ความสำเร็จของงานบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020 - National Geographic Thailand

ความสำเร็จของงานบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020

 “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020” ยกระดับศิลปินไทย โชว์ผลงานศิลปะร่วมสมัยสู่สากล
สร้างแรงบันดาลใจเยาวชนรุ่นใหม่ พร้อมเปิดโอกาสให้ทั่วโลก ชมงานแบบไร้พรมแดน
ประสบความสำเร็จ มีผู้เข้าชมมากที่สุด จาก 8 Biennale ทั่วโลก ใน ปี 2020

ประกาศความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่กับงานเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020” (Bangkok Art Biennale) กับความยิ่งใหญ่ระดับโลก ที่เนรมิตกรุงเทพฯ สู่เมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมระดับโลก ต่อเนื่องตลอด 4 เดือน ตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม 2563 – วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564  ยกระดับศิลปินไทยได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะร่วมสมัยสู่สายตาระดับโลก

โดยมีหัวเรือใหญ่อย่าง บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผสานความร่วมมือครั้งสำคัญจากภาครัฐและเอกชน ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรุงเทพมหานคร, สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB), วัน แบงค็อก, บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จํากัด, ธนาคารกสิกรไทย, กลุ่มอาคเนย์, บริษัท พีเอ็ม เซ็นเตอร์ จำกัด, กลุ่มอมรินทร์, บริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล จำกัด และสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย ในฐานะเป็นผู้สนับสนุนหลัก และเครือข่ายพันธมิตร ทุกภาคส่วนที่กำหนดจัดขึ้นในทุก ๆ  2 ปี

ด้วยการนำผลงานศิลปะกว่า 200 ชิ้น ของ 82 ศิลปินชั้นนำทั่วโลก จาก 35 ประเทศ รวม 5 ทวีป มาจัดแสดงภายใต้แนวคิดหลักสุดท้าทาย Escape Routes” หรือ “ศิลป์สร้าง ทางสุข” ซึ่งได้จัดแสดงบน 11 สถานที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ เดอะ ปาร์ค  BAB BOX (ถนนวิทยุ)  เดอะ พรีลูด โครงการวัน แบงค็อก  วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร  วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร  วัดประยุรวงศาวาส วรวิหาร  หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร / ล้ง 1919  มิวเซียมสยาม ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก และสวนเบญจสิริ

ศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ในนามประธานอำนวยการและผู้อำนวยการศิลป์ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ กล่าวว่า การจัดงาน “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020” หรือ BAB 2020 ถือเป็นโครงการสำคัญที่จัดขึ้นมาเพื่อสรรค์สร้างให้กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางแห่งการท่องเที่ยวที่สำคัญทางด้านศิลปะร่วมสมัยของโลก เราได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรหลักทั้งภาครัฐ และเอกชน

โดยตลอดระยะเวลาของการจัดงานอย่างต่อเนื่อง 4 เดือนในครั้งนี้มีนักท่องเที่ยวทั้งจากกลุ่มศิลปิน นักสะสมงานศิลปะ ภัณฑารักษ์ ประชาชน และนักท่องเที่ยวผู้ที่รักงานศิลปะ เข้าชมงานศิลปะเฉลี่ยทั้ง 11 สถานที่ ตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม 2563 – วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564 นักท่องเที่ยวชาวไทยจำนวน 411,801 คน นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศจำนวน 5,358 คน รวม 417,159 คน นับว่าจำนวนผู้เข้าชมงานเทศกาลศิลปะนานาชาติที่สูงสุดของโลก   โ

ดยจำนวนผู้เข้าชมงาน BAB ที่ BACC ตั้งแต่วันเปิดถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2564 มีมากกว่า 292,000 คน มีสถาบันการศึกษามากกว่า 20 สถาบัน ที่ขอเข้าเยี่ยมชมเป็นหมู่คณะ รวมคณะนักเรียน และนักศึกษากว่า 850 คน

ส่วนตามสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ตั้งแต่วันเปิดถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2564 จำนวนผู้เข้าชมรวมทั้ง 3 วัด มีมากกว่า 66,800 คน สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นให้แก่ชุมชนโดยรอบพื้นที่จัดงาน

นอกจากนี้ยังมีอัตราการมองเห็นชิ้นงานศิลปะบนสื่อกลางแจ้งจากประชาชนทั่วไปสูงถึง 18,000,000 ที่นำไปแสดงเป็นพิเศษบนจอ LED ขนาดยักษ์ ของห้างดังใจกลางเมือง ได้แก่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ด ศูนย์การค้า เอ็มโพเรียม และศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์

โดยในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ถือเป็นวิกฤตระดับโลก เราตระหนักถึงความสำคัญของสุขอนามัย และความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว จึงยกระดับมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 อย่างเข้มงวด ยิ่งได้สร้างความมั่นใจแก่ผู้ชมงานตลอดระยะเวลาการจัดงาน

นอกจากนี้เราได้เพิ่มช่องทางการชมงานศิลปะผ่านออนไลน์ อาทิ Facebook Instagram website เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มคนรักงานศิลปะจากทั่วโลก ได้ชม Virtual Tour และกิจกรรม BAB TALK , BAB WALK และ Live Performance จากศิลปินต่างชาติชื่อดังอย่าง New-Territories และ Miles Greenberg  กิจกรรมการศึกษา นำชมนิทรรศการตามสถานที่ต่างๆ เป็นต้น ซึ่งมีผู้ชมที่เข้าถึงมากกว่า 2.3 ล้านคน เรียกว่ากระแสตอบรับดีเกินคาด

และกิจกรรม DEK BAB เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มคนจิตอาสาตั้งแต่ระดับนิสิตนักศึกษา และบุคคลทั่วไปที่ต้องการพัฒนาทักษะความรู้ทางด้านศิลปะร่วมสมัยระดับโลก โดยมีผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 753 คน และผ่านการคัดเลือกจำนวน 108 คน ได้เข้ามามีส่วนร่วมกับการจัดงาน พร้อมร่วมทำงานกับศิลปินทั้งไทยและต่างประเทศ ในการเป็นผู้ช่วยติดตั้งงานศิลปะ (Artist Crew) , ผู้ติดตามศิลปิน (Liaison) และผู้นำชมและดูแลชิ้นงาน (Docent) รวมถึงร่วมเวิร์คช็อปและอบรมโดยทีมงานภัณฑารักษ์และกูรูด้านศิลปวัฒนธรรมที่มีประสบการณ์การจัดงานศิลปะในระดับโลก โดยทำหน้าที่เสมือนทูตที่เชื่อมต่อระหว่างศิลปินกับผู้ชมงาน

สุดท้ายนี้อยากเชิญชวนผู้ที่ชื่นชอบและสนใจงาน BAB คอยติดตามมกิจกรรมที่จะมีขึ้นในปี 2022 ซึ่งจะมีงานศิลปะที่น่าสนใจ ให้รับชมอีกมากมาย ขอบพระคุณครับ”

ติดตามข่าวสาร และตารางการจัดกิจกรรมของงาน เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่(Bangkok Art Biennale) เพิ่มเติมได้ทาง www.facebook.com/Bkkartbiennale  หรือ www.bkkartbiennale.com

เรื่องแนะนำ

มาสนุกกับการคำนวณค่าคาร์บอนกันเถอะ

คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เป็นก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญที่สุด โดยปกติแล้วก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ช่วยทำให้โลกอบอุ่นขึ้น แต่จากกิจกรรมของมนุษย์ในปัจจุบันทั้งการขยายตัวของยุคอุตสาหกรรม การใช้พลังงานฟอสซิลที่เพิ่มมากขึ้น ได้ปลดปล่อยปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศในปริมาณมากเกินไปจนทำให้เกิดภาวะโลกร้อนตามมา ในกระบวนการสังเคราะห์แสง ต้นไม้จะนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาใช้ในการสร้างอาหารและเพิ่มผลผลิตมวลชีวภาพ โดยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะถูกเปลี่ยนมาเป็นคาร์บอน (C) ในเนื้อไม้ ซึ่งเนื้อไม้ทั่วๆ ไป มีค่าคาร์บอนอยู่ประมาณร้อยละ 50 ดังนั้นต้นไม้และป่าไม้มีคุณสมบัติที่ดีคือ สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไว้ก่อนที่จะลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยาการ การวัดการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้ ทำให้เรารู้ว่าคาร์บอนไดออกไซด์จากชั้นบรรยากาศมาเก็บไว้ปริมาณเท่าใด โดยที่การสร้างเนื้อไม้ขึ้นมา 1 ตัน จะสามารถดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 1.81 ตันและยังปล่อยก๊าซออกซิเจนประมาณ 1.32 ตัน เร็วๆ นี้ สถาบันลูกโลกสีเขียวได้เผยแพร่สูตรคำนวณปริมาณการกักเก็บคาร์บอนและค่าน้ำหนักแห้งอย่างง่ายในต้นไม้หลายชนิด เพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่องค่าคาร์บอนส่งเสริมการปลูกต้นไม้ การอนุรักษ์และการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้น ผู้สนใจสามารถเข้าเว็บไซต์ https:// www.greenglobeinstitute.com เลือกหัวข้อ องค์ความรู้ >คำนวณปริมาณการกักเก็บคาร์บอนและค่าน้ำหนักแห้ง   ต้นไม้ที่นำมาใช้ในการคำนวณมีให้เลือกทั้งหมด 6 ชนิด ป่า/พันธุ์พืช คือ (1) ตระกูลไผ่ ประกอบด้วย ไผ่ลวก ไผ่บงดำ ไผ่ข้าวหลาม ไผ่ไร่ และไผ่ผาก (2) ต้นไผ่ […]

เราควรอ่านหนังสือนานเท่าไหร่ใน 1 วัน

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “ส่งความรู้สร้างความสุข” เป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ของความร่วมือระหว่าง บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐ คือกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เล็งเห็นความสำคัญของการอ่าน เพราะการอ่าน ถือเป็นรากฐานที่สำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะของเด็กและเยาวชน จากผลสำรวจการ อ่านหนังสือ ของประชากรไทย ในปี 2561 พบว่าคนไทยใช้เวลาในการอ่านเฉลี่ย 80 นาทีต่อวัน โดยประเภทของหนังสือที่อ่านมากที่สุดคือจากโซเชียลมีเดีย ร้อยละ 69.2 , หนังสือพิมพ์ ร้อยละ 60.5, ตํารา, หนังสือ, บทความที่ให้ความรู้ ร้อยละ 48.9, วารสารที่ออกเป็นประจํา ร้อยละ 40.3, หนังสือ, เอกสาร, บทความเกี่ยวกับคําสอนทางศาสนา ร้อยละ 38.1 และนิตยสาร ร้อยละ 31.1 ซึ่งจำนวนเวลาในการอ่านหนังสือต่อวันเพิ่มขึ้นจากการสำรวจเมื่อปี 2558 ซึ่งใช้เวลา 66 นาที/วัน จากสถิตินี้แสดงให้เห็นว่าคนไทยมีความนิยมในการอ่านหนังสือเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ […]

Thailand Corporate Sustainability Symposium: แลกเปลี่ยนและเรียนรู้เรื่องความยั่งยืนจากผู้นำ

แนวคิด "การพัฒนาเพื่อความยั่งยืน" เป็นแนวคิดที่หลายองค์กรให้ความสนใจมากขึ้น แม้ว่าไอเดียเรื่องความยั่งยืนจะเกิดขึ้นมานานแล้ว