ความยั่งยืน – แนวทางการพัฒนาของมนุษยชาติเพื่ออนาคต - National Geographic Thailand

ความยั่งยืน – แนวทางการพัฒนาของมนุษยชาติเพื่ออนาคต

ความยั่งยืน คือแนวทางการพัฒนาที่มนุษยชาติยุคปัจจุบันต้องยึดถือ เพื่อรักษาโลกที่น่าอยู่เพื่อคนรุ่นหลัง และตลอดไป

ในยุคสมัยปัจจุบัน โลกอยู่ในภาวะที่เต็มไปด้วยมลพิษ ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาความไม่เท่าเทียมทางสังคม ธรรมชาติถูกทำลาย การขาดแคลนทรัพยากร และปัญหาที่สำคัญอย่างยิ่งคือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่พร้อมส่งผลถึงอนาคตของทุกคนบนโลกใบนี้ มนุษย์โลกต่างกังวลถึงโฉมหน้าของโลกในอนาคตที่อาจเป็นช่วงระส่ำระสาย อนาคตของคนรุ่นใหม่ที่อาจต้องอาศัยอยู่บนโลกที่ไม่น่าอภิรมย์

เพื่อหลีกเลี่ยงจากสภาวะดังกล่าว ความคิดเรื่อง “ความยั่งยืน” (Sustainability) กลายเป็นแนวทางใหม่ในการพัฒนาโลก โดยความหมายของความยั่งยืนคือการหาแนวทางตอบสนองความต้องการของมนุษย์เราพร้อมการนึกถึงอนาคตโลกและคนรุ่นหลัง ทั้งในแง่มุมของทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพยากรมนุษย์ และทรัพยากรทางสังคม เพื่อให้โลกยังคงมีความสามารถในการดำรงอยู่ได้ในอนาคต

องค์กรสหประชาชาติได้นำแนวคิดเรื่องความยั่งยืนของโลกมาเป็นข้อแนะนำการสร้างการพัฒนาของประเทศต่างๆ โดยเมื่อปี 2015 บรรดาผู้นำโลกได้รับรองข้อตกลงใน “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” (Sustainable Development Goals – SDGs) อันเป็นเป้าหมายในเรื่องของการพัฒนาในระดับนานาชาติให้เป็นทิศทางการพัฒนาของโลกนับตั้งแต่ปี 2015 – 2030 โดยเป้าหมายเหล่านี้เป็นการเรียกร้องในระดับโลกเพื่อเป็นมาตรการในการกำจัดความยากจน ปกป้องสิ่งแวดล้อมของโลก และเป็นหลักประกันว่าผู้คนบนโลกจะอยู่ในความสงบสุขและรุ่งเรือง

เป้าหมายการพัฒนาดังกล่าว มี 17 ประเด็น ดังต่อไปนี้

เป้าหมายที่ 1 ขจัดความยากจน

เป้าหมายที่ 2 การขจัดความหิวโหย

เป้าหมายที่ 3 การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

เป้าหมายที่ 4 การได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ

เป้าหมายที่ 5 ความเท่าเทียมทางเพศ

เป้าหมายที่ 6 การมีน้ำสะอาดและการมีสุขอนามัยที่ดี

เป้าหมายที่ 7 การมีพลังงานที่สะอาดและราคาถูก

เป้าหมายที่ 8 ส่งเสริมงานที่มีคุณค่าและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

เป้าหมายที่ 9 การส่งเสริมอุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน

เป้าหมายที่ 10 ลดความเลื่อมล้ำ

เป้าหมายที่ 11 การพัฒนาเมืองและชุมชนอย่างยั่งยืน

เป้าหมายที่ 12 มีการบริโภคและการผลิตอย่างยั่งยืน

เป้าหมายที่ 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เป้าหมายที่ 14 การอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน

เป้าหมายที่ 15 การอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางบก

เป้าหมายที่ 16 การสร้างสังคมสันติสุข การสร้างความยุติธรรมและสถาบันอันเป็นที่พึ่งของส่วนรวม

เป้าหมายที่ 17 การมีส่วนร่วมของประชาชนในเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน

ที่มาภาพจาก https://thailand.opendevelopmentmekong.net/th/topics/sustainable-development-goals/

โดยเป้าหมายเหล่านี้คือเป็นพันธกิจที่สำคัญทุกคนบนโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง องค์กรภาคธุรกิจเป็นผู้ใช้งานทรัพยากรประเภทต่างๆ บนโลกอย่างมากมายเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจมาอย่างยาวนาน และในตอนนี้ ภาคธุรกิจในองค์กรต่างๆ ได้มีการดำเนินนโยบายเพื่อความยั่งยืน เพื่อให้ธุรกิจของตนสามารถขับเคลื่อนได้ในระยะยาวพร้อมกับสังคมที่ยั่งยืนไปพร้อมกัน รวมไปถึงภาคธุรกิจใหญ่ในประเทศไทย ที่เตรียมพร้อมจัดงานนิทรรศการเพื่อแสดงศักยภาพในการนโยบายความยั่งยืน จากปัจจุบันสู่อนาคต ในงาน Thailand Sustainability Expo 2020 (TSX) ภายใต้แนวคิด “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability)

การจัดงานครั้งนี้นับเป็นปรากฏการณ์ความร่วมมือครั้งสำคัญ และยิ่งใหญ่ขององค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืนของประเทศไทยที่จะมาร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยการนำของ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (มหาชน) (TU), บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC) รวมถึงเครือข่าย TSCN (Thailand Supply Chain Network) หรือ เครือข่ายธุรกิจห่วงโซ่อุปทานแห่งประเทศไทย และองค์กรอื่น ๆ

การจัดงานในครั้งนี้ได้น้อมนำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “สืบสาน รักษา และต่อยอด” มาเป็นแนวทางในการจัดงานตามศาสตร์พระราชาและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมเปิดโอกาส และสร้างเครือข่ายสังคมของการมีส่วนร่วมสู่การนำไปปฏิบัติที่ใช้ได้ผลเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง โดยมีกำหนดจัดงานนี้ขึ้นระหว่างวันที่ 1-4 ตุลาคม 2563 นี้ ณ ห้างสรรพสินค้า สามย่านมิตรทาวน์ ชั้น G ชั้น 3 และ ชั้น 5

งานนี้จึงอาจเรียกว่าเป็นงานใหญ่แห่งปีที่เป็นการรวมตัวขององค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืนของประเทศไทยที่จะมาร่วมกันสร้าง “พลังร่วม” ในครั้งนี้ เพื่อบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนอย่างแท้จริง

ข้อมูลประชาสัมพันธ์จาก https://tsx.thailandsustainability.com
ติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook: https://www.facebook.com/tsxofficial/ หรือ http://tsx.thailandsustainability.com

เรื่องแนะนำ

งานสัมมนา “วิสาหกิจเพื่อสังคม : กลไกสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน”

บริษัท ซี เอ ซี จำกัด (C asean) ศูนย์กลางความเชื่อมโยงเครือข่ายการทำงานทุกภาคส่วนสู่การพัฒนาประเทศ เพื่อความยั่งยืนในระดับภูมิภาคอาเซียน ร่วมกับมูลนิธิสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมแห่งประเทศไทย และบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด จัดสัมมนา “วิสาหกิจเพื่อสังคม: กลไกสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” (Thailand Sustainability Forum 2019: Fostering Social Enterprises) เพื่อสร้างความตระหนักถึงการทำงานในรูปแบบวิหาสกิจเพื่อสังคม ให้กับสาธารณชนทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณธานี ทองภักดี รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ขึ้นบรรยายในหัวข้อ “วิสาหกิจเพื่อสังคมกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ” ที่ชี้ให้เห็นถึงบทบาทและความสำคัญของภาครัฐที่จำเป็นต้องสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมของวิสาหกิจเพื่อชุมชน ในส่วนของการนำเสนอกรณีศึกษาได้รับเกียรติจากผู้นำศาสนาทั้งสามศาสนาในชุมชนกุฎีจีนประกอบด้วย พระพรหมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร มงชินญอร์ ดร. วิษณุ ธัญญอนันต์ รองเลขาธิการสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย และอิหม่ามนาวิน สาสนกูล อิหม่ามมัสยิดกูวติลอิสลาม ที่ร่วมกันจัดตั้ง “วิสาหกิจเพื่อสังคมร่วมใจพัฒนาชุมชนกุฎีจีน” ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีความหลากหลายทาเชื้อชาติและวัฒนธรรม ถือเป็นชุมชนตัวอย่างด้านการบริหารจัดการชุมชนอัจฉริยะ (Smart Community) และเป็นชุมชนที่มีความยั่งยืน ตามเป้าหมายข้อที่ 11 ว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ […]

เชิญร่วมโครงการ “Choice is Yours” กับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

ขอเชิญชวนนิสิต นักศึกษาทั่วประเทศโชว์ไอเดียสร้างสรรค์ พร้อมประสบการณ์ฝึกงานกับองค์กรระดับประเทศและระดับโลก ในโครงการ “Choice is Yours” ภายใต้แนวคิด REduce กับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย, REuse กับมูลนิธิชัยพัฒนา, REthink กับไมโครซอฟท์ ประเทศไทย และ REcycle กับเอสซีจี นิสิตและนักศึกษาที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถสมัครได้ที่ https://forms.office.com/r/LyscnH6L7q พร้อมส่งวิดีโอแนะนำโครงการของตนเองระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 22 กรกฎาคม 2565 และดูรายละเอียดเกี่ยวกับการแข่งขันได้ที่ https://www.bmw.co.th/th/discover/choice-is-yours.html โดยจะประกาศผลทีมที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการด้านละ 5 ทีม รวมเป็น 20 ทีม ในวันที่ 5 สิงหาคม 2565 ทางเว็บไซต์ www.bmw.co.th และประกาศผลรางวัลชนะเลิศในเดือนพฤศจิกายน 2565 หรือสแกน QR Code เพื่อดูรายละเอียดการแข่งขัน

“แสงซินโครตรอน” พิสูจน์วัตถุโบราณบ้านเชียงอายุ 3500 ปี ได้อย่างแม่นยำ

“แสงซินโครตรอน” พิสูจน์วัตถุโบราณบ้านเชียงอายุ 3500 ปี ได้อย่างแม่นยำ นักวิจัยไทยใช้เทคโนโลยี “แสงซินโครตรอน” พิสูจน์วัตถุโบราน เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงอายุกว่า 3500 ปี เป็นของปลอมหรือจริงได้อย่างแม่นยำ โดยใช้เทคนิคการเรืองรังสีเอ็กซ์ร่วมกับเทคนิคการดูดกลืนรังสีเอ็กซ์ เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของเนื้อดินและสี นำไปสู่วิธีการแยกแยะเครื่องปั้นดินเผาของแท้หรือเทียมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการวิจัยของไทยมีความก้าวหน้าอย่างมาก และเทคโนโลยีเหล่านั้น ก็ได้นำมาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์มากมาย ไม่เพียงแต่ในวงการวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่รวมถึงเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เมื่อเร็วๆ นี้ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนเผยแพร่ข้อมูลการตรวจวิเคราะห์วัตถุโบราณในแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี เพื่อแยกแยะเครื่องปั้นดินเผาของแท้ กับเครื่องปั้นดินเผาเลียนแบบ “ปัจจุบัน ได้มีการนำแสงซินโครตรอนมาใช้ในการวิจัยด้านโบราณคดีอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในแถบยุโรป เนื่องจาก เทคนิคการตรวจวิเคราะห์โดยใช้แสงซินโครตรอน สามารถบอกได้ถึงองค์ประกอบและโครงสร้างของวัตถุ โดยชิ้นตัวอย่างไม่ได้รับความเสียหายจากขั้นตอนการเตรียมตัวอย่าง” ดร.ประพงษ์ คล้ายสุบรรณ์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าว เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงมีความงดงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนได้รับการยอมรับให้เป็น “แหล่งมรดกโลก” จึงนำไปสู่การทำเครื่องปั้นดินเผาเลียนแบบ เพื่อจูงใจนักสะสมทั้งหลาย การทำเลียนแบบเหล่านี้พัฒนาเทคนิคจนสามารถทำให้ดูเหมือนของแท้ รวมไปถึงการทำให้ดูเก่าด้วย ซึ่งการพิสูจน์ความเป็นของแท้นั้นทำได้ยาก และต้องอาศัยประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น กรมศิลปากรจึงร่วมมือกับสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ศึกษาคุณสมบัติเฉพาะของเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง ทั้งการวิเคราะห์ทั้งเนื้อดิน องค์ประกอบทางเคมี และสีที่เขียนเป็นลวดลาย โดยใช้เทคนนิคการเรืองรังสีเอ็กซ์ และการการดูดกลืนรังสีเอ็กซ์ […]