่ชาวนิวยอร์กส่วนใหญ่อยากให้หนูในเมืองของตนตายไปให้หมด

เพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนออกชมหนูกับคอร์ริแกน นายกเทศมนตรีบิล เด บลาซิโอ ประกาศ “แผนกำจัดหนูขั้นรุนแรงแผนใหม่” เพื่อสู้กับหนูในเขตการเคหะของเมือง อันเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามมูลค่า 32 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่จะลดจำนวนหนูให้ได้ถึงร้อยละ 70 ในย่านที่หนูระบาดมากที่สุด

หนู
วอชิงตัน ดี.ซี. : สุนัขพันธุ์แพตเทอร์เดลเทอร์เรียร์ที่ฝึกมาโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นทางเลือกแทนยาเบื่อที่อาจเป็นอันตรายกับนก ช่วยกำจัดหนูในย่านแอดัมส์มอร์แกนของวอชิงตัน ดี.ซี.  พวกมันกระหายแต่จะฆ่าหนูเท่านั้นครับ” สกอตต์ มัลเลนีย์ เจ้าของร่วมของบริษัทยูนีกเพสต์แมเนจเมนต์ พูดถึงสุนัขที่กระตือรือร้นของเขา
หนู
วอชิงตัน ดี.ซี. : เมื่อสุนัขไล่ต้อนหนูมาจนมุมใต้พรมที่ถูกทิ้งไว้ในตรอก เพื่อนร่วมงานที่เป็นมนุษย์ของมันจะใช้ไม้ฮ็อกกีคอยตีหนูที่หนีตาย แล้วใช้พลั่วขุดหาหนูที่พยายามซ่อนตัวอยู่ในรู
หนู
วอชิงตัน ดี.ซี. : ซากหนูมัดรวมกันคือผลการทำงานหนึ่งชั่วโมงของฝูงสุนัขเทอร์เรียร์ชื่อแร็ปเตอร์, ฮูลา, ดาร์บี, และมิงซ์ คืนนั้นพวกมันล่าหนูได้ 31 ตัว มิงซ์เคยฆ่าหนูตัวเต็มวัย 17 ตัวภายในเวลา 10 นาทีเพียงลำพัง สุนัขเป็นที่ต้องการอย่างมากและทำงานสัปดาห์ละหลายคืนทั่ววอชิงตัน ดี.ซี. โดยผู้ที่พบเห็นมักส่งเสียงให้กำลังใจพวกมัน

หลายเมืองพยายามควบคุมประชากรหนูด้วยยาเบื่อ แต่น่าเสียดายที่ยาเบื่อออกฤทธิ์เร็วใช้ไม่ค่อยได้ผล หนูที่รู้สึกพะอืดพะอมหลังกินยาเบื่อเข้าไปคำสองคำจะหยุดกิน ดังนั้นธุรกิจกำจัดหนูจึงเลือกใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาละลายลิ่มเลือดซึ่งไม่ส่งผลต่อหนูหลังจากนั้นหลายชั่วโมงหรือกระทั่งหลายวัน หนูจะค่อยๆตายจากการตกเลือดภายใน คอร์ริแกนเกลียดการฆ่าหนูวิธีนี้ แต่ก็กลัวการระบาดของโรค เขาจึงยังให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าต่อไป

เราไปที่สวนสาธารณะไทรเบกา ตามที่คอร์ริแกนแนะนำ พวกหนูที่นั่นหัดล่าและฆ่านกพิราบ “พวกมันกระโดดตะปบหลังนกเหมือนเสือดาวในเซเรงเกติเลยครับ” เขาว่า แต่คืนนี้สวนเงียบสงบ คนงานของเมืองอาจเพิ่งโยนน้ำแข็งแห้ง [คาร์บอนไดออกไซด์ในรูปของแข็ง] ใส่รูหนูเมื่อไม่นานมานี้ คอร์ริแกนบอกว่า วิธีนี้ฆ่าหนูอย่างมีเมตตากว่า เพราะคาร์บอนไดออกไซด์ที่ระเหยออกมาจากน้ำแข็งแห้งจะแทรกซึมเข้าไปตามซอกโพรง ทำให้หนูหลับและไม่ตื่นขึ้นมาอีก

หนู
ราชสถาน, อินเดีย : ไม่ใช่ทุกคนที่เกลียดหนู บางทีวัดแห่งเดียวในโลกที่เปิดรับหนูอาจเป็นวัดการณีมาตา ที่นี่เชื่อว่า หนูสีดำซึ่งบรรพบุรุษในป่าของมันอาจมีถิ่นกำเนิดจากอนุทวีปอินเดียและเรียนรู้ที่จะแพร่กระจายอยู่ในเมืองต่างๆ คือนักเล่านิทานกลับชาติมาเกิดใหม่ และจะได้กินนมกับอาหารต่างๆ

คนที่ฆ่าหนูเป็นอาชีพน้อยคนจะคาดหวังความสำเร็จในระดับเกินกว่าชั่วคราวหรือเฉพาะพื้นที่ คอร์ริแกนบอกว่า เมื่อหนูในย่านหนึ่งถูกวางยาเบื่อ หนูที่เหลือรอดก็จะแพร่พันธุ์จนมีหนูเต็มรังอีกครั้งอย่างง่ายดาย และหนูรุ่นต่อๆไปก็ยังออกมาเจอกองขยะกองใหญ่วางอยู่บนทางเท้าของนิวยอร์กทุกคืน คอร์ริแกนบอกว่า “หนูคือผู้ชนะในสงครามนี้ครับ” จนกว่าเมืองต่างๆจะเปลี่ยนวิธีจัดการขยะชนิดถอนรากถอนโคนเสียก่อน

เรื่อง เอ็มมา แมร์ริส

ภาพถ่าย ชาร์ลี แฮมิลตัน เจมส์

อ่านสารคดีฉบับเต็มได้ใน นิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนเมษายน 2562

                                                                               

อ่านเพิ่มเติม

ฝันร้ายขั้นสุดของคนกลัวหนู

เรื่องแนะนำ

ประวัติศาสตร์กล้วยกล้วย

ประวัติศาสตร์กล้วย กล้วยผลไม้บ้านๆ ที่พบเห็นได้ในหลายประเทศทั่วโลก กล้วยผลไม้ราคาแพงที่ต้องนำเข้าสำหรับหลายประเทศอีกเช่นกันที่ไม่สามารถปลูกได้ ไม่ว่าสถานะของกล้วยจะเป็นอย่างไรปฏิเสธไม่ได้ว่ากล้วยคือผลไม้อันดับต้นๆ ที่ผู้คนนิยมทาน แต่กว่าจะมาถึงสถานะผลไม้ยอดนิยมเช่นทุกวันนี้ กล้วยผ่านอะไรมาบ้างเราไปย้อนชมกัน ย้อนกลับไปเมื่อ 5,000 ปีก่อนคริสต์กาล มนุษย์เราเริ่มรู้จักการเพาะปลูกกล้วยบนเกาะปาปัวนิวกินี กล้วยเป็นผลไม้เมืองร้อนที่เพาะปลูกได้ในหลายพื้นที่ ต่อมาชาวยุโรปมีโอกาสได้ลิ้มลองกล้วยเป็นครั้งแรกเมื่อพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชนำกล้วยจากอินเดียเข้ามายังอาณาจักรกรีก ในช่วง 327 ปีก่อนคริสต์กาล คริสต์ศักราชที่ 650 ชาวตะวันออกกลางตั้งชื่อให้ผลไม้สีเหลืองเมื่อสุกแล้วนี้ว่า “Banan” ซึ่งแปลว่านิ้วในภาษาอารบิก จากรูปร่างเพรียวยาวอันเป็นเอกลักษณ์ของมัน จนกระทั่งในปีคริสต์ศักราชที่ 1516 มิชชันนารีชาวสเปนนำกล้วยเดินทางไปเพาะพันธุ์ยังหมู่เกาะในแคริบเบียน ก่อนที่จะพยายามปลูกพวกมันในฟลอริดา ในปี 1600 แต่น่าเสียดายที่ไม่ประสบผลสำเร็จเนื่องจากฟลอริดามีสภาพอากาศที่หนาวเย็นเกินไปในหน้าหนาว ชาวอเมริกันมีโอกาสได้พบกับกล้วยเป็นครั้งแรก ในงานเวิล์ดแฟร์ที่จัดขึ้นเมื่อปี 1876 ในฟิลาเดเฟีย อีก 9 ปีต่อมาบริษัท Boston Fruit ก็ผงาดขึ้นด้วยการนำเข้ากล้วยเพื่อตอบสนองความต้องการของชาวอเมริกัน จนเกิดมาเป็นเครือข่ายผลไม้ที่บริษัทอเมริกันเข้าครอบครองพื้นที่ทำสวนกล้วยในหลายประเทศของอเมริกากลาง ปี 1951 Jacobo Arbenz ประธานาธิบดีคนใหม่ของกัวเตมาลาชูนโยบายต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยในประเทศ นโยบายของเขาเกิดขึ้นจริงและชนะในเวลาต่อมา ก่อนที่เขาจะถูกขับไล่ออกจากตำแหน่งในอีก 3 ปีต่อมา จากการปฏิวัติโดยมีซีไอเออยู่เบื้องหลัง และในปี 1985 โรคปานามาที่เคยทำลายผลผลิตกล้วยไปมากในอเมริกากลางเมื่อครั้งอดีต ก็เกิดขึ้นกับผลผลิตกล้วยในเอเชีย […]

เมื่อโลกติดไวรัสโควิด-19: รายงานจาก อินโดนีเซีย

การระบาดใหญ่ทั่วโลกที่ทำให้สุสานแน่นขนัดขึ้น ส่งผลให้ท้องถนนร้างผู้คนไปด้วย แต่ก็ในระดับหนึ่งเท่านั้น ใน อินโดนีเซีย ผู้คนยังออกมาทำกิจกรรมสำคัญกันอยู่ เช่น ฉลองเทศกาลทางศาสนาและรับการแจกจ่ายอาหาร การระบาดใหญ่ทั่วโลกของ โควิด-19 ทำให้ประเพณี มูดิค (mudik) ในประเทศ อินโดนีเซีย หรือการที่ชาวเมืองแห่เดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดในหมู่บ้านและชนบทถึงกับชะงักงัน อินโดนีเซียมีประชากรมุสลิมมากที่สุดในโลก และการเคลื่อนย้ายผู้คนในช่วงมูดิคหลังสิ้นสุดการถือศีลอดในเดือนรอมฎอนก็ถือเป็นมหกรรมระดับชาติ ถ้าเป็นปีก่อนๆ ช่างภาพ มุฮัมมัด ฟัดลี จะพาภรรยากับลูกสาวขึ้นรถตู้นิสสันของครอบครัว แล้วขับฝ่าการจราจรติดขัดออกจากเมืองหลวงจาการ์ตา การเดินทางกลับบ้านเกิดของฟัดลีใช้เวลา 36 ชั่วโมงไปตามถนนคดเคี้ยวและโดยสารเรือข้ามฟาก แต่พ่อแม่ของเขารออยู่ และฟัดลีก็เป็นลูกคนเดียว ปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ขณะจำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้น และเทศกาลรอมฎอนกำลังเริ่มขึ้น รัฐบาลอินโดนีเซียสั่งจำกัดการเดินทางระหว่างภูมิภาคเป็นเวลาหกเดือน ซึ่งเท่ากับเป็น “การสั่งระงับประเพณีมูดิค” ตามที่หนังสือพิมพ์ จาการ์ตาโพสต์ เรียก เมื่อต้องติดอยู่ในเมือง ฟัดลีจึงเดินหน้าทำงานต่อ ผู้ช่วยช่างภาพคนหนึ่ง ขับรถพาเขาไปตามท้องถนนว่างเปล่าไร้ความเคลื่อนไหว กระทั่งเช้าวันที่พวกเขาเลี้ยวตรงหัวมุมถนนสายหนึ่งและ เห็นฝูงชนมารวมตัวกันเนืองแน่น พวกเขาเดินเบียดเสียดกันอย่างเร่งรีบเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดหมายเดียวกัน “จอดตรงนี้ก่อนครับ” ฟัดลีบอก เขาดึงหน้ากากอานามัยขึ้นมาปิดปากปิดจมูก แล้วรีบลงจากรถ เกิดอะไรขึ้นครับ เขาถาม และโดยไม่ได้ชำเลืองมามองเขา ผู้คนตอบว่า “บันตวนโซซีอัล” หรือการแจกของยังชีพสารพัดโดยกลุ่มชายในชุดเครื่องแบบทางอีกฟากของประตูรั้วที่ปิดอยู่ […]

ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและ ปาเลสไตน์

การโจมตีทางอากาศด้วยจรวดสู่ฉนวนกาซากว่า 600 ร้อยลูกเมื่อสัปดาห์ ที่ผ่านมา ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักซึ่งคาดว่า ประชาชนชาว ปาเลสไตน์ เสียชีวิตแล้วอย่างน้อยสองร้อยราย ทั้งหมดเกิดขึ้นจากความขัดแย้งที่นานนับร้อยปี เพื่อแย่งชิงดินแดนอันศักสิทธิ์ที่ต่างฝ่ายต่างอ้างความเป็นเจ้าของ จุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง ปาเลสไตน์ ย้อนกลับไปในปี 1922 เมื่อจักรวรรดิออตโตมันพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่ 1 ดินแดนที่พวกเขาเคยครอบครองได้ตกเป็นของอังกฤษ และถูกตั้งชื่อว่า ปาเลสไตน์  พื้นที่แห่งนี้มีนครเยรูซาเล็มที่เป็นเมืองศักสิทธิ์ของคนทั้งสามศาสนาได้แก่ยูดาห์ คริสต์ และอิสลาม อังกฤษที่เคยรับปากชาวยิวว่า หากช่วยพวกเขาชนะสงครามจะมอบดินแดนแห่งนี้ให้ และเมื่อชนะสงคราม อังกฤษได้ทำตามสัญญานั้น และชาวยิวจึงเดินทางอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในดินแดนแห่งพันธสัญญานี้ ท่ามกลางความไม่พอใจของชาวปาเลสไตน์ ที่อาศัยอยู่มาก่อนแล้วในสมัยจักรวรรดิออตโตมันยังคงปกครองอยู่ นี่คือจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งของคนทั้งสองกลุ่ม ชาวยิวได้อ้างว่านี่คือแผ่นดินของพวกเขา ดินแดนที่พระเจ้าประทานให้ตามพระคัมภีร์ แต่ชาวปาเลสไตน์ที่เป็นชาวอาหรับก็โต้แย้งว่า นี่คือดินแดนของพวกเขาเช่นกัน ซึ่งพวกเขาอาศัยอยู่มานานหลายร้อยปีแล้ว เมื่อไม่สามารถแก้ปัญหาด้วยการพูดคุย ความรุนแรงจึงเกิดขึ้น ทั้งสองกลุ่มจึงต่อสู้กันมาตลอดหลายสิบปีจนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 2 (ปี 1939) ชาวยิวทั่วยุโรปได้หลบหนีการฆ่าล้างเผ่าพันธ์จากนาซีและเดินทางสู่ดินแดนศักสิทธิ์แห่งนี้ การก่อตั้งประเทศอิสราเอล เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองจบลง องค์การสหประชาติ หรือยูเอ็น ถูกตั้งขึ้นเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งอย่างสันติ และในปี 1947 ยูเอ็นได้มีมติให้แบ่งดินแดนปาเลสไตน์แห่งนี้ออกเป็นสองส่วนคือ หนึ่ง รัฐของชาวยิว และอีกส่วนคือรัฐของชาวอาหรับ อีกทั้งกำหนดด้วยว่า นครเยรูซาเล็มเป็นเมืองที่ไม่ตกอยู่ในความครอบครองใครไม่ว่าจะยิวหรืออาหรับ […]

ตามติดชีวิตนักจับผีเสื้อ

ร่วมติดตามภารกิจจับความสวยงามบรรจุลงกล่องอันเป็นนิรันดร์ของนักจับผีเสื้อในอินโดนีเซีย หนึ่งในตลาดค้าผีเสื้อที่ใหญ่ที่สุดในโลก