เชิญเที่ยวเทศกาลแห่งสายน้ำ 2 จังหวัด กรุงเทพ, ลำพูน - National Geographic Thailand

เชิญเที่ยวเทศกาลแห่งสายน้ำ 2 จังหวัด กรุงเทพ, ลำพูน

เพราะคนไทยมีความผูกพันกับสายน้ำมาอย่างยาวนาน การได้รื่นเริงในเทศกาลแห่งสายน้ำช่วงปลายปีจึงเป็นสิ่งที่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรอคอย โดยในปีนี้ มี 2 เทศกาล ใน 2 จังหวัดที่ควรค่าแก่การไปสัมผัสประสบการณ์ทางวัฒนธรรมอันหลากหลาย

แม่น้ำทุกสายต่างมีเรื่องราวให้เล่าขาน เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสวยงามและเติมเต็มประสบการณ์ทางวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ ทางไทยเบฟฯ มีความยินดีในการเป็นผู้สนับสนุน และเชิญชวนทุกท่านท่องเที่ยวเทศกาลแห่งสายน้ำ 2 เทศกาล 2 จังหวัดในปีนี้ ได้แก่งาน River Festival Thailand 2019 ที่กรุงเทพ วันที่ 9 – 11 พฤศจิกายน ณ 10 ท่าน้ำสำคัญแห่งกรุงมหานคร ได้แก่ วัดโพธิ์, วัดอรุณฯ, วัดระฆังฯ, วัดกัลยาฯ, วัดประยูรฯ, ท่ามหาราช, ยอดพิมาน ริเวอร์ วอล์ค, ล้ง1919, สุขสยาม ณ ไอคอนสยาม และเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ และงาน River Festival Lamphun – Happy River – สีสัน เสียงสุขแห่งสายน้ำ งานประจำปีริมฝั่งแม่น้ำกวง ครั้งที่ 1 ณ จังหวัดลำพูน ในวันที่ 7-11 พฤศจิกายนนี้

สำหรับงานในกรุงเทพ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หรือไทยเบฟ ร่วมมือกับกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กองทัพเรือ กรุงเทพมหานคร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และเครือข่ายภาคธุรกิจ จัดงาน River Festival Thailand 2019 ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 แล้ว หลังจากการจัดในหลายครั้งที่ผ่านประสบความสำเร็จ มีผลตอบรับจากผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างดี โดยทเทศกาลนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่ส่งเสริม ปีแห่งวัฒนธรรมอาเซียน 2019 (ASEAN Cultural Year 2019) ที่อาเซียนได้ประกาศขึ้นเพื่อให้เกิดผู้คนตระหนักรู้ถึงอัตลักษณ์ และมรดกทางวัฒนธรรมอันหลากหลายที่สืบสานต่อกันมาในภูมิภาคนี้

ในช่วงการจัดงานเทศกาลที่สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญดังกล่าวของกรุงเทพฯ จะมีการแสดงแสงสีเสียง งานออกร้าน จำหน่ายสินค้าโดยผู้ค้ารายย่อยหลากหลายราย ทั้งของกินและของใช้ และงานการแสดงตอนกลางคืนตามสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเมือง

โดยสถานที่ท่องเที่ยวน่าอัศจรรย์ 10 แห่งที่ร่วมจัดงานในครั้งนี้ได้แก่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร, วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร, วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร, ยอดพิมาน ริเวอร์วอล์ค, ท่ามหาราช, เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์, ท่าล้ง 1919, สุขสยาม ณ ไอคอนสยาม และวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร นอกจากนี้ยังมีการประดับแสงสีริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย โดยตลอดทั้งงานเทศกาลทั้ง 3 วัน ผู้เข้าร่วมงานสามารถเข้าไปสักการะไหว้พระทั้ง 5 วัดยามค่ำคืน และชมความงดงามของสายน้ำเจ้าพระยาจากทั้ง 10 ท่าน้ำ

กิจกรรมเด่นของงาน

– การแสดงดนตรี ภายในงานมีการแสดงจากนักร้องชื่อดังอย่างวงสินเจริญ บราเธอร์ส, แพรว คณิตกุล, นนท์ ธนนท์ และบุคคลมีชื่อเสียงอื่นๆ นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานสามารถเพลิดเพลินไปกับการแสดงดนตรีในแนวคิด “เสียงสุข แห่งสายน้ำ” โดยจะมีวงดนตรีจากมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง CU Chorus จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, TU Chorus จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมไปถึงวงดนตรีจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร, มหาวิทยาลัยศิลปากร, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยรามคำแหง, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา, มหาวิทยาลัยรังสิต, มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต มาบรรเลงให้ผู้ร่วมงานได้รับฟังท่ามกลางบรรยากาศริมน้ำ

– การล่องเรือ VIP Cruise Tour ที่จะเชิญผู้แทนคนสำคัญจากต่างประเทศมาสัมผัสบรรยากาศงานวัฒนธรรมไทยที่เชื่อมโยงบ้าน วัด โรงเรียน และพาไปพบกับ ย่านกะดีจีน ชุมชนพหุวัฒนธรรมที่น่าสนใจ ซึ่งประกอบไปด้วย 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ 5 ชาติพันธุ์ ของชุมชนสำคัญฝั่งธนบุรี โดยเครือสุภัทราจะเป็นเจ้าภาพร่วมในกิจกรรมครั้งนี้

การฉายภาพยนตร์กลางแปลง 2 เรื่องคือ น้ำตาลไม่หวาน และเกาะสวาทหาดสวรรค์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งจากงาน บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่

– กิจกรรมเฉลิมฉลองสุดพิเศษ จากท่าล้ง 1919 และเอเชียทีค และที่ท่าสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม จะมีการจัดงานฉลองครบรอบ 1 ปีของไอคอนสยาม

ร่วมสัมผัสเสน่ห์และอัตลักษณ์ของความเป็นไทยที่สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ไม่มีช่วงเวลาไหนที่เหมาะสมยิ่งไปกว่านี้อีกแล้วกับงาน River Festival Thailand 2019 ในแนวคิด “เสียงสุข แห่งสายน้ำ” วันที่ 9 – 11 พฤศจิกายน 2562 เวลา 17:00-22:30 น. สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.riverfestivalthailand.com และ facebook.com/riverfestivalthailand

ในส่วนของจังหวัดลำพูน องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน เทศบาลเมืองลำพูน ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ C-ASEAN ขอเสนอกิจกรรม River Festival Lamphun – Happy River สีสัน เสียงสุข แห่งสายน้ำ งานประจำปีริมฝั่งแม่น้ำกวงครั้งที่ 1 ในวันที่ 7-11 พฤศจิกายน 2562

เพราะสำหรับชาวลำพูนแล้ว แม่น้ำกวง เป็นหนึ่งในแม่น้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงชีวิต และวัฒนธรรมของผู้คนในถิ่นล้านนาและลำพูนมานับพันปี เราจึงอยากให้ทุกท่านได้มาร่วมเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของแม่น้ำสายนี้

ภายในงานจะมีการร่วมสืบสานต่อยอดปณิธานชุมชนในการถวายโคมแสนดวงเป็นพุทธบูชาแด่พระธาตุหริภุญไชย ชื่นชมความงามของระบบนิเวศน์ริมน้ำ และป่ากลางเมืองที่มีการจัดแสดงเพิ่มเติมด้วยเทคโนโลยีการจัดแสง และฟังเสียงธรรมชาติที่บันทึกจากป่าจริง เพลิดเพลินกับบรรยากาศเทศกาลลอยกระทงที่จะเปิดประสบการณ์ IMMERSIVE EXPERIENCE ให้ผู้ร่วมงานได้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ในงานจะมีการจำหน่ายสินค้าหลากหลายชนิดในลำพูนอาร์ตมาร์เก๊ต ปิดท้ายด้วยการลิ้มลองอาหารฝีมือคุณลุงคุณป้าจากชุมชนในเมือง และอาหารพื้นเมืองยุคใหม่ จากเชฟหนุ่มสาวรุ่นใหม่ โดยตลอดแนวริมน้ำความยาวเกือบหนึ่งกิโลเมตร ผู้เข้าร่วมงานจะพบสีสัน และสนุกกับความรู้ความบันเทิงมากมาย

ในงานพบกับ River Festival การแสดงแสงและเสียง เรื่อง แสงสี เสียงสุข แห่งสายน้ำ ชมความสวยงามระบบนิเวศน์ริมน้ำ และความสวยงามของป่ากลางเมืองยามค่ำคืน ออกแบบเนื้อหาการจัดแสดงโดย รศ.ดร. สิงห์ อินทรชูโต ศิลปินศิลปาธร ออกแบบแสงโดย มนตรี ภู่แล่นคู่ บันทึกเสียงจริงจากป่า โดย ชัชวาล เชวงศักดิ์สงคราม อำนวยการสร้างสรรค์ทั้งหมด โดย ไชยยง รัตนอังกูร จัดแสดง ณ ริมฝั่งแม่น้ำกวง ตั้งแต่ประตูท่านาง ถึง สะพานท่าสิงห์ ขัวมุง หน้าวัดพระธาตุหริภุญไชย

นิทรรศการ Lanna Flow of Life – ภาพถ่ายริมแม่น้ำกวงในอดีต พร้อมเรื่องราวต้นไม้โบราณตลอดริมฝั่งน้ำ โดยคุณ นเรนทร ปัญญาภู และ กลุ่มเยาวชนรักษ์ต้นไม้ 4 สถาบันการศึกษาลำพูน งานเทศกาลโคมแสนดวง จัดโดย วัดพระธาตุหริภุญไชย ร่วมแขวนโคมถวายเป็นพุทธบูชา แทนการปล่อยโคมลอย ซื้อของที่ตลาดนัดชุมชนสุดยอดสินค้าโอทอปนวัตวิถี ทั้งผ้าฝ้าย ผ้าไหมยกดอก และ ผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรแปรรูป

ร่วมแชร์ประสบการณ์ของคุณในงาน River Festival Lamphun – Happy River สีสัน เสียงสุข แห่งสายน้ำ กับเราด้วยการถ่ายภาพแล้ว #riverfestivallamphun หรือ #rflamphun พร้อมคลิก like หรือ follow อินสตราแกรม @riverfestivallamphun รับฟรี เครื่องดื่มจากบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มหาชน จำกัด 1 ขวด 1 ไลค์

ร่วมงานได้ตั้งแต่วันที่ ในวันที่ 7-11 พฤศจิกายน 2562 ตั้งแต่เวลา 17.00 – 22.00 น. ณ ริมฝั่งแม่น้ำกวง จังหวัดลำพูน

ทั้งหมดนี้ คือ 2 งานเทศกาลแห่งสายน้ำจาก 2 จังหวัด ที่มีเพียงปีละครั้ง และเราไม่อยากให้คุณพลาด


 

เรื่องแนะนำ

100 ปี แห่งความเจริญบนสายนํ้า กลุ่มบริษัทสุภัทรา

เรือด่วนเจ้าพระยาที่ท่านํ้านนทบุรีในช่วงเช้า อันเป็นช่วงที่มีผู้โดยสารใช้บริการอย่างหนาแน่นเพื่อเดินทางเข้าใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร จากกิจการเรือแจวข้ามแม่นํ้าเจ้าพระยา ในวันนี้กลุ่มบริษัทสุภัทราได้แตกแขนงกิจการบนสายนํ้าไปมากมาย และพร้อมก้าวต่อไปในโอกาสครบรอบ 100 ปี ท่านํ้านนทบุรี เวลา 07:00 น. พ.ศ. 2563 ด้านหลังคือหอนาฬิกาอันเป็นสัญลักษณ์เด่น ส่วนภาพตรงหน้าคือฉากชีวิตที่ดำเนินไปในทุกเช้าของวันธรรมดา ผู้คนหลายวัย หลากอาชีพ ต่างกุลีกุจอเร่งฝีเท้าเข้าไปในท่าเรือขนาดใหญ่เพื่อใช้บริการเรือโดยสาร ‘เรือด่วนเจ้าพระยา’ อันเป็นการเดินทางที่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของพวกเขา เมื่อเรือเทียบท่า ช่างเครื่องส่งสัญญาณนกหวีดประสานกับนายท้ายหรือคนขับเรือ พร้อมแกว่งเชือกเส้นเขื่องสีนํ้าตาลผูกมัดกับพุกโป๊ะจนแนบสนิท ก็ถึงเวลาของเหล่าพนักงานที่จะนำพาผู้โดยสารนับร้อยลงเรือ ทั้งเรือด่วน และเรือข้ามฟากใจกลางเมือง รวมทั้งพนักงานที่อำนวยความสะดวกเหล่านี้ ต่างเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท สุภัทรา จำกัด และบริษัทในเครือ ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากเรือแจวเล็กๆเพียงไม่กี่ลำ จนกลายเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่ขยายกิจการไปมากกว่าการเดินเรือโดยสาร เมื่อ 100 ปีก่อน หรือใน พ.ศ. 2463 คุณหญิงบุญปั่น สิงหลกะ อดีตนางกำนัลของพระราชชายาเจ้าดารารัศมีแห่งนครเชียงใหม่ เล็งเห็นว่ามีข้าหลวง ขุนนางประชาชน บรรดาพ่อค้าแม่ขายที่ต้องเดินทางข้ามฟากแม่เจ้าพระยาจำนวนมาก จึงร่วมมือกับหุ้นส่วนชื่อนางเผือก เปิดกิจการเรือแจวข้ามฟากที่ท่าพรานนกและที่ท่าวัดมหาธาตุเริ่มบทบาทนักธุรกิจหญิงซึ่งถือว่าเป็นความก้าวหน้าอย่างยิ่งในยุคนั้น ใน พ.ศ. 2475 คุณหญิงสุภัทรา สิงหลกะ ผู้เป็นบุตรสาวคนสุดท้องของคุณหญิงบุญปั่น เข้ามาช่วยสานต่อธุรกิจของมารดา โดยคุณหญิงสุภัทราเป็นผู้ดูแลกิจการเรือข้ามฟากนี้ด้วยตัวคนเดียว […]

สุวรรณภูมิ : ภูมิแห่งคุณค่าอาเซียน

สู่ศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด กับเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสาสนเทศ เชื่อมอาเซียนด้วยวัฒนธรรมร่วมบนผืนแผ่นดิน “สุวรรณภูมิ” 12 พฤศจิกายน 2562 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า เปิดตัวโครงการ สุวรรณภูมิ : ภูมิแห่งคุณค่าอาเซียน หรือ Suvarnabhumi : Terra of Co-cultural Values ณ ห้องออดิทอเรียมฮอลล์ ชั้น 10 C ASEAN อาคาร CW Tower ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร “สุวรรณภูมิ” เป็นดินแดนที่ได้รับการกล่าวถึง และมีการศึกษาค้นคว้ามาเป็นระยะเวลานานทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดินแดนนี้ไม่มีเขตแดนชัดเจน แต่เป็นดินแดนนามธรรมทางความคิด เป็นดินแดนเชิงสัญลักษณ์ที่ยิ่งใหญ่ เป็นอารยธรรมที่เมื่อพลิกฟื้นขึ้นมาได้จะนำไปสู่การรังสรรค์คุณค่า และการพัฒนาของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ควบคู่ไปกับการแปลงแนวโน้มหลักของโลก หรือเมกะเทรนด์ที่กำลังมาถึง ผ่านการศึกษาและสกัดคุณค่าในแต่ละด้านทั้งหมด 5 มิติ ร่วมกับการใช้นวัตกรรมจากเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ทำให้เราได้เห็นว่า สุวรรณภูมิคืออารยธรรมเชื่อมโลก และเมื่อเราตระหนักแล้วว่า เราต่างไม่ได้แบ่งแยกโดยเส้นประเทศ […]

ทีมงานส่งความรู้ สร้างความสุข ลงพื้นที่มอบความสุขให้น้องๆ ที่โรงเรียนวัดสิงห์

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2561 ทีมงานบริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) พร้อมเครือข่ายพันธมิตร ได้ออกพื้นที่เพื่อสร้างกิจกกรรมให้กับน้องๆ ที่โรงเรียนวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท โดยงานนี้ได้ คุณหมอก้อง สรวิชญ์ สุบุญ มาเป็นแขกรับเชิญพิเศษ และร่วมพูดคุยในหัวข้อ “อ่านกันวันละ 15 นาทียังไงให้ได้ประโยชน์สูงที่สุด” นอกจากนั้น น้องๆ ยังได้รับไอศกรีมที่ทางทีมงานเตรียมมาแจกสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมด้วย ทางคณะผู้จัดงานเชื่อว่าโครงการนี้จะเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยปลูกจิตสำนึกรักการอ่านให้แก่เยาวชนต่อไป

GISTDA ชวนร่วมงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ 2020

GISTDA ชวนเปิดมุมมอง “Space Frontier ค้นหาความรู้เหนือชั้นบรรยากาศ” ในมหกรรมวิทย์ 2020 จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา และขณะนี้ยังอยู่ในการเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาด ส่งผลให้มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติที่จัดขึ้นประจำทุกปีในเดือนสิงหาคมถูกเลื่อนออกไปเป็นเดือนพฤศจิกายน ในปีนี้ GISTDA ก็ไม่พลาดที่จะมาเชิญน้องๆ ร่วมเปิดมุมมองกับแนวคิดหลัก Space Frontier ค้นหาความรู้เหนือชั้นบรรยากาศ ที่จะทำให้น้องๆ รู้สึกเพลิดเพลินกับการเรียนรู้ด้านอวกาศในมิติต่างๆภายใน GISTDA Space Gateway กับอวกาศล้ำๆ ที่จะทำให้น้องๆ เกิดแรงบันดาลใจในการศึกษาด้านอวกาศกันมากยิ่งขึ้น ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพค เมืองทองธานี นายพีร์ ชูศรี รองผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวว่า ปีนี้ GISTDA มาในตีม “Space Frontier ค้นหาความรู้เหนือชั้นบรรยากาศ” ซึ่งการออกแบบเนื้อหาและการตกแต่งจะมีความแตกต่างออกไปจากปีก่อนๆ โดยปีนี้ จัดนิทรรศการภายใต้แนวคิดล้ำสมัยเหมือนยก Space Gateway มาไว้ที่นี่กันเลยทีเดียว ซึ่งช่วยกระตุ้นให้เยาวชนไทยเกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจ เพื่อจะนำไปสู่จินตนาการต่างๆ ได้อย่างเข้าใจ สามารถเห็นภาพการปฏิบัติภารกิจจริงๆ รวมถึงร่วมพูดคุยซักถามกับนักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญด้านอวกาศแบบเป็นกันเอง ภายใน GISTDA […]