Magniflex เชิญสัมผัสประสบการณ์เครื่องนอนสุดหรูหรา พร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศงานศิลปะอิตาลี - National Geographic Thailand

Magniflex เชิญสัมผัสประสบการณ์เครื่องนอนสุดหรูหรา พร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศงานศิลปะอิตาลี

เพราะ “การนอนเป็นเรื่องสำคัญของชีวิต” และการนอนหลับพักผ่อนที่ดีจะช่วยให้คุณต่อยอดทำสิ่งต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการเลือกเครื่องนอนจึงถือเป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้าม

ในโอกาสนี้ คุณพิณ พิณธิดา ธนะทิพานนท์ Marketing Director พร้อมด้วย คุณธนา ธนะทิพานนท์ Managing Director  แห่งแบรนด์ Magniflex Thailand  ได้จัดงานภายใต้คอนเซปต์ ‘The Sleep Artistry’ เปิดตัวที่นอน Magniflex ในประเทศไทยขึ้น ครั้งแรกอย่างเป็นทางการ ณ โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ (Siam Kempinski)

ในงานนี้ทาง Magniflex Thailand ได้ขนที่นอน Magniflex ทั้ง 8 รุ่นมาจัดแสดงให้ชมและทดลองนอนกันอย่างใกล้ชิดราวกับการเดิมชมงานแสดงศิลปะของที่นอนที่หรูหราร่วมสมัย โดยท่านสื่อ มวลชนและแขกคนพิเศษ อาทิ หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธ์ บริพัตร , หม่อมหลวงสมรดา ชุมพล , ยุวเรต ศรุตานนท์ , เอกชัย สุขุมวิทยา , ณัฏฐา สุนทรวิเนตร์ , วรรณวิไล เตชะสมบูรณ์ และสัณห์สินี อินทรภูวศักดิ์ ได้ทดลองสัมผัสความสบายและนวัตกรรมด้านเครื่องนอนกันอย่างเต็มที่เหมือนได้เดินทางไปทดลองที่โชว์รูมสุขุมวิท 39 เลยทีเดียว

Magniflex ก่อตั้งขึ้นที่แคว้นทัสคานี ประเทศอิตาลี ในปีค.ศ. 1964 ท่ามกลางบรรยากาศและภูมิทัศน์ที่รายล้อมไปด้วยงามวิจิตรงดงามของสถาปัตยกรรม ประติมากรรมและจิตรกรรม ดังนั้นเมื่อกล่าวถึงประเทศอิตาลีแล้ว ความผูกพันธ์ด้านประวัติศาสตร์เครื่องนอนและความรุ่มรวยทางศิลปะของโลกตั้งแต่ยุค Renaissance จึงเป็นภาพสะท้อนปรัชญาของชาวทัสกันได้เป็นอย่างดี ตามคำกล่าวที่ว่า “Dolce Vita” หรือ “ชีวิตคือสิ่งสวยงาม”

ด้วยเหตุนี้ Magniflex จึงมีความเชื่อว่าการนอนถือเป็นศิลปะแขนงหนึ่งที่เกิดจากการผสมผสานกันอย่างลงตัว ระหว่างภูมิปัญญาอันเฉลียวฉลาดและงานหัตถกรรมชั้นสูง และการผลิตเครื่องนอนที่มีคุณภาพเพื่อส่งมอบประสบการณ์การนอนที่ดีที่สุดนั้น ไม่ต่างกับงานผลงาน Masterpiece ของแกะสลักประติมากรรมชั้นเลิศที่ต้องใช้ความชำนาญและความทุ่มเทอย่างแท้จริง

ภายในงานแขกผู้มีเกียรติทุกท่านจะได้สัมผัสกับงานออกแบบของที่นอน Magniflex เปรียบเสมือนอยู่ใน Art Gallery ซึ่งคุณพิณธิดา ธนะทิพานนท์ กล่าวว่า “โดยเราได้จำลองงานวันนี้ให้เปรียบเสมือน Art Gallery เพื่อมา Showcase Magniflex Masterpieces ให้ทุกท่านได้สัมผัสและทดลองกัน ผ่าน “Magnifisenses of Magniflex” หรือ 5 สัมผัส ของความเป็น Magniflex เพื่อให้ทุกโสตประสาทได้อิ่มไปกับความงดงามของ Magniflex โดยเริ่มจาก สัมผัสด้วยตา ผ่านงานศิลปะการนอนด้วยภาพศิลปะในยุคสมัย Renaissance เข้ากับการแสดง  Italian Contempt Art ที่เตรียมมาได้อย่างลงตัว

ยุวเรต ศรุตานนท์
หม่อมหลวงขวัญทิพย์ เทวกุล

สัมผัสด้วยเสียง ไปกับเพลง Style Tuscany ที่เราคัดสรรมาเพื่อบรรยากาศความสวยงามของแคว้น Tuscany ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของ Magniflex พร้อมกับคุณ Mariam ที่จะมาสร้างความสุขให้ทุกคนตลอดงาน สัมผัสรสชาติ อาหารและเครื่องดื่ม ที่ได้แรงบันดาลใจในการคัดสรรมาจาก Tuscany และความเป็น Italian อย่างแท้จริง

สัมผัสด้วยกลิ่นของ Dolce Vita Diffuser ซึ่งเป็นกลิ่นพิเศษและสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ซึ่งเป็น กลิ่นที่จะทำให้นึกถึงชีวิตที่สวยงาม Beautiful and Sweet life ในแบบ “Dolce Vita

และสัมผัสสุดท้าย คือสัมผัสความสบายของที่นอน Magniflex Masterpiece ที่เราเตรียมมาให้ได้ลองนอนกันทั้งหมด 8 รุ่น เพื่อให้แขกผู้มีเกียรติได้สัมผัส Mastery of Craftsmanship ของ Italy ที่มีอยู่ในทุกรุ่นอย่างแท้จริง” 

นอกจากประสบการณ์ตรงที่แขกผู้มีเกียรติได้สัมผัส Magnifisenses ด้วยตนเองแล้ว ในโอกาสนี้ยังได้ฟังเรื่องราวประสบการณ์จากผู้ใช้ที่นอน Magniflex ได้แก่ หม่อมหลวงขวัญทิพย์ เทวกุล และคุณอภินรา ศรีกาญจนา ผู้หญิงเก่งสองไลฟ์สไตล์ ที่มีปัญหาในเรื่องการนอนจากการทำงานและเดินทางบ่อย

หม่อมหลวงขวัญทิพย์เผยถึงประสบการณ์ตรงว่า “การนอนให้มีคุณภาพคือนอนหลับให้ยาว แต่เดิมตนมีปัญหาการนอนคือชอบตื่นบ่อย นอนหลับไม่สนิท และมีปัญหาปวดหลัง รู้เลยว่าพอนอนหลับไม่เพียงพอมันมีผลต่อการทำงานของฮอร์โมนในร่างกายเยอะมาก แต่ดิฉันโชคดีที่ได้มารู้จักที่นอน Magniflex เพราะทำให้ความคิดเปลี่ยนไปเลยว่าที่นอนนุ่มต้องปวดหลัง แต่ของ Magniflex ที่นอนนุ่มสบายแต่ยังช่วย support หลัง ทำให้คุณภาพในการนอนดีขึ้นมาก”

การแสดงพิเศษ จากคุณมาเรียม เกรย์ อัลคาลาลี่

ส่วนคุณปรางค์เผยว่า “ส่วนตัวเคยมีปัญหาการนอนหนักมาก และเป็นคนเปลี่ยนที่นอนบ่อยมาก ปรางค์ลองมาหลายแบรนด์มาก แต่พอได้ลองที่นอนรุ่น MagniStretch เรียกได้ว่าเจอที่นอนที่ใช่สำหรับเรา เพราะวัสดุของ Magniflex มี Memoform ที่รองรับน้ำหนักและปรับไปตามสรีระของเรา และพอทราบว่าที่นอนรุ่นที่ปรางค์นอนคือ MagniStretch ได้การรับรองจาก American Chiropractic Association ก็ยิ่งรู้สึกมั่นใจในแบรนด์ Magniflex มาก เหมือนเราได้ลงทุนกับสุขภาพของตัวเอง” เรียกได้ว่าทั้งสองท่านกลายเป็นแฟนประจำของที่นอนรุ่น MagniStretch และประทับใจเป็นอย่างมาก

ก่อนที่แขกทุกท่านจะได้กลับบ้านไปพักผ่อนนอนหลับอย่างมีคุณภาพ Magniflex ยังมอบบทเพลงไพเราะผ่านเสียงของคุณมาเรียม เกรย์ อัลคาลาลี่ที่ขับกล่อมไปพร้อมกับมื้อดินเนอร์ ที่รังสรรค์มาเพื่อแขกพิเศษของ Magniflex ในค่ำคืนนี้โดยเฉพาะ

พบกับคุณภาพแบบ Pure Italian Passion และสัมผัสประสบการณ์นอนในแบบที่ตรงกับตัวคุณที่สุดได้ที่ Magniflex Showroom สุขุมวิท 39 เปิดทำการ 11.00-18.00 น.

เรื่องแนะนำ

เยี่ยมบ้าน แกรนด์ไซโก้ เรือนเวลาอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น

Partner Content เยี่ยมบ้าน แกรนด์ไซโก้ เรือนเวลาอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น อะไรที่ทำให้นาฬิกาแบรนด์หนึ่งครองใจลูกค้าทั่วโลกมาอย่างยาวนาน? อะไรคือดีเอ็นเอหรือหัวใจของเรือนเวลา แกรนด์ไซโก้ (Grand Seiko)? นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของคำถามที่คณะสื่อมวลชนไทยได้ร่วมกันหาคำตอบ ด้วยการร่วมทริปเดินทางสู่บ้านของนาฬิกา แกรนด์ไซโก้ ที่ประเทศญี่ปุ่น “ความเที่ยงตรง (precision) ความงาม (aesthetics) ความชัดเจนหรือมองเห็นได้ง่าย (legibility) การสวมใส่ที่ให้ความรู้สึกเหนือคำบรรยาย และการเป็นเรือนเวลาอันเป็นที่รักอย่างยาวนานหรือคลาสสิก” คือคำบอกเล่าจากปากของ Mr. Kosugi นักออกแบบผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแกรนด์ไซโก้ นาฬิกาแกรนด์ไซโก้รุ่นแรกถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 1960 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นสุดยอดแห่งเรือนเวลา (“best of all watches”) ดังสะท้อนเห็นได้จากการเลือกสัญลักษณ์สิงโต ผู้เป็นราชันแห่งผืนป่า เป็นโลโก้ของแบรนด์ แม้แกรนด์ไซโก้จะเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ไซโก้ (ชาวญี่ปุ่นออกเสียง “เซโกะ” หรือ “เซโก้” ชื่อที่แปลว่า เที่ยงตรง) เรือนเวลาเก่าแก่อายุกว่าร้อยปีของญี่ปุ่น ทว่าในปัจจุบัน แกรนด์ไซโก้ได้วางตำแหน่งของตนเองและทำการตลาดในฐานะ luxury brand นาฬิกาชั้นนำอย่างเป็นเอกเทศ เพื่อให้คณะสื่อมวลชนไทยได้สัมผัสและเข้าถึงจิตวิญญาณของแกรนด์ไซโก้ ทีมงานแกรนด์ไซโก้ทั้งในประเทศไทยและญี่ปุ่นจึงเปิดโอกาสให้คณะได้ไปเยี่ยมชมสถานที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับประวัติความเป็นมาของไซโก้และแกรนด์ไซโก้ เช่น อาคาร Wako Department Store […]

เปิดตัวกำแพงรูป LAIMO คาแร็กเตอร์สมเสร็จสุดน่ารักจากไต้หวัน เพื่อโปรโมตการท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวไต้หวันเปิดตัวภาพวาดบนกำแพงรูป LAIMO (ไหลโหม่) คาแร็กเตอร์สมเสร็จยอดฮิตกับสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไต้หวัน และเชิญชวนให้มาชม และสอบข้อมูลการท่องเที่ยวกันได้ เราเชื่อว่าแต่ละประเทศต่างมีคาแร็กเตอร์หรือตัวการ์ตูนสุดฮิตซึ่งเป็นที่นิยมของคนในประเทศ ถ้าเป็นประเทศญี่ปุ่น ก็คงจะเป็นโดราเอมอน แต่ถ้าพูดถึงเกาะไต้หวัน หนึ่งในคาแร็กเตอร์ที่ได้รับความนิยมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ก็คงเป็นเจ้า ‘ไหลโหม่’ (LAI MO) คาแร็กเตอร์สมเสร็จหน้านิ่ง รูปร่างอ้วนกลม มาดยียวนนิดๆ โดดเด่นด้วยลักษณะนิสัยที่เหมือนมนุษย์ คือมีทั้งด้านสดใส แต่ที่มีมากไม่แพ้กันคือบุคลิกด้านลบ โดยคาแร็กเตอร์สมเสร็จตัวนี้สามารถแสดงออกถึงความขี้อิจฉา ขี้เกียจ ไม่ชอบสิ่งใดหรือรู้สึกอย่างไรก็แสดงออกมาตรงๆ ซึ่งทำให้ผู้ที่มีโอกาสรู้จักไหลโหม่ต่างชื่นชอบในบุคลิกที่แสดงออกมาได้ไม่เหมือนคาแร็กเตอร์อื่นๆ ที่เน้นแสดงออกถึงความสดใสน่ารักแต่เพียงอย่างเดียว ความดังของเจ้าไหลโหม่ทำให้มันได้มีโอกาสไปร่วมมือกับแบรนด์สินค้าชื่อดังต่างๆ ในประเทศบ้านเกิด ซึ่งไปถึงการโปรโมตท่องเที่ยวไต้หวันในประเทศต่างๆ หรือแม้แต่งานนอกประเทศอย่างการรถไฟของประเทศญี่ปุ่นก็เคยร่วมงานกันมาแล้ว ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สำนักการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ (Taiwan Tourism Bureau Bangkok) ได้จัดงานเปิดตัวภาพวาดบนกำแพงรูปไหลโหม่กับบรรยากาศสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังทั่วเกาะไต้หวัน โดยในงานได้รับเกียรติจากคุณ Cherng ศิลปินชาวไต้หวันผู้ให้กำเนิดไหลโม่เดินทางมาเปิดตัวภาพวาดกำแพงนี้ด้วยตัวเอง คุณ Cherng เล่าถึงแรงบันดาลใจในการสร้างเจ้าไหลโหม่ขึ้นมาว่า ตัวสมเสร็จไม่ได้เป็นสัตว์ที่ทุกคนในไต้หวันรู้จักหรือคุ้นเคยมากนัก ส่วนตัวเขาเป็นที่ไม่ชอบสร้างสรรค์สิ่งที่ซ้ำกับคนอื่น จึงเลือกสมเสร็จมาทำเป็นคาแร็กเตอร์ไหลโหม่ และได้พูดถึงภาพวาดบนกำแพงนี้ว่า ในภาพได้รวบรวมทุกสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง รวมไปถึงเอกลักษณ์ของแต่ละเมืองในไต้หวันเอาไว้บนกับแพงนี้แล้ว ด้านเจ้าหน้าที่จากสำนักการท่องเที่ยวไต้หวันก็ได้เชิญชวนให้ทุกคนมาถ่ายรูปกับกำแพงสุดน่ารักนี้ ซึ่งอยู่ภายในสำนักงาน ณ อาคารจามจุรี สแควร์ […]

งานวิ่งเทรล “โคลัมเบีย เทรล มาสเตอร์ 2019”

งาน “โคลัมเบีย เทรล มาสเตอร์” ถือเป็นงานที่นักวิ่งสายเทรลต้องไม่พลาด เพราะได้รับการยอมรับว่าเป็น งานวิ่งเทรล ที่ดีที่สุดในเมืองไทย สำหรับการจัด งานวิ่งเทรล ในปีนี้ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย ได้รับเกียรติให้ร่วมวิ่งในระยะทาง 11 กิโลเมตร ที่จัดขึ้นเป็นพิเศษให้สื่อมวลชน นักกีฬา และผู้โชคดีจากทางบ้าน ได้ลองวิ่งสำรวจเส้นทางที่จะจัด ณ สวนละไม อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง การวิ่งสำรวจเส้นทางในครั้งนี้ถือว่ามีความพิเศษมาก เพราะมีผู้ร่วมวิ่งด้วยกันเพียงยี่สิบกว่าคนเท่านั้น และถือเป็นการแนะนำเส้นทางวิ่งเทรลที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งในประเทศไทย หากคุณเบื่อที่จะวิ่งตามท้องถนนหรือสวนสาธารณะ ผมว่าการวิ่งเทรลก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจทีเดียว แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่าการวิ่งรูปแบบนี้ร่างกายจะต้องพร้อมจริงๆ เพราะเส้นทางการวิ่งตลอด 11 กิโลเมตร เป็นแบบขึ้นเขาลงเขา ต้องใช้เวลาวิ่งมากกว่าปกติ (ประมาณสองชั่วโมงสำหรับคนทั่วไป) อุปกรณ์ที่นำติดตัวไปก็ต้องพร้อมเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นกระติกน้ำ เป้น้ำดื่ม เกลือแร่ หรือเจลให้พลังงาน ที่สำคัญคือรองเท้าสำหรับวิ่งเทรลดีๆ สักคู่ เพียงเท่านี้ก็จะทำให้คุณสนุกหรรษาไปกับเส้นทางธรรมชาติที่ไม่สามารถวิ่งเข้าไปได้โดยลำพัง แต่เชื่อเถอะว่าถ้าคุณได้ลองสักครั้งแล้วจะติดใจ ใครเป็นสายวิ่งเทรลเพื่อสะสมแต้มไปวิ่งสนามอัลตร้าแล้ว ยิ่งต้องมาร่วมงานนี้ เพราะที่นี่เป็นสนามที่มีการเก็บแต้มด้วย ส่วนถ้าใครยังไม่พร้อมจะวิ่ง จะมาร่วมสังเกตการณ์ดูลาดเลากันก่อนก็ได้ งานโคลัมเบีย เทรล มาสเตอร์ 2019 […]

นักวิจัยไทยปลูก ผลึกโปรตีน บนอวกาศสำเร็จ

ไบโอเทค สวทช. จิสด้า และ JAXA ผนึกกำลังปลูก ผลึกโปรตีน บนสถานีอวกาศสำเร็จแล้ว หลังจากที่ประเทศไทยส่งงานวิจัยสัญชาติไทย “การทดลองปลูก ผลึกโปรตีน ในอวกาศเพื่อพัฒนายาต้านโรคมาลาเรีย” ของ ดร.ชัยรัตน์ อุทัยพิบูลย์ นักวิจัยอาวุโส ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ หรือไบโอเทค จาก สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งเป็นงานวิจัยที่ได้รับคัดเลือกจากโครงการวิจัยวิทยาศาสตร์อวกาศและการทดลองในอวกาศ National Space Exploration หรือ NSE ของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า ให้ทำการทดลองในสถานีอวกาศนานาชาติ หรือ ISS เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา จนกระทั่งวันนี้ งานวิจัยดังกล่าวสำเร็จได้ผลึกโปรตีนที่มีคุณภาพพร้อมใช้ในการศึกษาต่อเพื่อการออกแบบยาต้านมาลาเรียต่อไป ดร.ชัยรัตน์ฯ หัวหน้างานวิจัยฯ เปิดเผยว่า การตกผลึกโปรตีนมีความสำคัญตรงที่เราจะเห็นโครงสร้างของตัวโปรตีนที่เป็นเป้าหมายของยาอย่างชัดเจน ซึ่งจะทำให้เราสามารถออกแบบตัวยาที่จะสามารถจับกับโปรตีนตัวนี้ได้ดียิ่งขึ้น เมื่อเราเห็นตัวโครงสร้างที่ชัดเจน เปรียบเสมือนเราเห็นตัวแม่กุญแจแล้วเราหาลูกกุญแจไปจับเพื่อให้มันเหมาะสม โดยการตกผลึกโปรตีนในอวกาศจะได้ตัวผลึกที่มีคุณภาพที่ดีกว่าการตกผลึกโปรตีนบนพื้นผิวโลก เพราะในอวกาศไม่มีแรงโน้มถ่วง ตัวผลึกก็สามารถสร้างได้แบบธรรมชาติที่สุดในตัวของมันเองและผลการตกผลึกครั้งนี้ก็ออกมาดีเกินคาด หลังกลับมาจากการทดลองในสถานีอวกาศฯ ผลึกโปรตีนได้ถูกส่งต่อไปยังองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น หรือ JAXA เพื่อทำการทดลองต่อโดยการยิงแสงซินโครตรอนเพื่อดูการกระเจิงของแสง สิ่งที่เราต้องการคือข้อมูลการกระเจิงของแสง แล้วเอาข้อมูลมาคำนวณสร้างเป็นโครงสร้าง 3 มิติของโปรตีนในคอมพิวเตอร์ […]