คุยเรื่องห้องน้ำกับ แมตต์ เดมอน - National Geographic Thailand

คุยเรื่องห้องน้ำกับแมตต์ เดมอน

นอกจากเป็นนักแสดง ผู้อำนวยการสร้าง และนักเขียนบทภาพยนตร์มือรางวัลแล้ว แมตต์ เดมอน วัย 46 ปี ยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Water.org องค์กรไม่แสวงกำไรซึ่งส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งน้ำที่ปลอดภัยและการสุขาภิบาลด้วย ซูซาน โกลด์เบิร์ก บรรณาธิการนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก มีโอกาสสัมภาษณ์เดมอนในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ระหว่างที่เขาเตรียมปราศรัยให้บรรดาผู้นำที่ธนาคารโลก

ซูซาน โกลด์เบิร์ก: ในการพยายามรายงานและถ่ายภาพสารคดีว่าด้วยการสุขาภิบาลในฉบับนี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นเรื่องยากที่จะพูดคุยเรื่องนี้กับคนจำนวนมาก

แมตต์ เดมอน: ใช่ครับ ถ้าคุณพูดถึงบางเรื่องอย่างมะเร็งหรือโรคเอดส์ หรือแม้แต่เรื่องประเทศกำลังพัฒนา ผู้คนในประเทศพัฒนาแล้วจะรู้สึกเชื่อมโยงได้ทั้งนั้น  เราทุกคนต่างมีคนรู้จักที่ต่อสู้กับหนึ่งในโรคร้ายเหล่านั้น และสามารถเชื่อมโยงได้ทันที แต่บางเรื่องอย่างเรื่องนี้  เราไม่สามารถเชื่อมโยงได้ครับ  พวกเราส่วนใหญ่ในประเทศพัฒนาแล้วเชื่อมโยงไม่ได้จริงๆครับ กับพฤติกรรมอย่างการขับถ่ายกลางแจ้งซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในประเทศกำลังพัฒนา

โกลด์เบิร์ก: นั่นเป็นเรื่องยากสำหรับบางคนแม้แต่จะพูดคุยกันค่ะ หนึ่งในหลายๆสิ่งที่เราพยายามทำกันอย่างจริงจังในสารคดีเรื่องนี้ก็คือแสดงให้เห็นผลกระทบของการขาดการสุขาภิบาล เพราะบางทีผู้คนอาจอยากเข้ามาร่วมด้วยช่วยกัน

เดมอน: เป็นเรื่องยากที่จะทำให้คนเข้าใจความใหญ่โตของปัญหาว่า ผู้คน 2,400 ล้านคนขาดการเข้าถึงสุขอนามัยอย่างเพียงพอ คนที่มีโทรศัพท์มือถือมีมากกว่าคนที่มีห้องน้ำเสียอีกครับ เราสูญเสียเด็กอายุต่ำกว่าห้าขวบทุกๆ 90 วินาที เพราะขาดการเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาดและการสุขาภิบาล ทั้งสองอย่างนั้นมาด้วยกันครับ

โกลด์เบิร์ก: แล้วคุณจะทำอย่างไรคะ

เดมอน: อุปสรรคข้อแรกที่ต้องขจัดคือการทำให้คนเข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นปัญหา จากนั้นข้อสองคือการพยายามทำให้เรื่องนี้พูดคุยกันได้ง่ายขึ้น เราสามารถใช้อารมณ์ขันครับ เรามีความคิดว่าจะถ่ายทำโฆษณาเพื่อบริการสาธารณะที่บ้านของคนดังในฮอลลีวูดบางคน ผมจะขอใช้ห้องน้ำ และพวกเขาจะตอบว่า โอ ไม่ได้หรอก เราไม่มีห้องน้ำ เราขับถ่ายกลางแจ้งน่ะ

โกลด์เบิร์ก: มีคนดังคนไหนบ้างที่คุณคิดเอาไว้คะ

เดมอน: ผมคิดว่าคงจะตลกดีถ้าเป็นบ้านของจิมมี คิมเมล [บรรณาธิการ: บรรทัดนี้เรียกเสียงหัวเราะ เพราะเกือบสิบปีแล้วที่เดมอนกับคิมเมล พิธีกรรายการทอล์กโชว์ ล้อเล่นกันและแกล้งทำเป็นอาฆาตแค้นกัน]

โกลด์เบิร์ก: โลกนี้เต็มไปด้วยปัญหาสำคัญมากมายที่คุณสามารถทุ่มเทเวลา พลังงาน และเงินไปกับการแก้ปัญหาเหล่านั้น แล้วทำไมต้องเป็นภารกิจนี้คะ

เดมอน: ผมเริ่มมองปัญหาความยากจนข้นแค้นถึงที่สุดและอยากเข้าไปมีส่วนร่วมครับ แหล่งน้ำและการสุขาภิบาลเป็นรากฐานของทุกสิ่ง เป็นเรื่องใหญ่โตมโหฬารมาก และผมไม่ได้ยินใครพูดถึงเรื่องนี้เลย มันดึงดูดใจอย่างไม่สิ้นสุดและซับซ้อนอย่างมาก และไม่มียาวิเศษที่แก้ปัญหาได้ชะงัด

โกลด์เบิร์ก: คุณเริ่มต้นจากตรงไหนคะ

เดมอน: ผมร่วมมือกับแกรี ไวต์ [วิศวกรและผู้ประกอบการเพื่อสังคม] เราร่วมกันก่อตั้งองค์กร Water.org โดยพื้นฐานแล้วองค์กรนี้ใช้แนวคิดเรื่องไมโครไฟแนนซ์ (microfinance) หรือการเงินระดับจุลภาคโดยพุ่งเป้าไปที่เรื่องแหล่งน้ำและการสุขาภิบาล  พูดง่ายๆคือ  เราจัดหาเงินกู้ให้ผู้คนต่อน้ำประปาหรือสร้างห้องน้ำในบ้าน ตอนนี้เราเข้าถึงผู้คน 5,500,000 คนแล้ว และกำลังจะเข้าถึง [อีก] 2,500,000 คนในปีนี้

โกลด์เบิร์ก: สิ่งหนึ่งที่นักเขียนของเราพบในการรายงานสารคดีเรื่องนี้คือ  มีอุปสรรคทางวัฒนธรรมมากมาย เช่น ผู้คนในบางพื้นที่ของโลกชอบออกไปขับถ่ายนอกบ้าน พวกเขาคิดว่าการออกไปทำเช่นนั้น เช่น ในท้องทุ่ง น่าจะสะอาดกว่าทำในบ้าน

เดมอน: ใช่ครับ ถ้าคุณไม่มีท่อระบายของเสีย นั่นก็เป็นเรื่องจริง ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณไปอินเดีย คุณจะพบทุ่งขนาดใหญ่หลายแห่งที่คนทั้งชุมชนไปขับถ่าย แต่นั่นกำลังเปลี่ยนไปครับ และเปลี่ยนอย่างรวดเร็วจริงๆ ผมคิดว่าส่วนใหญ่เป็นเพราะคนหนุ่มสาวครับ

โกลด์เบิร์ก: น่าสนใจนะคะที่คุณพูดถึงคนหนุ่มสาว สถานที่หนึ่งที่เราไปรายงานสารคดีเรื่องนี้คือเวียดนาม และปัญหาก็กำลังได้รับการแก้ไขอย่างขนานใหญ่ เพราะเด็กๆไปโรงเรียนและที่โรงเรียนมีห้องน้ำ พวกแกจะกลับบ้านไปบอกพ่อแม่ว่า “เราควรจะทำแบบนี้บ้าง”

เดมอน: ถูกครับ ถูกต้องแน่นอนเลยครับ

โกลด์เบิร์ก: ประเด็นหนึ่งที่ฉันสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้คือ องค์การสหประชาชาติบอกว่า  เป้าหมายคือภายในปี 2030 จะไม่มีการขับถ่ายกลางแจ้งอีก คุณคิดว่ามีวิธีไหนที่เราจะเข้าใกล้เป้าหมายนั้นได้บ้างคะ

เดมอน: ทำได้แน่นอนครับภายในปี 2030

โกลด์เบิร์ก: นั่นอีกแค่ 13 ปีเองนะคะ

เดมอน: ผมรู้ครับ แต่สิ่งนี้กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

โกลด์เบิร์ก: คุณเคยพูดว่า ในการทำงานนี้ คุณได้ยินได้ฟังเรื่องราวที่กระตุ้นความสนใจ เรื่องราวแบบไหนคะที่ผู้คนบอกเล่าให้คุณฟัง

เดมอน: มีเด็กหญิงอายุ 13 ปีคนหนึ่งครับ และตอนนั้นลูกสาวคนโตของผมก็อายุ 13 ปี ดังนั้น ผมจึงรู้สึกเชื่อมโยงกับเด็กคนนี้จริงๆ เรื่องนี้เกิดขึ้นในเฮติครับ เราช่วยนำน้ำเข้าไปยังหมู่บ้านแห่งนี้ซึ่งไม่มีน้ำ และเด็กอายุ 13 ปีคนนี้ก็ไม่ต้องเที่ยวตระเวนหาน้ำทุกวัน วันละสามถึงสี่ชั่วโมงอีกต่อไป ผมถามว่า “หนูจะทำอย่างไรกับเวลาที่เพิ่มขึ้นมานี่ล่ะจ๊ะ หนูจะมีเวลาทำการบ้านมากขึ้นหรือเปล่า” เธอมองหน้าผม แล้วตอบว่า “หนูไม่ต้องการเวลาทำการบ้านมากขึ้นหรอกค่ะ หนูเป็นเด็กฉลาดที่สุดในชั้นเรียน” ผมรู้ว่าเธอพูดความจริงครับ เลยบอกไปว่า “แน่นอน คนเก่ง แล้วหนูจะทำอย่างไรกับเวลาที่เพิ่มขึ้นมานี่ล่ะ” เธอมองผมและตอบว่า “หนูจะเล่นสนุกค่ะ”

ผมถึงกับพูดไม่ออกเลยครับ เพราะเด็กๆไม่ควรต้องแบกรับภาระเหล่านี้ เด็กๆควรจะได้เล่นสนุก นั่นเป็นสิ่งที่ลูกๆ       ของเราคิดถึง และเป็นสิ่งที่เด็กเหล่านี้ควรจะคิดถึงเช่นกันครับ

บทสัมภาษณ์ได้รับการเรียบเรียงเพื่อความกระชับและชัดเจน โดย ปารี ดูโควิก

 

อ่านเพิ่มเติม : ความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศที่หลบซ่อนตัวอยู่ใต้น้ำแข็งกรีนแลนด์สายน้ำสายเลือด

เรื่องแนะนำ

ในอาคารสงเคราะห์เหล่านี้ ทุกพื้นที่คือเวทีสร้างสรรค์

เรื่อง เจเรมี เบอร์ลิน ภาพถ่าย มาริอุช ยานิสเซฟสกี สีที่ผนังหลุดลอก พื้นเต็มไปด้วยคราบสกปรก ตาข่ายห่วงบาสเกตบอลขาดรุ่ย และดูเหมือนว่าไม่มีใครสนใจ เด็กๆ ยังคงหัวเราะสนุกสนานระหว่างเล่นเกม พวกผู้ชายงีบกลางวัน ส่วนบางคนส่งเสียงเจื้อยแจ้วอยู่ที่ห้องโถง ในเมืองที่มีขึ้นชื่อว่ามีประชากรหนาแน่นที่สุดเมืองหนึ่ง ทุกชั้นของอาคารสงเคราะห์แห่งนี้เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา นี่คือสิ่งที่ มาริอุช ยานิสเซฟสกี ช่างภาพชาวโปแลนด์ค้นพบเมื่อเขาเดินทางมาเยี่ยมชมโครงการอาคารสงเคราะห์ของรัฐบาล ใน Barangay 128 ของเขตทอนโด ในกรุงมะนิลา เมื่อปีที่ผ่านมา โครงการดังกล่าวก่อสร้างขึ้นในปี ช่วงทศวรรษ 1990 ใกล้กับภูเขาสโมกกี้ ที่ซึ่งครั้งหนึ่งสถานที่แห่งนี้เคยเป็นแหล่งทิ้งขยะปริมาณมากกว่า 2 ล้านตัน ปัจจุบันอาคารสงเคราะห์เหล่านี้ยังคงเป็นบ้านของบรรดาอดีตคนงาน ยานิสเซฟสกีเคยถ่ายสารคดีทั่วๆ ไป ในฟิลิปปินส์มาก่อน แต่คราวนี้เขามีเรื่องบางอย่างที่ค้างอยู่ในใจ “ผมอยากจะแสดงให้เห็นว่าชีวิตประจำวันในเมืองที่มีประชากรมหาศาลอย่างกรุงมะนิลา มันเป็นอย่างไร” เขากล่าว “และพวกเขาอยู่อาศัยกันอย่างไรในพื้นที่เปิดและตามบันได” ดังนั้นช่างภาพจึงไม่เลือกที่จะถ่ายภาพในหลากหลายมุม แต่เขากลับใช้วิธีการเฝ้ารออยู่ในมุมเดียวแทน เพื่อดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นเบื้องหน้า แต่ละชั้นเหมือน “เวทีที่ถูกออกแบบมาเหมือนกัน” เขากล่าว แต่เพียงไม่นานแต่ละเวทีก็เปิดเผยเรื่องราวที่แตกต่างกันออกไป : ผู้หญิงลุกขึ้นมาทำอาหาร, ผู้ชายเล่นพนัน, เด็กๆ เล่นการ์ดเกม ยานิสเซฟสกีเดินทางไปยังสถานที่แห่งนี้ในแต่ละสัปดาห์เพื่อบันทึกฉากของครอบครัว, เพื่อนฝูง […]

Gen Love – รักเข้มข้น

“ยากกว่าการหาคนรักคือการรักษาคนรักไว้” เนื่องในวันแห่งความรักนี้ มาร่วมหาคำตอบว่าอะไรคือเคล็ดลับของการมีความรักที่ยืนยาว? ผ่านเรื่องราวของคู่รักหลายคู่ที่อยู่ร่วมกันมากว่า 50 ปี

เมืองเล็กๆ ในเม็กซิโกนี้ นับถืออิสลาม

ณ เมืองแห่งหนึ่งในเม็กซิโก ผู้คนรับเอาศาสนาอิสลามเข้ามาและผสมผสานรวมกับวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างน่าทึ่ง ชมผลงานจากช่างภาพผู้เดินทางไปอาศัยอยู่คลุกคลีกับชาวเม็กซิโกเหล่านี้เป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม

จิตวิญญาณแห่งเส้นทางสายไหม

จิตวิญญาณแห่งเส้นทางสายไหม น้ำที่จืด สะอาด ดื่มได้ คือสิ่งที่ผมดิ้นรนด้นดั้นค้นหามากว่าสามปี ผมกำลังเดินเท้ารอบโลก ย้อนรอยเส้นทางที่สาบสูญของมนุษย์กลุ่มแรกผู้ออกสำรวจโลกในยุคหิน ณ จุดเริ่มต้นการเดินทางในเอธิโอเปีย ผมเดินจากตาน้ำสำหรับอูฐไปยังบ่อซับน้ำเค็มขุ่นโคลน ผมย่ำย่างจากโอเอซิสหนึ่งไปอีกแห่งหนึ่งในทะเลทรายฮีญาซแห่งอาระเบีย  บนยอดเขาช่วงฤดูหนาวในเทือกเขาคอเคซัส ผมคอแห้งผากท่ามกลางอ้อมกอดของน้ำหลายร้อยตัน ของเหลวที่จำเป็นต่อชีวิตจับตัวแข็งดุจหิน แต่ไม่เคยเลยที่ผมจะพานพบเหตุการณ์เช่นนี้ มีคนมาขุดและขโมยน้ำสำรองในไหของผม หลุมตื้นๆที่เคยบรรจุน้ำ  60 ลิตรอันล้ำค่า  น้ำของผม ผมไม่อาจละสายตาจากไหว่างเปล่าเหล่านั้นได้ ขณะโยกตัวช้าๆ ท่ามกลางสายลมแผดผ่าว จินน์ขโมยน้ำของผมในทะเลทรายคีซิลคุม จินน์คืออะไร? ตามความเชื่อของชนเผ่าเร่ร่อนในทุ่งหญ้าสเตปป์  จินน์คือวิญญาณพเนจรที่สิงสู่ในความเวิ้งว้างไร้สิ้นสุดของเอเชียกลาง ถ้าไม่สร้างความเดือดร้อน ก็มอบความช่วยเหลือให้แก่นักเดินทาง คนเลี้ยงสัตว์ในภูมิภาคเล่าขานกันว่า จินน์หรือยักษ์จีนีในโลกตะวันตก สามารถเหาะได้ไกลหลายร้อยกิโลเมตรยามกลางคืน หรือไม่ก็แปลงร่างเป็นงูและหมาป่าได้ ตอนที่มาร์โก โปโล เดินทางข้ามทะเลทรายล็อปทางตะวันตกของจีน เขาเล่าถึงการปรากฏตัวของจินน์เจ้าเล่ห์ตนหนึ่งที่เรียกคนในกองคาราวานออกไป “บ่อยครั้งที่นักเดินทางถูกลวงให้หลงหายจนไม่มีวันพบพวกพ้องของตนอีกและหลายคนก็สิ้นชีพด้วยเหตุนี้” แล้วทะเลทรายคีซิลคุมอยู่ที่ไหน? ทะเลทรายซึ่งทอดตัวจากบางส่วนของคาซัคสถานไปจรดทางใต้ของอุซเบกิสถานแห่งนี้ขึ้นชื่ออื้อฉาว เพราะตลอดหลายพันปีได้กลืนกินสมาชิกกองคาราวานที่เดินทางผ่านไปมาบนเส้นทางสายไหม หรือเส้นทางการค้าที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์อายุกว่า 2,200 ปี กระทั่งทุกวันนี้ แดนลงทัณฑ์อันไพศาลที่มีเพียงแสงแดดแผดเผากับพุ่มไม้หนามนี้ก็ยังเป็นอุปสรรคชวนครั่นคร้ามของนักเดินทาง แน่นอนว่ามันหยุดผมได้เช่นกัน “อย่าโทษพวก โชบัน เลยครับ” อาซิซ คาลมูราดอฟ มัคคุเทศก์ของผม บอก เขาหมายถึงคนเลี้ยงแกะพื้นเมือง […]