100 ปี แห่งความเจริญบนสายนํ้า กลุ่มบริษัทสุภัทรา

100 ปี แห่งความเจริญบนสายนํ้า กลุ่มบริษัทสุภัทรา

เรือด่วนเจ้าพระยาที่ท่านํ้านนทบุรีในช่วงเช้า อันเป็นช่วงที่มีผู้โดยสารใช้บริการอย่างหนาแน่นเพื่อเดินทางเข้าใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร


จากกิจการเรือแจวข้ามแม่นํ้าเจ้าพระยา ในวันนี้กลุ่มบริษัทสุภัทราได้แตกแขนงกิจการบนสายนํ้าไปมากมาย และพร้อมก้าวต่อไปในโอกาสครบรอบ 100 ปี

ท่านํ้านนทบุรี เวลา 07:00 น. พ.ศ. 2563

ด้านหลังคือหอนาฬิกาอันเป็นสัญลักษณ์เด่น ส่วนภาพตรงหน้าคือฉากชีวิตที่ดำเนินไปในทุกเช้าของวันธรรมดา ผู้คนหลายวัย หลากอาชีพ ต่างกุลีกุจอเร่งฝีเท้าเข้าไปในท่าเรือขนาดใหญ่เพื่อใช้บริการเรือโดยสาร ‘เรือด่วนเจ้าพระยา’ อันเป็นการเดินทางที่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของพวกเขา

เมื่อเรือเทียบท่า ช่างเครื่องส่งสัญญาณนกหวีดประสานกับนายท้ายหรือคนขับเรือ พร้อมแกว่งเชือกเส้นเขื่องสีนํ้าตาลผูกมัดกับพุกโป๊ะจนแนบสนิท ก็ถึงเวลาของเหล่าพนักงานที่จะนำพาผู้โดยสารนับร้อยลงเรือ ทั้งเรือด่วน และเรือข้ามฟากใจกลางเมือง รวมทั้งพนักงานที่อำนวยความสะดวกเหล่านี้ ต่างเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท สุภัทรา จำกัด และบริษัทในเครือ ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากเรือแจวเล็กๆเพียงไม่กี่ลำ จนกลายเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่ขยายกิจการไปมากกว่าการเดินเรือโดยสาร

เรือด่วนเจ้าพระยา, สะพานพระรามแปด, ท่าเรือเทเวศร์
เรือด่วนเจ้าพระยาแล่นผ่านสะพานพระรามแปด บริเวณใกล้กับท่านํ้าเทเวศร์

เมื่อ 100 ปีก่อน หรือใน พ.ศ. 2463 คุณหญิงบุญปั่น สิงหลกะ อดีตนางกำนัลของพระราชชายาเจ้าดารารัศมีแห่งนครเชียงใหม่ เล็งเห็นว่ามีข้าหลวง ขุนนางประชาชน บรรดาพ่อค้าแม่ขายที่ต้องเดินทางข้ามฟากแม่เจ้าพระยาจำนวนมาก จึงร่วมมือกับหุ้นส่วนชื่อนางเผือก เปิดกิจการเรือแจวข้ามฟากที่ท่าพรานนกและที่ท่าวัดมหาธาตุเริ่มบทบาทนักธุรกิจหญิงซึ่งถือว่าเป็นความก้าวหน้าอย่างยิ่งในยุคนั้น

ใน พ.ศ. 2475 คุณหญิงสุภัทรา สิงหลกะ ผู้เป็นบุตรสาวคนสุดท้องของคุณหญิงบุญปั่น เข้ามาช่วยสานต่อธุรกิจของมารดา โดยคุณหญิงสุภัทราเป็นผู้ดูแลกิจการเรือข้ามฟากนี้ด้วยตัวคนเดียว ทั้งการบริหารธุรกิจและคุมการเดินเรือ จากนั้นได้มีการขยายกิจการครั้งสำคัญโดยการซื้อเรือยนต์ข้ามฟากลำแรกชื่อว่า เรือ สภ.1 แล้วค่อยๆ ซื้อเรือยนต์เพิ่มเติมตามความพร้อม จากนั้นได้จดทะเบียนเป็น บริษัท สุภัทรา จำกัด เมื่อ พ.ศ.2506 และได้มีการขยายกิจการเดินเรือด่วนส่งผู้โดยสารดังที่เป็นอยู่ โดยในปัจจุบันบริษัทมีเรือประจำทาง ทั้งเรือด่วนและเรือข้ามฟากรวมกว่า 96 ลำ พร้อมพนักงานเรือที่เกี่ยวข้องนับหลายร้อยชีวิต

เรือด่วนเจ้าพระยา, เรือด่วนปรับอากาศ, ท่าน้ำนนท์
เรือด่วนปรับอากาศ 2 ชั้น (Riva Express) เป็นเรือโดยสารประเภทใหม่ล่าสุดที่เริ่มให้บริการเมื่อเดือนกรกฎาคม 2563

อรุณ ศิริภิรมย์ ผู้ยึดอาชีพนายท้ายหรือคนขับเรือของบริษัทเรือด่วนเจ้าพระยามากว่า 20 ปี เล่าถึงหน้าที่ของเขาว่า “เรือขับยากกว่าขับรถ เพราะต้องดูทั้งกระแสนํ้ากระแสลม บางทีกระแสนํ้าเชี่ยว หรือมีเรือสินค้าบ้าง เราก็ต้องระวังไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ มองซ้าย-ขวา พอจะจอดท่าก็ต้องมองท้ายเรือให้ตรงกับท่าพอดี” เขากล่าวเสริมว่าเขายึดอาชีพนี้มายาวนานเนื่องจากใจรัก และมีความสุขที่ได้อยู่กับเรือ

ณ ท่าเรือข้ามฟากระหว่างท่ามหาราช-วังหลัง ขจร บุตรอินทร์ หัวหน้ากองเดินเรือ กล่าวถึงอนาคตของกิจการเรือข้ามฟากอันเก่าแก่ ขจรเล่าว่า แม้เรือข้ามฟากจะมีกำไรน้อยเมื่อเทียบกับกิจการอื่น “แต่เจ้านายบอกว่าเรือข้ามฟากมีเป็นร้อยปี หยุดไปไม่ได้ จำเป็นต้องบริการประชาชนตราบเท่าที่เราจะทำได้” ซึ่งอาจกล่าวได้ว่ากิจการเรือข้ามฟากเปรียบเสมือนอัตลักษณ์สำคัญของบริษัทสุภัทรา

ในปัจจุบัน กิจการของกลุ่มบริษัทสุภัทรามีอยู่มากมาย ธุรกิจเรือข้ามฟากและเรือเช่าเหมาลำ, เรือด่วนเจ้าพระยา, เรือท่องเที่ยวเจ้าพระยา (Chao Phraya Tourist Boat) Hop On Hop Off, รวมไปถึงบริษัทโฆษณา กิจการด้านอสังหาริมทรัพย์ ท่ามหาราช ท่าวังหลัง โรงแรม 2 แห่ง ได้แก่ Riva Surya และ Riva Arun รวมไปถึงกิจการที่หัวหินอย่างสุภัทรา หัวหินรีสอร์ท และร้านอาหารสุภัทรา ริมทะเล

คุณสุภาพรรณ พิชัยรณรงค์สงคราม ประธานกรรมการ บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด และกลุ่มบริษัท สุภัทรา จำกัด

เบื้องหลังความสำเร็จเหล่านี้มาจากผู้บริหารซึ่งล้วนเป็นผู้หญิงในตระกูลที่ส่งต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น และทายาทกิจการรุ่นที่สามอย่าง คุณสุภาพรรณ พิชัยรณรงค์สงคราม ได้เล่าย้อนถึงแนวคิดการบริหารกิจการซึ่งได้รับมาในวัย 26 ปี จากคุณหญิงสุภัทรา สิงหลกะ ผู้เป็นมารดาว่าท่านเป็นคนขยันและฉลาด ทำงานไม่มีวันหยุด จึงอยากเป็นคนเก่งเช่นเดียวกับคุณหญิง คุณสุภาพรรณกล่าวว่า “คุณแม่บอกเสมอว่าเวลาทำงานอย่าไปเอาเปรียบคนอื่น แต่ก็อย่าให้คนอื่นมาเอาเปรียบเรา เราต้องซื่อสัตย์ต่อตนเอง ต่อพนักงาน และประชาชนที่มาใช้บริการ”

อาคารสำนักงาน บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ใกล้กับท่านํ้านนทบุรี

ครั้นเมื่อต้องสร้างความสำเร็จในยุคของตัวเอง คุณสุภาพรรณก็มีแนวคิดว่า “เราต้องเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ ในบริการที่ให้กับประชาชน ต้องเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ดี  เชื่อในธุรกิจ เชื่อในตัวเอง และทีมงานของเรา และต้องมีวิสัยทัศน์ เพราะมันจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา” แนวคิดเช่นนี้ที่ทำให้คุณสุภาพรรณบริหารบริษัทผ่านอุปสรรคและความท้าทายอย่างมากมาย ทั้งวิกฤตินํ้ามันแพง ปัญหาคู่แข่งเดินเรือในอดีต รวมไปถึงการขยายกิจการไปในด้านเรือท่องเที่ยว ร้านอาหาร อสังหาริมทรัพย์ และโรงแรม

ในยุคที่กลุ่มบริษัทสุภัทรา ครบรอบ 100 ปี กิจการก็ได้มาอยู่ในมือทายาทรุ่นที่สี่อย่าง ณัฐปรี พิชัยรณรงค์สงคราม และ ฟาน ศรีไตรรัตน์ ซึ่งทั้งสองคนได้รับโจทย์ในการพัฒนากิจการด้านอสังหาริมทรัพย์และกิจการอื่นๆ โดยคุณฟานได้กล่าวถึงหน้าที่ของตนว่า จะต้องมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ  โดยต่อยอดสิ่งที่มีอยู่เดิมให้ขยายผลและเติบโตไปได้เรื่อยๆ และในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ เขามองว่า “ในยุคปัจจุบันเราให้ความสำคัญกับการตลาด และการบริการอย่างรวดเร็ว” และพูดถึงแนวคิดการหลอมรวมกิจการในเครือว่า เนื่องจากบริษัทมีประวัติด้านการบริการมาอย่างยาวนาน จึงจะใช้จุดแข็งนี้นำเสนอภายใต้แก่นของความเป็นไทย

คุณณัฐปรี พิชัยรณรงค์สงคราม กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุภัทรา เรียลเอสเตท จำกัด
ท่าวังหลัง หนึ่งในกิจการอสังริมทรัพย์ริมแม่นํ้าเจ้าพระยาของกลุ่มบริษัท สุภัทรา จำกัด

ในส่วนของคุณณัฐปรี นอกจากดูแลในส่วนของอสังหาริมทรัพย์ ก็เพิ่งได้รับหน้าที่การดูแลกิจการเรือโดยสารอันเป็นกิจการหลักของสุภัทรา โดยเธอมองถึงการพัฒนาการเดินเรือ ที่มีทั้งการจัดหาเรืออะลูมิเนียม พัฒนาระบบตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ พัฒนาท่าเรือที่สามารถรองรับได้ทั้งเรือโดยสาร เรือข้ามฟาก เรือเช่าเหมาลำ เรือท่องเที่ยว เรือโรงแรม และยังมีความเชื่อมั่นว่าธุรกิจทั้งหมดในเครือยังสามารถเติบโตได้ในอนาคต

“ถ้านึกถึงกรุงเทพฯ นึกถึงแม่นํ้าเจ้าพระยา ก็จะเห็นเรือของกลุ่มบริษัทสุภัทรา ที่วิ่งให้บริการประชาชนมาตลอด เป็นการบริการที่อยู่คู่กับสายนํ้า และเราก็ตั้งใจว่าตราบเท่าที่เรายังทำได้ ก็จะอยู่คู่คนไทยและสายนํ้าต่อไป” ณัฐปรีกล่าวทิ้งท้าย

(ชมวิดีโอ 100 ปี กลุ่มบริษัทสุภัทรา 100 ปีบนความเจริญแห่งสายน้ำ ได้ที่นี่)

เรื่องแนะนำ

Blancpain และ PADI ร่วมมือกันเพื่อช่วยปกป้อง 30% ของท้องมหาสมุทรภายในปี 2030

Blancpain (บลองแปง) แบรนด์นาฬิกาสุดหรูจากประเทศ สวิตเซอร์แลนด์ และ PADI® (Professional Association of Diving Instructors) หรือสมาคมวิชาชีพครูสอนดำน้ำที่มีเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ร่วมมือกันเพื่อบรรลุเป้าหมายในการขยายพื้นที่คุ้มครองทางทะเล (marine protected areas – MPAs) ในช่วงทศวรรษข้างหน้า ทั้งสององค์กรได้เปิดตัวความร่วมมือระหว่างกันในงาน World Ocean Summit ประจำปีที่ 9 ซึ่งถือเป็นอีเวนต์เรือธงของ Economist Impact’s World Ocean Initiative ที่มีผู้นำทางความคิดจากทั้งแวดวงธุรกิจ วิทยาศาสตร์ ภาครัฐ และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรชั้นนำระดับโลกเข้าร่วม เพื่อร่วมกันคิดแก้ไขปัญหาที่โลกกำลังเผชิญ “Blancpain และ PADI ต่างก็มีประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับการสำรวจ และอนุรักษ์ท้องทะเลมาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้ทั้งสององค์กรกลายเป็นดั่งผู้นำที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบนโลก” กล่าวโดย Drew Richardson ประธาน และ CEO ของ PADI Worldwide “การปกปักษ์ท้องทะเลไม่ได้เป็นแค่เพียงแก่นหลักของเราเท่านั้น แต่เป็นเรื่องชี้เป็นชี้ตายในการดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์ ทุกคนบนโลกต้องร่วมกันหยุดยั้งวิกฤตอันเร่งด่วนที่เกิดขึ้นกับมหาสมุทร และเรามีโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง […]

ออกไปผจญภัยกับเทคโนโลยีอินฟิคูลจาก Wrangler

ในยามที่เราอยากหลีกหนีความจำเจ การออกไปใช้ชีวิตที่ต่างออกไป ทำให้เราพบเจอประสบการณ์แปลกใหม่ได้เสมอ ฉันนั่งอยู่ในอาคารผู้โดยสารภายในสนามบิน ที่แสงแดดยามเช้าสาดทะลุกระจกเข้ามาจนฉันต้องหยิบแว่นขึ้นมาบังสายตา วันนี้ ฉันกำลังจะเดินทางไปจังหวัดภูเก็ตพร้อมเพื่อนร่วมทางหน้าใหม่ที่ฉันไม่รู้จักเลยสักคน เครื่องบินนำเรามาถึงปลายทางในช่วงสายของวัน จังหวัดภูเก็ตในความทรงจำของฉันเลือนราง แม้เคยเดินทางมาแล้วเมื่องครั้งเยาว์วัย แต่ตอนนั้น ความสนุกแบบเด็กๆ ทำให้เก็บความทรงจำได้ไม่มากนัก ครั้งนี้ ฉันได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรที่ดีให้เดินทางมากับ Wrangler True Wanderers ซึ่งเป็น 10 ผู้เข้ารอบสุดท้ายในโครงการประกวดภาพถ่ายที่จัดขึ้นโดย Wrangler เพื่อประชาสัมพันธ์และนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่มีทั้งความสวยงามของธรรมชาติและวัฒนธรรม ในการประกวดภาพถ่ายปีนี้ ทาง Wrangler ได้แบ่งหมวดหมู่ของการเรื่องราวออกเป็น 5 หัวข้อ ได้แก่ True View, True Foodie, True Culture True Friendและ True Denim ให้เป็นโจทย์สำหรับช่างภาพที่ต้องส่งภาพสำหรับหาผู้ชนะเลิศ และยังเป็นโอกาสที่ดีที่พวกเราได้รับเทคนิคดีๆ เรื่องการถ่ายภาพจาก Travel blogger ชื่อดังของเมืองไทย ที่มาจัดเวิร์กช็อปให้กับผู้เข้ารอบได้เรียนรู้และสอบถามเกี่ยวกับเทคนิคการถ่ายภาพ True Foodie ตลอดการเดินทางทั้งสามวันในจังหวัดภูเก็ต ฉันได้ลิ้มลองอาหารพื้นเมืองหลากหลายเมนู อาหารเป็นสิ่งหนึ่งที่แสดงออกถึงวัฒนธรรมของคนท้องถิ่น การปรุงอาหารแต่ละจานล้วนมีเรื่องราวซ่อนอยู่เบื้องหลังและมีประวัติศาสตร์มาพร้อมๆ กับภูมิสังคมที่แตกต่างกัน […]

โครงการประมูลกล้องถ่ายภาพชุดพิเศษ Leica รุ่น M 10-P Limited Edition เฉลิมพระเกียรติ

กล้องถ่ายภาพ Leica เอกลักษณ์แห่งความประณีตดุจงานศิลปะ สู่รุ่นพิเศษเป็นที่ระลึกในโอกาสครั้งประวัติศาสตร์ระดับโลก และพระราชพิธีบรมราชาภิเษกก็เช่นกัน ศาสตราจารย์กิตติคุณศักดา ศิริพันธุ์ (ราชบัณฑิต) ผู้ประพันธ์หนังสือ ‘กษัตริย์กับกล้อง’ เขียนข้อความไว้ในคำนำ สรุปใจความว่า “ข้าพเจ้าได้ตั้งชื่อหนังสือนี้ว่า ‘กษัตริย์กับกล้อง’ เพราะว่าพระมหากษัตริย์ไทยทรงสนพระราชหฤทัยเรื่องการฉายภาพเป็นอย่างมาก และเพื่อเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรีที่ทรงวางรากฐาน สนพระราชหฤทัย ทรงพัฒนา ทรงอนุรักษ์ และทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อวงการถ่ายภาพมาอย่างต่อเนื่องตลอดมาเป็นระยะเวลายาวนานถึง 147 ปีแล้ว” ข้อความนี้เป็นแรงบันดาลใจอันเป็นที่มาของโครงการประมูลกล้องถ่ายภาพชุดพิเศษ Leica รุ่น M 10-P Limited Edition เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 โดยกล้องถ่ายภาพ Leica นับเป็นกล้องถ่ายภาพจากเยอรมนีที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 100 ปี รวมทั้งในโอกาสสำคัญของนานาอารยประเทศ มักจะจัดทำกล้องถ่ายภาพ Leica รุ่นพิเศษเป็นที่ระลึกในจำนวนจำกัด เพื่อจารึกเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า ในวโรกาสนี้ กล้อง Leica M 10-P รุ่นบรมราชาภิเษก จัดทำขึ้นทั้งหมด 2 แบบ ได้แก่ ชุดสองเลนส์ ประกอบด้วยกล้องดิจิทัล Leica […]

วว./พันธมิตร คว้า 2 รางวัล WAITRO Innovation Award 2021

วว./พันธมิตร คว้า 2 รางวัล WAITRO  Innovation  Award 2021 เวทีส่งเสริมความร่วมมือภาคอุตสาหกรรมและองค์กรวิจัยพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี  กระทรวงการอุดมศึกษา  วิทยาศาสตร์  วิจัยและนวัตกรรม  (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)  และพันธมิตรได้รับ  2  รางวัล  WAITRO  Innovation  Award  2021  เวทีประกวดไอเดียนวัตกรรม ภายใต้ธีม  Food Security and Sustainable   Agriculture  ได้รับเงินรางวัลจำนวน   25,000  USD ต่อ 1 โครงการ  เพื่อนำไปสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม จัดการประกวดโดย WAITRO  (The   World   Association  of  Industrial  and  Technological  Research  Organizations) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่ไม่แสวงหากำไร  โดยได้รับการสนับสนุนการก่อตั้งจาก  UNDP, UNESCO, UNIDO และ  ECOSOC […]