อยู่บ้านหยุดเชื้อ แต่ไม่หยุดเรียนรู้ กับการทดลองที่ทำได้จากของใช้ภายในบ้าน

อยู่บ้าน หยุดเชื้อ…ไม่หยุดเรียนรู้

อยู่บ้าน หยุดเชื้อ…ไม่หยุดเรียนรู้
กับ Fun Science @home…สนุกวิทย์ฯ ผ่านคลิปทดลอง

ความปกติใหม่ (New Normal) ที่กำลังเกิดขึ้น หรือในบางกิจการและกิจกรรมได้เกิดขึ้นแล้ว อันเป็นผลมาจากวิกฤตการณ์โรคอุบัติใหม่ “โควิด-19” เมื่อเชื้อโรคที่มองไม่เห็นระบาดจากคนสู่คนได้ง่าย การยับยั้งการแพร่ระบาดในเบื้องต้น คือการรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ซึ่งส่งผลต่อกิจกรรมรวมกลุ่มจนทำให้หลากหลายกิจกรรมในฐานวิถีชีวิตเดิม เริ่มเปลี่ยนไปสู่ฐานวิถีชีวิตใหม่ ที่มีรูปแบบการดำเนินชีวิตแตกต่างไปจากอดีต

เช่นเดียวกับกิจกรรมการเรียนรู้และทดลองทางวิทยาศาสตร์ ของฝ่ายวิชาการ หลักสูตรและสื่อการเรียนรู้ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ที่ปรับตัวไปสู่วิถีใหม่ จัดกิจกรรม Fun Science @Home by NSTDA ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก sciencecamp.fanpage และเว็บไซต์ https://www.nstda.or.th/sciencecamp/funscience/ เพื่อให้เยาวชนและผู้ปกครองใช้เวลาว่างช่วงปิดเทอม และ work from home ร่วมกันทดลองกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ผ่านคลิปวิดีโอ เช่น สารสีในใบไม้ พืชดูดน้ำ ไข่คัปพระอาทิตย์ และบอลลูนอากาศร้อน เหล่านี้ เป็นเพียงตัวอย่างกิจกรรมทดลอง ที่สร้างสรรค์เนื้อหาและสอนการทดลองโดยบุคลากรผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยต่างๆ และนักวิชาการ สวทช. สสวท. ร่วมกันพัฒนากิจกรรม

นางฤทัย จงสฤษดิ์

นางฤทัย จงสฤษดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ หลักสูตรและสื่อการเรียนรู้ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า ด้วยการระบาดของโรคโควิดจึงเกิดไอเดียการทดลองเรียนรู้วิทยาศาสตร์จากบ้าน ให้เด็กมีกิจกรรมการเรียนรู้ที่ดีผ่านการลงมือทำ และทำให้คนในครอบครัวมีกิจกรรมสร้างสรรค์เกิดสัมพันธภาพที่ดีร่วมกัน ที่สำคัญจะต้องเป็นกิจกรรที่ทดลองแล้วเกิดไม่อันตราย เนื่องจากไม่ได้มีผู้เชี่ยวชาญดูแล เป็นกิจกรรมทดลองที่สนุก เด็กเห็นแล้วอยากทำตาม และอุปกรณ์ทดลองต้องหาได้จากในบ้าน ราคาไม่แพง เช่น เกลือ น้ำแข็ง กระดาษ เป็นต้น

“ปกติแล้วเวลาเราทำกิจกรรมวิทยาศาสตร์ เรามักห้องแล็บ และเครื่องไม้เครื่องมือที่ซับซ้อน แต่การทำกิจกรรมวิทยาศาสตร์แบบ Fun Science @Home ที่บ้าน พ่อแม่สามารถทำกิจกรรมกับลูกได้เอง ซึ่งกิจกรรมที่ทำการทดลองผ่านคลิป จะเป็นกิจกรรมง่ายๆ ไม่ต้องออกนอกบ้านไปซื้อสารเคมี แต่สามารถหาอุปกรณ์ได้ง่ายๆ จากในบ้าน มาทำการทดลองสนุกๆ”

นางฤทัยกล่าวต่อว่า กลุ่มเป้าหมายที่เข้ามาทดลองกิจกรรมมีทั้งเด็กระดับอนุบาล มีกิจกรรมทดลองจากโครงการบ้านวิทยาศาสตร์น้อยและที่ทีมงานพัฒนาขึ้นใหม่ ซึ่งอาจมีคุณพ่อคุณแม่ในการช่วยทดลองกิจกรรมร่วมกับเด็กกลุ่มนี้ เพื่อพัฒนาทักษะความอยากรู้อยากเห็น ตลอดจนสอนให้เขาหยิบจับเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก และยังมีกลุ่มเด็กประถมซึ่งมีกิจกรรมทดลองจากโครงการมหาวิทยาลัยเด็กที่หลากหลาย

นอกจากนี้ ทีมนักวิชาการยังได้พัฒนาสื่อชุดทดลองการเรียนรู้สำหรับเด็ก เพื่อเป็นของรางวัลให้กับเด็กๆ ที่มีคลิปการทดลองถูกใจพี่ๆ แอดมินในเพจ โดยผู้ที่ได้รางวัล ทีมงานจะได้ส่งชุดทดลองการเรียนรู้ Science delivery ให้ถึงบ้าน เพื่อเป็นกำลังใจให้เด็กๆ ไปต่อยอดและกระตุ้นการเรียนรู้ให้เด็กๆ ไม่รู้จบ

“จาการเปิดกิจกรรมทดลองผ่านเพจได้ผลลัพธ์ดีเกินคาด โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและกลุ่มเด็กที่บ้าน ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยสร้างสังคมครอบครัววิทยาศาสตร์ ซึ่งหากมีการต่อยอดต่อไปเรื่อยๆ จะเป็นฐานสำคัญที่ทำให้หลายคนไม่กลัววิทยาศาสตร์ แต่จะเห็นว่าวิทยาศาสตร์ก็สนุกได้และอยู่รอบๆ ตัวเรา” นางฤทัย กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับกิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาตร์ผ่านแฟนเพจ sciencecamp ได้รับการตอบรับจากน้องๆ ในช่วงปิดเทอมและผู้ปกครองที่ทำงานจากบ้านอย่างมาก โดยส่วนใหญ่ต่างสะท้อนมุมมองว่าการทดลองมีความสนุก น่าตื่นเต้น ได้ความรู้แถมยังอุปกรณ์ทดลองได้ง่ายๆ ในบ้าน

ด.ช.ปัญพณชช์ ปาณานนท์ หรือ น้องพณช อายุ 11 ปี โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ กล่าวว่า ได้ทดลองกิจกรรมพืชดูดน้ำ เมื่อทำตามแล้วได้เรียนรู้ว่าพืชดูดน้ำไปเลี้ยงถึงใบ เพราะเห็นว่าใบพืชเปลี่ยนสีเป็นสีเดียวกับน้ำที่เราใส่น้ำสีนั้นๆ เข้าไป

“ผมรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ทดลองด้วยตัวเอง และที่ได้เห็นการดูดน้ำและการเปลี่ยนสีของพืช เพราะตอนเรียนที่โรงเรียนผมเคยแต่ดูเขาทำ แต่เมื่อทดลองทำด้วยตัวเองทำให้ผมจดจำได้ดีและยังได้ความรู้จากการทดลองด้วย จึงอยากให้พี่ๆ ที่ทำคลิปผ่านเพจนี้ไปเรื่อยๆ เพื่อที่ผมและน้องจะได้ทดลองกิจกรรมอื่นๆ สนุกๆ แบบนี้อีก” พณช อธิบายสิ่งที่ได้เรียนรู้

เช่นดียวน้องสาวของเขา ด.ญ.ปวีรมัย ปาณานนท์ หรือ น้องภริม อายุ 10 ปี จากโรงเรียนโรงเรียนเซนต์โยเซฟทิพวัลสมุทรปราการ เสริมว่า รู้สึกตื่นเต้นและสนุกมากๆ แถมยังได้ความรู้จากคลิปที่ได้ทดลองทำตาม ซึ่งปกติเคยเห็นกิจกรรมเหล่านี้จากการเรียนบ้าง แต่ยังไม่เคยทดลองด้วยตัวเองมาก่อน และอยากให้ทางเพจได้ทำคลิปอื่นๆ ออกมาให้เด็กๆ ทางบ้านได้ดูและทดลองทำต่อไป

นางสวรรค์ ปาณานนท์ คุณแม่ของน้องพณช และน้องภริม กล่าวว่า Fun Science @Home เป็นกิจกรรมที่ทำได้ไม่ยากและหาอุปกรณ์ได้ในบ้าน ไม่ต้องไปเสียเงินเรียนคอร์สแพงๆ ที่สำคัญคือเป็นกิจกรรมที่ทำได้ง่ายๆ ทุกเวลา ซึ่งมีประโยชน์ไม่เพียงแค่กับเด็กๆ เท่านั้น แต่ผู้ปกครองก็ได้ทำกิจกรรมเรียนรู้ร่วมกับลูกๆ ด้วย ที่สำคัญคือฝึกระบบการเรียนรู้ที่จำเป็นของเด็กได้ดี เนื่องจากเด็กๆ จะคิดเป็นขั้นตอนได้ เขาต้องเห็นของจริง เห็นภาพจริงและทดลองจริง ซึ่งหากทดลองบ่อยๆ เด็กจะคิดและแปรผลได้ดี ขณะที่ผู้ปกครองก็ได้ทบทวนความรู้เหล่านี้ไปพร้อมกับลูกๆ ได้เรียนรู้และพูดภาษาเดียวกับพวกเขาได้

“เราถามลูกๆ ว่า พี่ๆ เขาทดลองในกิจกรรมผ่านคลิป อยากทำตามหรือเปล่า ซึ่งลูกๆ เห็นแล้วก็สนใจและอยากทำตาม เพราะกิจกรรมพืชดูดน้ำ อุปกรณ์ สีผสมอาหารและผักต่างๆ ก็หาได้ในครัวบ้านเรา เด็กๆ ได้ทดลองแล้วก็ตื่นเต้นตามไปด้วยว่าทำไมผักเปลี่ยนสี เขาก็มองเปรียบเทียบและเห็นความแตกต่าง”

ด้าน นางสาวยุวพร ชมภูนุชประภา คุณแม่ของน้องอา กล่าวว่า ลูกชายชอบวิชาวิทยาศาตร์มากๆ และบังเอิญว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้องอยู่บ้าน ทำงานจากบ้านเพื่อลดการแพร่ระบาดโรคโควิด โดยได้เห็นกิจกรรมการทดลองวิทยาศาสตร์ ที่น่าติดตามในเพจ science camp ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมที่สามารถทำที่บ้านได้ เช่น กิจกรรมทดลองไข่พระอาทิตย์ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ลูกสนใจจึงทดลองด้วยกัน มีการอัดคลิปสดๆ กับลูกแบบไม่ตัดต่อเลย ซึ่งลูกชอบมากแถมยังได้รางวัลขวัญใจพี่ science camp ได้ของรางวัลจากเพจส่งมาให้ที่บ้านด้วย

“กิจกรรมทดลองที่ทางเพจทำมานั้นดีมากๆ เพราะเป็นกิจกรรมที่เด็กๆ สนใจและเหมาะกับหลายๆ ช่วงวัย และยังเป็นสิ่งอยู่ใกล้ตัว อุปกรณ์ทดลองก็สามารถหาได้ไม่ยากด้วยค่ะ”

ด.ช.รณกร จินดารัตน์ หรือน้องอา อายุ 11 ปี โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน กล่าวว่า สนุกมากกับวิธีการทดลองกิจกรรมไข่พระอาทิตย์ ซึ่งเป็นเมนูของในหลวงรัชกาลที่ 9 และตนได้นำมาทดลองทำด้วยตัวเอง โดยได้เรียนรู้เรื่องการใช้ความร้อนในการทำให้ไข่สุก และรสชาติอาหาร ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในวิชาการงานอาชีพที่โรงเรียนได้ด้วย

“การมีคลิปทดลองทางวิทยาศาสตร์ ให้ทดลองทำได้จากที่บ้าน ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ดีมากๆ ครับ ทำให้ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และนำไปทำเมนูอาหารในชีวิตประจำวันได้ด้วย ที่สำคัญเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ที่ผมชอบและสามารถเรียนรู้ไปพร้อมๆ กับการฝึกทักษะให้ตัวเอง จึงอยากเชิญชวนเพื่อนๆ เข้าไปในเพจ science camp ดูกิจกรรมและทดลองทำตามได้ง่ายเป็นกิจกรรมที่สนุกมากๆ และได้ประโยชน์ด้วย”

Fun Science @Home อาจจะเป็นกิจกรรมทดลองทางวิทยาศาตร์โครงการเล็กๆ ไม่ใช่เมกะโปรเจกต์ใหญ่โต แต่เชื่อว่าการเรียนรู้ในวิถีชีวิตแบบใหม่นี้ จะเป็นการจุดเริ่มต้นการบอกต่อการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และอาจเปลี่ยนโมเดลการเรียนรู้ทางวิทยาศาตร์ ทำให้ทุกที่บนโลกใบนี้เป็นห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ก็เป็นได้

เรื่องแนะนำ

เคล็ดลับการเรียนภาษาผ่านการอ่านหนังสือ

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “ส่งความรู้สร้างความสุข” เป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ของความร่วมือระหว่าง บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐ คือกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เล็งเห็นความสำคัญของการอ่าน เพราะการอ่าน ถือเป็นรากฐานที่สำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะของเด็กและเยาวชน เมื่อเรากำลังอยู่ในช่วงที่ฝึกฝนหรือเรียนภาษาต่างประเทศสักภาษา เรามักให้ความสำคัญกับการพูด เราควรให้ความสำคัญกับการเลียนแบบเจ้าของภาษา เนื่องจากเราต้องการพูดภาษาที่เรากำลังเรียนอยู่ให้รวดเร็วที่สุด และมองข้ามความสำคัญในการเรียนภาษาโดยการอ่านไป เนื่องจากหลายคนมองว่าเป็นวิธีที่น่าเบื่อและช้า ซ้ำยังดูเป็นวิชาการมากเกินไป และอาจขัดกับความต้องการของคนส่วนใหญ่ที่เรียนภาษาเพื่อนำไปพูดในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม แนวความคิดที่คนส่วนใหญ่เชื่อถือนี้มักขัดกับหลักการเรียนภาษาที่ถูกต้อง นั่นคือ ถ้าหากคุณอยากพูดภาษาใดภาษาหนึ่งอย่างถูกต้อง คุณต้องอ่านภาษานั้นให้มากๆ ด้วย เนื่องจากการเรียนภาษานั้นเปรียบเสมือนการเชื่อมโยงจุด โดยมีทักษะการฟังเป็นจุดหนึ่ง ความเข้าใจบริบทเป็นจุดหนึ่ง การเลียนแบบเจ้าของภาษาเป็นจุดหนึ่ง และ “การอ่าน” ก็เป็นหนึ่งในจุดที่สำคัญ ดังนั้นหากคุณต้องการเรียนภาษาใหม่ให้ได้อย่างรวดเร็ว คุณก็ควรที่เริ่มอ่านหนังสือด้วยเช่นกัน เหตุผลที่การอ่านหนังสือเป็นวิธีที่ดีในการเรียนภาษา ในการเรียนภาษา เป็นเรื่องสำคัญที่คุณต้องรู้เรื่องของกฎหรือไวยากรณ์ หรือแม้กระทั่งสไตล์ของภาษา ภาษาที่เราได้ยินเจ้าของภาษาพูดอย่างเป็นธรรมชาตินั้น แท้จริงแล้วมีไวยากรณ์ซ่อนอยู่ด้วยเสมอ แม้ว่าพวกเขาดูเหมือนจะไม่ใส่ใจก็ตาม และด้วยการอ่านนี้เองจะช่วยทำให้เรามองเห็นภาพของไวยากรณ์ในภาษาได้ชัดเจนขึ้น และเป็นตัวช่วยที่สำคัญในการวิเคราะห์โครงสร้างของภาษา เหตุผลหนึ่งคือ เราจะจดจำภาษาได้มากกว่าหากผ่านการมองเห็น และการอ่านจะทำให้มองเห็นตัวภาษา รวมทั้งช่วยในการเชื่อมโยงตัวคำศัพท์กับภาพในสมองได้ดียิ่งขึ้น เช่น […]

30 ปี มูลนิธิชัยพัฒนา ก้าวสู่ชัยชนะแห่งการพัฒนา

มูลนิธิชัยพัฒนา จัดงาน “30 ปี ชัยชนะแห่งการพัฒนา” เพื่อน้อมรำลึกถึง พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงก่อตั้ง มูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นต่อพสกนิกรชาวไทย เนื่องจากพระองค์ทรงหวังพระราชหฤทัยให้เป็นเครื่องมือในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎรด้วยความรวดเร็วการว่าการพัฒนา หรือการช่วยเหลือผ่านระบบราชการ มูลนิธิชัยพัฒนาก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2531 ดำเนินงานทั้งในด้านการพัฒนา และการช่วยเหลือราษฎร ในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน ก่อให้เกิดโครงการและกิจกรรมต่างๆ ในช่วงตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา จึงเป็นที่มาของการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อนำผลงานของมูลนิธิฯ เผยแพร่และสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนทั่วไปได้รู้จักมูลนิธิฯ อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ในการนี้ มูลนิธิฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานในวันพุธที่ 30 ตุลาคม 2562 เวลา 14.00 น. ภายในงานประกอบด้วยการจัดแสดงนิทรรศการ ซึ่งผู้ร่วมงานมีโอกาสได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านเครื่องใช้ส่วนพระองค์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นับเป็นการจัดแสดงเพื่องานนี้โดยเฉพาะ นอกจากนี้ เหล่าศิลปินรุ่นใหม่หลายท่านได้รับเชิญให้สร้างผลงานศิลปะและนำมาจัดงานในครั้งนี้ด้วย ศิลปินแต่ละท่านได้รับโจทย์ที่แตกต่างกัน โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา […]

แนวหนังสือที่ชอบสะท้อนบุคลิก-นิสัยของเราอย่างไร

อ่านหนังสือเช่นไรก็เป็นคนเช่นนั้น เมื่อเราเริ่มบทสนทนากับผู้คนรอบตัวถึงสิ่งที่ชื่นชอบเพื่อทำความรู้จักให้มากขึ้น หนึ่งในคำถามทีมักมีการถามอยู่เสมอคือ “ชอบอ่านหนังสือแบบไหน” เพื่อมองหาความสนใจที่อาจมีร่วมกันของคู่สนทนา ซึ่งเราเชื่อว่าอาจมีการคาดเดาลักษณะนิสัยคร่าวๆ จากแนวเนื้อหาของหนังสือที่แต่ละคนชอบอีกด้วย เราต่างมีความเข้าใจร่วมกันว่าลักษณะหนังสือที่ชอบ ส่งผลถึงลักษณะนิสัยใจคอของผู้อ่านเช่นเดียวกัน สิ่งที่แน่นอนอย่างหนึ่งคือคนส่วนใหญ่มักชอบอ่านหนังสือในแบบที่ตัวเองชอบอยู่เสมอ แม้ปกตินักอ่านหนังสือตัวยงมักอ่านหนังสือที่หลากหลาย แต่ถ้าให้เลือกแนวหนังสือที่ชอบเพียงอย่างเดียว พวกเขาก็มักจะมีแนวหนังสือที่ชอบอันดับหนึ่งในใจที่มักเลือกอ่านอยู่เสมอถ้ามีโอกาส มีงานศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทกซัส (ที่ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่) ว่ารสนิยมในการอ่านหนังสือ ชมรายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์ และนิตยสาร มีความเชื่อมโยงกับบุคลิกลักษณะนิสัยบางอย่าง โดยมีการแบ่งแนวสื่อบันเทิงที่ชอบกับลักษณะนิสัยดังต่อไปนี้ – ชื่นชอบการชมรายการทอล์คโชว์ เรื่องโรแมนติก ทำอาหาร และศาสนา มีแนวโน้มที่เป็นคนชอบเข้าสังคม – ชื่นชอบเนื้อหาด้านอักษรศาสตร์หรือมนุษยศาสตร์ วรรณกรรมคลาสสิค ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศ และบทกวี มีแนวโน้มเป็นผู้ที่ใฝ่หาสุนทรียภาพ (aesthetic) – ชื่นชอบเนื้อหาด้านเขย่าขวัญ ภาพยนตร์คัลต์ หรือภาพยนตร์/นวนิยายอีโรติก มีแนวโน้มเป็นผู้ที่บุคลิกเร้นลับ คลุมเครือ – ชื่นชอบเนื้อหาแอ็คชั่น / การผจญภัย ระทึกขวัญ ไซ-ไฟ หรือสายลับ มีแนวโน้มเป็นผู้ที่มีบุคลิกที่ตื่นตัว ชอบความตื่นเต้น – ชื่นชอบเนื้อหาข่าว สารคดี หรืองานเขียนจากเรื่องจริง มีแนวโน้มเป็นผู้ที่ใช้ความคิด นักวิจัยงานศึกษานี้กล่าวว่า […]

ประมวลภาพบรรยากาศการตัดสิน โครงการ Every Picture Tells a Story Season 2

วันที่ 12 กันยายน  ที่ผ่านมา คณะกรรมการได้ร่วมกันตัดสินภาพถ่ายทั้งหมดจำนวน 30 ภาพ เพื่อเฟ้นหาผู้ชนะประจำโครงการประกวดภาพถ่าย Every Picture Tells a Story Season 2 โดยผลการตัดสินในปีนี้จะประกาศผล ภายในงานบ้านและสวนแฟร์ “เราจะไม่ลืม” ในวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ ณ ชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี สำหรับบรรยากาศจะเป็นอย่างไรลองไปชมกัน