รอบ Market Test รายการ Win Win WAR Season 2 มารู้จักผู้เข้าแข่งขันให้มากขึ้น

ผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านรอบออดิชั่น

กลุ่มคนที่มีความสนใจด้านการทำธุรกิจเพื่อสังคมได้มารวมกันในรายการ Win Win WAR Season 2 เพื่อชิงตำแหน่งสุดยอดธุรกิจแบ่งปัน และเงินรางวัล 2 ล้านบาท ที่จะนำไปต่อยอดหรือสร้างธุรกิจเพื่อสังคมให้เกิดขึ้นได้จริง

สัปดาห์นี้ ผู้เข้าแข่งขันที่ 4 ทีมที่ผ่านเข้ารอบออดิชั่น จะนำเสนอแผนธุรกิจและตัวอย่างผลิตภัณฑ์หรือบริการ ต่อคณะกรรมการทั้ง 4 ท่าน ซึ่งภายในสัปดาห์นี้ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 4 ทีม ล้วนแล้วแต่มีรูปแบบธุรกิจที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกินหมุนเวียน นำผลิตเหลือใช้มาแปรรูปใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่าใหักับสินค้า รวมไปถึงแอปพลิเคนชันที่ช่วยให้การเล่นเกมในโทรศัพท์มีประโยชน์ต่อโลกนี้มากขึ้น

ดลมณีคุณ เส้นใยของสายน้ำ หนังเทียมจากกล้วยและผักตบชวา – คุณอนุภา มณีจันทร์ ดลมณี

คุณอนุภาอาศัยอยู่ในชุมชนที่ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพทอผ้า รวมถึงยังมีกลุ่มผู้พิการในชุมชนร่วมด้วย สิ่งที่พบคือปัญหาต่างๆ ของชาวบ้านในขณะนั้น ไม่มีช่องทางการยกระดับสินค้า หรือช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าหลังจากที่ทอผ้าเสร็จเรียบร้อย ทำให้เริ่มมีแนวคิดผลิตสินค้าจากผ้าทอมือ และเริ่มศึกษาการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากกลุ่มของผู้พิการก่อน

เวลาต่อมา คุณอนุภาสามารถพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์พฤติกรรมของลูกค้างานฝีมือ เน้นการออกแบบให้ร่วมสมัยมากขึ้น โดยอาศัยช่างที่มีความรู้ในชุมชนมารวมตัวกัน เพื่อผลิตผ้าทอให้เป็นกระเป๋าที่สวยงาม ภายใต้แบรนด์ “ดลมณี” (Don Manee)

และไม่เพียงแค่นั้น คุณอนุภายังมองเห็นถึงปัญหาการจัดการกับขยะทางการเกษตร โดยคนส่วนมากมักทิ้งลงแหล่งน้ำ ทำให้เกิดภาวะเน่าเสีย จึงอยากหาวิธีการแก้ปัญหาส่วนนี้ผ่านการทอผ้า จึงเกิดเป็นความคิดในการนำกล้วย และผักตบชวา มาทำเป็นหนังเทียม ลดการทิ้งขยะการเกษตร และสร้างวัสดุทดแทนเพื่อลดการใช้หนังสัตว์จริง

ผลิตภัณฑ์จากแผ่นยางพารารองกรีด Least Studio – คุณธีรพล อัครทิวา

ด้วยแนวคิดในการสร้างความแตกต่างจากสิ่งของใช้งานใกล้ตัว คือแผ่นรองตัด (Cutting Mat Rubber) คุณธีรพลนำจึงนำมาประยุกต์สร้างสรรค์เป็นวัสดุใหม่ โดยเลือกใช้ยางพาราธรรมชาติ 100% เกิดเป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติใหม่ กันรอยขีดข่วน กันน้ำ ทนความชื้น และมีน้ำหนักเบา เป็นวัสดุทดแทนใหม่ สามารถนำไปผลิตเป็นกระเป๋า และเฟอร์นิเจอร์ เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้หนังสัตว์แท้ และตอบโจทย์เรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม รวมถึงช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางพารา เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนชาวสวนยาง

แผนงานที่หวังไว้ คุณธีรพลอยากพัฒนาวัสดุทดแทนชนิดใหม่นี้ให้ต่อยอดการใช้งานได้ในธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆ ด้านสถาปัตยกรรม และเพื่อเป็นวัสดุส่งออกของไทย

ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเศษผ้าอุตสาหกรรม – คุณชัชวาล บุสยาตรัส

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนจากจังหวัดสุรินทร์ นำโดยคุณชัชวาลย์ ก่อตั้งขึ้นเพื่อต้องการแก้ไขปัญหาขจัดความยากจน เนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่ เสร็จจากการทำนาแล้วไม่มีอาชีพเสริม ทำให้รายได้น้อย เกิดปัญหาความยากจน จึงคิดส่งเสริมหารายได้เสริมให้กับชาวบ้านเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว โดยการนำเศษผ้าเหลือใช้จากโรงงาน มาผลิตเป็นพรมเช็ดเท้า และแปรรูปเป็นสินค้าอื่น เช่น กระเป๋า เสื้อคลุม นับเป็นการใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อไม่ให้เศษผ้าที่เหลือถูกทิ้งไปอย่างไร้คุณค่า

WildChain – คุณพชร ทวีสุข

แอปพลิเคชันนี้เกิดจากแนวคิดพื้นฐานว่า จะทำอย่างไรให้การปกป้องธรรมชาติและสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ง่ายและสนุกเหมือนเกมจับโปเกมอน จึงเป็นที่มาของการพัฒนา เกมที่ทั้งสนุก และสร้างประโยชน์ให้กับสิ่งแวดล้อมได้จริงๆ ด้วยลักษณะการเล่นที่คุ้นเคยเหมือนการเล่นเกมเลี้ยงสัตว์ในเครื่องเล่นเกมยุคก่อนหน้า ถูกยกระดับให้ทันกับยุคสมัย แทนที่จะเลี้ยงสัตว์ประหลาดตามการ์ตูน เปลี่ยนมาเลี้ยงสัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์ในโลกนี้ ทุกการเลี้ยงดู ทุกการเติบโตของสัตว์เลี้ยงในเกม จะเปลี่ยนเป็นเงินเข้ากองทุนเพื่อสัตว์ชนิดนั้นๆ และเปลี่ยนเป็นต้นไม้ที่ปลูกบนโลกจริงๆ

รายได้ของธุรกิจมาจากการขาย In-game item และพื้นที่โฆษณา เป้าหมายถัดไปของทีมคือหาเงินทุนเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาเกมต่อไป

อย่าลืมติดตามชมและให้กำลังผู้เข้าแข่งขั้นทั้ง 4 ทีมได้ ทางช่องอมรินทร์ทีวี 34 HD ทุกวันอาทิตย์ เวลา 17.00 น. และชมรายการย้อนหลังได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ Win Win WAR Thailand

เรื่องแนะนำ

ผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านรอบออดิชั่น

กลุ่มคนที่มีความสนใจด้านการทำธุรกิจเพื่อสังคมได้มารวมกันในรายการ Win Win WAR Season 2 เพื่อชิงตำแหน่งสุดยอดธุรกิจแบ่งปัน และเงินรางวัล 2 ล้านบาท ที่จะนำไปต่อยอดหรือสร้างธุรกิจเพื่อสังคมให้เกิดขึ้นได้จริง สัปดาห์นี้ ผู้เข้าแข่งขันที่ 4 ทีมที่ผ่านเข้ารอบออดิชั่น จะนำเสนอแผนธุรกิจและตัวอย่างผลิตภัณฑ์หรือบริการ ต่อคณะกรรมการทั้ง 4 ท่าน ซึ่งภายในสัปดาห์นี้ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 4 ทีม ล้วนแล้วแต่มีรูปแบบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนวัตกรรมที่สร้างประโยชน์แก่สังคม Peak Speed App – คุณ จิราวัฒน์ ลายสาคร ปัญหาการจราจรในกรุงเทพมหานครเป็นเรื่องที่บางครั้งก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วนและมีความจำเป็นต้องเดินทางเพื่อไปติดต่อธุระหรือทำงาน หลายคนเลือกที่จะใช้บริการรถสาธารณะ หรือเรียกบริการรถรับจ้าง เช่น แท็กซี่ หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แต่บางครั้งเมื่อคุณขับรถเข้ามาในเขตที่การจราจร คุณก็จำเป็นต้องหาที่จอดรถ นั่นอาจทำให้คุณพลาดนัดที่สำคัญได้ คุณจิราวัฒน์จึงมีแนวความคิดอยากพัฒนาแอปพลิเคชันที่ช่วยให้ผู้ใช้รถใช้ถนน หมดความกังวลเรื่องการหาที่จอดรถ และเดินถึงที่หมายได้ทันเวลา ด้วยการให้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างพร้อมคนขับรถ ผู้ใช้บริการสามารถเดินทางต่อไปได้ด้วยบริหารมอเตอร์ไซค์รับจ้าง และให้พนักงานของเราขับรถของลูกค้าไปยังจุดหมายที่ต้องการ ซึ่งเป็งนทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ประสบปัญหารถติดอยู่บนท้องถนนเป็นเวลานาน แต่มีนัดหมายสำคัญที่ต้องรีบไป บริการของ Peak Speed App สามารถช่วยให้ผู้รับบริการประหยัดเวลาในากรเดินทางลงไปได้มาก AIDERY อุปกรณ์สำหรับผู้สูงวัยเพื่อการดูแลสุขภาพ – ZANEGROWTH […]

จาก ตชด. สู่ครูใหญ่ผู้พัฒนาพื้นที่ชายขอบในจังหวัดเชียงราย

ในยุคที่ใครๆ ต่างวิ่งเข้าหาความทันสมัยของโลกที่หมุนเร็วด้วยเทคโนโลยีการสื่อสาร ยังมีอีกหนึ่งคนที่มีความสุขกับการทำงานในพื้นที่อันห่างไกลความเจริญอย่างบ้านห้วยส้าน อ.เมือง จ.เชียงราย จากจุดเริ่มต้นในการรับราชการเป็นตำรวจตระเวนชายแดนที่จังหวัดสุรินทร์ ร.ต.อ.ครรชิต พูนวิเชียร ได้เลือกที่จะไปทำหน้าที่ครูให้กับเด็กนักเรียนชาวลีซอและอาข่าในพื้นที่ชายขอบของจังหวัดเชียงรายมาจนถึงปัจจุบัน ในฐานะครูใหญ่ของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเทคนิคดุสิต จ.เชียงราย ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับทุกคนในพื้นที่ ร.ต.อ.ครรชิต จึงไม่ได้เป็นเพียงครูใหญ่ แต่เขาได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของทุกครัวเรือน ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เริ่มจากนักเรียนที่เปรียบได้กับลูกหลาน นอกจากจะให้ความรู้ทางด้านวิชาการอย่างเต็มที่ เด็กทุกคนยังจะต้องมีสุขภาพที่แข็งแรง ปัจจัยหลักคือเรื่องอาหารที่ต้องเพียงพอสำหรับการเจริญเติบโต ซึ่งเป็นโชคดีของเด็กๆ ที่พวกเขาได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดีที่มอบทุนอาหารกลางวันให้กับทางโรงเรียนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ที่สำคัญไม่แพ้กันคือทักษะด้านวิชาชีพ นักเรียนทุกคนได้ร่วมกิจกรรมการเกษตรในโรงเรียน ซึ่งองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นได้ขยายไปถึงผู้ปกครองและคนในพื้นที่ด้วย ชุมชนจึงสามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน…ณ จุดเริ่มต้นจนถึงทุกวันนี้ ครูใหญ่ของเราต้องผ่านอะไรมามากมาย และนี่คือบทสัมภาษณ์ที่พร้อมจะสร้างแรงบันดาลใจจาก ร.ต.อ.ครรชิต พูนวิเชียร ชีวิตก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร และอะไรที่ทำให้ตัดสินใจมาเป็นครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ตามพื้นถิ่นแล้วผมเป็นคนบุรีรัมย์ เข้ารับข้าราชการเป็นตำรวจตระเวนชายแดนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 ครั้งแรกเลยคือเป็นตำรวจสนามที่ชายแดนจังหวัดสุรินทร์ แต่พอปฏิบัติหน้าที่ไปได้สักระยะ ทาง กก.ตชด.๒๑ ก็มีนโยบายจะสร้างโรงเรียน ตชด. ในหมู่บ้านที่เป็นจุดบอดโรงเรียนใน 2 อำเภอ และมีหนังสือเวียนไปตามกองร้อยสนามต่างๆ ในความรับผิดชอบว่าต้องการรับสมัครกำลังพลที่มีวุฒิทางการศึกษาและสมัครใจไปทำหน้าที่ครู เพื่อร่วมกันสร้างโรงเรียน ทำหน้าที่ครูผู้สอน พัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร เพิ่มโอกาสทางการศึกษา […]

งานสัมมนา “วิสาหกิจเพื่อสังคม : กลไกสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน”

บริษัท ซี เอ ซี จำกัด (C asean) ศูนย์กลางความเชื่อมโยงเครือข่ายการทำงานทุกภาคส่วนสู่การพัฒนาประเทศ เพื่อความยั่งยืนในระดับภูมิภาคอาเซียน ร่วมกับมูลนิธิสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมแห่งประเทศไทย และบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด จัดสัมมนา “วิสาหกิจเพื่อสังคม: กลไกสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” (Thailand Sustainability Forum 2019: Fostering Social Enterprises) เพื่อสร้างความตระหนักถึงการทำงานในรูปแบบวิหาสกิจเพื่อสังคม ให้กับสาธารณชนทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณธานี ทองภักดี รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ขึ้นบรรยายในหัวข้อ “วิสาหกิจเพื่อสังคมกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ” ที่ชี้ให้เห็นถึงบทบาทและความสำคัญของภาครัฐที่จำเป็นต้องสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมของวิสาหกิจเพื่อชุมชน ในส่วนของการนำเสนอกรณีศึกษาได้รับเกียรติจากผู้นำศาสนาทั้งสามศาสนาในชุมชนกุฎีจีนประกอบด้วย พระพรหมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร มงชินญอร์ ดร. วิษณุ ธัญญอนันต์ รองเลขาธิการสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย และอิหม่ามนาวิน สาสนกูล อิหม่ามมัสยิดกูวติลอิสลาม ที่ร่วมกันจัดตั้ง “วิสาหกิจเพื่อสังคมร่วมใจพัฒนาชุมชนกุฎีจีน” ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีความหลากหลายทาเชื้อชาติและวัฒนธรรม ถือเป็นชุมชนตัวอย่างด้านการบริหารจัดการชุมชนอัจฉริยะ (Smart Community) และเป็นชุมชนที่มีความยั่งยืน ตามเป้าหมายข้อที่ 11 ว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ […]

การอ่านหนังสือช่วยพัฒนาสมองอย่างไร

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “ส่งความรู้สร้างความสุข” เป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ของความร่วมือระหว่าง บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐ คือกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เล็งเห็นความสำคัญของการอ่าน เพราะการอ่าน ถือเป็นรากฐานที่สำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะของเด็กและเยาวชน ในแต่ละวัน เราอ่านหนังสือมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือผ่านอินเตอร์เน็ต สื่อสังคมออนไลน์ หรือแม้กระทั่งหนังสือกระดาษหลากหลายแนว หนังสือพิมพ์ นิตยสารต่างๆ หลายคนเลือกให้การอ่านหนังสือเป็นงานอดิเรกสุดรักที่ขาดไม่ได้ในชีวิต และเป็นที่ยอมรับกันมาอย่างยาวนานว่าการอ่านหนังสือมีประโยชน์ต่อการสร้างสติปัญญาและช่วยพัฒนาสมอง ซึ่งเราจะเห็นได้จากกระบวนการเรียนรู้ตั้งแต่เด็กจนโตล้วนมีการอ่านหนังสือเป็นวิธีการสำคัญ หรือแม้กระทั่งการอ่านหนังสือแนวบันเทิงคดีก็ล้วนมีส่วนช่วยส่งเสริมจินตนาการทั้งสิ้น โดยผู้ที่อ่านหนังสือ จะมีการพัฒนาในสมองส่วนกลีบท้ายทอย (Occipital Lope) ซึ่งเป็นส่วนประมวลผลกลางของการสร้างภาพในสมองที่มากขึ้น ซึ่งหมายความว่าผู้ที่เป็นนักอ่านสามารถประมวลความคิดเป็นภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีลักษณะสมองที่สามารถแปลและเพิ่มจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ รวมไปถึงมีความสามารถในการสร้างภาพอนาคตในสมองเพื่อใช้สำหรับการสินใจในสิ่งต่างๆ ได้ดี ในส่วนของสมองกลีบข้าง (Parietal Lobe) ก็มีการพัฒนาที่ดีเช่นกัน โดยสมองส่วนนี้มีหน้าที่เปลี่ยนตัวอักษรเป็นคำ และเปลี่ยนคำให้เป็นความคิดในสมอง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเขียนและการอ่านเพื่อทำความเข้าใจ นอกจากนี้ การอ่านหนังสือมีคุณประโยชน์กับสมองในด้านต่างๆ ดังนี้ – การกระตุ้นทางจิตใจ (Mental Stimulation) งานวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าการกระตุ้นจิตใจช่วยลดภาวะความจำและสมองเสื่อมได้มากขึ้น ซึ่งสามารถทำได้โดยการใช้งานสมองอย่างต่อเนื่องโดยการต่อจิกซอว์ เล่นเกมปริศนา […]