อาชา เกิดมาเพื่อแข่ง - National Geographic Thailand

อาชา เกิดมาเพื่อแข่ง

อาชา เกิดมาเพื่อแข่ง

ความเงียบสงบยามเช้าถูกทำลายลงด้วยเสียงเกือกม้าอะลูมิเนียมกระทบกับพื้นปูนดังไปทั่วบริเวณคอกม้า เสียงนาฬิกาปลุกดังออกมาจากกระท่อมเล็ก ๆ ที่สร้างด้วยปีกไม้ หลังคามุงสังกะสี แสงจากหลอดไฟรอบบริเวณค่อย ๆ สว่างขึ้นทีละดวงเสมือนเป็นสัญญาณการเริ่มต้นวันใหม่ของทุกชีวิตในคอกม้าแข่งแห่งนี้

ม้าแข่งเป็นม้าที่มีรูปร่างสมส่วนแข็งแรงและมีท่วงท่าสง่างามจนได้รับการยกย่องว่าเป็นราชาแห่งม้า แต่กว่าที่ม้าแข่งจะพร้อมสำหรับการแข่งขัน พวกมันต้องถูกฝึกอย่างหนักไม่ต่างกับนักกีฬาอาชีพเลยทีเดียว ที่คอกม้าแห่งนี้ ม้าแข่งจะเริ่มกิจวัตรประจำวันด้วยการตรวจร่างกายจากผู้ฝึกม้า ต่อด้วยการออกกำลังกายยามเช้า และอาบนํ้าชำระร่างกายก่อนให้อาหาร หลังอาหารเช้า ผู้ดูแลม้าจะทำความสะอาดคอกม้า และเตรียมม้าให้พร้อมสำหรับการฝึกรอบบ่าย

อาชา, ม้าแข่ง
คนเลี้ยงม้าตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันแข่งขัน
จ๊อกกี้, ม้าแข่ง
จ๊อกกี้พาม้าแข่งไปวิ่งออกกำลังกายยามเช้า
ม้าแข่ง, อาชา
ก่อนและหลังการแข่งขัน ม้าจะได้รับการอาบนํ้าเพื่อให้รู้สึกสบายตัว

สัปดาห์ละหกวันที่ม้าแข่งต้องฝึกฝนร่างกายและฝีเท้าอย่างหนักเพื่อให้พร้อมที่สุด สำหรับวันแข่งขันที่จะมาถึง วันแข่งขันอาจเริ่มต้นไม่ต่างจากวันอื่น ๆ มากนัก เว้นแต่ในวันนั้นจะไม่มีการนำม้าไปฝึกวิ่งในช่วงเช้า หลังอาหารเช้า ม้าที่ได้รับการคัดเลือกให้ลงแข่งขันจะถูกจูงขึ้นรถหกล้อที่จอดรออยู่ด้านหน้าคอกม้า หลังจากผู้ฝึกม้าตรวจสอบความเรียบร้อยและให้สัญญาณว่าทุกอย่างพร้อม ม้าแข่งจึงออกเดินทางสู่สนามแข่งม้า

เมื่อถึงสนามแข่งขัน ม้าทุกตัวจะถูกนำไปยังคอกพักม้า กรรมการสนามจะตรวจม้าดูความสมบูรณ์และความพร้อมของม้าแต่ละตัวก่อนลงแข่งขัน หากผ่านการตรวจ กรรมการจะแจ้งหมายเลขและรอบแข่งแก่เจ้าของคอกม้า ช่วงเวลาของการรอคอยก่อนถูกเรียกลงสนามนั้นเป็นช่วงน่าเบื่อที่สุดของผู้ดูแลม้า บางคนฆ่าเวลาด้วยการนอนหลับพักผ่อน บางคนอ่านหนังสือหรือสูบบุหรี่ บ้างจับเข่าคุยกันเรื่องม้ากับเพื่อนร่วมวงการ

อาชา, ม้าแข่ง
ม้าแข่งและผู้ดูแลรอกรรมการมาตรวจความเรียบร้อยอยู่ภายในคอก
คนเลี้ยงม้า, จ๊อกกี้, แข่งม้า
ในวันแข่งขันม้าแข่งและจ๊อกกี้เข้าประจำ ณ จุดปล่อยตัว
จ๊อกกี้, ม้าแข่ง, แข่งม้า, อาชา
จ๊อกกี้พยายามแซงม้าที่นำอยู่ข้างหน้าด้วยการควบม้าให้เร่งฝีเท้าทำความเร็วขึ้นไปถึง60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

เสียงกรรมการสนามประกาศชื่อและหมายเลขม้าดังผ่านลำโพงเก่า ๆ เพื่อให้ผู้ฝึกและผู้ดูแลม้าเตรียมม้าให้พร้อมเพื่อเข้าแข่งในรอบต่อไป หลังจากกรรมการสนามตรวจม้าและเครื่องม้าเป็นครั้งสุดท้ายก่อนลงสนาม จ๊อกกี้จะถูกเรียกขึ้นม้าและพาม้าออกไปยังจุดสตาร์ต จากนั้นกรรมการผู้คุมจุดสตาร์ตจะให้สัญญาณห้านาทีก่อนเวลาปล่อยตัวเพื่อให้จ๊อกกี้ตรวจสอบความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย

เมื่อมีการให้สัญญาณว่าเหลือเวลาอีกหนึ่งนาทีบรรยากาศในจุดสตาร์ตจะกลับเข้าสู่ความเงียบสงบ แววตาของม้าและจ๊อกกี้บ่งบอกถึงสมาธิและความมุ่งมั่น เมื่อประตูเหล็กเปิดออก จ๊อกกี้ควบม้าทะยานออกจากซอง เสียงดังกึกก้องไปทั้งจุดสตาร์ต ฝุ่นดินและทรายคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ม้าและจ๊อกกี้มุ่งหน้าเพื่อคว้าชัยชนะในสนามแข่งขัน

ม้าแข่ง, แข่งม้า, สัตวแพทย์, โรงพยาบาลสัตว์
ในโลกแห่งความเร็วการบาดเจ็บเป็นเรื่องที่แทบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในภาพนี้ สัตวแพทย์และผู้ช่วยกำลังเตรียมการผ่าตัดให้ม้าที่ได้รับบาดเจ็บ
ม้าตัวเมีย, ม้าแข่ง, อาชา
ม้าแข่งเพศเมียที่ปลดระวางจากการแข่งกำลังรอการผสมพันธุ์

และเช่นเดียวกับกีฬาที่มีความเร็วเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งหลาย การบาดเจ็บจากการแข่งขันย่อมเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ในการแข่งม้า อาการบาดเจ็บที่กระดูกขาเป็นสิ่งที่พบบ่อยที่สุด ม้าแข่งที่ได้รับบาดเจ็บมีทางเลือกไม่สู้ดีนัก สัตวแพทย์สนามจะเป็นผู้ตรวจสอบอาการ หากอาการไม่หนักเกินกว่าจะรักษาก็จะส่งไปยังโรงพยาบาลม้า แต่หากสัตวแพทย์วินิจฉัยว่าการบาดเจ็บนั้นเกินกว่าจะรักษาได้ ม้าที่โชคร้ายจะถูกฉีดยาให้จากไปอย่างสงบ

ม้าแข่งจะกลับมาลงสนามได้อีกหรือไม่จึงขึ้นอยู่กับอาการบาดเจ็บและการตอบสนองต่อการรักษาของสัตวแพทย์ ม้าที่หายจากการรักษาแต่ไม่ผ่านการทดสอบเพื่อลงแข่งส่วนใหญ่จะถูกขายต่อให้เป็นพ่อพันธุ์หรือแม่พันธุ์ เพื่อส่งต่อความฝันสู่ม้าแข่งรุ่นต่อไป

เรื่องและภาพ  กิตติพงษ์ แฝงศรีคำ

รางวัลชนะเลิศ จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2014 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


อ่านเพิ่มเติม ออกตัวไปแล้วและไปลับ บอกลากีฬาแข่ง สุนัขเกรย์ฮาวนด์

สุนัขเกรย์ฮาวนด์

เรื่องแนะนำ

เสือในกรงเลี้ยง: เสียงคำรามที่ไร้ความหมาย

ก่อนจะเข้ามาเรียนที่เมืองหลวง ผมไม่เคยเห็นเสือตัวจริงเลยสักครั้ง จนเมื่อมีโอกาสมาเรียนต่อ จึงได้พบกับเสือครั้งแรกที่สวนสัตว์ต่าง ๆ แต่เสือส่วนมากที่เห็นก็เป็นเพียง เสือในกรง ที่หมดเรี่ยวแรง สายตาอ่อนล้า นอนหมอบอยู่ในกรงลึกห่างไกลจากสายตา . หลังจากเรียนจบ ช่วงเวลานี้เองที่ผมได้ใกล้ชิดกับเสือ โดยเฉพาะเสือโคร่งที่ต้องถ่ายรูปเก็บประวัติให้ได้ครบทุกตัว การทำงานกับเสือนับร้อยพันทำให้ผมจำแนกเสือออกเป็นสามกลุ่มคือ . 1) เสือที่เกิดมาในกรง รับรู้เพียงว่าห้องสี่เหลี่ยมคือโลกของมัน ตรงมุมห้องมีอ่างอาบนํ้า อาหารจะมาทุกเช้าเย็น ไม้เล็ก ๆ ขนาดยาวเพียงศอกที่เจ้าหน้าที่ถืออยู่ในมือเป็นอาวุธที่ต้องระวัง มันดูร่าเริงสนุกสนานบางครั้งอาจกางเล็บตะปบบ้างตามสัญชาตญาณที่มันไม่รู้จักวิธีการใช้ . 2) เสือที่ดุร้าย เกรี้ยวกราดกับทุกสิ่ง แยกเขี้ยวขู่ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามา แววตาแฝงด้วยความหวาดกลัวและอาฆาต . 3) เสือหมดไฟ ทั้งร่างกายและจิตใจดูหมดแรงและสิ้นหวัง ไม่ค่อยขยับตัว ทำได้เพียงร้องโหยหวนเป็นบางครั้ง . จากข่าวสารที่ได้รับในช่วงทำงาน ผมพบว่าเสือโคร่งที่ร่วมงานด้วยนั้นมีกว่า 1,400 ตัว ซึ่งมากกว่าจำนวนเสือโคร่งในธรรมชาติทั้งหมดของไทย 6 – 7 เท่า คงเพราะคุณภาพชีวิต (บางอย่าง) ในกรงเอื้อต่อการขยายพันธุ์ จำนวนเสือในกรงจึงเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ก็หมดความหมายต่อระบบนิเวศอย่างสิ้นเชิง กลายเป็นเพียงสัตว์ที่รอวันหมดอายุขัย เรื่องและภาพ อิสระ […]

แห่ช้างบวชนาค แห่งเมือง ศรีสัชนาลัย

แห่ช้างบวชนาค แห่งเมือง ศรีสัชนาลัย ประเพณีแห่ช้าง บวชนาค ของชาวไทยพวน อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยชาวบ้าน ไทยพวนเมืองศรีสัชนาลัย จะมารวมตัวกันเพื่อร่วมสืบสานประเพณีแห่ช้างบวชนาค ซึ่งถือเป็นประเพณีดั้งเดิมที่มีมามากกว่า ๑๕๐ ปี การแห่นาคด้วยช้างนั้นมีเค้าความเชื่อจากเรื่องพระเวสสันดร เมื่อครั้งพระเจ้ากรุงสัญชัย พระราชบิดาของพระเวสสันดรทรงขอให้พระเวสสันดรเสด็จกลับมาเป็นกษัตริย์ดังเดิม พระองค์จึงโปรดให้จัดขบวนช้าง ม้า รถประดับ แห่ขับด้วยมโหรี และการละเล่นต่างๆ ไปรับพระเวสสันดรเข้าเมือง พระเวสสันดรทรงช้างปัจจัยนาเคนทร์ ช้างคู่บารมี ซึ่งเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับการบันดลบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล พืชพันธุ์ธัญญาหารสมบูรณ์ ดังนั้น การแห่นาคด้วยขบวนช้างจึงถือว่าได้บุญกุศลอย่างสูงสำหรับพ่อแม่ปู่ย่าตายาย เช้าวันที่ ๗ เมษายน เจ้าภาพจะโกนผม โกนคิ้ว อาบน้ำ และสวมชฎาให้นาค มีกระจกติด สองข้างหู การแต่งกายของนาคจะประกอบด้วยผ้านุ่ง ผ้าม่วง ผ้าไหม และสวมเสื้อกำมะหยี่ เมื่อรูปขบวนพร้อม ก็จะเคลื่อนขบวนแห่วนรอบทุ่งนา หมู่บ้าน และลงสู่แม่น้ำยม ซึ่งถือเป็นไฮไลต์สำคัญที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาดักรอชมทั้งสองฟากฝั่งแม่น้ำ รุ่งเช้าอีกวันเป็นพิธีบวช เมื่อขบวนแห่มาถึงวัดหาดเสี้ยวแล้ว นาคจะนำขันธ์ ๕ สักการะเจ้าวัดที่ศาลพระภูมิอีกครั้ง ก่อนเดินทักษิณาวรรตรอบโบสถ์ ๓ […]

ค่ายมวยศิษย์ครูจงอาง

เรื่องและภาพ นิสากร ปิตุยะ (รางวัลชมเชยโครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7) ค่ายมวยศิษย์ครูจงอางเป็นค่ายมวยสำหรับเด็กๆ ที่เกิดจากความตั้งใจของ นายประเสริฐ จิระพรรักษ หรือ จงอางน้อย สิงห์คงคา อดีตนักมวยเก่า แห่งสำนักวัดเทพธิดาราม ผู้ต้องการสร้างผลผลิตที่ดีให้กับสังคม  เขานำความรู้ความสามารถที่ตนมี นั่นก็คือศิลปะการต่อสู้มวยไทย มาถ่ายทอดให้กับเยาวชนที่สนใจ โดยไม่เรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ บนพื้นที่เล็กๆ ราว 4×6 เมตร หน้าบ้านของครูจงอางถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นสนามฝึกแข้งของลูกศิษย์ตัวน้อย  นอกจากที่นี่จะมีครูแล้ว ยังมี “แม่” ที่คอยหาข้าวหาปลา ดูแลความเรียบร้อยและความสะอาดให้เด็กๆ อย่างเต็มใจ ซึ่งก็คือภรรยาของครูจงอางนั่นเอง  ที่นี่จึงไม่ได้เป็นแค่เพียงค่ายสอนมวย แต่ยังเป็นบ้านที่เปี่ยมไปด้วยความรัก ความเอาใจใส่ ความปรารถนาดีที่มีต่อเด็กๆ และสังคมรอบข้าง  

โฮป: ความหวัง บนลาน กระเรียน

โฮป: ความหวัง บนลาน กระเรียน ในบันทึกของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้กล่าวถึงการพบเห็นนกกระเรียนพันธุ์ไทยจำนวนนับพันนับหมื่นตัวมาทำรังวางไข่ที่ทุ่งมะค่า จังหวัดนครราชสีมา ครั้น 40 ปีให้หลังมีบันทึกการพบฝูงนกกระเรียนบินผ่านน่านฟ้าไทยเมื่อ พ.ศ. 2488 ที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย นั่นคือการพบเห็นนกกระเรียนบินเป็นฝูงครั้งสุดท้าย นกกระเรียนพันธุ์ไทยถูกขึ้นบัญชีในสถานะสัตว์ป่าที่สูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติของไทยนานแล้ว แต่ที่น่าแปลกคือ ประเทศเพื่อนบ้านของเรากลับยังมีนกกระเรียนเดินทางและอาศัยอยู่ตามแหล่งธรรมชาติ   ข้อมูลจาก ดร.จอร์จ ดับเบิลยู. อาร์คิบาลด์ ผู้เชี่ยวชาญจากมูลนิธิอนุรักษ์นกกระเรียนสากล ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ลงพื้นที่ติดสัญญาณตามนกกระเรียนพันธุ์ไทยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2541 ระบุว่า มีนกกระเรียนทำรังวางไข่และหากินอยู่บริเวณลุ่มนํ้าอิรวดีทางตอนกลางของประเทศเมียนมาร์ (พม่า) รวมทั้งที่ลาว เวียดนามและพื้นที่ชุ่มนํ้าในประเทศกัมพูชา ทั้ง ๆ ที่นกพวกนี้เป็นนกกลุ่มเดียวกัน เพราะเหตุใดจึงไม่เลือกพื้นที่ในไทย ทั้ง ๆ ที่ประเทศไทยตั้งอยู่ตรงกลางของเส้นทางโคจร โครงการคืนนกกระเรียนสู่ธรรมชาติของไทย เริ่มจากการรับบริจาคลูกนกที่จับได้ในเขตชายแดนไทย-กัมพูชา โดยประชาชนผู้ครอบครองได้นำมามอบให้สวนสัตว์นครราชสีมาเป็นผู้ดูแลและเพาะเลี้ยง วันชัย สวาสุ หัวหน้าโครงการนกกระเรียนของสวนสัตว์นครราชสีมา เล่าว่า การขยายพันธุ์ในช่วงแรกไม่ใช่เรื่องง่าย กว่าจะประสบผลสำเร็จต้องใช้เวลามากกว่าเจ็ดปีจึงได้ลูกนกสองตัวแรกเมื่อปี 2540 และจากนก 27 ตัว ในเวลาต่อมาได้เพาะขยายพันธุ์เป็นพ่อแม่พันธุ์ทั้งสิ้น 98 […]