Crossroads Maldives by Singha Estate ครบรอบสองปี มหัศจรรย์ธรรมชาติเพิ่มสองเท่า

Crossroads Maldives by Singha Estate ครบรอบสองปี ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติเพิ่มเป็นสองเท่า

ช่วงเวลานี้เมื่อสองปีก่อน พวกเราได้มีโอกาสเดินทางไปร่วมงานเปิดตัวของรีสอร์ตสวยกลางมหาสมุทรอินเดีย ที่พัฒนาและบริหารจัดการโดยคนไทยได้อย่างน่าชื่นชม เพราะนอกจากจะสะดวกสบาย สวยงามและหรูหราแล้ว ระหว่างการก่อสร้างยังใช้ความพยายามอย่างมาก ในการเก็บรักษาความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติของ “อะทอล” ไว้อย่างน่าชื่นชม (Atoll คือแนวเกาะปะการังรูปวงแหวน ที่เกิดรอบ ๆ ยอดภูเขาไฟเก่าที่อยู่ใต้น้ำ) ธรรมชาติทั้งใต้น้ำและบนบก ในวันที่เราได้ไปเห็นสวยงาม มีปลาเล็กใหญ่ เต่าทะเล และสัตว์มากมายอาศัยอยู่ ทั้ง ๆ ที่ยังคงมีการก่อสร้างของเฟสต่อ ๆ ไปอยู่

ในการเดินทางมาเยี่ยมโครงการ “ครอสโร้ดส์” ในครั้งนั้น เราเลยได้มีโอกาสถ่ายทำสารคดีภาพสั้น ๆ เรื่องท่องเที่ยวธรรมชาติและวัฒนธรรมของมัลดีฟส์อีกด้วย โดยได้รับคำแนะนำจากทีมงานที่มีความรู้ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติเป็นอย่างดี (ชมคลิปและอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่) ในวันครบรอบสองปีของครอสโร้ดส์ เราได้ข้อความจากทีมงานที่มัลดีฟส์ ว่าธรรมชาติของที่นั้นยิ่งสวยงามและอุดมสมบูรณ์ขึ้นอีก

 

จากการที่หลายเดือนที่ผ่านมา สถานการณ์โควิด-19 ทำให้จำนวนเที่ยวเรือที่พานักท่องเที่ยวเข้าออกโครงการมีน้อยลง จำนวนสัตว์น้ำต่าง ๆ รวมถึงฝูงนกทะเล ได้เข้ามาอาศัยและหากินในบริเวณรอบ ๆ โครงการเป็นจำนวนมากขึ้น

หากใครมีโอกาสได้ไปเที่ยวที่นั่น จะได้มีโอกาสสัมผัสความมหัศจรรย์ในแบบที่เขายังไม่ได้พาเราไปดูเมื่อคราวที่แล้ว นอกจากกิจกรรมสอนดำน้ำ เข้าชมศูนย์เรียนรู้ทางธรรมชาติ พายเรือรอบ ๆ เกาะ หรือการออกทริปไปดำน้ำลึกไกล ๆ แล้ว ทีมงานขอนำเสนอ 8 จุดดำน้ำใหม่ใกล้ ๆ ที่พักที่เขาเรียกว่า “8 Wonders” ดังนี้

1. “Coral Patch” หรือ บริเวณที่มีปะการังเกิดขึ้นเป็นหย่อม ๆ รวมกันเป็นบริเวณกว้างออกไปไม่ไกลจากโครงการ คุณสามารถไปดำน้ำในจุดอนุรักษ์ปะการังขนาดเกือบ ๆ 5,000 ตารางเมตร เพื่อชมความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในจุดที่ Marine Biologist ของ โครงการใช้สำรวจ และติดตามการเจริญเติบโตของปะการัง เหมาะสำหรับคนที่ชอบดำน้ำดูปลาแบบ Snorkeling

2. “Tuna Sculptures” ประติมากรรมใต้ทะเลที่อยู่ลึกเพียง 6 เมตร อยู่ในบริเวณลากูน ตรงกลาง ใกล้ ๆ กับห้องพักของโรงแรม SAii Lagoon Maldives และโรงแรม Hard Rock Hotel Maldives (ชมภาพห้องพักเพิ่มเติมได้ที่นี่) จุดดำน้ำนี้จึงเป็นจุดที่ปลอดภัยและสะดวกสำหรับการฝึกทักษะการดำน้ำโดยไม่ไปรบกวนระบบนิเวศ เหมาะสำหรับผู้ที่มาเรียนดำน้ำทั้ง Scuba และ Freedive เพราะนอกจากประติมากรรมที่ใช้ฝึกเป็นเป้าสายตาแล้ว ยังมีดอกไม้ทะเลและฝูงปลาการ์ตูนมัลดีฟส์ให้ชื่นชมด้วย จะมีที่ไหนน่าฝึกดำน้ำเท่ากับน้ำใส ๆ ของที่นี่

3. “House Reef” หรือแนวปะการังรอบกับที่พักแบบ “Water Villa” ของทั้งสองโรงแรม พื้นที่ตรงนี้เป็นที่ขยายพันธ์และฟื้นฟูปะการัง ที่สำคัญคือเป็นจุดที่ว่ายออกมาจากขั้นบันไดห้องพักได้เลย เพื่อชมปลาสีสันสวยงามรวมถึงเต่าทะเล ปลากระเบน และฉลาม Reef Shark ตัวเล็ก ๆ ที่ยังหากินกันเป็นกลุ่ม เหมาะสำหรับคนที่ชอบดำน้ำตื้นแบบ Snorkel แบบอยากจะเดินออกมาจากห้องพักแล้วดำน้ำได้เลย

4. “Coral Recruit Site” หรือแหล่งพ่อแม่พันธุ์ปะการัง คือจุดดำน้ำที่สงวนไว้เฉพาะสำหรับนักชีววิทยาและนักวิทยาศาสตร์ทางทะเล ให้เข้ามาสำรวจและศึกษาแนวปะการังที่ผ่านเหตุการณ์ปะการังฟอกขาว (Coral Bleaching) ครั้งใหญ่มาแล้ว หากมีการแตกหัก ทีมนักวิทยาศาสตร์ของ Marine Discovery Center จะนำชิ้นส่วนนั้นไปอยู่ในความดูแลของศูนย์เพื่อขยายพันธุ์และนำไปไว้ที่แหล่งอนุบาลปะการังต่อไป

5. “Singha Pinnacle” ที่ระดับความลึก 13 เมตร ใต้ผืนน้ำบริเวณลากูน มีกลุ่ม “ปะการังโขด” กองหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายสิงโตตัวใหญ่ ซึ่งกว่าจะมีขนาดเท่านี้ต้องใช้เวลาหลายปีในการเติบโต

6. “Cathedral” เป็นจุดดำน้ำลึกที่อยู่ริมฝั่งตะวันออกของลากูน โดยมีแนวปะการังบนแนวผาไต่ระดับ ตั้งแต่ระดับความลึก 5 เมตร จนถึงระดับ 30 และยังมีโพรงถ้ำสำหรับนักดำน้ำระดับ Advanced ขึ้นไป ในจุดนี้โอกาสที่จะได้พบเจอ กลุ่มปลาที่หลากหลาย เช่น ปลาไหลมอเรย์ ทูน่า กระเบนนก และเต่าทะเล

7. “Helmuth Reef” เฮลมุธรีฟ เป็นจุดดำน้ำนี้มีลักษณะเป็นผาชันและลึกจนสุดสายตา ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะเกาะแนวปะการัง “อะทอล” อย่างมัลดีฟส์ นักดำน้ำลึก Scuba จะได้สำรวจปะการังในระดับความลึกต่าง ๆ ในจุดเดียว อีกทั้งยังจะได้เห็นปลาสีสันสวยงาม เช่น ปลากะรังจิ๋วสีทอง (Lyretail basslet) ปลาวัวตัวตลก (Clown Triggerfish) หรือฝูงปลากระเบนปีศาจ (Devil Ray) และอีกมากมาย

8. “Emboodhoo Canyon” เอมบูดู แคนยอน เป็นอีกจุดดำน้ำลึก ที่สวยงามน่าสนใจ มี ลักษณะเป็นหุบผาชันใต้น้ำลึก 18 เมตร ที่จุดนี้จะมี ฉลามครีบขาว (Whitetip Reef Shark) กระเบนธง (Stingray)

นอกจากจุดดำน้ำทั้ง 8 จุดที่แนะนำไป รอบๆโครงการยังมีปะการังน้ำตื้นที่และลากูนที่ว่ายน้ำ ได้อย่างปลอดภัยสำหรับทุกคนในครอบครัว แล้วก็ยังมีจุดที่นักท่องเที่ยวมองออกไปเห็นฝูง โลมากระโดดนอกเขตน้ำลึกไม่ไกลจากโครงการ แต่ถ้าคุณเป็นนักเดินทางสาย Explorers คุณไม่ควรพลาดการขึ้นเรือจากท่าเทียบเรือของโครงการไปยังเมือง มาเล่ ซึ่งใช้เวลาเดินทาง เพียง 15 นาที เพื่อไปสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น ชมสถาปัตยกรรม ชิมอาหารพื้นเมือง และอีก มากมาย
(ชมเรื่องราวของการเที่ยวเมือง มาเล่ ของเราได้ที่นี่)

ขอแสดงความยินดีที่ Crossroads Maldives ครบรอบสองปี พวกเรายังคิดถึงครอสโร้ดส์เสมอ ยิ่งได้ยินว่าการก่อสร้างในเฟสแรกเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว ร้านค้า ร้านอาหารบริเวณ รอบ ๆ ท่าเทียบเรือยอรท์สุดหรูก็เปิดบริการครบแล้วด้วย ที่ประทับใจอีกอย่างคือมิตรภาพและ ความใส่ใจของพนักงานทุกคนที่โครงการ ซึ่งมาจากทั่วโลก หลากหลายเชื้อชาติ รวมทั้งคน ไทยที่ทำงานที่นั่นหลายคน หวังว่าจะได้เจอกันอีกครับ

เรื่อง เจรมัย
ภาพ ดำรง / หมี / โครงการครอสโร้ดส์

เรื่องแนะนำ

นักวิจัยไทย นำการทดลองไปทดลองบนสถานีอวกาศนานาชาติ

ครั้งแรกของ นักวิจัยไทย ที่ยกระดับงานวิจัยของชาติโดยการส่งชุดการทดลองเชื้อไข้มาลาเรียไปทดลองบนสถานีอวกาศนานาชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า นำการทดลองเกี่ยวกับเชื้อไข้มาลาเรียของ นักวิจัยไทย ขึ้นไปทดลองในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงที่สถานีอวกาศนานาชาติ เมื่อปี 2017 ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกพบว่า ประชากรทั่วโลกเสียชีวิตจากโรคไข้มาลาเรียประมาณ 435,000 คน ในประเทศไทย จากรายงานของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 16 สิงหาคม 2019 พบผู้ป่วยโรคไข้มาลาเรียแล้ว 3,747 คน ในจำนวนนี้มี 7 รายที่เสียชีวิต ไข้มาลาเรียเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อโปรโตซัวพลาสโมเดียม ซึ่งเป็นเชื้อโรคที่อาศัยในเลือด ไข้มาลาเรียมีความชุกชุมตามบริเวณที่เป็นป่าเขาและมีแหล่งน้ำ ในปัจจุบันถือเป็นโรคประจำถิ่นที่ยังเป็นปัญหาทางด้านสาธารณสุข ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของประชาชน ไข้มาลาเรียติดต่อโดยยุงก้นปล่องตัวเมียเป็นพาหะนำเชื้อมาลาเรียจากผู้ป่วยไปสู่คนอื่นๆ โดยเริ่มจากยุงก้นปล่องกัดผู้ป่วยที่เป็นไข้มาลาเรีย แล้วดูดเลือดที่มีเชื้อมาลาเรียเข้าไป หลังจากนั้น เชื้อมาลาเรียจะใช้เวลาเจริญเติบโตอยู่ในตัวยุงประมาณ 10 วัน จนอยู่ในระยะที่ทำให้เกิดโรค เมื่อยุงที่มีเชื้อมาลาเรียไปกัดคน ก็จะปล่อยเชื้อมาลาเรียจากต่อมน้ำลายเข้าสู่คน จึงทำให้คนที่ถูกยุงกัดเป็นไข้มาลาเรีย โดยทั่วไปอาการเริ่มแรกของไข้มาลาเรียเกิดขึ้นหลังจากถูกยุงก้นปล่องกัดประมาณ 10 ถึง 14 วัน กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพระดับโมเลกุลทางการแพทย์ […]

ท่องเที่ยวตามรอยหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ไทยเบฟ เปิดเส้นทางแห่งศรัทธา “โครงการท่องเที่ยวโดยชุมชน ตามรอยองค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต” ๑๕๐ ปี ชาตกาล และการได้รับยกย่องเชิดชูจากยูเนสโก้ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และมูลนิธิสิริวัฒนภักดี เตรียมเปิดเส้นทางแห่งศรัทธาสายธรรมมะ ภายใต้ชื่อ “โครงการท่องเที่ยวโดยชุมชนตามรอยองค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต” พร้อมหมุดหมายเป็นที่แรกที่จังหวัดลพบุรี เพื่อถวายเป็นอาจาริยบูชาแด่องค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เนื่องในโอกาสที่องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือองค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศยกย่องเชิดชู หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกสาขาสันติภาพ ในวาระปี พ.ศ. 2563 – พ.ศ. 2664 และเนื่องในวาระเฉลิมฉลองครบรอบ ๑๕๐ ปี ชาตกาล โดยถือเป็นพระอริยสงฆ์รูปที่สามของประเทศไทยที่ได้รับการยกย่อง นับตั้งแต่สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระปรมานุชิตชิโนรส และท่านพุทธทาสภิกขุ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต คือหนึ่งในพระวิปัสสนาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ของเมืองไทย พระอาจารย์ใหญ่แห่งกองทัพธรรม เป็นผู้มีปฏิปทาสันโดษ มักน้อย แสวงหาความวิเวก และตั้งมั่นอยู่บนความเพียรตั้งแต่วันแรกของการบรรพชา – อุปสมบท จวบจนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต […]

ลดปริมาณขยะพลาสติก ด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค

10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีขยะพลาสติกประมาณปีละ 2 ล้านตัน นำกลับไปใช้ประโยชน์เพียง 0.5 ล้านตัน ส่วนที่เหลือ 1.5 ล้านตัน เป็นพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง

“อีลอน มัสก์” ผู้ประกอบการที่อาจหาญที่สุดแห่งยุค

“อีลอน มัสก์” ผู้ประกอบการที่อาจหาญที่สุดแห่งยุค “อีลอน มัสก์ คือหนึ่งในผู้ประกอบการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุคเรา การหลอมรวมความฉลาดสุดขั้วแรงขับไม่วางวาย และความเชื่อแน่วแน่เข้าไปในไอเดียกล้าได้กล้าเสียของเขา หนังสือเล่มนี้คือภาพเบื้องหลังให้ได้เห็นอย่างใกล้ชิดชวนตะลึงว่าเทสลา สเปซเอกซ์ และโซลาร์ซิตีก่อตั้งขึ้นมาได้อย่างไร และอีลอนทำงานอย่างไรถึงนำพาความปรารถนาให้บรรลุผลได้ เขาคือบุคคลพิเศษไม่เหมือนใครที่กำลังเปลี่ยนโลก และหนังสือของแอชลีย์ แวนซ์ก็คือหลักฐานตอกย้ำว่าไอเดียพลิกเกมของอีลอนริเริ่ม ถือกำเนิด และตอนนี้เจริญงอกงามได้อย่างไร” – ดร.เจ. เครก เวนเทอร์ ผู้ลำดับจีโนมนุษย์คนแรกและผู้สร้างชีวิตสังเคราะห์ “หนังสือน่าตื่นใจเล่มนี้จะทำให้คุณอยากเริ่มตั้งบริษัท สร้างยานอวกาศ และไปเยือนดาวอังคาร เสียอย่างเดียวก็คือสุดท้ายแล้วคุณจะระลึกได้ว่าคุณไม่ใช่ อีลอน มัสก์“ – แอรอน เลวีย์ ซีอีโอแห่งบริษัทบ็อกซ์ “อีลอน มัสก์ คือชายที่เหมือนนั่งอยู่ในใจผมเอง เขาคือผู้กล้าเสี่ยงที่ไม่หวั่นไหวไปกับความถดถอยและมุ่งมั่นจะสร้างความมั่นคงให้อนาคตอันสดใสของมนุษยชาติ งานเขียนชีวประวัติอันสุกสกาวของแอชลีย์ แวนซ์ เล่มนี้ได้ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตวันแสนพิเศษและจิตวิญญาณอิสระเสรีของมัสก์ออกมา” – ริชาร์ด แบรนสัน ผู้ก่อตั้งเวอร์จินกรุ๊ป   จากรถยนต์ไฟฟ้า Tesla สู่อาณานิคมบนดาวอังคาร เรื่องราวชีวิตของผู้ประกอบการที่อาจหาญที่สุดในยุคของเรา “อีลอน มัสก์”หนังสือที่เป็น Best Book of the Year จากทุกโพล และมียอดขายมากกว่า 1.5 ล้านเล่ม พบกันเร็วๆนี้ ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้แล้ววันนี้ ที่นี่  ราคา 315บาท ——————————– ทดลองอ่านได้ ที่นี่