S-Booster 2019 งานประกวดนวัตกรรมอวกาศครั้งแรกในประเทศไทย - National Geographic Thailand

S-Booster 2019 งานประกวดนวัตกรรมอวกาศครั้งแรกในประเทศไทย

วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม 2019 กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า (GISTDA) ร่วมกับ Cabinet Office of Japan สำนักนโยบายกิจการด้านอวกาศจากประเทศญี่ปุ่น, องค์กรสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA), The National Space Policy Secretariat (NSPS) และหน่วยงานพันธมิตร จัดแข่งขันประกวดความคิดสร้างสรรค์ด้านธุรกิจนวัตกรรมอวกาศในงาน “S-Booster 2019” ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค กรุงเทพฯ เพื่อใช้เป็นต้นแบบให้กับประเทศไทย และเตรียมผลักดันสู่ Thailand Space Startup ให้เกิดขึ้นจริง

จากซ้ายไปขวา คุณฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์, คุณอมฤต เจริญพันธ์, คุณเจมส์ เย็นบำรุง, คุณอุกฤษ อุณหเลขกะ และคุณ Takuma Mori

คุณพรเทพ นวกิจกนก หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์อวกาศของจิสด้า กล่าวว่า การแข่งขัน S-Booster 2019 เป็นการแข่งขันประกวดไอเดียโดยใช้ข้อมูลดาวเทียมรายละเอียดสูงที่มีความแม่นยำเพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันที่สามารถนำมาแก้ไขปัญหาด้านต่างๆ โดยครั้งนี้เป็นการแข่งขันรอบเอเชียที่เปิดกว้างสำหรับทั้งเอเชียแปซิฟิคและโอเชียเนีย ซึ่งมีผู้สมัครกว่า 300 ทีม และได้มีการคัดเลือกทีมที่มีความคิดสร้างสรรค์อันโดดเด่นและมีความเป็นไปได้ในการพัฒนาเชิงพาณิชย์จำนวน 15 ทีม จากประเทศออสเตรเลีย ไทย ฟิลิปปินส์ และอินเดีย

มุ่งหวังที่จะสร้างเครือข่ายระหว่างหน่วยงานภาครัฐฯ และเอกชนให้เข้าใจถึงทิศทาง เป้าหมายที่สอดคล้องกันของนโยบายอันนำไปสู่การเกิดขึ้นของ Thailand Space Startup เพื่อเป็นศูนย์กลางในการสนับสนุนและผลักดันผู้ประกอบการด้านอวกาศให้เป็นประโยชน์เชิงธุรกิจและพาณิชย์ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐในการพัฒนาเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของไทย เปิดโอกาสให้เยาวชนระดับอุดมศึกษาได้เสนอแนวคิดในการพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยพัฒนาขีดความสามารถของกลุ่มผู้ประกอบการ และสามารถนำไปต่อยอดเพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับสินค้าและบริการต่างๆ

ผู้เข้าแข่งขันหลายทีมนำเสนอการประยุกต์เทคโนโลยีอวกาศมาใช้ในด้านเกษตรกรรม แต่ข้อมูลจากแอปพลิเคชันดาวเทียมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลายด้าน เช่น แอปพลิเคชันที่เกี่ยวกับการระบุตำแหน่งสามารถนำมาใช้ในการทำแผนที่ประเภท “แผนที่ไดนามิค” ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงตำแหน่งที่อาจมีความคลาดเคลื่อนเพียง 2-3 เซนติเมตร และจะเข้ามาแทนที่ข้อมูลเชิงตำแหน่งแบบเดิมๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ด้านการก่อสร้าง เทคโนโลยีอวกาศเข้ามามีบทบาท ตั้งแต่การสำรวจพื้นที่ซึ่งในอนาคตจะมีการปรับเปลี่ยนเป็นแบบดิจิทัลทั้งหมด อย่างที่เราเห็นตัวอย่างจากประเทศญี่ปุ่นที่สามารถสร้างหรือซ่อมสิ่งต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว เพราะมีเทคโนโลยีเหล่านี้ เพียงแต่ปัจจุบันประเทศไทยซึ่งเป็นฐานด้านการเกษตรรับเอาเทคโนโลยีมาใช้ในทางการเกษตรเป็นหลัก แต่หลังจากนี้จะมีการรับเข้ามาพัฒนาด้านอื่นต่อไปอย่างแน่นอน คุณพรเทพกล่าว

คุณพรเทพ นวกิจกนก หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์อวกาศของจิสด้า (ซ้าย) และคุณ Yasuhiro Yukimatsu ผู้อำนวยการด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักนโยบายกิจการด้านอวกาศ ประเทศญี่ปุ่น (ขวา)

ปัจจุบันภาครัฐของประเทศญี่ปุ่นมีการสร้างกรอบกฎหมายเพื่อสนับสนุนธุรกิจทางอวกาศภายในประเทศ โดยเมื่อปีที่ผ่านมาได้ออกกฎหมายเกี่ยวกับธุรกิจอวกาศ และบริษัทต่างๆ พยายามปฏิบัติตามข้อกำหนดเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกฎหมาย ทางรัฐบาลญี่ปุ่นมองเห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพของวิทยาการหรือเทคโนโลยีด้านอวกาศ โดยเฉพาะในการนำเทคโนโลยีอวกาศมาประยุกต์ใช้ จึงต้องการพัฒนาความสัมพันธ์ในด้านความร่วมมือระหว่างไทยและญี่ปุ่นให้มีความลึกซึ้งและแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น นำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีด้านอวกาศอย่างจริงจัง เพื่อยกระดับขั้นของประเทศไทยไปในอีกระดับหนึ่ง ปัจจุบัน ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอวกาศของไทยและญี่ปุ่นมีหลายโครงการ แต่ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ ระบบนำทางที่มีความแม่นยำสูง สามารถนำมาใช้ในแอปพลิเคชันการขับขี่แบบไร้คนขับ และพัฒนาใช้ในอีกหลายแอปพลิเคชันได้ ซึ่งอยู่ระหว่างการทดสอบระบบ คุณ Yasuhiro Yukimatsu ผู้อำนวยการด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักนโยบายกิจการด้านอวกาศ ประเทศญี่ปุ่น กล่าว

บางคนอาจมองว่าเทคโนโลยีอวกาศเป็นเรื่องไกลตัว แต่จริงๆ แล้วเทคโนโลยีเหล่านี้ใกล้ตัวเรามาก และอยู่ในชีวิตประจำวันของเรามานานแล้ว คุณ Yasuhiro กล่าวและเสริมว่า เทคโนโลยีอวกาศไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในอวกาศแต่อวกาศ แต่ยังหมายถึงดาวเทียมที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมในชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นการใช้แอปพลิเคชันในการนำทาง การพยากรณ์อากาศ หรือแม้กระทั่งการดูโทรทัศน์ที่บ้าน ทั้งหมดนี้เป็นเทคโนโลยีอวกาศทั้งสิ้น

บรรยากาศภายในงาน

บริษัท Manastu Space จากประเทศอินเดีย เกิดคำถามว่าเราจะเทคโนโลยีดาวเทียมในการจัดการความเสี่ยงเรื่องการระเบิดของเชื้อเพลิงในโรงงานได้อย่างไร เพื่อลดความเสี่ยงการสูญเสียชีวิต รวมไปถึงหาวิธีการที่จะทำให้เชื้อเพลิงนั้นเพียงพอต่อความต้องการของมนุษย์ มีราคาที่ถูกลง มีความปลอดภัยมากขึ้น จนมนุษยชาติสามารถที่จะส่งจรวดขึ้นไปสำรวจอวกาศได้มากขึ้น และสามารถใช้ประโยชน์จากดาวเทียมและเทคโนโลยีอวกาศได้เพิ่มมากขึ้น เมื่อปี 2013 ประเทศอินเดียเป็นประเทศแรกที่สามารถส่งยานอวกาศขึ้นไปโคจรรอบดาวอังคารได้สำเร็จ และล่าสุดยังได้ส่งยานอวกาศไปสำรวจดวงจันทร์ นับเป็นชาติที่ 4 ที่ส่งยานอวกาศขึ้นไปบนดวงจันทร์ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาทั้งรัฐบาลอินเดียและภาคเอกชนได้ให้ความสนใจและส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัปเกี่ยวกับเทคโนโลยีอวกาศมากขึ้น ด้วยความมุ่งหวังที่จะสร้างประโยชน์ทั้งในระดับประเทศและระดับโลกต่อไป คุณ Tushar Jadhav ผู้ก่อตั้งร่วมและผู้บริหาร Manastu Space จากประเทศอินเดีย หนึ่งในทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันกล่าว

การแข่งขันในงาน S-Booster 2019 ในครั้งนี้มีทีมที่ผ่านการคัดเลือกและเป็นตัวแทนจากรอบเอเชียทั้งสิ้น 4 ทีม ได้แก่ ทีม Manastu Space ประเทศอินเดีย, Adama Aerospace ประเทศฟิลิปปินส์, Kanchanit Thumrongboonkate ประเทศไทย และ Bluewatch ประเทศไทย โดยทั้งหมดจะได้ร่วมเดินทางไปทัศนศึกษาและดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่นในช่วงเดือนกันยายน 2019 เพื่อเพิ่มทักษะในการขยายผลการสร้างไอเดียใหม่ๆ สนับสนุนการจับคู่ธุรกิจ พบปะกับกลุ่มสตาร์ทอัปชั้นนำระดับโลก ส่งเสริมการต่อยอดนวัตกรรมจากประเทศให้เข้าสู่ Global Value chain ในระดับนานาชาติ และเข้าแข่งขันในรอบสุดท้ายในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2019 เพื่อเฟ้นหาทีมสุดยอดไอเดียเพียงหนึ่งเดียวที่จะได้มีโอกาสร่วมลงทุนกับบริษัทชั้นนำของประเทศญี่ปุ่นอย่าง ANA และ JAL ในโอกาสต่อไป

ตัวแทนจาก 4 ทีมที่ผ่านเข้าสู่การแข่งขันรอบสุดท้ายที่ประเทศญี่ปุ่น

เรื่องแนะนำ

ทำความรู้จักกับข้าว 7 สายพันธุ์ใหม่ที่พัฒนาโดยชาวนาไทยอีสาน

ทำความรู้จักกับข้าว 7 สายพันธุ์ใหม่ที่พัฒนาโดยชาวนาไทยอีสาน ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อนที่เกิดวิกฤติชาวนา ปัญหาจำนำข้าว กระทั่งมีข่าวการฆ่าตัวตายของชาวนา สะท้อนความเปราะบางของสังคมเกษตรกรที่แม้จะสำคัญที่สุดในห่วงโซ่อาหาร แต่กลับได้รับการเหลียวแลน้อยที่สุดในสังคม และยังคงเป็นเช่นนี้เรื่อยมาไม่เคยเปลี่ยนแปลง… การทำนาแบบเดิม ใช้ชีวิตเหมือนเดิม และรอคอยการช่วยเหลือแบบเดิม จึงอาจพูดได้ว่าย่อมเกิดผลลัพธ์ไม่ต่างจากเดิม นี่คือที่มาของการรวมกลุ่ม “ชาวนาไทอีสาน” เครือข่ายใหม่ที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าชาวนามีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความมั่นคงได้ ด้วยแนวคิดแบบใหม่ สร้างกระบวนการทำนาแบบใหม่ และมองตัวเองในบริบทโลกที่กว้างไกลมากขึ้น “ชาวนาไทอีสาน” เป็นการรวมตัวกันของคนรุ่นใหม่ที่มีเป้าหมายเดียวกัน คือเป็นชาวนาที่ทำนาประณีตแบบอินทรีย์ สืบทอดความดีงามแห่งท้องไร่ท้องนาจากบรรพบุรุษ เก็บรักษาเมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน พร้อมๆ ไปกับการปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์ใหม่ๆ ที่ตอบสนองทั้งด้านการผลิตและบริโภค เพื่อความมั่นคงทางอาหารและความหลากหลายทาทางชีวภาพ น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวัน สมาชิกกลุ่มเป็นชาวนาจากหลากหลายจังหวัดในภาคอีสาน ได้แก่ ยโสธร บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ สกลนคร ร้อยเอ็ด มหาสารคาม โดยมี ตุ๊หล่าง-แก่นคำกล้า พิลาน้อย ผู้เป็นอาจารย์ถ่ายทอดความรู้ในการทำนาแบบฉบับที่เรียกว่า “ตุ๊หล่างสไตล์” ให้กับแต่ละคน เป็นการทำนาที่ต้องเอาใจใส่ในกระบวนการผลิตในทุกๆ ช่วงอายุของข้าว ซึ่งทั้งละเอียด ประณีต พิถีพิถัน อันบ่งบอกถึงพื้นฐานของความรักที่จะทำนาเป็นเบื้องต้น (ฉันทะ) ครูตุ๊หล่างจึงเป็นเหมือนศูนย์กลางที่ดึงดูดให้แต่ละคนได้มาเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน และด้วยทิฏฐิความเห็นที่อยากยกระดับมาตรฐานชาวนาให้ดีขึ้น มีเป้าหมายที่อยากจะเป็นชาวนาที่สร้างประโยชน์ตนและและประโยชน์ท่าน […]

เที่ยวสกลนคร ดินแดนแห่งธรรมมะ ธรรมชาติ และวัฒนธรรม

พาเที่ยวจังหวัดสกลนคร เมืองรองแห่งภาคอีสานที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยว ธรรมชาติ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมที่น่าสนใจไม่แพ้จังหวัดใหญ่ ในบรรดา 20 จังหวัดของภาคอีสาน มีเพียงไม่กี่จังหวัดเท่านั้นที่มีชื่อเสียงในฐานะปลายทางของนักเที่ยว มีหลายจังหวัดที่ถูกจัดลำดับความสำคัญว่าเป็น เมืองรอง คือจังหวัดที่เป็นเพียงแค่ทางผ่านไปสู่จังหวัดใหญ่ๆ ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากกว่า แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเมืองรองเหล่านี้ไม่มีเรื่องราวหรือกิจกรรมให้เราได้เปิดประสบการณ์ด้วยตัวเอง สกลนครเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในแถบภาคอีสานตอนบน ถูกขนาบข้างด้วยจังหวัดที่เป็นเมืองหลัก ไม่ว่าจะเป็นอุดรธานี หนองคาย นครพนม ซึ่งดูมีจำนวนผู้ไปเยือนมากกว่า หรือแค่มาเยี่ยมชมความตื่นตาตื่นใจของหนองหาร ทะเลสาบน้ำจืด อันเป็นพื้นที่มีชื่อเสียง แล้วก็จากไป ถึงแม้จะเป็นจังหวัดเล็กๆ แต่ความจริงแล้ว สกลนครมีสิ่งที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวผู้ที่กำลังมองหาการเดินทางที่ให้ประสบการณ์ใหม่ ซึ่งผมได้รับคำเชิญจากสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสกลนคร ให้ออกไปสัมผัสเสน่ห์ของสกลนครด้วยตัวเอง ดินแดนแห่งธรรมมะ “สกลนครเป็นเมือง 3 ธรรม คือธรรมมะ ธรรมชาติ และวัฒนธรรม” คุณชนม์บันลือ วรรธนพันธุ์ ผู้อำนวยการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสกลนคร กล่าวประโยคนี้กับผมและคณะสื่อมวลชนที่ได้รับเชิญมาให้ถ่ายทอดเรื่องราวของสกลนครที่ วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร อันเป็นสถานที่แห่งแรกซึ่งผมได้มาเยือน วัดแห่งนี้ได้ประดิษฐานหลวงพ่อองค์แสน วัดคู่บ้านคู่เมืองประจำจังหวัดสกลนคร ที่ผู้มาเยือนต้องแวะมาสักการะเพื่อเสริมสิริมงคลก่อนเดินทางไปยังที่ต่างๆ บรรยากาศโดยรอบมีคนพื้นถิ่นที่แวะเวียนเข้ามาทำบุญ พึ่งพาความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อฯ เพื่อเสริมดวงให้ชีวิตราบรื่น เส้นทางสายธรรมมะแห่งต่อไปของสกลนครคือ วัดป่าสุธาวาส แม้จะชื่อว่าเป็นวัดป่าแต่ก็ตั้งอยู่ในเมือง จึงเดินทางมาได้อย่างสะดวก วัดแห่งนี้มีชื่อเสียงขึ้นมาจากการเป็นที่ละสังขารของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระเกจิอาจารย์ระดับตำนานของเมืองไทย […]

ผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านรอบออดิชั่น

กลุ่มคนที่มีความสนใจด้านการทำธุรกิจเพื่อสังคมได้มารวมกันในรายการ Win Win WAR Season 2 เพื่อชิงตำแหน่งสุดยอดธุรกิจแบ่งปัน และเงินรางวัล 2 ล้านบาท ที่จะนำไปต่อยอดหรือสร้างธุรกิจเพื่อสังคมให้เกิดขึ้นได้จริง สัปดาห์นี้ ผู้เข้าแข่งขันที่ 4 ทีมที่ผ่านเข้ารอบออดิชั่น จะนำเสนอแผนธุรกิจและตัวอย่างผลิตภัณฑ์หรือบริการ ต่อคณะกรรมการทั้ง 4 ท่าน ซึ่งภายในสัปดาห์นี้ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 4 ทีม ล้วนแล้วแต่มีรูปแบบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนวัตกรรมที่สร้างประโยชน์แก่สังคม Peak Speed App – คุณ จิราวัฒน์ ลายสาคร ปัญหาการจราจรในกรุงเทพมหานครเป็นเรื่องที่บางครั้งก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วนและมีความจำเป็นต้องเดินทางเพื่อไปติดต่อธุระหรือทำงาน หลายคนเลือกที่จะใช้บริการรถสาธารณะ หรือเรียกบริการรถรับจ้าง เช่น แท็กซี่ หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แต่บางครั้งเมื่อคุณขับรถเข้ามาในเขตที่การจราจร คุณก็จำเป็นต้องหาที่จอดรถ นั่นอาจทำให้คุณพลาดนัดที่สำคัญได้ คุณจิราวัฒน์จึงมีแนวความคิดอยากพัฒนาแอปพลิเคชันที่ช่วยให้ผู้ใช้รถใช้ถนน หมดความกังวลเรื่องการหาที่จอดรถ และเดินถึงที่หมายได้ทันเวลา ด้วยการให้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างพร้อมคนขับรถ ผู้ใช้บริการสามารถเดินทางต่อไปได้ด้วยบริหารมอเตอร์ไซค์รับจ้าง และให้พนักงานของเราขับรถของลูกค้าไปยังจุดหมายที่ต้องการ ซึ่งเป็งนทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ประสบปัญหารถติดอยู่บนท้องถนนเป็นเวลานาน แต่มีนัดหมายสำคัญที่ต้องรีบไป บริการของ Peak Speed App สามารถช่วยให้ผู้รับบริการประหยัดเวลาในากรเดินทางลงไปได้มาก AIDERY อุปกรณ์สำหรับผู้สูงวัยเพื่อการดูแลสุขภาพ – ZANEGROWTH […]

บุฟเฟ่ต์มื้อค่ำที่โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพฯ ฟีนิกซ์ สีลม

หากคุณกำลังมองหาสถานที่สุดพิเศษในการเฉลิมฉลองเทศกาลต่างๆ ที่กำลังจะมาถึง โนโวเทล กรุงเทพฯ ฟีนิกซ์ สีลม ได้จัดโปรโมชั่นพิเศาสำหรับคุณ และครอบครัว ทั้งเทศกาล ตรุษจีนและวาเลนไทน์ รวมถึงเมนูมื้อค่ำสำหรับคนรักการกินกุ้ง เริ่มด้วยเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึง ร้านอาหารเดอะสแควร์ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพฯ ฟีนิกซ์ สีลม ขอเชิญคุณและครอบครัวมาร่วมฉลองต้อนรับวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจีนด้วยบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำสุดคุ้ม สุขสันต์เทศกาลวันตรุษจีน เต็มอิ่มกับบุฟเฟ่ต์ค่ำ ที่เอาใจคุณด้วยหลากหลายเมนู เบิกฤกษ์ปีหมูทองด้วยเมนูพิเศษอย่างขาหมูเยอรมัน หมูอบซอสส้ม บาร์บีคิวหมู เป็ดย่าง ข้าวผัดเม็ดบัวและปลากระพงนึ่งมะนาว ไม่พลาดเมนูดังของทางร้านอย่างกุ้งแม่น้ำเผา หอยหวานเผา ซีฟู้ดออนไอซ์เนื้อแน่นๆทั้ง หอยแมงภู่ดำ กุ้งแดงและหอยตลับ ต้มยำกุ้ง ส้มตำกุ้งสด พาสต้าในชีสพามีซานก้อนยักษ์ อีกทั้งยังอิ่มอร่อยและเพลิดเพลินต่อเนื่องไปกับเมนู ปิดท้ายด้วยชา กาแฟและของหวานอีกมากมายที่ให้ท่านได้ลิ้มลอง ปีกุนปีนี้มาฉลองกับบุฟเฟต์มื้อค่ำ ที่ร้านอาหารเดอะสแควร์ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ ฟีนิกซ์ สีลมกับเทศกาลวันตรุษจีน ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 ในราคา 1,299 บาทสุทธิ/ท่าน เพียงท่านจองออนไลน์วันนี้รับส่วนลดสูงสุด 50 % เหลือเพียงท่านละ 650บาทสุทธิ/ท่าน […]