จาก ตชด. สู่ครูใหญ่ผู้พัฒนาพื้นที่ชายขอบในจังหวัดเชียงราย - National Geographic Thailand

จาก ตชด. สู่ครูใหญ่ผู้พัฒนาพื้นที่ชายขอบในจังหวัดเชียงราย

ในยุคที่ใครๆ ต่างวิ่งเข้าหาความทันสมัยของโลกที่หมุนเร็วด้วยเทคโนโลยีการสื่อสาร ยังมีอีกหนึ่งคนที่มีความสุขกับการทำงานในพื้นที่อันห่างไกลความเจริญอย่างบ้านห้วยส้าน อ.เมือง จ.เชียงราย จากจุดเริ่มต้นในการรับราชการเป็นตำรวจตระเวนชายแดนที่จังหวัดสุรินทร์ ร.ต.อ.ครรชิต พูนวิเชียร ได้เลือกที่จะไปทำหน้าที่ครูให้กับเด็กนักเรียนชาวลีซอและอาข่าในพื้นที่ชายขอบของจังหวัดเชียงรายมาจนถึงปัจจุบัน ในฐานะครูใหญ่ของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเทคนิคดุสิต จ.เชียงราย

ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับทุกคนในพื้นที่ ร.ต.อ.ครรชิต จึงไม่ได้เป็นเพียงครูใหญ่ แต่เขาได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของทุกครัวเรือน ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เริ่มจากนักเรียนที่เปรียบได้กับลูกหลาน นอกจากจะให้ความรู้ทางด้านวิชาการอย่างเต็มที่ เด็กทุกคนยังจะต้องมีสุขภาพที่แข็งแรง ปัจจัยหลักคือเรื่องอาหารที่ต้องเพียงพอสำหรับการเจริญเติบโต ซึ่งเป็นโชคดีของเด็กๆ ที่พวกเขาได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดีที่มอบทุนอาหารกลางวันให้กับทางโรงเรียนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๐

ที่สำคัญไม่แพ้กันคือทักษะด้านวิชาชีพ นักเรียนทุกคนได้ร่วมกิจกรรมการเกษตรในโรงเรียน ซึ่งองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นได้ขยายไปถึงผู้ปกครองและคนในพื้นที่ด้วย ชุมชนจึงสามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน…ณ จุดเริ่มต้นจนถึงทุกวันนี้ ครูใหญ่ของเราต้องผ่านอะไรมามากมาย และนี่คือบทสัมภาษณ์ที่พร้อมจะสร้างแรงบันดาลใจจาก ร.ต.อ.ครรชิต พูนวิเชียร

ชีวิตก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร และอะไรที่ทำให้ตัดสินใจมาเป็นครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน

ตามพื้นถิ่นแล้วผมเป็นคนบุรีรัมย์ เข้ารับข้าราชการเป็นตำรวจตระเวนชายแดนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 ครั้งแรกเลยคือเป็นตำรวจสนามที่ชายแดนจังหวัดสุรินทร์ แต่พอปฏิบัติหน้าที่ไปได้สักระยะ ทาง กก.ตชด.๒๑ ก็มีนโยบายจะสร้างโรงเรียน ตชด. ในหมู่บ้านที่เป็นจุดบอดโรงเรียนใน 2 อำเภอ และมีหนังสือเวียนไปตามกองร้อยสนามต่างๆ ในความรับผิดชอบว่าต้องการรับสมัครกำลังพลที่มีวุฒิทางการศึกษาและสมัครใจไปทำหน้าที่ครู เพื่อร่วมกันสร้างโรงเรียน ทำหน้าที่ครูผู้สอน พัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร เพิ่มโอกาสทางการศึกษา พัฒนาและช่วยเหลือประชาชน และงานการข่าวด้านความมั่นคง ผมจึงสมัครไป

ตอนนั้นมีเวลาให้เตรียมตัวน้อยมากๆ วันแรกที่ทำหน้าที่ครู ยังนั่งคิดอยู่ในใจเลยว่า เราจะสอนอะไรได้ไหม การเป็นครูนี่มันยากมากนะ คู่มือครูก็ไม่มี มีแต่หนังสือเรียนที่เด็กๆ นำมาจากโรงเรียนเดิม กว่าจะหาเครื่องมือช่วยในการจัดการเรียนการสอนได้ก็เป็นเทอมเลย ตกเย็นก็ตามเด็กๆ ในชั้นเข้าหมู่บ้าน วันนี้ไปบ้านนั้น วันนั้นไปบ้านนี้ ได้กินข้าวบ้าง สังสรรค์กับผู้ปกครองบ้าง พูดกันก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่องเด็กๆต้องคอยแปลให้ฟัง เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่พูดภาษาถิ่นคือภาษาเขมร ถ้าอายุมากแล้วจะพูดภาษาไทยไม่ได้เลย

แสดงว่าช่วงเวลานั้นต้องทั้งทำงาน หาความรู้ในฐานะครู และปรับตัวหนักมากๆ

ใช่ครับ โดยเฉพาะเรื่องภาษาอังกฤษที่ผมเคยอ่อนมากๆ หลังจากที่การทำงานเข้าที่แล้ว ผมต้องกลับมาคิดใหม่ว่าเราจะทำยังไงถึงจะทำหน้าที่ครูและเข้าใจการสอนวิชาภาษาอังกฤษได้ เพราะเพื่อนๆ ครูคนอื่นก็สอนไม่ได้เช่นกัน ผมเลยตัดสินใจไปสมัครสอบเรียนต่อวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ วิชาเอกภาษาอังกฤษ อาจารย์ที่สอบสัมภาษณ์ยังแปลกใจ แต่พอผมเล่าที่ไปที่มาให้ฟัง จึงได้เรียนต่อเอกภาษาอังกฤษในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ เมื่อก่อนการเดินทางก็ลำบากต้องขี่รถมอเตอร์ไซไปและกลับเป็นระยะทางห้าร้อยกว่ากิโลทุกอาทิตย์ เพราะเงินเดือนน้อยครับ แต่กว่าจะได้เรียนวิชาครู การเขียนแผนการสอนก็นานทีเดียว จึงต้องศึกษาจากหลายๆ ทางเพื่อเป็นแนวทางในการสอน

เมื่อมาประจำที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเทคนิคดุสิต จังหวัดเชียงราย ต้องเจอกับอุปสรรคอะไรบ้าง

ปี พ.ศ. 2558 ผมได้รับคำสั่งให้มาทำหน้าที่ครูใหญ่ รร.ตชด.เทคนิคดุสิต อ.เมือง จ.เชียงราย ที่นี่ถึงแม้จะอยู่บนดอยสูงแต่เส้นทางขึ้น-ลงค่อนข้างสะดวก เพราะเป็นเส้นทางท่องเที่ยวไปสู่ดอยช้าง โดยนักเรียนส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าลีซอและอาข่าที่ขาดโอกาสทางการศึกษา แต่การพัฒนาที่โรงเรียนนี้ค่อยข้างทำได้สะดวกและง่าย เพราะผู้ปกครองและชาวบ้านให้ความร่วมมือกับทางโรงเรียนดีมาก มีความเอาใจใส่และเห็นความสำคัญของการศึกษาจะให้ลูกมาโรงเรียนทุกวัน ปัญหาการขาดเรียนไม่ค่อยมี เด็กมีความตั้งใจเพราะมีรุ่นพี่เป็นตัวอย่าง มีหอพักนักเรียนบ้านไกลทั้งชายและหญิง ซึ่งเป็นข้อดีอย่างหนึ่ง คือเด็กเหล่านี้จะอยู่ช่วยดูแลกิจกรรมการเกษตรของโรงเรียนได้ดีมากๆ ชาวบ้านผู้ปกครองก็ให้ความร่วมมือมาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเราจะทำโรงเรียนให้เป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เป็นตัวอย่างและแหล่งเรียนรู้ให้กับผู้ปกครองและผู้ที่สนใจ เพื่อขยายสู่ชมชนต่อไป

การมาเป็นครูในโรงเรียนตำรวจชายแดนมีความท้าทายตรงที่เราไม่ได้มาสอนเท่านั้น แต่เรามาเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน เราต้องพัฒนาการศึกษาไปพร้อมๆ กับพัฒนาคุณภาพชีวิต ผมบอกครูคนอื่นๆ ในโรงเรียนเสมอว่า  ต้องรักโรงเรียนให้เหมือนบ้าน รักงานให้เหมือนชีวิต รักลูกศิษย์ให้เหมือนลูกหลาน รักชาวบ้านให้เหมือนพี่น้อง รักผู้ปกครองให้เหมือนคนในครอบครัว เพื่อเป็นส่วนหนึ่งกับพวกเขานอกจากด้านการศึกษา

คุณพัฒนาและส่งเสริมสุขภาพเด็กๆ เหล่านี้อย่างไร

เด็กที่มาอยู่กับเราส่วนใหญ่มาตัวเปล่า ที่บ้านไม่ได้มีเงินซื้อของดีๆ ให้ แล้วเด็กๆ บางคนต้องออกจากบ้านเดินมาโรงเรียนแต่เช้า  ช่วยพ่อแม่ทำไร่บางคนไม่ได้กินข้าวเช้า บางวันต้องมากินข้าวที่โรงเรียนประกอบเลี้ยง ในการประกอบเลี้ยงอาหาร วัตถุดิบส่วนใหญ่มาจากกิจกรรมโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันของโรงเรียน ซึ่งเป็นโครงการตามพระราชดำริฯ ที่ รร.ตชด.ทุกแห่งจะต้องปฏิบัติอยู่แล้ว และในปี ๒๕๖๐ โรงเรียนก็ได้รับ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากโครงการทุนอาหารกลางวันของมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี เพื่อพัฒนาปรับปรุงและส่งเสริมกิจกรรมการเกษตรของโรงเรียนและให้นักเรียนได้ลงมือฝึกปฏิบัติให้มากยิ่งขึ้น เช่น การปลูกผักสวนครัว กิจกรรมปศุสัตว์ เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา ซึ่งถ้าเด็กเรียนจบจากเราไปแล้วเขาไม่ได้ศึกษาต่อ เขาก็ยังมีอาชีพ มีทักษะชีวิตที่เขาจะเอาไปต่อยอดในอนาคตได้

ตั้งแต่ได้รับทุนจากโครงการมอบทุนอาหารกลางวันจากมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี คุณมองเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง

โดยปกติโรงเรียนเราก็มีโครงการตามพระราชดำริฯ ที่ รร.ตชด.ทุกแห่งต้องดำเนินงานตามแผนงาน เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร  จำนวน ๘ โครงการ และโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ก็เป็นอีกโครงการหนึ่งที่มีความสำคัญ ซึ่งมีกิจกรรมการผลิตที่หลากหลาย งบประมาณที่มาจากโครงการมอบทุนอาหารกลางวันจากมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี ก็ได้นำมาสนับสนุนต่อยอดกิจกรรมเหล่านี้ให้ได้ผลผลิตที่มากขึ้น เช่น การปลูกผัก การเลี้ยงสัตว์ เพื่อนำผลผลิตเหล่านี้มาประกอบเลี้ยงให้เด็กนักเรียนได้มีผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ทานและในแต่ละมื้อก็มีอาหารที่หลากหลายมากขึ้น  และที่ผ่านมาเราได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆเช่น สำนักงานเกษตรจังหวัด ประมงจังหวัด ปศุสัตว์จังหวัด เข้ามาดูแลให้คำแนะนำตลอดเวลา จนทุกวันนี้เราสามารถทำกิจกรรมหมุนเวียนภายในโรงเรียนของเราได้ตลอดปี เรียกว่าเป็นพลังบวกจากทุกหน่วยๆที่เข้ามาช่วยเหลือ สนับสนุน เพื่อเด็กในโรงเรียนจะได้เติบโตเป็นเด็กที่มีคุณภาพในสังคมและพัฒนาประเทศชาติของเราต่อไปครับ

จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๐ เราก็ได้รับงบประมาณจากมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี โดยทำเป็นโครงการอาหารเสริม ผักและผลไม้ตามฤดูกาล มูลนิธิฯที่ไม่ได้มอบเพียงแค่ทุนเท่านั้น แต่ยังสนับสนุนโครงการเกษตรพอเพียงของโรงเรียนด้วย พอได้งบประมาณจากมูลนิธิฯ มา เราก็สามารถทำกิจกรรมการเกษตรของเราให้มันยั่งยืนขึ้น โดยไม่ต้องไปขอใครแล้ว ตอนนี้เราทำมันจนเข้าที่และมีทุกกิจกรรมเป็นของตัวเอง ไม่ใช่จำนวนที่เยอะ แต่ก็เพียงพอและยั่งยืนสำหรับนักเรียนและครูทุกคน โดยเราสามารถเอาผลผลิตไปขายต่อ รับซื้อมาเลี้ยง และขายต่อไปแบบนี้ได้เรื่อยๆ แค่นี้ยังไม่พอ มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดียังทำให้เด็กหอพักบ้านไกลของเรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีอาหารที่หลากหลายรับประทาน รวมทั้งวันหยุดเสาร์อาทิตย์ด้วย

ทางด้านสุขภาพและโภชนาการ คุณมองเห็นการพัฒนาที่เป็นรูปธรรมด้วยไหม

เมื่อก่อน เด็กที่อยู่ในพื้นที่ทุรกันดารจะมีปัญหาเรื่องคอพอก เนื่องจากขาดสารไอโอดีน เราจึงดำเนินงานโครงการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีน ซึ่งเป็นโครงการตามพระราชดำริฯอีกโครงการหนึ่ง ซึ่งเราจะเติมสารไอโอดีนลงในน้ำดื่ม ใช้เกลือไอโอดีนประกอบอาหาร และแจกจ่ายเกลือไอโอดีนให้นักเรียนเอากลับบ้านไปให้ผู้ปกครอง เพราะคนท้องถิ่นที่อยู่บนภูเขา เขาจะไม่ได้ใช้เกลือไอโอดีน แต่ใช้เกลือสินเธาว์ที่หาได้ง่ายและราคาถูกกว่า แต่มันไม่มีสารไอโอดีนเลย แต่จากการดำเนินงานที่ผ่านมาของเรานั้น ตอนนี้เด็กๆ ไม่มีคนไหนเป็นคอพอกหรือขาดสารไอโอดีนแล้ว โดยเรายังแจกจ่ายเกลือให้ชาวบ้านอยู่ตลอดเวลา

นอกจากนี้การได้รับประทานอาหารที่ดีขึ้น ยังทำให้ค่าโภชนาการเฉลี่ยของโรงเรียนดีขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย โดยล่าสุดเราเพิ่งวัดค่าโภชนาการ ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูงของเด็ก ถ้าเทียบกับวันแรกที่เด็กๆ เหล่านี้เข้ามา ตอนนี้ทุกคนมีค่าโภชนาการไปในทางที่ดีขึ้น เช่น ภาวะผอม ภาวะอ้วนหรือเริ่มอ้วน ภาวะเตี้ย เราจึงอยากขอบคุณมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดีที่ทำให้เด็กของเรามีสุขภาพกายแข็งแรง สุขภาพจิตที่ดี ไม่เดือดร้อน และมีความสุข

ทำไมถึงเลือกต่อยอดโครงการทุนอาหารกลางวันไปกับการทำเกษตรพอเพียง

เมื่อก่อนพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่สูง และชาวบ้านก็จะประกอบอาชีพทำไร่ ปลูกข้าว ปลูกกาแฟ เด็กๆ เองก็มองไม่เห็นว่า ถ้าโตแล้ว เขาจะทำอาชีพอะไรอื่นๆ ได้นอกจาก 3 อาชีพนี้ เราจึงอยากส่งเสริมให้เขาคิดเป็นว่า จะประกอบอาชีพอะไรดีถึงจะยั่งยืนและหาเลี้ยงตัวเองได้ โรงเรียนก็เลยต่อยอดงบประมาณจากโครงการเกษตรเพื่อมอบทุนอาหารกลางวัน ซึ่งเป็นโครงการตามพระราชดำริฯ และจัดทำเป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชนตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้นักเรียนมีส่วนร่วมโดยเรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริง เช่น การทำปุ๋ยหมัก ทำปุ๋ยชีวภาพ การเลี้ยงปลาในบ่อซีเมนต์ การเลี้ยงปลาในบ่อดิน การเพาะเห็ด เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น โดยชาวบ้านผู้ปกครองก็เข้ามาส่วนร่วมและแลกเปลี่ยนได้ เพราะบางอย่างเขารู้เยอะกว่าเรา บางอย่างเราแนะนำเขาได้ ซึ่งตอนนี้มีชาวบ้านหลายส่วนเอาโครงการของเราไปขยายต่อได้จำนวนเยอะแล้วหลายครัวเรือน สามารถปลูกผักและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนจริงๆ

เพราะเหตุใดคุณจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาโรงเรียนในชุมชนเล็กๆ ทั้งๆ ที่คนส่วนใหญ่ยังอยากส่งลูกหลานลงไปเรียนในเมือง

จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา ชาวบ้านทุกคนอยากให้บุตรหลานได้รับการศึกษา เพราะไม่อยากให้บุตรหลานต้องมีชีวิตที่ยากลำบากแบบเขา บางคนไม่มีบัตรประชาชน ทำอะไรไม่ได้เลย เราจึงต้องพัฒนาโรงเรียนในชุมชนให้ได้ดี ซึ่งในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าเราต้องมีการศึกษาด้านวิชาการเป็นเลิศ สอบได้คะแนนท็อปของจังหวัด เพราะเด็กแต่ละคนมีความสามารถที่แตกต่างกัน เด็กบนดอยถนัดการเอาตัวรอด รู้จักธรรมชาติ การเกษตร แต่โรงเรียนในเมืองสอนเน้นวิชาการ เน้นความรู้เพื่อไปแข่งขัน พอเด็กบนดอยไปเรียนไม่ทันเขาก็ท้อแท้จนหลายคนต้องออกกลางคัน ท้องระหว่างเรียน การพัฒนาโรงเรียนชายขอบให้เป็นศูนย์กลางของชุมชนจึงสำคัญมาก ผู้ปกครองต้องมั่นใจว่า ลูกมาเรียนที่นี่แล้ว อาจไม่เก่งวิชาการมาก แต่จะมีทักษะอาชีพที่จะไปช่วยเขาได้

เรื่องแนะนำ

ชีวิตติดชลธาร

แสงแดดยามเช้าตกกระทบผิวน้ำ ระยิบระยับตามระลอกคลื่น เรือหางยาวลอยอยู่ใกล้ๆ ดงต้นจาก ชีวิตสองฝั่งริมแม่น้ำบางปะกงกำลังเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เรื่อง ฉัตรดนัย สุขทองสา ภาพถ่าย นันทิยา บุษบงค์ วิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวไทยอาศัยและใช้ประโยชน์จากสายน้ำมายาวนาน จนถึงปัจจุบันนี้ การดำเนินชีวิตของมนุษย์ก็ไม่สามารถขาดปัจจัยเรื่องน้ำไปได้ ดังนั้น การบริหารทรัพยากรน้ำจึงเป็นเรื่องแรกๆ ที่ผู้นำต้องพิจารณาเพื่อรองรับการพัฒนา เมื่อความเจริญของเมืองเติบโตมากยิ่งขึ้น การดำเนินชีวิตของผู้คนในสังคมก็เปลี่ยนแปลงตาม เมื่อครั้งอดีต การทำการเกษตรส่วนใหญ่จะเป็นการทำเกษตรในครัวเรือน คือทำนาปลูกข้าวเพื่อบริโภคให้เพียงพอกับสมาชิกในครอบครัว ส่วนที่เหลือก็แบ่งขายกันต่อไป ต่างจากปัจจุบันที่เน้นการทำเกษตรเพื่อส่งขายตลาด ปริมาณของผลผลิตจึงเป็นแรงผลักดันให้ชาวบ้านเปลี่ยนการทำเกษตรแบบดั้งเดิม มาเป็นการทำเกษตรเพื่อการจำหน่าย เพิ่มพื้นที่เพาะปลูก และพึ่งพาเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อป้อนผลผลิตเข้าสู่ท้องตลาด นั่นหมายถึงการใช้น้ำเพื่อการเกษตรเพิ่มขึ้นตามไปด้วย พื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกงเป็นพื้นที่ที่หลายหน่วยงานเข้ามาทำการศึกษาการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น เนื่องจากลุ่มน้ำบางปะกงมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและประชากรที่อยู่โดยรอบ ตามรายงานของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในปี 2550 ระบุว่า ผลจากการรุกตัวของน้ำเค็ม ทำให้พื้นที่ชลประทานบางแห่งในจังหวัดฉะเชิงเทราได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำจืดเพื่อผลิตน้ำประปาในช่วงหน้าแล้ง จากปัญหาดังกล่าว หน่วยงานทั้งภาครัฐบาลและภาคเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา รวมทั้งผู้แทนชุมชนในพื้นที่ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา โดยได้ติดตั้งอุปกรณ์วัดคุณภาพน้ำเพื่อวัดค่าความเค็มตามจุดต่างๆ ตลอดลำน้ำบางปะกง และกำหนดค่าความเค็มที่สามารถสูบน้ำได้ตามความเหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์ในกิจกรรมแต่ละประเภท ที่แตกต่างกันไป เช่น น้ำเพื่อทำการเกษตรกำหนดค่าความเค็มที่ 2 กรัมต่อลิตร ส่วนน้ำเพื่ออุตสาหกรรมและอุปโภคบริโภคอยู่ที่ 1 และ 0.5 กรัมต่อลิตร […]

แคมเปญรณรงค์ลดวิกฤติมลภาวะขยะพลาสติกในมหาสมุทร

ปัจจุบัน ปัญหามลพิษในท้องทะเลเป็นเรื่องที่กำลังได้รับความสนใจจากประชากรโลก จากการนำเสนอของสื่อต่างๆ ที่สามารถเข้าถึงผู้รับสารได้รวดเร็วและกว้างขวางขึ้น ทำให้เราได้เห็นถึงผลกระทบของขยะพลาสติกที่มีต่อท้องทะเล หลายภาคส่วนได้ตระหนักถึงความร่วมมือในการอนุรักษ์ท้องทะเล เพื่อให้ความสวยงามของระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งยังอยู่คู่กับเราอย่างยั่งยืน โทรคาเดโร ไทม์ (Trocadero Time) บริษัทธุรกิจนำเข้านาฬิกาโอริส (Oris) ที่ตระหนักในเรื่องสภาพแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง เปิดตัวแคมเปญ “Clean Ocean Thailand” ที่มีจุดประสงค์ในการสร้างความตระหนักรู้ถึงมลพิษของขยะพลาสติกในมหาสมุทร และกระตุ้นจิตสำนึกในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์ในแนวทางสู่ความยั่งยืน และยังมุ่งหวังให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคในการช่วยลดการใช้พลาสติก กิจกรรมครั้งนี้ เลือกสถานที่ ณ เกาะสาก จังหวัดชลบุรี เพื่อช่วยดูแลความสะอาดของท้องทะเลเมืองไทยและเพื่อเป็นการสนับสนุนความร่วมมือระดับโลกระหว่างนาฬิกาโอริส และ Pacific Garbage Screening องค์กรผู้บุกเบิกในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยกักเก็บขยะพลาสติกก่อนที่จะลงมหาสมุทร โดยโอริสจัดทำนาฬิการุ่นพิเศษ “Oris Clean Ocean Limited Edition” ซึ่งฝาหลังทำมาจากพลาสติกรีไซเคิล เพื่อนำรายได้ร่วมสมทบทุนงานวิจัยขององค์กรฯ คุณเตย มหาดำรงค์กุล แห่ง โทรคาเดโร ไทม์ ร่วมกับ ดร. เวย์น ฟิลลิปส์ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยมหิดล (MUIC) นำเหล่าพนักงาน นักศึกษา ผู้เชี่ยวชาญด้านอนุรักษ์ทางทะเล ลงพื้นที่เกาะสากซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศวิทยาแนวปะการัง […]

เปิดตัวกำแพงรูป LAIMO คาแร็กเตอร์สมเสร็จสุดน่ารักจากไต้หวัน เพื่อโปรโมตการท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวไต้หวันเปิดตัวภาพวาดบนกำแพงรูป LAIMO (ไหลโหม่) คาแร็กเตอร์สมเสร็จยอดฮิตกับสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไต้หวัน และเชิญชวนให้มาชม และสอบข้อมูลการท่องเที่ยวกันได้ เราเชื่อว่าแต่ละประเทศต่างมีคาแร็กเตอร์หรือตัวการ์ตูนสุดฮิตซึ่งเป็นที่นิยมของคนในประเทศ ถ้าเป็นประเทศญี่ปุ่น ก็คงจะเป็นโดราเอมอน แต่ถ้าพูดถึงเกาะไต้หวัน หนึ่งในคาแร็กเตอร์ที่ได้รับความนิยมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ก็คงเป็นเจ้า ‘ไหลโหม่’ (LAI MO) คาแร็กเตอร์สมเสร็จหน้านิ่ง รูปร่างอ้วนกลม มาดยียวนนิดๆ โดดเด่นด้วยลักษณะนิสัยที่เหมือนมนุษย์ คือมีทั้งด้านสดใส แต่ที่มีมากไม่แพ้กันคือบุคลิกด้านลบ โดยคาแร็กเตอร์สมเสร็จตัวนี้สามารถแสดงออกถึงความขี้อิจฉา ขี้เกียจ ไม่ชอบสิ่งใดหรือรู้สึกอย่างไรก็แสดงออกมาตรงๆ ซึ่งทำให้ผู้ที่มีโอกาสรู้จักไหลโหม่ต่างชื่นชอบในบุคลิกที่แสดงออกมาได้ไม่เหมือนคาแร็กเตอร์อื่นๆ ที่เน้นแสดงออกถึงความสดใสน่ารักแต่เพียงอย่างเดียว ความดังของเจ้าไหลโหม่ทำให้มันได้มีโอกาสไปร่วมมือกับแบรนด์สินค้าชื่อดังต่างๆ ในประเทศบ้านเกิด ซึ่งไปถึงการโปรโมตท่องเที่ยวไต้หวันในประเทศต่างๆ หรือแม้แต่งานนอกประเทศอย่างการรถไฟของประเทศญี่ปุ่นก็เคยร่วมงานกันมาแล้ว ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สำนักการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ (Taiwan Tourism Bureau Bangkok) ได้จัดงานเปิดตัวภาพวาดบนกำแพงรูปไหลโหม่กับบรรยากาศสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังทั่วเกาะไต้หวัน โดยในงานได้รับเกียรติจากคุณ Cherng ศิลปินชาวไต้หวันผู้ให้กำเนิดไหลโม่เดินทางมาเปิดตัวภาพวาดกำแพงนี้ด้วยตัวเอง คุณ Cherng เล่าถึงแรงบันดาลใจในการสร้างเจ้าไหลโหม่ขึ้นมาว่า ตัวสมเสร็จไม่ได้เป็นสัตว์ที่ทุกคนในไต้หวันรู้จักหรือคุ้นเคยมากนัก ส่วนตัวเขาเป็นที่ไม่ชอบสร้างสรรค์สิ่งที่ซ้ำกับคนอื่น จึงเลือกสมเสร็จมาทำเป็นคาแร็กเตอร์ไหลโหม่ และได้พูดถึงภาพวาดบนกำแพงนี้ว่า ในภาพได้รวบรวมทุกสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง รวมไปถึงเอกลักษณ์ของแต่ละเมืองในไต้หวันเอาไว้บนกับแพงนี้แล้ว ด้านเจ้าหน้าที่จากสำนักการท่องเที่ยวไต้หวันก็ได้เชิญชวนให้ทุกคนมาถ่ายรูปกับกำแพงสุดน่ารักนี้ ซึ่งอยู่ภายในสำนักงาน ณ อาคารจามจุรี สแควร์ […]

เอสซีจี ประเดิมเปิดบ้าน “SCG Open House”

เอสซีจี ประเดิมเปิดบ้าน “SCG Open House” เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2561 เอสซีจี จัดกิจกรรมเปิดบ้าน “SCG Open House” เป็นครั้งแรก ณ สำนักงานใหญ่ บางซื่อ ภายใต้แนวคิด “Discover Our Passion, Discover Your Passion” ให้คนรุ่นใหม่ได้มาสัมผัสเบื้องหลังการขับเคลื่อนองค์กรด้วยนวัตกรรมของทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจ และการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ยุคดิจิทัลพร้อมรับฟังประสบการณ์และแนวคิดการทำงานจากพนักงานและผู้นำองค์กรเพื่อสร้างแรงบันดาลใจหรือ Passion ให้ตัวเองในอนาคต โดยมีผู้สนใจเข้าชมงานทั้ง 2 วัน อย่างอบอุ่น คุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า “ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับพฤติกรรมผู้บริโภค การแข่งขันทางธุรกิจ และทุกสิ่งในโลกอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะจากการพัฒนาของเทคโนโลยีดิจิทัลที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกอย่างมหาศาล เอสซีจีจึงตั้งใจคิดค้นและพัฒนาสิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เกิดเป็นนวัตกรรมสินค้า บริการ และโซลูชั่นที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมให้ได้รับความสะดวกสบายด้วยสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ตรงใจมากขึ้น ยกระดับกระบวนการดำเนินธุรกิจและการทำงานของพนักงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตลอดจนสามารถสร้างคุณค่าให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อมได้ดียิ่งขึ้น และปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เกิดความสำเร็จเหล่านี้ได้นั่นก็คือ คนรุ่นใหม่ที่มี Passionหรือความมุ่งมั่นทุ่มเทในสิ่งที่ทำ […]