S-Booster 2019 งานประกวดนวัตกรรมอวกาศครั้งแรกในประเทศไทย - National Geographic Thailand

S-Booster 2019 งานประกวดนวัตกรรมอวกาศครั้งแรกในประเทศไทย

วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม 2019 กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า (GISTDA) ร่วมกับ Cabinet Office of Japan สำนักนโยบายกิจการด้านอวกาศจากประเทศญี่ปุ่น, องค์กรสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA), The National Space Policy Secretariat (NSPS) และหน่วยงานพันธมิตร จัดแข่งขันประกวดความคิดสร้างสรรค์ด้านธุรกิจนวัตกรรมอวกาศในงาน “S-Booster 2019” ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค กรุงเทพฯ เพื่อใช้เป็นต้นแบบให้กับประเทศไทย และเตรียมผลักดันสู่ Thailand Space Startup ให้เกิดขึ้นจริง

จากซ้ายไปขวา คุณฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์, คุณอมฤต เจริญพันธ์, คุณเจมส์ เย็นบำรุง, คุณอุกฤษ อุณหเลขกะ และคุณ Takuma Mori

คุณพรเทพ นวกิจกนก หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์อวกาศของจิสด้า กล่าวว่า การแข่งขัน S-Booster 2019 เป็นการแข่งขันประกวดไอเดียโดยใช้ข้อมูลดาวเทียมรายละเอียดสูงที่มีความแม่นยำเพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันที่สามารถนำมาแก้ไขปัญหาด้านต่างๆ โดยครั้งนี้เป็นการแข่งขันรอบเอเชียที่เปิดกว้างสำหรับทั้งเอเชียแปซิฟิคและโอเชียเนีย ซึ่งมีผู้สมัครกว่า 300 ทีม และได้มีการคัดเลือกทีมที่มีความคิดสร้างสรรค์อันโดดเด่นและมีความเป็นไปได้ในการพัฒนาเชิงพาณิชย์จำนวน 15 ทีม จากประเทศออสเตรเลีย ไทย ฟิลิปปินส์ และอินเดีย

มุ่งหวังที่จะสร้างเครือข่ายระหว่างหน่วยงานภาครัฐฯ และเอกชนให้เข้าใจถึงทิศทาง เป้าหมายที่สอดคล้องกันของนโยบายอันนำไปสู่การเกิดขึ้นของ Thailand Space Startup เพื่อเป็นศูนย์กลางในการสนับสนุนและผลักดันผู้ประกอบการด้านอวกาศให้เป็นประโยชน์เชิงธุรกิจและพาณิชย์ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐในการพัฒนาเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของไทย เปิดโอกาสให้เยาวชนระดับอุดมศึกษาได้เสนอแนวคิดในการพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยพัฒนาขีดความสามารถของกลุ่มผู้ประกอบการ และสามารถนำไปต่อยอดเพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับสินค้าและบริการต่างๆ

ผู้เข้าแข่งขันหลายทีมนำเสนอการประยุกต์เทคโนโลยีอวกาศมาใช้ในด้านเกษตรกรรม แต่ข้อมูลจากแอปพลิเคชันดาวเทียมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลายด้าน เช่น แอปพลิเคชันที่เกี่ยวกับการระบุตำแหน่งสามารถนำมาใช้ในการทำแผนที่ประเภท “แผนที่ไดนามิค” ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงตำแหน่งที่อาจมีความคลาดเคลื่อนเพียง 2-3 เซนติเมตร และจะเข้ามาแทนที่ข้อมูลเชิงตำแหน่งแบบเดิมๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ด้านการก่อสร้าง เทคโนโลยีอวกาศเข้ามามีบทบาท ตั้งแต่การสำรวจพื้นที่ซึ่งในอนาคตจะมีการปรับเปลี่ยนเป็นแบบดิจิทัลทั้งหมด อย่างที่เราเห็นตัวอย่างจากประเทศญี่ปุ่นที่สามารถสร้างหรือซ่อมสิ่งต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว เพราะมีเทคโนโลยีเหล่านี้ เพียงแต่ปัจจุบันประเทศไทยซึ่งเป็นฐานด้านการเกษตรรับเอาเทคโนโลยีมาใช้ในทางการเกษตรเป็นหลัก แต่หลังจากนี้จะมีการรับเข้ามาพัฒนาด้านอื่นต่อไปอย่างแน่นอน คุณพรเทพกล่าว

คุณพรเทพ นวกิจกนก หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์อวกาศของจิสด้า (ซ้าย) และคุณ Yasuhiro Yukimatsu ผู้อำนวยการด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักนโยบายกิจการด้านอวกาศ ประเทศญี่ปุ่น (ขวา)

ปัจจุบันภาครัฐของประเทศญี่ปุ่นมีการสร้างกรอบกฎหมายเพื่อสนับสนุนธุรกิจทางอวกาศภายในประเทศ โดยเมื่อปีที่ผ่านมาได้ออกกฎหมายเกี่ยวกับธุรกิจอวกาศ และบริษัทต่างๆ พยายามปฏิบัติตามข้อกำหนดเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกฎหมาย ทางรัฐบาลญี่ปุ่นมองเห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพของวิทยาการหรือเทคโนโลยีด้านอวกาศ โดยเฉพาะในการนำเทคโนโลยีอวกาศมาประยุกต์ใช้ จึงต้องการพัฒนาความสัมพันธ์ในด้านความร่วมมือระหว่างไทยและญี่ปุ่นให้มีความลึกซึ้งและแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น นำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีด้านอวกาศอย่างจริงจัง เพื่อยกระดับขั้นของประเทศไทยไปในอีกระดับหนึ่ง ปัจจุบัน ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอวกาศของไทยและญี่ปุ่นมีหลายโครงการ แต่ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ ระบบนำทางที่มีความแม่นยำสูง สามารถนำมาใช้ในแอปพลิเคชันการขับขี่แบบไร้คนขับ และพัฒนาใช้ในอีกหลายแอปพลิเคชันได้ ซึ่งอยู่ระหว่างการทดสอบระบบ คุณ Yasuhiro Yukimatsu ผู้อำนวยการด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักนโยบายกิจการด้านอวกาศ ประเทศญี่ปุ่น กล่าว

บางคนอาจมองว่าเทคโนโลยีอวกาศเป็นเรื่องไกลตัว แต่จริงๆ แล้วเทคโนโลยีเหล่านี้ใกล้ตัวเรามาก และอยู่ในชีวิตประจำวันของเรามานานแล้ว คุณ Yasuhiro กล่าวและเสริมว่า เทคโนโลยีอวกาศไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในอวกาศแต่อวกาศ แต่ยังหมายถึงดาวเทียมที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมในชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นการใช้แอปพลิเคชันในการนำทาง การพยากรณ์อากาศ หรือแม้กระทั่งการดูโทรทัศน์ที่บ้าน ทั้งหมดนี้เป็นเทคโนโลยีอวกาศทั้งสิ้น

บรรยากาศภายในงาน

บริษัท Manastu Space จากประเทศอินเดีย เกิดคำถามว่าเราจะเทคโนโลยีดาวเทียมในการจัดการความเสี่ยงเรื่องการระเบิดของเชื้อเพลิงในโรงงานได้อย่างไร เพื่อลดความเสี่ยงการสูญเสียชีวิต รวมไปถึงหาวิธีการที่จะทำให้เชื้อเพลิงนั้นเพียงพอต่อความต้องการของมนุษย์ มีราคาที่ถูกลง มีความปลอดภัยมากขึ้น จนมนุษยชาติสามารถที่จะส่งจรวดขึ้นไปสำรวจอวกาศได้มากขึ้น และสามารถใช้ประโยชน์จากดาวเทียมและเทคโนโลยีอวกาศได้เพิ่มมากขึ้น เมื่อปี 2013 ประเทศอินเดียเป็นประเทศแรกที่สามารถส่งยานอวกาศขึ้นไปโคจรรอบดาวอังคารได้สำเร็จ และล่าสุดยังได้ส่งยานอวกาศไปสำรวจดวงจันทร์ นับเป็นชาติที่ 4 ที่ส่งยานอวกาศขึ้นไปบนดวงจันทร์ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาทั้งรัฐบาลอินเดียและภาคเอกชนได้ให้ความสนใจและส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัปเกี่ยวกับเทคโนโลยีอวกาศมากขึ้น ด้วยความมุ่งหวังที่จะสร้างประโยชน์ทั้งในระดับประเทศและระดับโลกต่อไป คุณ Tushar Jadhav ผู้ก่อตั้งร่วมและผู้บริหาร Manastu Space จากประเทศอินเดีย หนึ่งในทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันกล่าว

การแข่งขันในงาน S-Booster 2019 ในครั้งนี้มีทีมที่ผ่านการคัดเลือกและเป็นตัวแทนจากรอบเอเชียทั้งสิ้น 4 ทีม ได้แก่ ทีม Manastu Space ประเทศอินเดีย, Adama Aerospace ประเทศฟิลิปปินส์, Kanchanit Thumrongboonkate ประเทศไทย และ Bluewatch ประเทศไทย โดยทั้งหมดจะได้ร่วมเดินทางไปทัศนศึกษาและดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่นในช่วงเดือนกันยายน 2019 เพื่อเพิ่มทักษะในการขยายผลการสร้างไอเดียใหม่ๆ สนับสนุนการจับคู่ธุรกิจ พบปะกับกลุ่มสตาร์ทอัปชั้นนำระดับโลก ส่งเสริมการต่อยอดนวัตกรรมจากประเทศให้เข้าสู่ Global Value chain ในระดับนานาชาติ และเข้าแข่งขันในรอบสุดท้ายในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2019 เพื่อเฟ้นหาทีมสุดยอดไอเดียเพียงหนึ่งเดียวที่จะได้มีโอกาสร่วมลงทุนกับบริษัทชั้นนำของประเทศญี่ปุ่นอย่าง ANA และ JAL ในโอกาสต่อไป

ตัวแทนจาก 4 ทีมที่ผ่านเข้าสู่การแข่งขันรอบสุดท้ายที่ประเทศญี่ปุ่น

เรื่องแนะนำ

Activity สุดมันส์ ต้องมาสักครั้งในชีวิต ที่หาดป่าตอง!

National Geographic จะพาไปพักผ่อนหย่อนกายเที่ยวให้สนุกทำกิจกรรมกันที่ภูเก็ต! อีกหนึ่งหาดที่มาถึงภูเก็ตแล้วไม่มาถือว่ามาไม่ถึง นั่นก็คือ หาดป่าตอง หาดชื่อดังสุดครึกครื้นแทบจะ 24 ชั่วโมงของเมืองภูเก็ต นอกจากเป็นแหล่งเดินเที่ยวยามค่ำคืน และบีชบาร์ให้มาพักผ่อนแล้ว ยังมีกิจกรรมสุดเอ็กซ์ตรีมให้นักท่องเที่ยวได้มาปล่อยความสนุกกันแบบมันส์สุดๆ หนึ่งในนั้นก็คือ  PARACHUTE หรือ PASASAILING กิจกรรมยอดฮิตที่จะทำให้คุณได้ขึ้นไปลอยบนอากาศ โดยการ “โดดร่มริมชายหาด” บนความสูงเกินตึก 5 ชั้น แต่ถ้าใครหวั่นใจ ลังเล หรือไม่กล้า ก็ไม่ต้องพะวงไป เพราะว่าในการเล่นทุกครั้งจะมีเจ้าหน้าที่ช่วยดูแลความปลอดภัยเสมอ ในการขึ้นแต่ละครั้งสามารถขึ้นได้มากสุดสองคน แต่ทั้งนี้ก็ต้องประเมินน้ำหนักตามความเหมาะสมด้วย เมื่อขึ้นไปด้านบนแล้วจะได้เห็นวิวบรรยากาศของทะเลทั้งหมด เป็นภาพที่น่าประทับใจทีเดียว สำหรับราคาการขึ้นต่อคนอยู่ที่ครั้งละ 1,500 บาท เท่านั้น ถ้าเทียบกับประสบการณ์ที่ท้าทาย ถือว่าคุ้มค่ามากๆ หรือถ้าใครอยากสัมผัสน้ำทะเล กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดอีกอย่าง นั่นคือการเล่น SURFBOARD ที่หาดป่าตองตลอดทั้งชายหาดจะมี Surfboard ให้เช่า และมีบริการพร้อมสอนไปในตัว คลื่นจะมีความสูงไม่มากนัก ซึ่งผู้ดูแลจะสอนในระดับ Begining เท่านั้น ส่วนราคาแล้วแต่เจ้า โดยส่วนใหญ่จะเริ่มต้นที่300บาท หรือหากใครอยากมานั่งชิล ดื่มด่ำกับพระอาทิตย์ท่ามกลางเสียงคลื่นแบบสไตล์ Beach Bar […]

ผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านรอบออดิชั่น

กลุ่มคนที่มีความสนใจด้านการทำธุรกิจเพื่อสังคมได้มารวมกันในรายการ Win Win WAR Season 2 เพื่อชิงตำแหน่งสุดยอดธุรกิจแบ่งปัน และเงินรางวัล 2 ล้านบาท ที่จะนำไปต่อยอดหรือสร้างธุรกิจเพื่อสังคมให้เกิดขึ้นได้จริง สัปดาห์นี้ ผู้เข้าแข่งขันที่ 4 ทีมที่ผ่านเข้ารอบออดิชั่น จะนำเสนอแผนธุรกิจและตัวอย่างผลิตภัณฑ์หรือบริการ ต่อคณะกรรมการทั้ง 4 ท่าน ซึ่งภายในสัปดาห์นี้ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 4 ทีม ล้วนแล้วแต่มีรูปแบบธุรกิจที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกินหมุนเวียน นำผลิตเหลือใช้มาแปรรูปใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่าใหักับสินค้า รวมไปถึงแอปพลิเคนชันที่ช่วยให้การเล่นเกมในโทรศัพท์มีประโยชน์ต่อโลกนี้มากขึ้น ดลมณีคุณ เส้นใยของสายน้ำ หนังเทียมจากกล้วยและผักตบชวา – คุณอนุภา มณีจันทร์ ดลมณี คุณอนุภาอาศัยอยู่ในชุมชนที่ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพทอผ้า รวมถึงยังมีกลุ่มผู้พิการในชุมชนร่วมด้วย สิ่งที่พบคือปัญหาต่างๆ ของชาวบ้านในขณะนั้น ไม่มีช่องทางการยกระดับสินค้า หรือช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าหลังจากที่ทอผ้าเสร็จเรียบร้อย ทำให้เริ่มมีแนวคิดผลิตสินค้าจากผ้าทอมือ และเริ่มศึกษาการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากกลุ่มของผู้พิการก่อน เวลาต่อมา คุณอนุภาสามารถพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์พฤติกรรมของลูกค้างานฝีมือ เน้นการออกแบบให้ร่วมสมัยมากขึ้น โดยอาศัยช่างที่มีความรู้ในชุมชนมารวมตัวกัน เพื่อผลิตผ้าทอให้เป็นกระเป๋าที่สวยงาม ภายใต้แบรนด์ “ดลมณี” (Don Manee) และไม่เพียงแค่นั้น คุณอนุภายังมองเห็นถึงปัญหาการจัดการกับขยะทางการเกษตร โดยคนส่วนมากมักทิ้งลงแหล่งน้ำ ทำให้เกิดภาวะเน่าเสีย จึงอยากหาวิธีการแก้ปัญหาส่วนนี้ผ่านการทอผ้า จึงเกิดเป็นความคิดในการนำกล้วย และผักตบชวา มาทำเป็นหนังเทียม […]

หนังสือท่องเที่ยว ที่จะทำให้คุณหลงรักโลกใบนี้

โครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” เป็นอีกหนึ่งโครงการดี ๆ ของความร่วมมือระหว่าง บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐ คือ กระทรวงศึกษาธิการ และ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เล็งเห็นความสำคัญของการอ่าน เพราะการอ่าน ถือเป็นรากฐานที่สำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะของเด็ก เราจึงนำเสนอหนังสือ และบทความที่ส่งเสริมเรื่องการอ่าน เพื่อให้ทุกท่านได้นำไปลองปรับใช้กันดูนะครับ หนังสือท่องเที่ยว เหล่านี้เป็นแรงบันดาลใจให้คนที่ชอบการท่องเที่ยวผจญภัย ว่ากันว่าคนที่ชอบท่องเที่ยวผจญภัยมักเป็นคนโรแมนติก เมื่อเราพบกับฟีโรโมนที่ไม่คุ้นเคย ประสาทสัมผัสทั้งห้าของเรา ทั้งการรู้สึก มองเห็น สัมผัส ชิม และดมกลิ่นจะทำงานได้ดีที่สุด จิตใจของเราจะตื่นตัวตลอดเวลา เมื่อได้ท่องเที่ยว เรามักสังเกตและประมวลผลทุกอย่างที่เราพบเจอ ตั้งแต่เส้นเรขาคณิตที่อยู่บนทางเท้าที่ปูด้วยหินและหลังคามุงจาก เสียงของสุนัขจรจัดและนกป่า ตลอดจนกลิ่นของดอกไม้ที่เพิ่งผลิบานและฝุ่นเก่า เราตกหลุมรักโลกใบนี้ หนังสือสี่เล่มต่อไปนี้จะทำให้ผู้อ่านอยากออกไปผจญภัยท่องโลก หนังสือ A Movable Feast (1962) คือบันทึกความทรงจำของเออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ ย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่เขาเป็นนักเขียนหนุ่มที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนกับโชคชะตาในโลกที่แปรปรวนของกรุงปารีสช่วงทศวรรษที่ 1920 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีผลกระทบต่อชีวิตของเขาในระยะยาว เฮมิงเวย์เคยพูดไว้ว่า “หากคุณโชคดีพอที่จะได้ใช้ชีวิตในกรุงปารีสเมื่อยังหนุ่ม […]

ผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านรอบออดิชั่น

กลุ่มคนที่มีความสนใจด้านการทำธุรกิจเพื่อสังคมได้มารวมกันในรายการ Win Win WAR Season 2 เพื่อชิงตำแหน่งสุดยอดธุรกิจแบ่งปัน และเงินรางวัล 2 ล้านบาท ที่จะนำไปต่อยอดหรือสร้างธุรกิจเพื่อสังคมให้เกิดขึ้นได้จริง สัปดาห์นี้ ผู้เข้าแข่งขันที่ 4 ทีมที่ผ่านเข้ารอบออดิชั่น จะนำเสนอแผนธุรกิจและตัวอย่างผลิตภัณฑ์หรือบริการ ต่อคณะกรรมการทั้ง 4 ท่าน ซึ่งภายในสัปดาห์นี้ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 4 ทีม ล้วนแล้วแต่มีรูปแบบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนวัตกรรมที่สร้างประโยชน์แก่สังคม Peak Speed App – คุณ จิราวัฒน์ ลายสาคร ปัญหาการจราจรในกรุงเทพมหานครเป็นเรื่องที่บางครั้งก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วนและมีความจำเป็นต้องเดินทางเพื่อไปติดต่อธุระหรือทำงาน หลายคนเลือกที่จะใช้บริการรถสาธารณะ หรือเรียกบริการรถรับจ้าง เช่น แท็กซี่ หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แต่บางครั้งเมื่อคุณขับรถเข้ามาในเขตที่การจราจร คุณก็จำเป็นต้องหาที่จอดรถ นั่นอาจทำให้คุณพลาดนัดที่สำคัญได้ คุณจิราวัฒน์จึงมีแนวความคิดอยากพัฒนาแอปพลิเคชันที่ช่วยให้ผู้ใช้รถใช้ถนน หมดความกังวลเรื่องการหาที่จอดรถ และเดินถึงที่หมายได้ทันเวลา ด้วยการให้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างพร้อมคนขับรถ ผู้ใช้บริการสามารถเดินทางต่อไปได้ด้วยบริหารมอเตอร์ไซค์รับจ้าง และให้พนักงานของเราขับรถของลูกค้าไปยังจุดหมายที่ต้องการ ซึ่งเป็งนทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ประสบปัญหารถติดอยู่บนท้องถนนเป็นเวลานาน แต่มีนัดหมายสำคัญที่ต้องรีบไป บริการของ Peak Speed App สามารถช่วยให้ผู้รับบริการประหยัดเวลาในากรเดินทางลงไปได้มาก AIDERY อุปกรณ์สำหรับผู้สูงวัยเพื่อการดูแลสุขภาพ – ZANEGROWTH […]