อยู่บ้านหยุดเชื้อ แต่ไม่หยุดเรียนรู้ กับการทดลองที่ทำได้จากของใช้ภายในบ้าน

อยู่บ้าน หยุดเชื้อ…ไม่หยุดเรียนรู้

อยู่บ้าน หยุดเชื้อ…ไม่หยุดเรียนรู้
กับ Fun Science @home…สนุกวิทย์ฯ ผ่านคลิปทดลอง

ความปกติใหม่ (New Normal) ที่กำลังเกิดขึ้น หรือในบางกิจการและกิจกรรมได้เกิดขึ้นแล้ว อันเป็นผลมาจากวิกฤตการณ์โรคอุบัติใหม่ “โควิด-19” เมื่อเชื้อโรคที่มองไม่เห็นระบาดจากคนสู่คนได้ง่าย การยับยั้งการแพร่ระบาดในเบื้องต้น คือการรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ซึ่งส่งผลต่อกิจกรรมรวมกลุ่มจนทำให้หลากหลายกิจกรรมในฐานวิถีชีวิตเดิม เริ่มเปลี่ยนไปสู่ฐานวิถีชีวิตใหม่ ที่มีรูปแบบการดำเนินชีวิตแตกต่างไปจากอดีต

เช่นเดียวกับกิจกรรมการเรียนรู้และทดลองทางวิทยาศาสตร์ ของฝ่ายวิชาการ หลักสูตรและสื่อการเรียนรู้ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ที่ปรับตัวไปสู่วิถีใหม่ จัดกิจกรรม Fun Science @Home by NSTDA ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก sciencecamp.fanpage และเว็บไซต์ https://www.nstda.or.th/sciencecamp/funscience/ เพื่อให้เยาวชนและผู้ปกครองใช้เวลาว่างช่วงปิดเทอม และ work from home ร่วมกันทดลองกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ผ่านคลิปวิดีโอ เช่น สารสีในใบไม้ พืชดูดน้ำ ไข่คัปพระอาทิตย์ และบอลลูนอากาศร้อน เหล่านี้ เป็นเพียงตัวอย่างกิจกรรมทดลอง ที่สร้างสรรค์เนื้อหาและสอนการทดลองโดยบุคลากรผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยต่างๆ และนักวิชาการ สวทช. สสวท. ร่วมกันพัฒนากิจกรรม

นางฤทัย จงสฤษดิ์

นางฤทัย จงสฤษดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ หลักสูตรและสื่อการเรียนรู้ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า ด้วยการระบาดของโรคโควิดจึงเกิดไอเดียการทดลองเรียนรู้วิทยาศาสตร์จากบ้าน ให้เด็กมีกิจกรรมการเรียนรู้ที่ดีผ่านการลงมือทำ และทำให้คนในครอบครัวมีกิจกรรมสร้างสรรค์เกิดสัมพันธภาพที่ดีร่วมกัน ที่สำคัญจะต้องเป็นกิจกรรที่ทดลองแล้วเกิดไม่อันตราย เนื่องจากไม่ได้มีผู้เชี่ยวชาญดูแล เป็นกิจกรรมทดลองที่สนุก เด็กเห็นแล้วอยากทำตาม และอุปกรณ์ทดลองต้องหาได้จากในบ้าน ราคาไม่แพง เช่น เกลือ น้ำแข็ง กระดาษ เป็นต้น

“ปกติแล้วเวลาเราทำกิจกรรมวิทยาศาสตร์ เรามักห้องแล็บ และเครื่องไม้เครื่องมือที่ซับซ้อน แต่การทำกิจกรรมวิทยาศาสตร์แบบ Fun Science @Home ที่บ้าน พ่อแม่สามารถทำกิจกรรมกับลูกได้เอง ซึ่งกิจกรรมที่ทำการทดลองผ่านคลิป จะเป็นกิจกรรมง่ายๆ ไม่ต้องออกนอกบ้านไปซื้อสารเคมี แต่สามารถหาอุปกรณ์ได้ง่ายๆ จากในบ้าน มาทำการทดลองสนุกๆ”

นางฤทัยกล่าวต่อว่า กลุ่มเป้าหมายที่เข้ามาทดลองกิจกรรมมีทั้งเด็กระดับอนุบาล มีกิจกรรมทดลองจากโครงการบ้านวิทยาศาสตร์น้อยและที่ทีมงานพัฒนาขึ้นใหม่ ซึ่งอาจมีคุณพ่อคุณแม่ในการช่วยทดลองกิจกรรมร่วมกับเด็กกลุ่มนี้ เพื่อพัฒนาทักษะความอยากรู้อยากเห็น ตลอดจนสอนให้เขาหยิบจับเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก และยังมีกลุ่มเด็กประถมซึ่งมีกิจกรรมทดลองจากโครงการมหาวิทยาลัยเด็กที่หลากหลาย

นอกจากนี้ ทีมนักวิชาการยังได้พัฒนาสื่อชุดทดลองการเรียนรู้สำหรับเด็ก เพื่อเป็นของรางวัลให้กับเด็กๆ ที่มีคลิปการทดลองถูกใจพี่ๆ แอดมินในเพจ โดยผู้ที่ได้รางวัล ทีมงานจะได้ส่งชุดทดลองการเรียนรู้ Science delivery ให้ถึงบ้าน เพื่อเป็นกำลังใจให้เด็กๆ ไปต่อยอดและกระตุ้นการเรียนรู้ให้เด็กๆ ไม่รู้จบ

“จาการเปิดกิจกรรมทดลองผ่านเพจได้ผลลัพธ์ดีเกินคาด โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและกลุ่มเด็กที่บ้าน ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยสร้างสังคมครอบครัววิทยาศาสตร์ ซึ่งหากมีการต่อยอดต่อไปเรื่อยๆ จะเป็นฐานสำคัญที่ทำให้หลายคนไม่กลัววิทยาศาสตร์ แต่จะเห็นว่าวิทยาศาสตร์ก็สนุกได้และอยู่รอบๆ ตัวเรา” นางฤทัย กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับกิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาตร์ผ่านแฟนเพจ sciencecamp ได้รับการตอบรับจากน้องๆ ในช่วงปิดเทอมและผู้ปกครองที่ทำงานจากบ้านอย่างมาก โดยส่วนใหญ่ต่างสะท้อนมุมมองว่าการทดลองมีความสนุก น่าตื่นเต้น ได้ความรู้แถมยังอุปกรณ์ทดลองได้ง่ายๆ ในบ้าน

ด.ช.ปัญพณชช์ ปาณานนท์ หรือ น้องพณช อายุ 11 ปี โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ กล่าวว่า ได้ทดลองกิจกรรมพืชดูดน้ำ เมื่อทำตามแล้วได้เรียนรู้ว่าพืชดูดน้ำไปเลี้ยงถึงใบ เพราะเห็นว่าใบพืชเปลี่ยนสีเป็นสีเดียวกับน้ำที่เราใส่น้ำสีนั้นๆ เข้าไป

“ผมรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ทดลองด้วยตัวเอง และที่ได้เห็นการดูดน้ำและการเปลี่ยนสีของพืช เพราะตอนเรียนที่โรงเรียนผมเคยแต่ดูเขาทำ แต่เมื่อทดลองทำด้วยตัวเองทำให้ผมจดจำได้ดีและยังได้ความรู้จากการทดลองด้วย จึงอยากให้พี่ๆ ที่ทำคลิปผ่านเพจนี้ไปเรื่อยๆ เพื่อที่ผมและน้องจะได้ทดลองกิจกรรมอื่นๆ สนุกๆ แบบนี้อีก” พณช อธิบายสิ่งที่ได้เรียนรู้

เช่นดียวน้องสาวของเขา ด.ญ.ปวีรมัย ปาณานนท์ หรือ น้องภริม อายุ 10 ปี จากโรงเรียนโรงเรียนเซนต์โยเซฟทิพวัลสมุทรปราการ เสริมว่า รู้สึกตื่นเต้นและสนุกมากๆ แถมยังได้ความรู้จากคลิปที่ได้ทดลองทำตาม ซึ่งปกติเคยเห็นกิจกรรมเหล่านี้จากการเรียนบ้าง แต่ยังไม่เคยทดลองด้วยตัวเองมาก่อน และอยากให้ทางเพจได้ทำคลิปอื่นๆ ออกมาให้เด็กๆ ทางบ้านได้ดูและทดลองทำต่อไป

นางสวรรค์ ปาณานนท์ คุณแม่ของน้องพณช และน้องภริม กล่าวว่า Fun Science @Home เป็นกิจกรรมที่ทำได้ไม่ยากและหาอุปกรณ์ได้ในบ้าน ไม่ต้องไปเสียเงินเรียนคอร์สแพงๆ ที่สำคัญคือเป็นกิจกรรมที่ทำได้ง่ายๆ ทุกเวลา ซึ่งมีประโยชน์ไม่เพียงแค่กับเด็กๆ เท่านั้น แต่ผู้ปกครองก็ได้ทำกิจกรรมเรียนรู้ร่วมกับลูกๆ ด้วย ที่สำคัญคือฝึกระบบการเรียนรู้ที่จำเป็นของเด็กได้ดี เนื่องจากเด็กๆ จะคิดเป็นขั้นตอนได้ เขาต้องเห็นของจริง เห็นภาพจริงและทดลองจริง ซึ่งหากทดลองบ่อยๆ เด็กจะคิดและแปรผลได้ดี ขณะที่ผู้ปกครองก็ได้ทบทวนความรู้เหล่านี้ไปพร้อมกับลูกๆ ได้เรียนรู้และพูดภาษาเดียวกับพวกเขาได้

“เราถามลูกๆ ว่า พี่ๆ เขาทดลองในกิจกรรมผ่านคลิป อยากทำตามหรือเปล่า ซึ่งลูกๆ เห็นแล้วก็สนใจและอยากทำตาม เพราะกิจกรรมพืชดูดน้ำ อุปกรณ์ สีผสมอาหารและผักต่างๆ ก็หาได้ในครัวบ้านเรา เด็กๆ ได้ทดลองแล้วก็ตื่นเต้นตามไปด้วยว่าทำไมผักเปลี่ยนสี เขาก็มองเปรียบเทียบและเห็นความแตกต่าง”

ด้าน นางสาวยุวพร ชมภูนุชประภา คุณแม่ของน้องอา กล่าวว่า ลูกชายชอบวิชาวิทยาศาตร์มากๆ และบังเอิญว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้องอยู่บ้าน ทำงานจากบ้านเพื่อลดการแพร่ระบาดโรคโควิด โดยได้เห็นกิจกรรมการทดลองวิทยาศาสตร์ ที่น่าติดตามในเพจ science camp ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมที่สามารถทำที่บ้านได้ เช่น กิจกรรมทดลองไข่พระอาทิตย์ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ลูกสนใจจึงทดลองด้วยกัน มีการอัดคลิปสดๆ กับลูกแบบไม่ตัดต่อเลย ซึ่งลูกชอบมากแถมยังได้รางวัลขวัญใจพี่ science camp ได้ของรางวัลจากเพจส่งมาให้ที่บ้านด้วย

“กิจกรรมทดลองที่ทางเพจทำมานั้นดีมากๆ เพราะเป็นกิจกรรมที่เด็กๆ สนใจและเหมาะกับหลายๆ ช่วงวัย และยังเป็นสิ่งอยู่ใกล้ตัว อุปกรณ์ทดลองก็สามารถหาได้ไม่ยากด้วยค่ะ”

ด.ช.รณกร จินดารัตน์ หรือน้องอา อายุ 11 ปี โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน กล่าวว่า สนุกมากกับวิธีการทดลองกิจกรรมไข่พระอาทิตย์ ซึ่งเป็นเมนูของในหลวงรัชกาลที่ 9 และตนได้นำมาทดลองทำด้วยตัวเอง โดยได้เรียนรู้เรื่องการใช้ความร้อนในการทำให้ไข่สุก และรสชาติอาหาร ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในวิชาการงานอาชีพที่โรงเรียนได้ด้วย

“การมีคลิปทดลองทางวิทยาศาสตร์ ให้ทดลองทำได้จากที่บ้าน ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ดีมากๆ ครับ ทำให้ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และนำไปทำเมนูอาหารในชีวิตประจำวันได้ด้วย ที่สำคัญเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ที่ผมชอบและสามารถเรียนรู้ไปพร้อมๆ กับการฝึกทักษะให้ตัวเอง จึงอยากเชิญชวนเพื่อนๆ เข้าไปในเพจ science camp ดูกิจกรรมและทดลองทำตามได้ง่ายเป็นกิจกรรมที่สนุกมากๆ และได้ประโยชน์ด้วย”

Fun Science @Home อาจจะเป็นกิจกรรมทดลองทางวิทยาศาตร์โครงการเล็กๆ ไม่ใช่เมกะโปรเจกต์ใหญ่โต แต่เชื่อว่าการเรียนรู้ในวิถีชีวิตแบบใหม่นี้ จะเป็นการจุดเริ่มต้นการบอกต่อการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และอาจเปลี่ยนโมเดลการเรียนรู้ทางวิทยาศาตร์ ทำให้ทุกที่บนโลกใบนี้เป็นห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ก็เป็นได้

เรื่องแนะนำ

GISTDA ชวนร่วมงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ 2020

GISTDA ชวนเปิดมุมมอง “Space Frontier ค้นหาความรู้เหนือชั้นบรรยากาศ” ในมหกรรมวิทย์ 2020 จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา และขณะนี้ยังอยู่ในการเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาด ส่งผลให้มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติที่จัดขึ้นประจำทุกปีในเดือนสิงหาคมถูกเลื่อนออกไปเป็นเดือนพฤศจิกายน ในปีนี้ GISTDA ก็ไม่พลาดที่จะมาเชิญน้องๆ ร่วมเปิดมุมมองกับแนวคิดหลัก Space Frontier ค้นหาความรู้เหนือชั้นบรรยากาศ ที่จะทำให้น้องๆ รู้สึกเพลิดเพลินกับการเรียนรู้ด้านอวกาศในมิติต่างๆภายใน GISTDA Space Gateway กับอวกาศล้ำๆ ที่จะทำให้น้องๆ เกิดแรงบันดาลใจในการศึกษาด้านอวกาศกันมากยิ่งขึ้น ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพค เมืองทองธานี นายพีร์ ชูศรี รองผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวว่า ปีนี้ GISTDA มาในตีม “Space Frontier ค้นหาความรู้เหนือชั้นบรรยากาศ” ซึ่งการออกแบบเนื้อหาและการตกแต่งจะมีความแตกต่างออกไปจากปีก่อนๆ โดยปีนี้ จัดนิทรรศการภายใต้แนวคิดล้ำสมัยเหมือนยก Space Gateway มาไว้ที่นี่กันเลยทีเดียว ซึ่งช่วยกระตุ้นให้เยาวชนไทยเกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจ เพื่อจะนำไปสู่จินตนาการต่างๆ ได้อย่างเข้าใจ สามารถเห็นภาพการปฏิบัติภารกิจจริงๆ รวมถึงร่วมพูดคุยซักถามกับนักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญด้านอวกาศแบบเป็นกันเอง ภายใน GISTDA […]

สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เปิดบ้านวิชาการเรียนคู่งาน

สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เปิดบ้านวิชาการเรียนคู่งาน 2562 “CDTI Academic Activity Study & Work Showcase 2019” สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เปิดบ้านวิชาการเรียนคู่งาน 2562 พร้อมเสวนาในหัวข้อ “เรียนอย่างไรให้ได้งานทำ” รวมไปถึงนิทรรศการจากคณะบริหารธุรกิจ คณะเทคโลโลยีอุตสาหกรรม คณะเทคโนโลยีดิจิทัล และโรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 ณ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา สำนักพระราชวัง (สนามเสือป่า) ภายหลังที่วิทยาลัยเทคโนโลยีจิตรลดา และโรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ ดำเนินงานและจัดการเรียนการสอนร่วมกันภายใต้ชื่อ “สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา” ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 เป็นต้นมา ส่งผลให้สถาบันฯ ขยายตัวด้านการเรียนการสอน องค์ความรู้ การเปิดหลักสูตรใหม่ที่รองรับตลาดแรงงานในปัจจุบัน รศ.ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ อธิการบดี กล่าวและเสริมว่า สถาบันฯ ได้เพิ่มหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับแผนยุทศาสตร์ชาติ 20 ปี และตรงกับความสนใจของนักเรียน นักศึกษายุคใหม่ ภายในงาน มีกิจกรรมที่น่าสนใจได้แก่ การเสวนาเชิงวิชาการ “เรียนอย่างไรให้ได้งานทำ” […]

ชวนร่วมสนุกกับกิจกรรมจาก King Power ในงาน Explorers Fair 2018

ชวนร่วมสนุกกับกิจกรรมจาก King Power ในงาน Explorers Fair 2018 ขอเชิญร่วมสนุกกันในงาน Explorers Fair 2018 กับโซนกิจกรรมของ King Power ที่มีทั้งสินค้า คาเฟ่ และกิจกรรมท้าทายความสามารถอย่างการปีนหน้าผาจําลอง ในส่วนแรกเราขอนําท่านมาร่วมชมการจัดแสดงสวนต้นไม้ของ King Power ที่ออกแบบโดยนักออกแบบชั้นนําของประเทศไทย บรรยากาศสีเขียวรื่นรมย์ เปรียบเสมือนมีป่าจําลองอยู่ในเมือง นับเป็นมุมถ่ายภาพที่สวยที่สุดภายในงาน Explorers Fair 2018 เลยทีเดียว ถัดไปจากโซนของสวนต้นไม้ ท่านจะได้พบกับ Eureka คาเฟ่ที่จําหน่ายทั้งเมนูคาวหวาน และเครื่องดื่มเมนูพิเศษ ที่รังสรรค์ขึ้นมาเพื่อให้ทุกท่านได้ลิ้มลอง เช่น กาแฟไข่เค็มลาเต้ จากการผสมผสานกันอย่างลงตัวของวัตถุดิบชั้นเยี่ยม หอมกลิ่นกาแฟพร้อมกับดื่มดํ่ารสสัมผัสละมุนลิ้นของไข่เค็ม นับเป็นความลงตัวที่คาดไม่ถึงของเมนูนี้ และอีกหนึ่งเมนูยอดนิยมคือ ทุเรียนชาไทย ที่ถ่ายทอดความเป็นเอกลักษณ์ของวัตถุดิบไทยแท้ ทั้งชาไทยและทุเรียน ผสมผสานออกมาเป็นเครื่องดื่มสไตล์ฟิวชันที่ใครๆ ก็อยากลิ้มลอง นอกจากนี้ ท่านจะได้พบกิจกรรมแนวผจญภัยอย่างการปีนผาจําลอง ที่มีความสูงและความท้าทายหลายระดับตั้งแต่ความสูง 3-6 เมตร สําหรับผู้ที่รักการผจญภัยและกิจกรรมกลางแจ้ง หรือผู้ที่สนใจอยากเรียนรู้เทคนิคการปีนหน้าผาจําลองสามารถมาร่วมสนุกกันได้ครับ เสร็จจากการปีนผาจําลองแล้ว ท่านยังสามารถเลือกชมสินค้าพิเศษที่พบได้เฉพาะร้าน King […]

จิสด้าผุด AstroLab สร้างงานวิจัยและนวัตกรรมอวกาศแบบครบวงจร

จิสด้า องค์กรด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ กำลังพัฒนาห้องปฏิบัติการด้านอวกาศ เพื่อวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านอวกาศในประเทศไทย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า จัดตั้ง “แอสโตรแล็บ” หรือ Astrodynamics Research Laboratory หรือ Astrolab เป้าหมายเพื่อเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านอวกาศด้านกลศาสตร์วงโคจรของประเทศไทยแบบครบวงจร ตั้งอยู่ ณ อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ดร. สิทธิพร ชาญนำสิน นักวิจัยเชี่ยวชาญด้านกลศาสตร์วงโคจรของจิสด้า เปิดเผยว่า แล็บดังกล่าวมีภารกิจหลักเพื่อการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านอวกาศ โดยแบ่งการวิจัยที่สำคัญเป็น 4 ส่วน ส่วนแรกคือการวิจัยและพัฒนาด้านกลศาสตร์วงโคจรในอวกาศที่เน้นการพัฒนาอัลกอริทึมเพื่อเพิ่มความแม่นยำสำหรับการคำนวณวงโคจรของวัตถุในอวกาศ ได้แก่ การเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์ ดาวเทียม ดาวเทียมที่สิ้นสุดภารกิจ จรวดนำส่งดาวเทียม หรืออุกาบาต เป็นต้น เทคนิคการเปลี่ยนวงโคจรดาวเทียม การควบคุมและคาดตำแหน่งวัตถุอวกาศกลับสู่โลก เหล่านี้ถือเป็นงานวิจัยที่สำคัญและมีความท้าทายอย่างมาก งานวิจัยในกลุ่มนี้จะถูกนำไปต่อยอดในงานวิจัยส่วนที่เหลือทั้งหมดและสามารถนำไปใช้ทางวิศวกรรมได้หลายด้าน อย่างเช่น การออกแบบและวิเคราะห์ภารกิจดาวเทียม เป็นต้น ผลงานที่ผ่านมาที่พอจะจำกันได้คือ การคาดการณ์ตำแหน่งและเวลากลับสู่โลกของสถานีอวกาศเทียนกง-1 เมื่อปี 2561 […]