เรือนนาฬิกาเพื่อการฟื้นฟู ‘ฮันกัง’ แม่น้ำสายสำคัญของเกาหลีใต้ - Oris Hangang Limited Edition -

เรือนนาฬิกาเพื่อการฟื้นฟู ‘ฮันกัง’ แม่น้ำสายสำคัญของเกาหลีใต้ – Oris Hangang Limited Edition

เรื่องราวของการผลิตนาฬิกาที่มีส่วนช่วยฟื้นฟูแม่น้ำ ฮันกัง แหล่งน้ำที่เป็นขุมทรัพย์ธรรมชาติอันล้ำค่า และสร้างความตระหนักรู้ในคุณค่าของทรัพยากรน้ำ ที่มีความสำคัญยิ่งต่อชีวิตมนุษย์

เป็นเวลานานนับร้อยปีที่มนุษย์ได้มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติเพื่อชีวิตที่สะดวกสบายของตัวเอง จนผลกระทบและความความเสียหายเริ่มปรากฏขึ้นเรื่อยมา

จนในช่วงทศวรรษที่ 1970 การเริ่มต้นเคลื่อนไหวเรื่องสิ่งแวดล้อมในสหรัฐอเมริกาที่เป็นต้นกำเนิดของการเฉลิมฉลองวันคุ้มครองโลก (Earth day) ได้สร้างแรงกระตุ้นอันยิ่งใหญ่ให้กับผู้คนและหลายภาคส่วน เริ่มมีผู้คนจำนวนมากขึ้นที่ตั้งคำถามว่า คนบนโลกจะมีส่วนช่วยกันปรับฟื้นคืนผลกระทบความเสียหายที่มนุษยชาติมีต่อสิ่งแวดล้อมในช่วง 50 ปีที่ผ่านมาได้อย่างไร

คำถามนี้ได้กลายมาเป็นพันธกิจของโอริส แบรนด์ผู้ผลิตนาฬิกาที่มีชื่อเสียงในระดับโลกที่ต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีขึ้น ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนโครงการที่ช่วยในการรักษาความสะอาด ปกป้อง และฟื้นฟูแหล่งน้ำของโลก โดยน้ำเป็นทรัพยากรแห่งชีวิตที่กำหนดอนาคตของมวลมนุษย์ โดยโอริสมีเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลกร่วมกับองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร ที่ทำงานอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อยเพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง รวมไปถึงการระดมทุนและเพิ่มการตระหนักรู้ในประเด็นปัญหาต่างๆ ซึ่งชี้ให้เห็นถึงภัยคุกคามที่แท้จริงต่อแหล่งน้ำของโลก

ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมต่างทำงานกันอย่างแข็งขันเพื่อหาหนทางฟื้นฟูธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุดแข่งกับเวลา เนื่องจากนับวัน สิ่งแวดล้อมในโลกของเราเริ่มถูกทำลายไปในทุกขณะ องค์กรเหล่านี้กระจายตัวอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก หนึ่งในนั้นคือ องค์กร Seoul KFEM ที่เป็นส่วนหนึ่งของสมาพันธ์เกาหลีเพื่อการเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม (Korean Federation for Environmental Movements) ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกำไร ที่ดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้

บทบาทส่วนหนึ่งขององค์กร Seoul KFEM คือการสร้างสรรค์โครงการรณรงค์ที่เชื่อมโยงกับชุมชน เพื่อให้คนในพื้นที่ได้ทำงานร่วมกัน ทั้งยังดำเนินโครงการที่เกี่ยวกับการศึกษาโดยทำงานร่วมกับเยาวชนคนรุ่นใหม่ ทั้งการปลูกป่า และการหาวิธีเพื่อสื่อสารถึงประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อม โดย Seoul KFEM เป็นหน่วยงานที่ไม่ได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐ แต่ต้องพึ่งพาเงินบริจาคและโครงการที่ทำร่วมกับพันธมิตร ดังเช่นโครงการ การทำความสะอาดและปกป้องแม่น้ำฮันกัง แม่น้ำสายสำคัญที่ยาวที่สุดเป็นอันดับสองของเกาหลีที่ไหลผ่านเมืองหลวงของเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรน้ำที่สำคัญสำหรับประชากร 10 ล้านคนที่อยู่อาศัยอยู่รายรอบ นอกจากนี้ แม่น้ำฮันกังยังเป็นขุมทรัพย์ทางธรรมชาติที่ล้ำค่า และเป็นบ้านของพืชพรรณและสัตว์ต่างๆ มานาน ทว่าการละเลยการดูแลมาตลอดหลายปีทำให้คุณภาพของน้ำลดต่ำลงจนน่าเป็นห่วง ดังนั้น แม่น้ำสายนี้ต้องได้รับการทำความสะอาดและได้รับการปกป้องโดยเร่งด่วน ทาง Seoul KFEM จึงได้สร้างโครงการ การทำความสะอาดและปกป้องแม่น้ำฮันกังขึ้น

และเมื่อพิจารณาถึงความสำคัญของโครงการดังกล่าว ที่สอดคล้องกับพันธกิจของโอริสในการรักษาแหล่งน้ำของโลก โอริสจึงได้ร่วมสนับสนุนโครงการนี้ ผ่านทางประดิษฐกรรมเรือนเวลารุ่น Oris Hangang Limited Edition อันเป็นนาฬิกาที่ผลิตขึ้นจำนวนจำกัด 2,000 เรือน นาฬิการุ่นนี้ถือเป็นโปรเจกต์ลำดับที่สามของโอริสในการอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำจืด โดยโปรเจกต์แรกคือนาฬิกา Source of Life Limited Edition ที่มีจุดประสงค์ในการอนุรักษ์แม่น้ำไรน์ โปรเจกต์ที่สอง คือนาฬิกา Lake Baikal Limited Edition ที่มีจุดประสงค์ในการอนุรักษ์ทะเลสาบไบคาล โดยรายได้จากการจำหน่าย Oris Hangang Limited Edition นี้จะช่วยเป็นทุนในการสนับสนุนโครงการทำความสะอาดแม่น้ำฮันกัง

 

นาฬิการุ่นนี้ประกอบขึ้นบนฐานตัวเรือนไดฟ์เวอร์ ตลอดจนฟังก์ชั่น และการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงของรุ่น Aquis ตัวเรือนสเตนเลสสตีล ขนาด 43.5 มิลลิเมตร พร้อมวงแหวนขอบหน้าปัดแบบหมุนได้ทิศทางเดียวเพื่อปรับตั้งบันทึกเวลาการประดาน้ำอย่างปลอดภัย โดยสีเขียวเข้มของทั้งขอบหน้าปัดเซรามิคและหน้าปัด ได้รับแรงบันดาลใจจากสีของน้ำในแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำฮันกัง กันน้ำได้ถึง 300 เมตร ทำงานด้วยระบบกลไกจักรกลอัตโนมัติ พร้อมหน้าปัดย่อยสำหรับเข็มวินาที และแสดงวันที่แบบหมุนรอบในแนววงกลมด้วยแถบสีขาว ฝาหลังตกแต่งด้วยรูปสลักแผนที่เส้นทางของแม่น้ำฮันกังที่ไหลผ่านประเทศเกาหลี และสลักหมายเลขแสดงจำนวนจำกัดประจำตัวเรือน

นอกจากนี้ โอริสยังได้สนับสนุนการจัดงานวันทำความสะอาดแม่น้ำฮันกังที่องค์กร Seoul KFEM จะกำหนดขึ้นภายหลังในปีนี้ โดยในระหว่างนี้ อาสาสมัครท้องถิ่นหลายร้อยคนจะทำการเก็บขยะ พลาสติก และสิ่งปฏิกูลอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดมลพิษตลอดแนวแม่น้ำ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยสร้างการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของน้ำสะอาดในกรุงโซล

Yun Hwan Cho แห่งองค์กร Seoul KFEM อธิบายถึงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเบื้องหลังโครงการทำความสะอาดแม่น้ำฮันกังว่า “ในขณะนี้ยังไม่ค่อยมีงานกิจกรรมทำความสะอาดที่ประชาชนทั่วไปสามารถมีส่วนร่วมได้ และการตระหนักรู้ถึงปัญหามลพิษในแม่น้ำนั้นยังอยู่ในระดับที่ต่ำ”

“เรารู้สึกตื่นเต้นในความร่วมมือครั้งนี้เพราะมีผู้คนมากมายรู้จักโอริส ซึ่งโอริสจะช่วยเราสื่อสารข้อความไปถึงชาวเกาหลีในกรุงโซล รวมถึงพื้นที่ที่ห่างไกลออกไปเพื่อให้ทราบและเข้าใจ ในระยะยาวผมเชื่อมั่นว่ามันจะเป็นพลังขับเคลื่อน ที่จะช่วยให้เราไปถึงอนาคตของสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นของแม่น้ำฮันกัง และกรุงโซล รวมไปถึงประชากรของเมืองนี้”

“ในทุกๆปีที่ผ่านพ้นไป เราแผ่ขยายความปรารถนาที่แรงกล้าในพันธกิจของเรา” Rolf Studer เจ้าหน้าที่ร่วมบริหารระดับสูงของโอริส กล่าวและเสริมว่า “การอนุรักษ์แหล่งน้ำของโลกนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง มันมีความเป็นไปได้ถ้าหากเราช่วยกัน นั่นคือข้อความที่สำคัญ และซ่อนอยู่เบื้องหลังนาฬิการุ่น Oris Hangang Limited Edition และทุกรุ่นที่เราได้รังสรรค์ขึ้นร่วมกับพันธมิตรของเรา”

สำหรับผู้ที่สนใจนาฬิกาที่มีส่วนช่วยเหลือในการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพแหล่งน้ำเรือนนี้ สามารถสัมผัสนาฬิกาเรือนจริงได้ที่งาน Central International Watch Fair 2020 ตั้งแต่วันนี้ – 14 กันยายน 2563 และ เคาน์เตอร์นาฬิกาโอริส ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรคาเดโร ไทม์ โทร. 02-163-0555

เรื่องแนะนำ

บิ๊ก ทองภูมิ ร่วมแชร์ประโยชน์ของการอ่านกับน้องๆ โรงเรียนนาเกษมเจริญวิทยา

บิ๊ก ทองภูมิ สร้างความสุขและส่งต่อความรู้ให้กับน้องๆ บิ๊ก ทองภูมิ สิริพิพัฒน์ ดารานักนัแสดงมากความสามารถ นอกจากจะฝากผลงานที่มีชื่อเสียงไว้ในบทบาทพระเอกแล้ว บิ๊กยังชอบอ่านหนังสืออีกด้วย วันนี้เขาจะมาแชร์ประสบการณ์และเคล็ดลับการอ่านหนังสือฉบับเด็กวิศวะให้กับน้องๆ โรงเรียนนาเกษมเจริญวิทยา อำเภอศรีอุดม จัหงวัดอุบลราชธานี ในโครงการ The Happy Read ส่งความรู้สร้างความสุข โครงการดีๆ จากทางบริษัท อมรินทร์ พริ้นติ้งแอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด มหาชน ร่วมมือกับบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เมื่อบิ๊ก ทองภูมิ เดินทางมาถึงโรงเรียนนาเกษมเจริญวิทยา ก็ทักทายพูดคุยกับน้องๆ แบบพี่น้องเล่าสู่กันฟังตามไอเดียของหนุ่มบิ๊กที่อยากให้แลกเปลี่ยนความคิดกันจากรุ่นสู่รุ่นในแบบที่เป็นกันเอง จะได้เข้าใจและเข้าถึงกัน เริ่มจากการแชร์ประสบการณ์ในการอ่านหนังสือของหนุ่มบิ๊กเมื่อสมัยเด็ก ซึ่งหนุ่มบิ๊กเองเป็นคนที่ไม่สามารถจดจ่ออยู่กับการอ่านหนังสือเป็นเวลานานๆ ได้ มักจะใช้เวลาประมาณ 15 – 30 นาทีต่อการอ่านหนึ่งครั้ง นอกจากนั้นจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำกิจกรรมอื่นๆ มากกว่า และนี่ถือเป็นเทคนิคของหนุ่มบิ๊กในการอ่านหนังสือ เพราะถ้าจดจ่อมากเกินไปอาจจะทำให้สมองล้าได้ ยิ่งเป็นเด็กๆ แล้วยิ่งลำบาก เพราะฉะนั้นควรอ่านแต่พอดี และเล่นแต่พอดี ให้สมดุลกันจะช่วยให้เกิดผลดีต่อตัวเอง หลังจากที่แนะนำเคล็ดลับในการอ่านให้กับน้องๆ แล้ว บิ๊กยังได้เล่าถึงหนังสือเล่มแรกๆ […]

เราควรอ่านหนังสือนานเท่าไหร่ใน 1 วัน

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “ส่งความรู้สร้างความสุข” เป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ของความร่วมือระหว่าง บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐ คือกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เล็งเห็นความสำคัญของการอ่าน เพราะการอ่าน ถือเป็นรากฐานที่สำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะของเด็กและเยาวชน จากผลสำรวจการ อ่านหนังสือ ของประชากรไทย ในปี 2561 พบว่าคนไทยใช้เวลาในการอ่านเฉลี่ย 80 นาทีต่อวัน โดยประเภทของหนังสือที่อ่านมากที่สุดคือจากโซเชียลมีเดีย ร้อยละ 69.2 , หนังสือพิมพ์ ร้อยละ 60.5, ตํารา, หนังสือ, บทความที่ให้ความรู้ ร้อยละ 48.9, วารสารที่ออกเป็นประจํา ร้อยละ 40.3, หนังสือ, เอกสาร, บทความเกี่ยวกับคําสอนทางศาสนา ร้อยละ 38.1 และนิตยสาร ร้อยละ 31.1 ซึ่งจำนวนเวลาในการอ่านหนังสือต่อวันเพิ่มขึ้นจากการสำรวจเมื่อปี 2558 ซึ่งใช้เวลา 66 นาที/วัน จากสถิตินี้แสดงให้เห็นว่าคนไทยมีความนิยมในการอ่านหนังสือเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ […]

เปิดตัวหนังสือ ประชาธิปก พระบารมีปกเกล้า

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 125 ปี วันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 นิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย ได้มีโอกาสไปร่วมงาม เปิดตัวหนังสือ “ประชาธิปก พระบารมีปกเกล้า” ซึ่งรายละเอียดเนื้อหาเกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ไทย: พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ความน่าสนใจของหนังสือเล่มนี้คือ การรวบรวมข้อมูลและรูปภาพที่หาชมได้ยากในช่วงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดในรัชสมัยของพระองค์ ตั้งแต่พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ พระราชจริยวัตร พระราชนยิมของพระองค์ รวมถึงพระปรีชาสามารถในการปกครองประเทศ ให้รอดพ้นวิกฤตต่างๆ และยังได้ชมสภาพบ้านเมือง ภาพเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ที่หาชมได้ยาก ในหนังสือเล่มนี้ด้วย ในโอกาสการจัดพิมพ์หนังสือทรงคุณค่าเล่มนี้ ทางคณะผู้จัดทำได้รับเกียรติจากคุณสรวิช ภิรมย์ภักดี กรรมการ บริษัทพิพิทธภัณฑ์สิงห์ จำกัด เป็นผู้ให้ข้อมูลทั้งในส่วนของรายละเอียดเนื้อหาภายในเล่ม และภาพประกอบที่คุณสรวิชเก็บสะสมไว้เป็นการส่วนตัว เพื่อให้ประชาชนชาวไทยซึมซับ ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ที่ทรงสร้างคุณงามความดีต่อประเทศไทย “ภายในหนังสือเล่มนี้ ท่านผู้อ่านจะได้ชมภาพประกอบที่หลากหลาย คนที่ชอบดูภาพก็สามารถเปิดหนังสือไปได้เรื่อยๆ คล้ายกับกำลังดูอัลบัมรวบรวมรูปภาพ” คุณสรวิชเล่าให้เราฟังและเสริมว่า “หากอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมก็สามารถอ่านข้อความได้ง่ายๆ เป็นหนังสืออ่านง่ายสบายตา” คุณสรวิชเล่าว่า […]