แสงซินโครตรอนกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร - National Geographic Thailand

แสงซินโครตรอนกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร

แสงซินโครตรอนกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร

ในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาก้าวไกลอย่างมาก มนุษย์ได้มีการคิดค้นสิ่งประดิษฐ์และนำเทคโนโลยีมาช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย อาหาร หรือการรักษาทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า ล้วนส่งผลให้มนุษย์ในโลกปัจจุบันมีความสะดวกสบายยิ่งขึ้น

ในโลกแห่งเทคโนโลยีสมัยใหม่ คงไม่มีใครปฏิเสธการนำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต อย่างกรณีการบริโภคอาหารของมนุษย์ในยุคปัจจุบัน ถือได้ว่าขบวนการต่างๆ ตั้งแต่การเพาะปลูก จนถึงมือผู้บริโภคล้วนต้องผ่านกระบวนการคิดและสร้างสรรค์ให้เกิดผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณภาพดีที่สุดก่อนถึงมือผู้บริโภค

สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน)

สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นหน่วยงานหนึ่งที่สนับสนุนการวิจัยรวมถึงให้บริการด้านการปรับปรุงคุณภาพอาหาร โดยใช้หลักการของแสงซินโครตรอน ที่สามารถศึกษาองค์ประกอบทางเคมี และศึกษาโครงสร้างตั้งแต่ระดับโมเลกุล และลงลึกถึงระดับอะตอม เพื่อการแยกแยะความซับซ้อนของเคมีทางอาหาร อันเกิดจากการผสมผสานอย่างลงตัวทั้งสารอาหารที่มีอยู่ในธรรมชาติ ที่เป็นสารอินทรีย์ สารอนินทรีย์ และศึกษาสารสำคัญในการออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งช่วยให้นักวิจัย ผู้ประกอบการและเกษตรกร ได้รู้และเข้าใจถึงความสำคัญขององค์ประกอบของอาหารที่มีผลต่อคุณสมบัติทุกด้านของผลิตภัณฑ์ ซึ่งต้องให้ความใส่ใจตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงขบวนการผลิตอาหาร เพื่อให้สามารถออกแบบอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสู่ผู้บริโภค ทั้งในด้านรสชาติ และเป็นอาหารที่มีสารประกอบพิเศษที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ (Functional Food) นอกเหนือจากมีสารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ

สถาบันฯ ร่วมมือกับหลายภาคส่วนทั้งหน่วยงานวิจัยรัฐบาล มหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาและสร้างงานวิจัยด้านต่างๆ ป้อนสู่สาธารณชนเพิ่มขึ้น เช่น การศึกษาความต้านทานโรคในข้าวโดยจุลินทรีย์ การศึกษากลไกการยับยั้งเซลล์มะเร็งเต้านมจากสารสกัดโปรตีนจากดักแด้ไหม การศึกษาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดโรคข้อเข่าเสื่อม การตรวจหาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี เป็นต้น

ดร.กาญจนา ธรรมนู นักวิทยาศาสตร์แห่งสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน

หนึ่งในตัวอย่างงานวิจัยที่ช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค คือการวิเคราะห์หาอัตลักษณ์ทางเคมีของเนื้อไก่โคราช โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการเลียนแบบสายพันธุ์ และเพิ่มมูลค่าของสินค้า พบว่า “สามารถจำแนกสายพันธุ์ไก่โคราช กับไก่พันธุ์เนื้อทางการค้าและไก่พื้นเมือง ได้ถูกต้องถึงร้อยละ 91 และพบสารอาหารจำพวกโปรตีนสูงกว่าเนื้อไก่ที่จำหน่ายในท้องตลาด” ดร.กาญจนา ธรรมนู นักวิทยาศาสตร์แห่งสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวและเสริมว่า “การทดสอบโดยใช้แสงซินโครตรอน เป็นวิธีการศึกษาที่ไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาตรวจสอบไม่นาน และตัวอย่างที่นำมาตรวจสอบไม่ต้องผ่านกระบวนการทางสารเคมี”

ภายในชั้นใต้ดินของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอุปกรณ์ของแหล่งกำเนิดแสงให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ
สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนประกอบด้วยสถานีวิจัยหลายส่วน ซึ่งแต่ละสถานีจะใช้แสงซินโครตรอนตามประเภทของงานวิจัย

ด้วยความพร้อมของสถาบันฯ ในการใช้แสงซินโครตรอนซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีศักยภาพสูงเพื่องานวิจัยอาหาร สถาบันฯ จึงได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากแผนงานบูรณาการพัฒนาอุตสาหกรรมศักยภาพ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ในการจัดตั้งศูนย์วิจัยเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านอาหารและการเกษตร ด้วยการใช้เทคโนโลยีแสงซินโครตรอนเพื่อรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตรโดยเฉพาะ และได้รับการตอบรับอย่างสูงจากภาคอุตสาหกรรม “สถาบันฯ มุ่งหวังการสร้างนวัตกรรมอาหารโดยอาศัยเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลิตผลทางการเกษตรของประเทศ” ดร.วราภรณ์ ตัณฑนุช รักษาการหัวหน้าส่วนวิจัยประยุกต์เพื่ออุตสาหกรรม กล่าว

ดร.วรวิกัลยา เกียรติพงษ์ลาภ (ซ้าย) กำลังศึกษาโครงสร้างและการกระจายตัวของไขมันในเนื้อไอศกรีม โดยใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด
ผลิตภัณฑ์อาหารที่เราบริโภคในชีวิตประจำวัน ล้วนผ่านกระบวนการวิจัยและคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพที่สุดก่อนถึงมือผู้บริโภค

ตัวอย่างงานวิจัยที่ตอบโจทย์ให้แก่ภาคอุตสาหกรรม เช่น การวิเคราะห์ผลของอุณหภูมิต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างโปรตีนในเนื้อหมูที่มีผลต่อการย่อยของร่างกาย การพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง การวิเคราะห์กระบวนการผลิตแป้งมันสำปะหลังเพื่อหาจุดเสี่ยงและปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดการเกิดแป้งโมเลกุลใหญ่กว่ามาตรฐานที่ต้องการ การวิเคราะห์การซึมผ่านของสารออกฤทธิ์ทางยาและสมุนไพรสู่ผิวหนังการวิเคราะห์แยกสารออกฤทธิ์กระตุ้นภูมิต้านทานและสารออกฤทธิ์ทางเครื่องสำอางจากเห็ดและสมุนไพร การพัฒนาสูตรอาหารไขมันต่ำและสำหรับผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม ศึกษาการโครงสร้างและการกระจายตัวของไขมันในเนื้อไอศกรีมที่ส่งผลคุณภาพการคงตัวและด้านเนื้อสัมผัส และการพัฒนาสารเติมแต่งจากธรรมชาติเพื่อทดแทนการใช้ฟอสเฟตในอุตสาหกรรมอาหารแช่แข็ง ในการรักษาคุณภาพและเพิ่มคุณค่าทางอาหารของผลิตภัณฑ์ เป็นต้น ดร.วรวิกัลยา เกียรติพงษ์ลาภ กล่าว

นับเป็นก้าวย่างที่สำคัญของวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในเมืองไทย กับบทบาทของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ที่มีส่วนช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ การสนับสนุนงานวิจัยด้านต่างๆ ของสถาบันล้วนส่งผลให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ปัจจุบันได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยให้นักวิจัยหรือผู้ผลิตมีทางเลือกในการเพิ่มมูลค่าและความน่าเชื่อถือให้กับผลงานของตนเอง

เจ้าหน้าที่คอบตรวจสอบระบบการทำงานของเครื่องมือต่างๆ อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หลายเครื่อง ภายในห้องควบคุมระบบลำเลียงแสง เพื่อให้ทุกระบบทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ

ในการนี้ ขอขอบพระคุณนักวิจัยทุกท่านที่ช่วยแนะนำการทำงานและบทบาทของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ทำให้เราได้ทราบถึงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในเมืองไทย รวมถึงการต้อนรับที่อบอุ่นจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน

เรื่อง ฉัตรดนัย สุขทองสา

ภาพถ่าย ธนกิตต์ คำอ่อน

อ่านเพิ่มเติม : ไฉน ชันสูตร จึงสำคัญฉลามจำนวนมากอยู่มานานเป็นร้อยปี

เรื่องแนะนำ

แคมเปญรณรงค์ลดวิกฤติมลภาวะขยะพลาสติกในมหาสมุทร

ปัจจุบัน ปัญหามลพิษในท้องทะเลเป็นเรื่องที่กำลังได้รับความสนใจจากประชากรโลก จากการนำเสนอของสื่อต่างๆ ที่สามารถเข้าถึงผู้รับสารได้รวดเร็วและกว้างขวางขึ้น ทำให้เราได้เห็นถึงผลกระทบของขยะพลาสติกที่มีต่อท้องทะเล หลายภาคส่วนได้ตระหนักถึงความร่วมมือในการอนุรักษ์ท้องทะเล เพื่อให้ความสวยงามของระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งยังอยู่คู่กับเราอย่างยั่งยืน โทรคาเดโร ไทม์ (Trocadero Time) บริษัทธุรกิจนำเข้านาฬิกาโอริส (Oris) ที่ตระหนักในเรื่องสภาพแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง เปิดตัวแคมเปญ “Clean Ocean Thailand” ที่มีจุดประสงค์ในการสร้างความตระหนักรู้ถึงมลพิษของขยะพลาสติกในมหาสมุทร และกระตุ้นจิตสำนึกในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์ในแนวทางสู่ความยั่งยืน และยังมุ่งหวังให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคในการช่วยลดการใช้พลาสติก กิจกรรมครั้งนี้ เลือกสถานที่ ณ เกาะสาก จังหวัดชลบุรี เพื่อช่วยดูแลความสะอาดของท้องทะเลเมืองไทยและเพื่อเป็นการสนับสนุนความร่วมมือระดับโลกระหว่างนาฬิกาโอริส และ Pacific Garbage Screening องค์กรผู้บุกเบิกในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยกักเก็บขยะพลาสติกก่อนที่จะลงมหาสมุทร โดยโอริสจัดทำนาฬิการุ่นพิเศษ “Oris Clean Ocean Limited Edition” ซึ่งฝาหลังทำมาจากพลาสติกรีไซเคิล เพื่อนำรายได้ร่วมสมทบทุนงานวิจัยขององค์กรฯ คุณเตย มหาดำรงค์กุล แห่ง โทรคาเดโร ไทม์ ร่วมกับ ดร. เวย์น ฟิลลิปส์ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยมหิดล (MUIC) นำเหล่าพนักงาน นักศึกษา ผู้เชี่ยวชาญด้านอนุรักษ์ทางทะเล ลงพื้นที่เกาะสากซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศวิทยาแนวปะการัง […]

งานสัมมนา “วิสาหกิจเพื่อสังคม : กลไกสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน”

บริษัท ซี เอ ซี จำกัด (C asean) ศูนย์กลางความเชื่อมโยงเครือข่ายการทำงานทุกภาคส่วนสู่การพัฒนาประเทศ เพื่อความยั่งยืนในระดับภูมิภาคอาเซียน ร่วมกับมูลนิธิสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมแห่งประเทศไทย และบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด จัดสัมมนา “วิสาหกิจเพื่อสังคม: กลไกสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” (Thailand Sustainability Forum 2019: Fostering Social Enterprises) เพื่อสร้างความตระหนักถึงการทำงานในรูปแบบวิหาสกิจเพื่อสังคม ให้กับสาธารณชนทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณธานี ทองภักดี รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ขึ้นบรรยายในหัวข้อ “วิสาหกิจเพื่อสังคมกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ” ที่ชี้ให้เห็นถึงบทบาทและความสำคัญของภาครัฐที่จำเป็นต้องสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมของวิสาหกิจเพื่อชุมชน ในส่วนของการนำเสนอกรณีศึกษาได้รับเกียรติจากผู้นำศาสนาทั้งสามศาสนาในชุมชนกุฎีจีนประกอบด้วย พระพรหมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร มงชินญอร์ ดร. วิษณุ ธัญญอนันต์ รองเลขาธิการสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย และอิหม่ามนาวิน สาสนกูล อิหม่ามมัสยิดกูวติลอิสลาม ที่ร่วมกันจัดตั้ง “วิสาหกิจเพื่อสังคมร่วมใจพัฒนาชุมชนกุฎีจีน” ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีความหลากหลายทาเชื้อชาติและวัฒนธรรม ถือเป็นชุมชนตัวอย่างด้านการบริหารจัดการชุมชนอัจฉริยะ (Smart Community) และเป็นชุมชนที่มีความยั่งยืน ตามเป้าหมายข้อที่ 11 ว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ […]

ประมวลภาพบรรยากาศการตัดสิน โครงการ Every Picture Tells a Story Season 2

วันที่ 12 กันยายน  ที่ผ่านมา คณะกรรมการได้ร่วมกันตัดสินภาพถ่ายทั้งหมดจำนวน 30 ภาพ เพื่อเฟ้นหาผู้ชนะประจำโครงการประกวดภาพถ่าย Every Picture Tells a Story Season 2 โดยผลการตัดสินในปีนี้จะประกาศผล ภายในงานบ้านและสวนแฟร์ “เราจะไม่ลืม” ในวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ ณ ชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี สำหรับบรรยากาศจะเป็นอย่างไรลองไปชมกัน  

โอริส “Aquis Date Relief” นาฬิกาสำหรับนักประดาน้ำคุณภาพสูง

โอริส และนักว่ายน้ำระยะไกล Ernst Brommeis ร่วมพันธมิตรกันในการรณรงค์ให้ผู้คนเกิดความตระหนักถึงสถานการณ์น้ำของโลก โอริส และนักว่ายน้ำระยะไกล เอิร์นส บรอมเมส์ (Ernst Brommeis) กำลังดำเนินงานตามวิถีทางของตนเพื่อเพิ่มการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของน้ำ ด้วยการเปิดตัวนาฬิการุ่น Oris Aquis Date Relief นาฬิกาสำหรับนักประดาน้ำคุณภาพสูง เป็นเวลาหลายปีแล้วที่ โอริสได้มีโครงการรณรงค์เพื่อการป้องกันและอนุรักษ์มหาสมุทรของโลก ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งในพันธกิจที่จะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น แต่เราก็ยังคงมองเห็นถึงสัญญาณต่างๆ ว่ายังคงมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องลงมือทำ ด้วยการร่วมแรงร่วมใจกับกลุ่มลูกค้าของเรา ตัวแทนค้าปลีก และสื่อมวลชนที่เป็นพันธมิตรของเรา ตามความต้องการ ที่จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เป็นนัยสำคัญของสถานการณ์เรื่องน้ำของโลก ในเส้นทางที่สำคัญนี้ เรามีความภูมิใจที่จะแนะนำ Oris Aquis Date Relief หนึ่งในนาฬิกาคอลเล็คชั่น Aquis สำหรับนักประดาน้ำประสิทธิภาพสูง และเป็นนาฬิการุ่นใหม่จากความร่วมมือกับนักว่ายน้ำระยะไกล และเป็นทูตสันถวไมตรีในเรื่องน้ำของโอริส Ernst Bromeis Ernst ได้สวมใส่นาฬิการุ่น Oris Aquis Date Relief ในปฏิบัติการที่ทะเลสาปไบคาล ร่วมกับนักถ่ายภาพ Maurice Haas เพื่อเตรียมการล่วงหน้าสำหรับการว่ายน้ำในโครงการ ‘เดอะ บลู มิราเคิล […]