ความสนุกที่ซุกซ่อนอยู่ใน MONKEY - National Geographic Thailand

ความสนุกที่ซุกซ่อนอยู่ใน MONKEY

ขับขี่มอเตอร์ไซค์ไปด้วยความสนุกพร้อมกับการออกแบบโดดเด่นที่ไม่มีใครเหมือน

เมื่อต้องเลือกมอเตอร์ไซค์คู่ใจไว้สักหนึ่งคัน แต่ละคนอาจมีเหตุผลมากมาย แต่คุณสมบัติมอเตอร์ไซค์หลายคนปรารถนา คงจะหนีไม่พ้นการให้สัมผัสในการขับขี่ที่แตกต่างจากมอเตอร์ไซค์ทั่วไป มีโครงสร้างที่มีเอกลักษณ์ ขับไปที่ใดก็เป็นจุดเด่นแตะตา และการขับขี่ที่ง่ายดายจนกลายเป็นเรื่องสนุก

MONKEY คือรุ่นมอเตอร์ไซค์ที่มีคุณสมบัติเช่นนั้น

ทำไมถึงกลายเป็นเรื่องสนุก อาจเป็นเพราะต้นกำเนิดของมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้เกิดขึ้น มาจาก “ความซุกซน” และ “ความคิดสร้างสรรค์” ของทีมวิศวกรจาก HONDA ย้อนไปในปี 1961 พวกเขาเล่นมีความคิดเล่นสนุก โดยการนำชิ้นส่วนเหลือใช้ในโรงงานมาประกอบเป็นมอเตอร์ไซค์คันจิ๋ว ติดตั้งเครื่องยนต์แบบ 4 จังหวะ ขนาด 50 ซีซี ซี่งผลที่ได้คือมอเตอร์ไซค์ที่มีการออกแบบที่เรียบง่าย

โฉมหน้ารถมอเตอร์ไซค์ HONDA  Z50M

จากนั้น HONDA นำมอเตอร์ไซค์ไปให้เด็กๆ ได้ทดลองขี่เล่นที่สวนสนุกทามาเทค ในกรุงโตเกียว และตั้งชื่อรุ่นในตอนนั้นว่า HONDA Z50M ด้วยขนาดตัวอันเล็กจิ๋ว ทำให้ผู้ขับขี่ดูมีท่าทางที่ขี่คร่อมไปกับลิงน้อยท่าทางซุกซน จึงได้รับฉายาว่า “MONKEY”

ซึ่งในตอนนั้นมันดูเหมือนรถของเล่นมากกว่านำมาขับขี่ได้จริง

แต่พวกเขาไม่ได้หยุดเอาไว้แค่การเล่นสนุกเพียงแค่นั้น ในปี 1963 ก็ได้มีการปรับปรุงมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ด้วยการติดตั้งถังโครเมียมขนาดใหญ่ และนำมอเตอร์ไซค์ที่มีต้นกำเนิดจากความสนุกนี้ไปจำหน่ายที่สหรัฐอเมริกาและยุโรป ต่อมาในปี 1967 ก็ได้มีการผลิตและจำหน่าย MONKEY รุ่นแรกในญี่ปุ่น พร้อมกับการออกแบบถังน้ำมันและเบาะนั่งใหม่

นับตั้งแต่นั้นได้มีการพัฒนา MONKEY เรื่อยมาจนถึงปี 1978 ได้มีเหตุการณ์อันเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญคือมีการปรับปรุงเครื่องยนต์ใหม่ ติดตั้งระบบเกียร์ 3 สปีด ระบบคลัทช์แรงเหวี่ยง รวมไปถึงเปลี่ยนมาใช้ถังทรงหยดน้ำ ซึ่งทำให้เกิดรูปทรงที่สวยงามและทำให้ได้ประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกมากขึ้น

รายละเอียดการออกแบบของรุ่น MONKEY

การเดินทางของมอเตอร์ไซค์สายพันธุ์จอมซนนี้ยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยในแต่ละปี จะมีการปรับเพิ่มลายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะในแต่ละรุ่น ซึ่งผู้ที่สนใจ MONKEY จะจดจำได้ดี เช่น MONKEY GOLD รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น โดดเด่นด้วยลำตัวสีเหลืองทอง,MONKEY R ที่มีโมเดลทรงแปลกตาด้วยการออกแบบเฟรมคู่ TWIN TUBE และมาพร้อมกับระบบดิสก์เบรก

และในโมเดลปี 2004 ก็มีการออกแบบชุดสีตามแบบรถ HONDA CB750F อันเป็นลวดลายรุ่นพิเศษที่ผลิตมาเพื่อร่วมฉลองการคว้าแชมป์ของ Freddie Spencer ซึ่งคว้าชัยชนะจากการแข่งขัน Daytona 100

จากจุดเริ่มต้นอันแสนสนุก MONKEY ได้เดินทางโลดแล่นเคียงคู่นักบิดเรื่อยมา และมีรุ่นพิเศษที่ผลิตออกมาในวาระครบรอบ 10 ปี, 20 ปี …..จนได้มีการผลิตรุ่นฉลองการครบรอบ 50 ปี ในปี 2017 ซึ่งเป็นรุ่นสุดท้ายของมอเตอร์ไซค์จิ๋วคันนี้ และเป็นการปิดตำนานของ MONKEY 50ซีซี โดยสมบูรณ์

ถึงแม้จะไม่มีการผลิต MONKEY 50 ซีซี โมเดลใหม่ๆ แล้ว แต่บรรดานักสะสมมอเตอร์ไซค์ทั่วโลกที่รัก MONKEY ยังคงสนใจและเก็บรักษาพวกมันไว้เหมือนสมบัติล้ำค่า เพราะมันไม่ใช่แค่รถขี่เล่นเท่านั้นแต่เป็นมอเตอร์ไซค์ใน “ตำนาน” ที่บรรจุความทรงจำอันน่าสนุกและการออกแบบที่ไม่มีใครเหมือนเอาไว้

จากMONKEY 50 ซีซี สู่ MONKEY 125 ซีซี

คงจะเห็นแล้วว่า MONKEY เป็นรุ่นมอเตอร์ไซค์ที่มีประวัติยาวนาน และในประเทศไทยก็มีกลุ่มคนที่ชื่นชอบรถสะสม ที่ได้นำเข้า MONKEY 50ซีซี เข้ามาเอง แต่การขับขี่มอเตอร์ไซค์ขนาด 50 ซีซี ในประเทศไทยนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย จึงมีการพัฒนาเครื่องยนต์จากขนาด 50 ซีซี ให้เป็น 125 ซีซี เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน

แม้จะเป็นการออกแบบใหม่ แต่ก็ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของ MONKEY เอาไว้ ทั้งไฟหน้า บอดี้ วัสดุแต่ละชิ้นที่ทำจากโครเมียม มีการพ่นสีอย่างดีบนถังน้ำมันให้เหมือนกับจุดเริ่มต้นของมันเมื่อ 60 ปีที่แล้ว และได้มีการทำ Concept Model ของรุ่น MONKEY 125 ซีซี ขึ้นมาในช่วงงานมอเตอร์โชว์ ปี 2016 ซึ่งเป็นช่วงที่ MONKEY กำลังเป็นกระแสนิยมในบรรดาผู้รักมอเตอร์ไซค์

สีรถมอเตอร์ไซค์ทั้งหมด 4 สี ของทั้งรุ่น MONKEY

และในเวลานี้ MONKEY กำลังเป็นที่นิยมในผู้รักการขับขี่มอเตอร์ไซค์ที่ชื่นชอบการขับขี่ที่ให้สัมผัสแห่งความสบายควบคู่ไปกับความสนุกที่ไม่อาจหาได้จากมอเตอร์ไซค์รุ่นอื่น และรูปทรงที่ยังคงความคลาสสิก ราวกับได้ขับขี่ย้อนเวลาไปในอดีตที่เปี่ยมล้นไปด้วยความทรงจำ

สามารถติดตามข่าวสารได้ที่ Cub house by HONDA

ร่วมสัมผัสออกแบบ Moto Lifestyle ในแบบของคุณได้แล้วที่ CUB House – The 1st Moto Lifestyle Café & Showroom ทั้ง 11 สาขา ทั่วประเทศ

ข้อมูลการติดต่อตัวแทนจำหน่ายทั้งหมด (หน้าถัดไป)

เรื่องแนะนำ

จาก ตชด. สู่ครูใหญ่ผู้พัฒนาพื้นที่ชายขอบในจังหวัดเชียงราย

ในยุคที่ใครๆ ต่างวิ่งเข้าหาความทันสมัยของโลกที่หมุนเร็วด้วยเทคโนโลยีการสื่อสาร ยังมีอีกหนึ่งคนที่มีความสุขกับการทำงานในพื้นที่อันห่างไกลความเจริญอย่างบ้านห้วยส้าน อ.เมือง จ.เชียงราย จากจุดเริ่มต้นในการรับราชการเป็นตำรวจตระเวนชายแดนที่จังหวัดสุรินทร์ ร.ต.อ.ครรชิต พูนวิเชียร ได้เลือกที่จะไปทำหน้าที่ครูให้กับเด็กนักเรียนชาวลีซอและอาข่าในพื้นที่ชายขอบของจังหวัดเชียงรายมาจนถึงปัจจุบัน ในฐานะครูใหญ่ของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเทคนิคดุสิต จ.เชียงราย ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับทุกคนในพื้นที่ ร.ต.อ.ครรชิต จึงไม่ได้เป็นเพียงครูใหญ่ แต่เขาได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของทุกครัวเรือน ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เริ่มจากนักเรียนที่เปรียบได้กับลูกหลาน นอกจากจะให้ความรู้ทางด้านวิชาการอย่างเต็มที่ เด็กทุกคนยังจะต้องมีสุขภาพที่แข็งแรง ปัจจัยหลักคือเรื่องอาหารที่ต้องเพียงพอสำหรับการเจริญเติบโต ซึ่งเป็นโชคดีของเด็กๆ ที่พวกเขาได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดีที่มอบทุนอาหารกลางวันให้กับทางโรงเรียนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ที่สำคัญไม่แพ้กันคือทักษะด้านวิชาชีพ นักเรียนทุกคนได้ร่วมกิจกรรมการเกษตรในโรงเรียน ซึ่งองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นได้ขยายไปถึงผู้ปกครองและคนในพื้นที่ด้วย ชุมชนจึงสามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน…ณ จุดเริ่มต้นจนถึงทุกวันนี้ ครูใหญ่ของเราต้องผ่านอะไรมามากมาย และนี่คือบทสัมภาษณ์ที่พร้อมจะสร้างแรงบันดาลใจจาก ร.ต.อ.ครรชิต พูนวิเชียร ชีวิตก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร และอะไรที่ทำให้ตัดสินใจมาเป็นครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ตามพื้นถิ่นแล้วผมเป็นคนบุรีรัมย์ เข้ารับข้าราชการเป็นตำรวจตระเวนชายแดนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 ครั้งแรกเลยคือเป็นตำรวจสนามที่ชายแดนจังหวัดสุรินทร์ แต่พอปฏิบัติหน้าที่ไปได้สักระยะ ทาง กก.ตชด.๒๑ ก็มีนโยบายจะสร้างโรงเรียน ตชด. ในหมู่บ้านที่เป็นจุดบอดโรงเรียนใน 2 อำเภอ และมีหนังสือเวียนไปตามกองร้อยสนามต่างๆ ในความรับผิดชอบว่าต้องการรับสมัครกำลังพลที่มีวุฒิทางการศึกษาและสมัครใจไปทำหน้าที่ครู เพื่อร่วมกันสร้างโรงเรียน ทำหน้าที่ครูผู้สอน พัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร เพิ่มโอกาสทางการศึกษา […]

แบ่งปันมุมมองใหม่ๆ ผ่านกิจกรรมการอ่าน ไปกับ แพรว เฌอมาวีร์

นอกจากความน่ารัก สดใสแล้ว แพรว เฌอมาวีร์ สุวรรณภาณุโชค  ก็ยังมีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการอ่านหนังสือมาแบ่งปันให้กับน้องๆ โรงเรียนวัดสะพานหิน จังหวัดตราด ในโครงการดีๆ The Happy Read ส่งความรู้สร้างความสุข สำหรับ The Happy Read ส่งความรู้สร้างความสุข นี้ เป็นโครงการที่ทางบริษัท อมรินทร์ พริ้นติ้งแอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด มหาชน และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมกันจัดขึ้นภายใต้การสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อส่งเสริมให้เด็กไทยมีนิสัยรักการอ่าน โดยจะมีกิจกรรมต่อเนื่องจากปี 2561 ไปจนถึงปี 2562 เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีจากการอ่านได้ ไม่ใช่เพียงการมอบหนังสือแล้วจบไปเป็นครั้งๆ แต่ยังมีกิจกรรมร่วมกับโรงเรียนในโครงการฯ อย่างต่อเนื่อง อาทิ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน การติดตามผล การสร้างแรงบันดาลใจในการอ่านจากเหล่าคนดังซึ่งจะแวะเวียนกันไปเยี่ยมน้องๆ ในโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศไทย สำหรับครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งที่มีดาราดังไปสร้างแรงบันดาลใจในการอ่านให้กับเด็กๆ ซึ่งเมื่อ แพรว เฌอมาวีร์ เดินทางถึงโรงเรียนวัดสะพานหิน จ.ตราด ก็เริ่มกิจกรรมด้วยการพูดคุยกับคุณครูของโรงเรียนวัดสะพานหิน ผู้ที่ช่วยส่งเสริมกิจกรรมรักการอ่านและปลูกฝังให้เด็กๆ […]

‘โขนกลางแปลง’ ในเทศกาลบอลลูนนานาชาติที่เชียงราย

เรื่องราวของ สิงห์ปาร์ค เชียงราย กับการสืบสานและผลักดัน “โขนกลางแปลง” ศิลปะไทยหาชมยาก ให้คนรุ่นหลังและชาวต่างชาติได้รู้จักผ่านงานเทศกาลบอลลูนนานาชาติ

ประกาศรางวัล “ชูเกียรติ อุทกะพันธุ์” ครั้งที่15

ประกาศรางวัล “ชูเกียรติ อุทกะพันธุ์” ครั้งที่15 25 กันยายน 2561 – บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) จัดงานประกาศผลและมอบรางวัล “ชูเกียรติ อุทกะพันธุ์” ครั้งที่15 ประจำปีพุทธศักราช 2561 ณ บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่คุณชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ผู้ก่อตั้งและอดีตประธานบริษัทเพื่อเชิดชูบุคคลหรือหน่วยงานที่เป็นแบบอย่างของการทำงานสร้างสรรค์และอุทิศตนเพื่อสังคม อันก่อให้เกิดการพัฒนาชีวิตของคนในสังคมต่อไป โดยมีคุณเมตตา อุทกะพันธุ์ประธานกรรมการ บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธี บุคคลที่ได้รับรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ครั้งที่15 ประจำปีพุทธศักราช 2561 ได้แก่มกุฏ อรฤดี ผู้ที่ได้เสนอแนวคิดแก่รัฐบาลให้ตั้งสถาบันหนังสือแห่งชาติด้วยหวังที่จะพัฒนาระบบหนังสือทั้งระบบ แม้แนวคิดนี้จะยังไม่เป็นรูปธรรมทั้งหมดแต่นับเป็นสิ่งที่น่าสนใจและเห็นถึงความตั้งใจที่จะผลักดันภาครัฐให้เห็นถึงความสำคัญของหนังสือ ดังที่คุณมกุฏเคยกล่าวไว้ว่า “ประเทศไทยหากรัฐบาลไม่ใส่ใจเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งการอ่าน การเรียนรู้ และสรรพวิชาที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนจัดการด้านความรู้ ความคิด ความเข้าใจในระบบหนังสือตั้งแต่ราก ให้หยั่งลึก ปักโคนมั่นคง ทั่วถึง และไม่คิดเพียงต่อยอดอย่างง่าย ๆ หรือหวังผลใกล้ ๆ ตื้น […]