สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เปิดบ้านวิชาการเรียนคู่งาน - National Geographic Thailand

สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เปิดบ้านวิชาการเรียนคู่งาน

สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เปิดบ้านวิชาการเรียนคู่งาน 2562

“CDTI Academic Activity Study & Work Showcase 2019”

สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เปิดบ้านวิชาการเรียนคู่งาน 2562 พร้อมเสวนาในหัวข้อ “เรียนอย่างไรให้ได้งานทำ” รวมไปถึงนิทรรศการจากคณะบริหารธุรกิจ คณะเทคโลโลยีอุตสาหกรรม คณะเทคโนโลยีดิจิทัล และโรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 ณ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา สำนักพระราชวัง (สนามเสือป่า)

ภายหลังที่วิทยาลัยเทคโนโลยีจิตรลดา และโรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ ดำเนินงานและจัดการเรียนการสอนร่วมกันภายใต้ชื่อ “สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา” ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 เป็นต้นมา ส่งผลให้สถาบันฯ ขยายตัวด้านการเรียนการสอน องค์ความรู้ การเปิดหลักสูตรใหม่ที่รองรับตลาดแรงงานในปัจจุบัน รศ.ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ อธิการบดี กล่าวและเสริมว่า สถาบันฯ ได้เพิ่มหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับแผนยุทศาสตร์ชาติ 20 ปี และตรงกับความสนใจของนักเรียน นักศึกษายุคใหม่

รศ.ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ อธิการบดี
คุณแดนนี่ พิชาพัฒน์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ (ซ้าย) แขกรับเชิญในเสวนาวิชาการหัวข้อ “เรียนอย่างไรให้ได้งานทำ”

ภายในงาน มีกิจกรรมที่น่าสนใจได้แก่ การเสวนาเชิงวิชาการ “เรียนอย่างไรให้ได้งานทำ” โดยได้รับเกียรติจากศิษย์เก่าโรงเรียนจิตรลดาที่สร้างชื่อไว้ในวงสังคมอย่าง คุณแดนนี่ พิชาพัฒน์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ แนะนำน้องๆ นักเรียนและผู้ปกครองว่า แนวโน้มตลาดแรงงงานในปัจจุบันต้องการผู้ที่มีทักษะในการประกอบอาชีพ และต้องการผู้ที่มีทัศนคติที่ดีต่อการทำงาน สามารถร่วมงานกับผู้อื่นได้ และจัดการเวลาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับหลักสูตรของสถาบันฯ ที่มุ่นเน้นให้นักเรียนนักศึกษาปฏิบัติงานจริงระหว่างเรียน

นอกจากนี้ นักเรียนในคณะต่างๆ ออกบูทกิจกรรมต้อนรับผู้เข้าชมงาน ด้วยการแสดงทักษะที่ร่ำเรียนมา เพื่อให้เห็นผลสัมฤทธิ์ของหลักสูตรในสถาบันฯ เช่น การเปิดครัวให้ผู้สนใจเข้าร่วมทำขนมโดนัท และการประยุกต์ซอสในห้องครัวให้กลายเป็นซอสผัดรสชาติกลมกล่อม จากคณะบริหารธุรกิจ กิจกรรมแนะนำหลักสูตรวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะเทคโนโลยีดิจิทัล นิทรรศการพฤกษาภาชนะ สาธิตการเรียนการสอนวิชาออกแบบ และผลิตชิ้นส่วนด้วยโปรแกรม CNC เป็นต้น

ในการจัดงานเปิดบ้านวิชาการคร้้งนี้ ได้รับความสนใจจากทั้งนักเรียน ครู และผู้ปกครอง เข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง เพื่อเข้าชมและรับทราบหลักสูตรการเรียนการสอนของสถาบันฯ นอกเหนือไปจากหลักสูตรที่ทันสมัยแล้ว ทางสถาบันฯ ยังเปิดโอกาสให้นักเรียนที่สนใจเรื่องศิลปวัฒนธรรมไทยได้เข้าเรียนในสาขาวิชาการสร้างเครื่องดนตรีไทย รวมไปถึงปัจจุบัน สถาบันมีเครือข่ายสถานประกอบการที่พร้อมสนับสนุนเรื่องการเรียนการสอนและเป็นพันธมิตรกว่า 80 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมสายงานที่มีในหลักสูตรของสถาบันฯ

ในตลาดการทำงานที่มีการแข่งขันสูง ทางสถาบันเล็งเห็นเรื่องความสำคัญของภาษา จึงบรรจุวิชาภาษาต่างประเทศไว้ในรายวิชาพื้นฐาน ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมัน และภาษาจีน ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในขณะนี้ ด้วยความตั้งใจของสถาบันฯ ที่ต้องการพัฒนานักเรียนที่มีศักยภาพเข้าสู่ตลาดแรงงาน และสามารถจบออกไปประกอบอาชีพกันได้ทุกคน

“เด็กที่เก่งไม่ได้หมายความว่า ต้องเก่งเฉพาะเรื่องของวิชาการ ยังมีเด็กอีกหลายคน ที่มีความถนัดด้านงานฝีมือ และพร้อมเรียนรู้ทักษะทางวิชาชีพ เราจึงเปิดสถาบันฯ แห่งนี้ขึ้นเพื่อรองรับเด็กเหล่านั้น”  รศ.ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ กล่าวปิดท้าย

ผู้สนใจเข้าศึกษา หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์ www.cdti.ac.th หรือโทรศัพท์ 0-2280-0551

เรื่อง ณภัทรดนัย

ภาพถ่าย: ปรมัตถ์ เริงศาสน์

เรื่องแนะนำ

ฌอห์ณ จินดาโชติ ชวนน้องๆ โรงเรียนวัดจุฬามณีสร้างจิตสำนึกรักการอ่าน

ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมีเทคโนโลยีมากมายที่เข้ามาช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กๆ แต่การอ่านหนังสือยังถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญและควรใส่ใจให้เด็กๆ รู้จักรักการอ่านหนังสือเพื่อเป็นการทบทวนความจำและเพื่อเพิ่มความรู้ใหม่ๆ เข้าสู่ระบบความคิด ด้วยเห็นความสำคัญของการอ่าน จึงเกิดโครงการ The Happy Read ส่งความรู้สร้างความสุข กิจกรรมอ่านสร้างสุขที่ทางบริษัท อมรินทร์ พริ้นติ้งแอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด มหาชน และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมมือกันจัดขึ้น เพื่อให้เยาวชนไทยหันกลับมาใส่ใจในการอ่านหนังสือเพิ่มขึ้น โดยเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทางทีมงานและนักแสดงหนุ่มมากความสามารถที่มีใจรักในการอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ และมักจะมีข้อคิดดีๆ มากมายอย่าง ฌอห์ณ จินดาโชติ ได้เดินทางมาจัดกิจกรรมอ่านสร้างสุขกันถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศารสตร์มากมายที่เด็กๆ ปัจจุบันอาจจะไม่เคยรู้ ณ โรงเรียนวัดจุฬามณี เริ่มด้วยการแจกหนังสืออ่านคั่นเวลาที่สอดแทรกความรู้และภาพประกอบที่มีสีสันสดใสให้กับน้องๆ เด็กนักเรียน หลังจากนั้นหนุ่มฌอห์ณได้ชวนเด็กๆ เข้าห้องสมุดเพื่อพูดคุยและแชร์ประสบการณ์การอ่านหนังสืออย่างไรให้มีความสุขกับน้องๆ นักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมจนถึงมัธยมต้น โดยหนุ่มฌอห์ณได้เล่าถึงประสบการณ์ของตัวเองในวัยเด็กว่า เป็นเด็กที่ไม่ชอบอ่านหนังสือ แต่พอได้มีโอกาสอ่านหนังสือการ์ตูนก็รู้สึกชอบ จึงชอบไปงานสัปดาห์หนังสือเพื่อซื้อหนังสือการ์ตูน แต่คุณพ่อของเขาจะมีกฎในการซื้อหนังสือว่า “…เวลาไปงานสัปดาห์หนังสือจะให้ซื้อหนังสือเพื่อความรู้ติดกลับมา 1 เล่มทุกครั้ง เพื่อฝึกอ่านเรื่องความรู้ประวัติศาสตร์ แทนที่จะอ่านแต่การ์ตูนอย่างเดียว ซึ่งส่งผลให้เราสนใจในหนังสือแบบอื่นๆ ที่ไม่ใช่แค่หนังสือการ์ตูน” หลังจากนั้นก็ได้พูดคุยถึงนักมวยที่โด่งดังประจำจังหวัดอย่าง นายขนมต้ม ผ่านน้องๆ นักเรียนที่มาเล่าเรื่องราวแบบคร่าวๆ […]

5 เทศกาลหนังสือที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศ

ขอบคุณภาพถ่ายจาก Pexels จาก Pixabay บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “ส่งความรู้สร้างความสุข” เป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ของความร่วมือระหว่าง บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐ คือกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เล็งเห็นความสำคัญของการอ่าน เพราะการอ่าน ถือเป็นรากฐานที่สำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะของเด็กและเยาวชน สำหรับหนอนหนังสือชาวไทย คงจะคุ้นเคยกับสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่จัดอยู่เป็นประจำทุกปี โดยงานนี้เป็นโอกาสทองที่นักอ่านตัวยงจะได้ทำความรู้จักหนังสือใหม่ๆ ที่ตนเองสนใจ และเป็นโอกาสที่จะได้ซื้อหนังสือที่ลดราคาเป็นพิเศษ ด้านผู้ผลิตหนังสือเองก็ได้ใช้งานนี้แนะนำหนังสือของตัวเอง ใช้เป็นช่องทางการจัดจำหน่ายหนังสือ รวมไปถึงเป็นโอกาสในการพบปะผู้อ่าน นับว่าเป็นช่วงเวลาที่คนรักหนังสือรอคอยอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม หลายประเทศทั่วโลกก็มีเทศกาลที่เกี่ยวข้องกับหนังสือเช่นกัน และมีลักษณะที่หลากหลาย ในบางประเทศเน้นขายหนังสือมือสอง เป็นงานสำหรับผู้รักวรรณกรรมโดยเฉพาะ หรือมีการคัดสรรหนังสือที่มีเนื้อหาโดดเด่นในแต่ละพื้นที่เพื่อชูจุดขายความเป็นเมืองหนังสือที่มีเอกลักษณ์ แต่ก็มีจุดร่วมที่สำคัญเช่นเดียวกับในประเทศไทยคือโอกาสทองในการเลือกซื้อหนังสือและเป็นพื้นที่ที่ให้คนรักหนังสือได้มาพบปะกัน และนี่คือเทศกาลหนังสือในต่างประเทศที่เราขอแนะนำ 5 งานด้วยกัน 1. Hay Festival of Literature & Arts เมือง Hay-on-Wye มณฑล Powys ประเทศเวลส์ ว่ากันว่าเมืองเฮย์ออนไวย์ เป็นเมืองที่ต้นแบบให้กับเมืองหนังสือทั่วโลก เพราะมีร้านหนังสือประจำเมืองมากมาย […]

เราควรอ่านหนังสือนานเท่าไหร่ใน 1 วัน

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “ส่งความรู้สร้างความสุข” เป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ของความร่วมือระหว่าง บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐ คือกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เล็งเห็นความสำคัญของการอ่าน เพราะการอ่าน ถือเป็นรากฐานที่สำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะของเด็กและเยาวชน จากผลสำรวจการ อ่านหนังสือ ของประชากรไทย ในปี 2561 พบว่าคนไทยใช้เวลาในการอ่านเฉลี่ย 80 นาทีต่อวัน โดยประเภทของหนังสือที่อ่านมากที่สุดคือจากโซเชียลมีเดีย ร้อยละ 69.2 , หนังสือพิมพ์ ร้อยละ 60.5, ตํารา, หนังสือ, บทความที่ให้ความรู้ ร้อยละ 48.9, วารสารที่ออกเป็นประจํา ร้อยละ 40.3, หนังสือ, เอกสาร, บทความเกี่ยวกับคําสอนทางศาสนา ร้อยละ 38.1 และนิตยสาร ร้อยละ 31.1 ซึ่งจำนวนเวลาในการอ่านหนังสือต่อวันเพิ่มขึ้นจากการสำรวจเมื่อปี 2558 ซึ่งใช้เวลา 66 นาที/วัน จากสถิตินี้แสดงให้เห็นว่าคนไทยมีความนิยมในการอ่านหนังสือเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ […]

7 เทคนิคช่วยสร้างสมาธิในการอ่านหนังสือ

ผู้อ่านหลายท่านอาจเคยประสบปัญหาในการรวบรวมสมาธิเพื่ออ่านหนังสือ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องที่เราไม่ถนัดหรือเราไม่ชอบเอาเสียเลย เรามักจะรู้สึกว่าการอ่านข้อมูลเหล่านั้นเป็นเรื่องยากมากขึ้น วันนี้ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย ขอแนะนำเทคนิคดีๆ เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างบรรยากาศการอ่านให้เรามีสมาธิจดจ่อเพิ่มขึ้น อ่านในที่ที่เงียบและสงบ สถานที่อ่านเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยสร้างสมาธิในการอ่านหนังสือได้เป็นอย่างดีเลยครับ การเลือกอ่านในที่ที่มีคนเดินผ่านไปผ่านมาหรือเสียงดัง ส่งผลให้เรามีสิ่งเร้าจากภายนอกที่มากเกินไป ทั้งการเคลื่อนที่ของผู้คน เสียงที่เข้ามากระทบโสตประสาท ล้วนเป็นปัจจัยก่อกวนสมาธิและการทำความเข้าใจ ดังนั้น ถ้าอยากจะมีสมาธิในการอ่านควรเลือกมุมสงบๆ สักแห่งในบ้าน หรือห้องที่มีแสงสว่างเพียงพอ เป็นต้น อุปกรณ์การเขียนและจดบันทึกช่วยได้ รวบรวมสิ่งของสำหรับอ่านทบทวนให้ครบ เช่น กระดาษบันทึก ปากกาหลากสีสัน และปากกาไฮไลต์ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่คุณอาจจะต้องใช้เพื่อทำให้ตัวเองมีสมาธิจดจ่อและซึมซับกับข้อมูลต่างๆ ได้ นอกจากนี้อาจจะรวมไปถึงพวกขนมขบเคี้ยวอย่างเช่น ซีเรียลบาร์หรือถั่ว รวมไปถึงน้ำดื่มด้วย คุณควรวางสิ่งของเหล่านั้นให้หยิบได้ง่ายๆ เพื่อที่คุณจะได้ไม่เสียสมาธิ ถ้าเลือกอ่านหนังสือกับเพื่อน เลือกเพื่อนที่เอื้อต่อการอ่าน ถ้าในกรณีที่คุณไม่อยากอ่านหนังสือคนเดียว เลือกเพื่อนๆ ที่คุณแน่ใจว่าเขาจะไม่ชวนคุณวอกแวก เพราะเพื่อนๆ ลักษณะนี้ไม่มีค่อยสร้างการรบกวน หรือชวนคุยในเวลาอ่านหนังสืออย่างแน่นอน ทำให้การอ่านของคุณมีประสิทธิภาพและยังได้ถามเพื่อนในประเด็นที่ไม่เข้าใจได้อีกด้วย อ่านหนังสือในท่าทางที่ไม่เอื้อต่อการนอนหลับ จินตนาการถึงการนอนอ่านหนังสือบนเตียง และเปิดเครื่องปรับอากาศเย็นๆ ดูนะครับ แค่คิดก็ง่วงแล้วใช่ไหมละครับ และเมื่อความง่วงเข้าครอบงำ สมาธิในการอ่านย่อมเกิดขึ้นได้ยากอย่างแน่นอน ดังนั้นเลือกสถานที่ และท่าทางที่เหมาะสมในการอ่านหนังสือกันนะครับ จัดการงานอื่นให้เสร็จก่อนแล้วจึงเริ่มอ่าน หลายๆ […]