จิสด้าร่วมมือกับ อสมท. นำเสนอข้อมูลเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

จิสด้าลงนามความร่วมมือกับ อสมท.

GISTDA จับมือ อสมท
แลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อยกระดับการรับรู้ข่าวสารแก่สาธารณะ

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2563 ได้มีพิธีลงนามข้อตกลง “ว่าด้วยความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อยกระดับการรับรู้ข่าวสารแก่สาธารณะ” ระหว่าง สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (GISTDA) และ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) โดยมุ่งเน้นแลกเปลี่ยนข้อมูลวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศของประเทศไทยเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสาธารณะ

ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวว่า “GISTDA เป็นหน่วยงานของรัฐในรูปแบบองค์การมหาชน ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม มุ่งเน้นการบริหารและดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อการพัฒนาและให้บริการข้อมูล ที่ได้จากเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศให้เป็นความรู้ที่ไร้พรมแดนและเกิดประโยชน์แก่สังคมโดยรวม รวมทั้งให้การสนับสนุน ส่งเสริม ผลักดันกับทุกภาคส่วนได้ใช้ประโยชน์จากบุคลากร องค์ความรู้ และเทคโนโลยีทางด้านอวกาศและภูมิสารสนเทศได้อย่างถูกต้อง และเป็นมาตรฐานเพื่อนำไปสู่การพัฒนาและแก้ไขปัญหาของประเทศในทุกมิติ”

ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวอีกว่า ณ วันนี้ GISTDA ตระหนักถึงความสำคัญของกระบวนการได้มาซึ่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ ตั้งแต่การวางแผนถ่ายภาพ การรับสัญญาณ การวิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูล เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นมาตรฐาน สามารถนำไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ได้ตามภารกิจต่างๆ ที่สำคัญของประเทศ

เราใช้ข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียมสนับสนุนการวางแผนจัดการและรักษาทรัพยากรเรื่องดิน น้ำ ลม ฟ้า อากาศเพื่อพัฒนาเกษตรกรรมยุคใหม่ เราใช้ข้อมูลเหล่านี้เป็นเครื่องมือแห่งความเท่าเทียมเพื่อจัดสรรพื้นที่ทำกินอย่างเป็นธรรม วางแผนสาธารณูปโภค กระจายความมั่งคั่งสู่คนไทยทุกๆ คน หรือแม้แต่ในวิกฤติที่เราเผชิญร่วมกันอย่าง อุทกภัยใหญ่ปี 2554 หรือสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดอุบลราชธานีปี 2562 หรือแม้แต่ตอนนี้ที่น้ำกำลังท่วมในหลายจังหวัดทางภาคเหนือ GISTDA ก็ทำหน้าที่ในการวิเคราะห์ และติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานทุกคนให้มีข้อมูลจำเป็นที่พร้อมใช้งานในนาทีสำคัญของทุกชีวิต

ความร่วมมือในครั้งนี้ GISTDA จะนำเอาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ รวมถึงเครื่องมือที่มีอยู่ สนับสนุนให้กับ บมจ.อสมท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารทางเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศของประเทศไทยที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ในเชิงพัฒนาคอนเทนต์จากข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อองค์กรต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ที่จะส่งผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ อาทิ ภัยพิบัติ หรือ ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างแท้จริง ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าว

นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “อสมท ในฐานะองค์กรด้านสื่อสารมวลชนที่มีความเชี่ยวชาญในการนำเสนอข้อมูล ข่าวสารและสาระความรู้ผ่านสื่อโทรทัศน์ สื่อวิทยุ และสื่อออนไลน์ มุ่งพัฒนาและขับเคลื่อนองค์กรให้เป็น “Trusted Content & Platform” เมื่อเร็วๆนี้ ได้เปิดตัวสายงานธุรกิจดิจิทัลและแพลตฟอร์ม ภายใต้แนวคิด “The New Digital Journey” ซึ่งประกอบด้วย Digital Content Digital Entertainment, และ Digital Solutions ต่อยอดการดำเนินธุรกิจสื่อสารมวลชน มุ่งสู่ธุรกิจ Data and Information ที่มีรากฐานมาจากคอนเทนต์ที่มีความน่าเชื่อถือ”

นายเขมทัตต์ กล่าวเสริมว่า “อสมท ให้ความสำคัญกับการนำเสนอข่าวสารที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือให้แก่ประชาชน จากการเกิดกระแสข่าวปลอม หรือ Fake News อสมท ได้จัดตั้งศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในสังคมออนไลน์ เตือนภัยข่าวปลอม ส่งเสริมการรับข่าวสารอย่างรู้เท่าทันสื่อให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะการนำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับภัยพิบัติ สภาพพื้นที่ที่มีสภาวะอากาศแปรปรวน รวมถึงอุบัติเหตุทางการจราจรที่มีความเกี่ยวเนื่องกับการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน พบว่าบ่อยครั้งข้อมูลที่ถูกเผยแพร่และแชร์ออกไปมีทั้งข่าวจริงและข่าวลวงที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และก่อให้เกิดความเสียหายต่อสังคมและเศรษฐกิจ

ดังนั้น ความร่วมมือระหว่าง GISTDA และ อสมท ในครั้งนี้ จึงเป็นแนวทางใหม่ของการนำเสนอข้อมูลข่าวสารทางเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศที่จะช่วยให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญและองค์กรที่มีความน่าเชื่อถืออย่าง GISTDA เพื่อให้สามารถเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ผ่านสื่อของ อสมท

เรื่องแนะนำ

เป้ อารักษ์ ส่งต่อแรงบันดาลใจในการอ่านหนังสือให้กับน้องๆ โรงเรียนวัดเทพนิมิตร

ใครจะคิดว่าศิลปินมาดเซอร์อย่างหนุ่ม เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ ที่เก่งทั้งเรื่องแต่งเพลง ร้องเพลง รวมถึงเล่นเครื่องดนตรีได้อย่างหลากหลาย ก็มีมุมรักการอ่านจนถึงขั้นติดหนังสือกับเขาเหมือนกัน โดยเมื่อช่วงกลางเดือนสิงหาคมหนุ่มเป้ได้มาแชร์ประสบการณ์ดีๆ และส่งต่อแรงบันดาลใจในการอ่านหนังสือให้กับน้องๆ โรงเรียนวัดเทพนิมัตร จังหวัดภูเก็ต ในโครงการ The Happy Read ส่งความรู้สร้างความสุข โครงการดีๆ จากทางบริษัท อมรินทร์ พริ้นติ้งแอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด มหาชน และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ครั้งนี้สุดฯ ขอพาทุกคนล่องใต้ไปจังหวัดภูเก็ตกัน เพราะทางโครงการ The Happy Read มีกิจกรรมดีๆ ที่ช่วยส่งเสริมการอ่านให้กับน้องๆ นักเรียนโรงเรียนวัดเทพนิมิตรเพียบ เริ่มต้นความสนุกด้วยเสียงกีต้าร์ที่บรรเลงโดยศิลปินมากความสามารถอย่างหนุ่มเป้ อารักษ์ อีกทั้งยังได้ผู้ฟังเป็นน้องๆ นักเรียนที่น่ารักช่วยกันร้อง ช่วยกันปรบมือ เรียกว่าแฮปปี้ทั้งคนเล่นคนฟังเลยทีเดียว หลังจากที่ฟังเพลงกันพอหอมปากหอมคอแล้ว น้องๆ ก็เป็นฝ่ายพาหนุ่มเป้ไปเยี่ยมชมห้องสมุดของโรงเรียนเทพนิมิตรบ้าง เมื่อเดินมาถึงห้องสมุดน้องๆ ที่นั่งรออยู่ในห้องต่างพากันตื่นเต้น ขอเก็บภาพหนุ่มเป้เป็นที่ระลึกกันไปหลายช็อต จากนั้นก็เริ่มเข้าสู่ช่วงพูดคุยถึงแรงบันดาลใจในการอ่านหนังสือ ซึ่งใครจะไปรู้ว่าหนุ่มเป้ ที่ภายนอกดูเป็นหนุ่มเซอร์ นิสัยติสท์ จริงๆ […]

เยี่ยมบ้าน แกรนด์ไซโก้ เรือนเวลาอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น

Partner Content เยี่ยมบ้าน แกรนด์ไซโก้ เรือนเวลาอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น อะไรที่ทำให้นาฬิกาแบรนด์หนึ่งครองใจลูกค้าทั่วโลกมาอย่างยาวนาน? อะไรคือดีเอ็นเอหรือหัวใจของเรือนเวลา แกรนด์ไซโก้ (Grand Seiko)? นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของคำถามที่คณะสื่อมวลชนไทยได้ร่วมกันหาคำตอบ ด้วยการร่วมทริปเดินทางสู่บ้านของนาฬิกา แกรนด์ไซโก้ ที่ประเทศญี่ปุ่น “ความเที่ยงตรง (precision) ความงาม (aesthetics) ความชัดเจนหรือมองเห็นได้ง่าย (legibility) การสวมใส่ที่ให้ความรู้สึกเหนือคำบรรยาย และการเป็นเรือนเวลาอันเป็นที่รักอย่างยาวนานหรือคลาสสิก” คือคำบอกเล่าจากปากของ Mr. Kosugi นักออกแบบผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแกรนด์ไซโก้ นาฬิกาแกรนด์ไซโก้รุ่นแรกถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 1960 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นสุดยอดแห่งเรือนเวลา (“best of all watches”) ดังสะท้อนเห็นได้จากการเลือกสัญลักษณ์สิงโต ผู้เป็นราชันแห่งผืนป่า เป็นโลโก้ของแบรนด์ แม้แกรนด์ไซโก้จะเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ไซโก้ (ชาวญี่ปุ่นออกเสียง “เซโกะ” หรือ “เซโก้” ชื่อที่แปลว่า เที่ยงตรง) เรือนเวลาเก่าแก่อายุกว่าร้อยปีของญี่ปุ่น ทว่าในปัจจุบัน แกรนด์ไซโก้ได้วางตำแหน่งของตนเองและทำการตลาดในฐานะ luxury brand นาฬิกาชั้นนำอย่างเป็นเอกเทศ เพื่อให้คณะสื่อมวลชนไทยได้สัมผัสและเข้าถึงจิตวิญญาณของแกรนด์ไซโก้ ทีมงานแกรนด์ไซโก้ทั้งในประเทศไทยและญี่ปุ่นจึงเปิดโอกาสให้คณะได้ไปเยี่ยมชมสถานที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับประวัติความเป็นมาของไซโก้และแกรนด์ไซโก้ เช่น อาคาร Wako Department Store […]

Your Plastic Diet-WWF

ปัจจุบัน แม้ผู้คนจะตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่ในทางปฏิบัติ  วิถีชีวิตของเรายังคงสร้างขยะมากมายโดยเฉพาะขยะพลาสติก ในท้องทะเลและมหาสมุทรทั่วโลก ขยะพลาสติกปริมาณมหาศาลแตกตัวกลายเป็นไมโครพลาสติก (microplastic) ซึ่งสัตว์ทะเลสารพัดชนิด ตั้งแต่ขนาดเล็กจิ๋วไปจนถึงใหญ่โต กินเข้าไปแบบ #ไม่รู้ตัว ไมโครพลาสติกจึงเข้าสู่วงจรห่วงโซ่อาหาร  ซึ่งท้ายที่สุดจะย้อนกลับมาถึงมนุษย์ในฐานะผู้บริโภคที่รับไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกาย ว่ากันว่าในหนึ่งอาทิตย์เราอาจได้รับไมโครพลาสติกมากถึง 5 กรัม มาร่วมกันแก้ไขปัญหานี้ด้วยการ ลดการสร้างขยะและลดการใช้ถุงพลาสติกและพลาสติกทุกชนิด เพื่อตัวเราและโลกใบนี้ #กินอยู่ไม่รู้ตัว #yourplasticdiet #wwfThailand# #NoPlasticInNature

เครื่อง Germ Saber Robot สำหรับฆ่าเชื้อโรค

สวทช. – จุฬาฯ พัฒนาเครื่อง Germ Saber Robot ฆ่าเชื้อก่อโรคโควิด-19 ด้วยแสงยูวี ภายใน 30 นาที ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (NSD) หน่วยงานภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับสถาบันวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพและวิศวกรรมพันธุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาและทดสอบ นวัตกรรมหุ่นยนต์ฆ่าเชื้อโรคด้วยแสงยูวี หรือ “Germ Saber Robot” ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ทำหน้าที่ฆ่าเชื้อก่อโรคโควิด-19 ด้วยแสงยูวี (UV) สามารถเข้าถึงการฆ่าเชื้อโรคในพื้นที่เฉพาะและจุดเสี่ยงโรคต่างๆ ได้ดี เนื่องจากระหว่างการฆ่าเชื้อโรค พื้นที่เหล่านั้นจะต้องปลอดคน เพราะการใช้แสงยูวีแม้จะสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ดี แต่ต้องระมัดระวังหากนำไปใช้ไม่ถูกวิธีอาจเป็นอันตรายต่อมนุษย์ได้ ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (NSD) สวทช. เปิดเผยว่า หุ่นยนต์ฆ่าเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 ด้วยแสงยูวี หรือ “Germ Saber Robot” ที่พัฒนาขึ้นนี้ประกอบด้วยหลอดยูวี-ซี (UV-C ) ขนาดพลังงานรวม 300 วัตต์ พร้อมชุดควบคุมไฟ มีความพิเศษตรงที่สามารถบังคับให้ขับเคลื่อนไปยังจุดต่างๆ ผ่านอุปกรณ์ควบคุม “รีโมตคอนโทรล” เพื่อสั่งการให้หุ่นยนต์เดินหน้า […]