เช็คให้ดีก่อนนำ สัมภาระขึ้นเครื่อง - National Geographic Thailand

เช็กสัมภาระให้ดีก่อนขึ้นเครื่องบิน

เช็คให้ดีก่อนนำ สัมภาระขึ้นเครื่อง

ทุกวันนี้ การเดินทางโดยเครื่องบินเป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น แต่เนื่องจากการเดินทางทางอากาศยานนั้นมีความจำเป็นต้องรักษาความปลอดภัยด้านการบิน จึงมีการกำหนดให้ผู้โดยสารสามารถนำสัมภาระขึ้นเครื่องบินได้อย่างจำกัด เพื่อความปลอดภัยตลอดการเดินทาง เรามาเช็กกันดูว่าอะไรที่สามารถนำขึ้นเครื่องได้บ้าง

สัมภาระขึ้นเครื่อง

หมายเหตุ

*เซิร์ฟบอร์ด หรือวินด์เซิรฟ์ โดยปกติไม่อนุญาต ยกเว้นในกรณีผู้โดยสารเดินทางเข้าหรืออกจากประเทศออสเตรเลีย และประเทศนิวซีแลนด์ สามารถนำเซิร์ฟบอร์ด หรือวินด์เซิรฟ์ 1 ชิ้นรวมเข้าในสิทธิ์สัมภาระ โดยผู้โดยสารที่ได้รับสิทธิ์ดังกล่าว เป็นผู้โดยสารที่มีการแวะพัก (stopover) ที่กรุงเทพฯ

**มาตรการจำกัดปริมาณของเหลว เจล และสเปรย์ขึ้นเครื่องบิน

  • ของเหลว เจล และสเปรย์ทุกชนิด ต้องบรรจุในภาชนะที่มีความจุไม่เกิน 100 มิลลิลิตร สำหรับภาชนะที่เกิน 100 มิลลิลิตร แม้จะมีของเหลว เจล หรือสเปรย์ เพียงเล็กน้อย ก็ไม่สามารถนำขึ้นห้องโดยสารได้
  • ภาชนะทั้งหมดต้องใส่รวมไว้ในถุงพลาสติกใสซึ่งเปิด-ปิดผนึกได้ โดยถุงพลาสติกใสต้องมีขนาดไม่เกิน 1 ลิตร
  • ของเหลวที่ได้รับการยกเว้น ได้แก่ นม และอาหารสำหรับเด็กทารกในปริมาณที่เหมาะสม รวมถึงยาที่มีเอกสารกำกับชัดเจน
  • ของเหลว เจล และสเปรย์ ที่ซื้อจากร้านค้าปลอดอากร (duty free shop) ภายในสนามบินหรือบนเครื่องบิน ต้องบรรจุในถึงพลาสติกใสปิดปากถุง ไม่มีร่องรอยการเปิดปากถุง และมีหลักฐานแสดงว่าได้ซื้อ ณ วันที่เดินทาง และตรวจสอบข้อมูลจากร้านค้าก่อนซื้อสินค้า

ขอบคุณข้อมูลจาก บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน)

 

เรื่องแนะนำ

มาสนุกกับการคำนวณค่าคาร์บอนกันเถอะ

คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เป็นก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญที่สุด โดยปกติแล้วก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ช่วยทำให้โลกอบอุ่นขึ้น แต่จากกิจกรรมของมนุษย์ในปัจจุบันทั้งการขยายตัวของยุคอุตสาหกรรม การใช้พลังงานฟอสซิลที่เพิ่มมากขึ้น ได้ปลดปล่อยปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศในปริมาณมากเกินไปจนทำให้เกิดภาวะโลกร้อนตามมา ในกระบวนการสังเคราะห์แสง ต้นไม้จะนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาใช้ในการสร้างอาหารและเพิ่มผลผลิตมวลชีวภาพ โดยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะถูกเปลี่ยนมาเป็นคาร์บอน (C) ในเนื้อไม้ ซึ่งเนื้อไม้ทั่วๆ ไป มีค่าคาร์บอนอยู่ประมาณร้อยละ 50 ดังนั้นต้นไม้และป่าไม้มีคุณสมบัติที่ดีคือ สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไว้ก่อนที่จะลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยาการ การวัดการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้ ทำให้เรารู้ว่าคาร์บอนไดออกไซด์จากชั้นบรรยากาศมาเก็บไว้ปริมาณเท่าใด โดยที่การสร้างเนื้อไม้ขึ้นมา 1 ตัน จะสามารถดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 1.81 ตันและยังปล่อยก๊าซออกซิเจนประมาณ 1.32 ตัน เร็วๆ นี้ สถาบันลูกโลกสีเขียวได้เผยแพร่สูตรคำนวณปริมาณการกักเก็บคาร์บอนและค่าน้ำหนักแห้งอย่างง่ายในต้นไม้หลายชนิด เพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่องค่าคาร์บอนส่งเสริมการปลูกต้นไม้ การอนุรักษ์และการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้น ผู้สนใจสามารถเข้าเว็บไซต์ https:// www.greenglobeinstitute.com เลือกหัวข้อ องค์ความรู้ >คำนวณปริมาณการกักเก็บคาร์บอนและค่าน้ำหนักแห้ง   ต้นไม้ที่นำมาใช้ในการคำนวณมีให้เลือกทั้งหมด 6 ชนิด ป่า/พันธุ์พืช คือ (1) ตระกูลไผ่ ประกอบด้วย ไผ่ลวก ไผ่บงดำ ไผ่ข้าวหลาม ไผ่ไร่ และไผ่ผาก (2) ต้นไผ่ […]

ประมวลภาพบรรยากาศพิธีอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทาน สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา นายประจวบ ไชยสาส์น นายกสมาคมมิตรภาพไทย – เวียดนาม ได้เป็นประธานในพิธีเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรไปทอดถวาย ณ วัดเฟื้อกเซิน จังหวัดด่งนาย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยมีพระ ทิก บู๋ จั๊นห์ เจ้าอาวาสวัดเฟื้อกเซิน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนางเหวียน หว่า เหียบ รองประธานคณะกรรมการประชาชน จังหวัดด่งนาย เป็นผู้แทนฝ่ายเวียดนาม ผู้แทนฝ่ายไทย ประกอบไปด้วยนางสาววันทนีย์ วิพุธวงศ์สกุล อุปทูต ณ กรุงฮานอย นางอุรีรัชต์ เจริญโต กงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์ (ณ เวลานั้น) ข้าราชการอาวุโสจากประเทศไทย คณะสมาคมมิตรภาพไทย – เวียดนาม พร้อมผู้แทนภาคเอกชนไทยในเวียดนาม เข้าร่วมพิธีอย่างเนืองแน่น พิธีอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 14 ที่กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญผ้าพระกฐินพระราชทานมาทอดถวายที่สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 โดยบรรยากาศในปีนี้ก็ยังคงเต็มไปด้วยพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยในเวียดนาม และชาวเวียดนามที่ต่างมาร่วมใจสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรที่ได้พระราชทานผ้าพระกฐินไปทอดถวายที่วัดเฟื้อกเซินเป็นครั้งแรก และในครั้งนี้สามารถรวบรวมปัจจัยโดยเสด็จพระราชกุศลของกระทรวงการต่างประเทศ […]

หนังสือท่องเที่ยว 8 เล่มที่ดีเยี่ยมสำหรับนักเดินทาง

หนังสือท่องเที่ยว เหล่านี้จะพาคุณท่องไปยังฝรั่งเศส อินเดีย อังกฤษ และประเทศอื่น ๆ ที่ไกลออกไป โดย เจนนิเฟอร์ บาร์เกอร์ หนังสือท่องเที่ยว หรือสร้างแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยวอยู่ในอันดับของขวัญที่ดีที่สุดในช่วงเทศกาล นวนิยายที่น่าสนใจหรือ หรือชีวประวัติอันแหลมคมและมากประสบการณ์สามารถพานักอ่านไปยัง (โอมาน) ที่ห่างไกล สู่ (อุทยานแห่งชาติ) ที่คุ้นเคย นอกจากนี้หนังสือ (หรือรายการ) ดี ๆ อาจแนะนำเคล็ดลับให้นำไปใช้ได้ในวันหยุดครั้งต่อไปเพื่อช่วยนำทางสู่วัฒนธรรมใหม่ ๆ หรือแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวดี ๆ ในช่วงลาพักร้อน บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “ส่งความรู้สร้างความสุข” เป็นอีกหนึ่งโครงการดี ๆ ของความร่วมมือระหว่าง บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด  รวมไปถึงหน่วยมหาชนงานภาครัฐ คือ กระทรวงศึกษาธิการ และ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เล็งเห็นความสำคัญของการอ่าน เพราะการอ่านถือเป็นรากฐานที่สำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะของเด็กและเยาวชน นี่คือหนังสือ 8 เล่มที่เพิ่งเผยแพร่และจะเติมเต็มไฟในการท่องเที่ยว โดยมีตั้งแต่เรื่องการทำอาหารนานาชาติสำหรับเด็ก ไปจนถึงปัญหาทางศาสนาและการเมืองในพม่าสมัยใหม่   นิยาย Celestial Bodies, […]

เคล็ดลับการอ่านหนังสือให้จำได้ดีและเข้าใจมากขึ้น

เรื่องของการอ่านหนังสือ แต่ละบุคคลต่างมีเทคนิคและวิธีการที่แตกต่างกัน รวมไปถึงความถนัดและความเข้าใจในหนังสือแต่ละประเภทก็แตกต่างกัน วันนี้ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย ขอแนะนำเทคนิคพื้นฐานที่ช่วยให้เราอ่านหนังสือให้จดจำและเข้าใจเนื้อหาได้มากขึ้น รู้จักช่วงเวลาของตนเองที่เหมาะสมต่อการอ่าน วิธีการอ่านหนังสือของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และเวลาในการอ่านหนังสือที่ดีของแต่ละคนก็ต่างกันไป เพราะบางคนอาจใช้เวลาในช่วงเช้า บางคนอาจชอบเวลาที่มีแสงแดดจัดๆ ของตอนกลางวัน หรือบางคนใช้เวลาจมจ่อมกับกองหนังสือในตอนเย็นก่อนนอน ดังนั้นเราควรพิจารณาดูก่อนว่า เราอ่านเวลาไหนแล้วจำได้ เข้าใจได้เร็ว เพราะนอกจากที่จะช่วยทำให้เราเข้าใจกับเนื้อหาที่อ่านไปแล้ว ยังช่วยให้เราไม่ต้องใช้พลังสมองมากเกินไปด้วย การออกเสียงบางประโยคที่สำคัญช่วยให้จำได้ดีขึ้น เทคนิคการอ่านผ่านๆ อาจใช้ได้กับการอ่านหนังสือบางประเภท แต่การอ่านหนังสือเรียนที่เราต้องบันทึกข้อมูล และทำความเข้าใจอย่างมาก ลองเปลี่ยนมาอ่านด้วยวิธีการออกเสียงไปด้วย อาจช่วยให้สมองในส่วนจดจำข้อมูลทำงานได้ดีขึ้น เช่น เรื่องซับซ้อนอย่างหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ลองอ่านออกเสียงไปพร้อมกับทำความเข้าใจ แล้วสรุปออกมาเป็นคำพูดของเรา อาจทำให้เราจดจำสาระสำคัญของเนื้อหาได้มากขึ้น ทำสรุปสั้นๆ ไว้หลังจากอ่านจบ การสรุปสั้นๆ เป็นภาษาของตนเอง ก็สามารถช่วยได้ทำให้เราเข้าใจเนื้อหาได้มากยิ่งขึ้น โดยเราอาจทำสรุปได้หลายรูปแบบ ทั้งการเขียน และวาดภาพประกอบ เพราะยิ่งเราสามารถอ่านแล้วสรุปได้อย่างต่อเนื่อง จะยิ่งทำให้เราจำได้เยอะขึ้น แถมยังเป็นการฝึกเขียนอธิบายไปในตัวอีกด้วย สำหรับการอ่านหนังสือเตรียมสอบ การฝึกทำโจทย์เป็นการทบทวนที่ดี การฝึกทำโจทย์ในรูปแบบต่างๆ จากบทเรียนที่เราอ่าน เปรียบเหมือนการทดสอบตัวเองเบื้องต้นว่า เราเข้าใจเนื้อหานั้นหรือไม่ และเป็นการทดลองได้ทำข้อสอบก่อนถึงวันวันสอบจริง และช่วยให้สมองได้ฝึกกระบวนการแก้ปัญหา สิ่งหนึ่งเวลาทำแบบฝึกหัดคือ พยายามตอบไปให้ได้มากที่สุดโดยไม่ต้องกังวลเรื่องถูดผิด เพราะเราสามารถประเมินตัวเองได้เบื้องต้นจากแบบฝึกหัดเหล่านี้ ห่างไกลจากโซเชียลมีเดีย […]