จิสด้า ผุดโปรเจคใหม่ชวนคนไทยออกไอเดียใช้ " ประโยชน์จากภาพถ่ายดาวเทียม "

จิสด้า ผุดโปรเจคใหม่ชวนคนไทยออกไอเดีย “ใช้ประโยชน์จากภาพถ่ายดาวเทียม”

จิสด้า ผุดโปรเจคใหม่ชวนคนไทยออกไอเดียใช้ ” ประโยชน์จากภาพถ่ายดาวเทียม “

ปัจจุบัน ภาพถ่ายดาวเทียมเป็นเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ที่มีความสำคัญที่จะทำให้เห็นทุกสิ่งทุกอย่างได้ครอบคลุมในภาพเพียงภาพเดียว ซึ่งจะทำให้สามารถตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ในทุกมิติ โดยเฉพาะมิติทางสังคมเพื่อการวางแผนพัฒนาประเทศด้านต่างๆ เช่น การบริหารจัดการเกษตร การบริหารจัดการภัยพิบัติ การบริหารจัดการทรัพยากรชายฝั่ง การวางผังเมืองและการใช้ประโยชน์จากที่ดิน สิทธิ์ในที่ทำกิน และสภาพแวดล้อม เป็นต้น

เพราะความสำคัญดังกล่าว จึงทำให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า เปิดโอกาสให้คนไทยได้นำเสนอแนวคิดและออกไอเดียสุดบรรเจิดว่า “ถ้าเรามีภาพถ่ายจากดาวเทียมในพื้นที่ใดก็ได้ เราจะสามารถคิด วิเคราะห์ เพื่อสร้างประโยชน์อะไรได้บ้างจากภาพที่เรามีอยู่” ภายใต้ concept “เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” หรือ “For Better Living” ซึ่งก็หมายความว่า “เมื่อคิดและทำแล้วจะทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนและสังคมดีขึ้นนั่นเอง

ประโยชน์จากภาพถ่ายดาวเทียม“จิสด้า มีความต้องการจะส่งเสริมการใช้ภาพถ่ายจากดาวเทียมในกลุ่มผู้ใช้งานอื่น นอกเหนือจากกลุ่มปัจจุบัน ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐด้วยกัน เพราะภาพจากดาวเทียมมีประโยชน์และมีมูลค่ามากกว่านั้น สามารถนำไปต่อยอดเชิงธุรกิจได้มากมาย” นางกานดาศรี ลิมปาคม ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาธุรกิจและเครือข่ายพันธมิตรของจิสด้า กล่าวและเสริมว่า “เราอยากให้มีภาคธุรกิจที่มีการนำภาพไปวิเคราะห์เชิงลึก เพื่อสนับสนุนงานในภาคต่างๆ เพื่อให้มีข้อมูลที่ดีขึ้น แม่นยำขึ้นหลากหลายขึ้น การเข้าถึงข้อมูลรวดเร็วขึ้น เพื่อเป็นการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ของ วท. ในการ “สร้างคน” ให้มีอาชีพที่มีรายได้จากการใช้ประโยชน์เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ “เสริมแกร่ง” เพื่อให้ประเทศมีการใช้ Solution ที่ได้จากเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศมาเป็นข้อมูลประกอบในการแก้ไขปัญหาต่างๆ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิต” นางกานดาศรีฯ กล่าว

โดยผลงานที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับการสนับสนุนจากจิสด้าเพื่อพัฒนาต่อยอดให้เกิดเป็นระบบการแปลผลอัตโนมัติที่สามารถใช้ได้จริง ตอบโจทย์ในภาคส่วนต่างๆ และส่งเสริมให้มีการใช้งานอย่างแพร่หลายต่อไป”

สำหรับผู้ที่สนใจงานด้าน image processing รวมถึงสตาทอัพด้านข้อมูล insight analytic สามารถกรอกรายละเอียดใบสมัครได้ ที่นี่ ตั้งแต่วันนี้ – 25 มิถุนายน 2561 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 141 4920 (คุณกวิน) หรือดูรายละเอียดกิจกรรมได้ ที่นี่ 

 

อ่านเพิ่มเติม

A B C…ภาพถ่ายดาวเทียมเหล่านี้มีครบทุกตัวอักษร

เรื่องแนะนำ

สิงห์ คอมเพล็กซ์ จัดประกวดถ่ายภาพ A Day in The Life

สิงห์ คอมเพล็กซ์ จัดประกวดถ่ายภาพ A Day in The Life สะท้อนมุมมองดีไซน์และไลฟ์สไตล์ สิงห์ คอมเพล็กซ์ (SINGHA COMPLEX) เดอะ ลักชัวรี มิกซ์ ยูส คอมเพล็กซ์ จับมือช่างภาพชื่อดัง จอร์จ ธาดา วาริช จัดแคมเปญถ่ายภาพ SINGHA COMPLEX : A Day in The Life ชวนร่วมแชร์ภาพถ่าย สิงห์ คอมเพล็กซ์ ผ่านเลนส์กล้องทั้ง ดีไซน์ สถาปัตยกรรม รวมถึงภาพการใช้ไลฟ์สไตล์แบบ Sensation Remix ที่สิงห์ คอมเพล็กซ์ ลุ้นรางวัลมูลค่ารวมกว่า 100,000 บาท พร้อมร่วมกิจกรรมเวิร์คชอปเทคนิคถ่ายภาพ และลุ้นโอกาสโชว์ผลงาน Photo Exhibition ณ สิงห์ คอมเพล็กซ์ ตลอดเดือนสิงหาคม นายโอฬาร วัยอุดมวุฒิ […]

Explorers Fair 2019

เปิดจองบูธแล้วสำหรับ Explorers Fair 2019 ปีนี้กลับมาครบครันทั้ง Adventure/Travel/Gadget/Outdoor Lifestyle 7 – 11 ส.ค. นี้ ไบเทค บางนา ฮอลล์ 105 จัดพร้อมบ้านและสวนแฟร์ Midyear สนใจจองบูธ 06-1469-8866 หรือ 0-2422-9999 ต่อ 4252 และ 4757   ผังงานคลิก   10 รายการห้ามพลาด! ในงาน Explorers Fair 2018 NGThaiNatureCalling2018

Limited Edition! OPPO Reno Sunset Rose วางจำหน่าย 20 กรกฎาคมนี้ เพียง 16,990 บาทเท่านั้น

จากเดิมที่วางจำหน่ายเพียงแค่สองสีคือ Jet Black และ Ocean Green ด้วยเทคโนโลยีทรงพลัง พร้อมกล้องหลังที่ทรงประสิทธิภาพ รวมถึงดีไซน์สุดพรีเมี่ยม ทำให้ OPPO Reno Seriesได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี และล่าสุด OPPO  เตรียมวางจำหน่าย OPPO Reno สี Sunset Rose ในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ ในราคาเพียง 16,990 บาทเท่านั้น OPPO Reno Series มาพร้อมกับแนวคิด Creativity ด้วยการออกแบบหน้าจอแบบ Panoramic Screen ที่กว้างเต็มตาพร้อม Pivot Rising Camera ที่สามารถเลื่อนขึ้นลงได้ถึง 200,000 ครั้ง และนอกจากนี้ OPPO ได้ใช้แนวคิด Creativity ดีไซน์สีใหม่โดยนำแรงบันดาลใจมาจากสีสันของแสงอาทิตย์ในยามเย็น พร้อมสีเหลือบมุก ชมพูอ่อนจากกลีบดอกกุหลาบ เกิดเป็น OPPO Reno สี Sunset Rose […]

การอ่านหนังสือช่วยพัฒนาสมองอย่างไร

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “ส่งความรู้สร้างความสุข” เป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ของความร่วมือระหว่าง บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐ คือกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เล็งเห็นความสำคัญของการอ่าน เพราะการอ่าน ถือเป็นรากฐานที่สำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะของเด็กและเยาวชน ในแต่ละวัน เราอ่านหนังสือมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือผ่านอินเตอร์เน็ต สื่อสังคมออนไลน์ หรือแม้กระทั่งหนังสือกระดาษหลากหลายแนว หนังสือพิมพ์ นิตยสารต่างๆ หลายคนเลือกให้การอ่านหนังสือเป็นงานอดิเรกสุดรักที่ขาดไม่ได้ในชีวิต และเป็นที่ยอมรับกันมาอย่างยาวนานว่าการอ่านหนังสือมีประโยชน์ต่อการสร้างสติปัญญาและช่วยพัฒนาสมอง ซึ่งเราจะเห็นได้จากกระบวนการเรียนรู้ตั้งแต่เด็กจนโตล้วนมีการอ่านหนังสือเป็นวิธีการสำคัญ หรือแม้กระทั่งการอ่านหนังสือแนวบันเทิงคดีก็ล้วนมีส่วนช่วยส่งเสริมจินตนาการทั้งสิ้น โดยผู้ที่อ่านหนังสือ จะมีการพัฒนาในสมองส่วนกลีบท้ายทอย (Occipital Lope) ซึ่งเป็นส่วนประมวลผลกลางของการสร้างภาพในสมองที่มากขึ้น ซึ่งหมายความว่าผู้ที่เป็นนักอ่านสามารถประมวลความคิดเป็นภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีลักษณะสมองที่สามารถแปลและเพิ่มจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ รวมไปถึงมีความสามารถในการสร้างภาพอนาคตในสมองเพื่อใช้สำหรับการสินใจในสิ่งต่างๆ ได้ดี ในส่วนของสมองกลีบข้าง (Parietal Lobe) ก็มีการพัฒนาที่ดีเช่นกัน โดยสมองส่วนนี้มีหน้าที่เปลี่ยนตัวอักษรเป็นคำ และเปลี่ยนคำให้เป็นความคิดในสมอง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเขียนและการอ่านเพื่อทำความเข้าใจ นอกจากนี้ การอ่านหนังสือมีคุณประโยชน์กับสมองในด้านต่างๆ ดังนี้ – การกระตุ้นทางจิตใจ (Mental Stimulation) งานวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าการกระตุ้นจิตใจช่วยลดภาวะความจำและสมองเสื่อมได้มากขึ้น ซึ่งสามารถทำได้โดยการใช้งานสมองอย่างต่อเนื่องโดยการต่อจิกซอว์ เล่นเกมปริศนา […]